Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,104 เราจะทำอย่างไรดี?
“นี่…นี่มัน…!”
เหล่าศิษย์ทุกคนรวมทั้งเย่ฉุ่ยถงเบิกตากว้าง ไป่หมิงอวี้ยังไม่ตาย แต่
ก็เกือบแล้ว หอกของหลินหมิงได้บดขยี้อวัยวะของเขา!
หลินหมิงบ้าไปแล้วเช่นนั้นหรือ?
สำหรับสมุนของไป่หมิงอวี้ พวกเขาทุกคนก็มีความตื่นตระหนกบน
ใบหน้าราวกับเห็นผี
“ศิษย์พี่ไป่… ศิษย์พี่ไป่…. เหตุใดเขาจึง…”
ตลอดการต่อสู้ทั้งหมด แม้หลินหมิงจะโจมตีออกไปถึง 101 หอก แต่
มันก็กินเวลาเพียงไม่ถึง 10 ลมหายใจ ในช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้ ไป่หมิงอวี้ก
ลับได้รับบาดเจ็บเจียนตายแล้ว!
ถึงแม้สภาพของไป่หมิงอวี้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาถูกโจมตีโดย
หลินหมิงหลังจากที่ได้เผาผลาญปราณโลหิตของตัวเอง และปราณโลหิตที่
มีอยู่ในสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจึง
อยู่ในสภาพสูงสุด ถึงกระทั่งนี้แล้ว เขาก็ยังพ่ายแพ้ในการโจมตีเดียว
หลังจากนั้น! มันเป็นไปได้อย่างไร?
“ศิษย์พี่ไป่! ศิษย์พี่ไป่!”
“บัดซบ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นี่จะเป็นโทษตายสำหรับหลินหมิง!”
“เขาเป็นคนชั่วร้ายและไม่อาจให้อภัยได้ มาสังหารเขากันเถอะ!”
เมื่อเหล่าสมุนเหล่านี้เห็นศิษย์พี่ที่นับถือของตนอยู่ในสภาพดังกล่าว
ทุกคนจึงโกรธเกรี้ยว พวกเขารีบไปยังสนามรบก่อน เพื่อตรวจสอบ
สถานการณ์ของไป่หมิงอวี้
อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปไม่กี่ก้าว พวกเขาก็สัมผัสกับ
สนามพลังอนุภาคแรกกำเนิดซึ่งยังคงอยู่รอบหลินหมิง หัวใจของพวกเขา
เย็นเฉียบขึ้น และความหนาวเย็นคืบคลานขึ้นที่แผ่นหลัง พวกเขาไม่กล้า
ที่จะก้าวไปข้างหน้าอีก
เพราะในขณะที่ก้าวเข้าสู่ระยะของสนามพลังอนุภาคแรกกำเนิด มัน
ก็จะเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับก้าวลงสู่นรกของอาชูร่า มันมีแรงกดดันที่
ทำให้หายใจไม่ออก ขณะที่ความแข็งแกร่งทั้งหมดในร่างกายจะหายไป
อย่างรวดเร็วด้วย สำหรับหลินหมิง ผู้ซึ่งยืนอยู่ศูนย์กลางมิติอนุภาคแรก
กำเนิดนั้น แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยฟุต แต่ระยะทางนี้ก็ดู
เหมือนจะเป็นอนันต์สำหรับคนเหล่านี้
หลินหมิงค่อยๆหันกลับมา เขาดึงหอกโลหิตฟีนิกซ์จากร่างของไป่หมิ
งอวี้ สะบัดโลหิตออก
เปะ! เปะ!
โลหิตหยดลงอย่างช้าๆจากขอบของหอกโลหิตฟีนิกซ์จนทุกคนได้ยิน
อย่างชัดเจน
บรรดาสมุนที่ต้องการจะจัดการหลินหมิง รู้สึกว่าความกล้าหาญของ
พวกเขาหนีออกจากร่างไปแล้ว ริมฝีปากของพวกเขาสั่นระริกและ
ร่างกายสั่นสะท้าน ขณะที่สายตาของหลินหมิงตกอยู่บนพวกเขา ความคิด
ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างลึกลับก็ปรากฏขึ้นในหัวใจของพวกเขา
หลินหมิงเขา… เขาไม่ได้พยายามที่กำจัดพยานทั้งหมดใช่หรือไม่!?
“ไม่… ไม่ต้องกลัว แน่นอนว่าเขาจะไม่ทำเช่นนั้น ถ้าเขาฆ่าเราทั้งหมด
และเขาเป็นคนเดียวที่ออกจากที่นี่ได้ มันก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้
เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น”
“ใช่แล้ว! เมื่อเรากระจายกันหนี มันก็ไม่มีทางใดที่เขาจะสามารถ
จัดการกับเราทั้งหมดได้!”
ศิษย์เหล่านี้บอกว่าไม่กลัว แต่ใบหน้าและน้ำเสียงของพวกเขาก็
ทรยศต่อความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง พวกเขาหน้าซีดเป็นไข่ต้มและก้าว
ถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ในความเป็นจริง สิ่งที่พวกเขากล่าวมานั้นไม่ผิด
ถ้าหลินหมิงกล้าที่จะฆ่าไป่หมิงอวี้อย่างเปิดเผยเช่นนี้ มันก็เห็นได้ชัดว่า
เขาเป็นคนบ้า เขาจะทำอย่างอื่นเช่นการฆ่าพวกเขาต่อด้วยหรือไม่?
และยังมีความแข็งแกร่งของหลินหมิงอีกด้วย แม้แต่คนที่เคารพและ
บูชาไป่หมิงอวี้ก็คงไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะไป่หมิงอวี้ได้ แม้ว่า
พวกเขาจะโจมตีฉับพลันในตอนที่เขาอ่อนแอเช่นหลินหมิงทำก็ตาม โดย
ไม่ต้องสงสัย นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของหลินหมิง! แม้ว่าทั้งคู่
จะอยู่ในสภาพสูงสุดของพวกเขา แต่หลินหมิงก็คงจะสามารถเอาชนะไป่ห
มิงอวี้ได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ เหล่าศิษย์ไม่สนใจว่าหลินหมิงจะอยู่ในขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 8 เท่านั้น ทุกคนกำลังคิดถึงการกระจายกันหลบหนีไป
ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยคนจำนวนมากมันก็ย่อมมีผู้รอดชีวิตได้
บ้าง
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าบ้าไปแล้ว!”
เย่ฉุ่ยถงกล่าวออกมาด้วยความกังวล มือเรียวขาวของนางบีบแน่น
เข้าด้วยกัน แม้ว่านางจะต้องการกำจัดไป่หมิงอวี้ แต่นางก็ไม่อยากให้
เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน นางไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้านิกายเกาะวิญญาณ
สัญจรจึงทำทุกอย่างเพื่อปกป้องหลินหมิง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขา
จะทนต่อไปได้ หลังจากที่หลินหมิงฆ่าไป่หมิงอวี้ต่อหน้าทุกคน เพราะนี่
เหมือนกับการตบหน้าของตัวเอง
ก่อนที่หลินหมิงจะโจมตี เขาไม่ได้แสดงท่าทีใดๆให้ได้รู้เลย นี่
หมายความว่าเขารู้ว่านางจะหยุดเขา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะลอบลงมือ
และจัดการกับผลกระทบในภายหลัง! นี่เป็นสิ่งที่บ้าบิ่นเกินไป!
“ศิษย์พี่หลิน เขา…” ศิษย์อีกคนไม่รู้จะพูดอย่างไรเช่นกัน
“พวกเราจบสิ้นแล้ว ศิษย์พี่เย่ เราจะทำอย่างไรดี?” เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นที่
เดิมทีดูน่ารักและมีเสน่ห์ตอนนี้หน้าตามืดมนอย่างมาก
“หลินหมิง… เจ้ามีความกล้ายิ่ง… ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ภายใต้
หอกโลหิตฟีนิกซ์ ร่างของไป่หมิงอวี้ดูราวกับคนตาย ขณะที่เขาเปิดปาก
เพื่อพูด ฟองโลหิตก็ไหลออกมาจากปาก
ในเวลานี้ เขาสูญเสียโลหิตครึ่งหนึ่งในร่างกายไปแล้ว หน้าอกของเขา
มีบาดแผลใหญ่ เป็นรูที่เผยให้เห็นอวัยวะภายในของเขา ปอดของเขายุบ
และกระดูกซี่โครงในร่างกายหักทั้งหมด กระดูกซี่โครงที่หักยังได้แทงเข้า
ไปในอวัยวะภายในอื่นๆของเขาด้วย ตับและม้ามของเขาก็ฉีกขาดและ
โลหิตไหลออกจากช่องอก
หลังจากได้รับความพ่ายแพ้ในสภาพเช่นนี้แล้ว ไป่หมิงอวี้ก็ยัง
สามารถที่จะรักษาความกล้าที่ไร้ความกลัวได้ เขาไม่ได้ขอความเมตตา
และไม่ตกอยู่ในความสิ้นหวัง “หลินหมิง ถ้าเจ้ามีความกล้าแล้ว เช่นนั้นก็
ฆ่าข้าซะ! ฮ่าๆๆ! ข้าต้องการจะดูว่าเจ้าจะทำอย่างไรต่อจากนี้! เจ้าคิดว่า
เจ้าจะสามารถฆ่าทุกคนที่นี่เพื่อกำจัดพยานทั้งหมดได้หรือ? เจ้าจะ
สามารถฆ่าได้เพียงไม่กี่สิบคนเพราะพวกเขาจะกระจายกันไปในทุก
ทิศทาง! หรือบางที่ เจ้าอาจจะชักชวนให้ศิษย์น้องเย่นำกลุ่มกบฏเหล่านี้
และทรยศต่อนิกาย?
แม้ว่าคำพูดของไป่หมิงอวี้จะขาดพลัง แต่เขาก็สามารถพูดได้ ด้วย
การถ่ายโอนปราณแท้จากตันเถียน เขาจึงสามารถที่จะรักษาเสียงของ
ตัวเองไว้ได้อย่างยากลำบาก ความจริงแล้ว ปอดของเขาได้รับบาดเจ็บ
อย่างรุนแรงจนไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป ในสถานการณ์เช่นนี้ เขายัง
เรียกปราณแท้ออกมาจากตันเถียน ก็ยิ่งทำให้อาการโดยรวมแย่ลง มันทำ
ให้โลหิตไหลออกจากร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ
คำพูดของไป่หมิงอวี้ตั้งใจจะชี้ให้เย่ฉุ่ยถงเห็น เขารู้ว่าเย่ฉุ่ยถงเป็น
ตัวตนเช่นใด และรู้ดีว่านางไม่กล้าที่จะแบกรับความผิดของการทรยศต่อ
นิกาย ถึงแม้นางจะกล้าทำเช่นนั้น แต่เหล่าศิษย์ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของ
นางก็จะไม่ยอมทำ
ส่วนเรื่องที่ไป่หมิงอวี้รักษาความมั่นใจไว้นั้น แม้จะดูราวกับว่าตั้งใจ
จะทำให้หลินหมิงโกรธ แต่ความจริงก็คือ เขาตั้งใจจะวางแรงกดดันทาง
จิตใจต่อหลินหมิง เพื่อที่จะให้หลินหมิงเข้าใจว่าไม่สามารถเอาชนะได้
และเพื่อทำให้เขาสงบลงในที่สุด
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา เขายกหอกโลหิตฟีนิกซ์ขึ้น ปลายหอก
ค่อยๆชี้ไปยังหัวใจของไป่หมิงอวี้
มันจะรู้สึกเย็นยะเยือกเพียงใด ที่ถูกปลายหอกแหลมคมชี้มายังหัวใจ
ของตน? จิตสังหารเช่นนี้ไม่สามารถอธิบายได้!
ปลายหอกจ่อติดที่เนื้อของหัวใจ ทำให้โลหิตไหลออกมา นี่เป็น
ความรู้สึกของการโดนมีดปักที่หัวใจอย่างแท้จริง ถึงแม้ไป่หมิงอวี้จะรักษา
ออร่าให้ดูสงบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่อาจควบคุมใบหน้าที่ซีด
และร่างกายที่สั่นเทาได้
ถ้าหลินหมิงค่อยๆผลักมือของเขาไปข้างหน้า หรือแม้กระทั่ง
กระแทกที่ด้ามหอกเล็กน้อย หอกโลหิตฟีนิกซ์ก็จะทะลวงเข้าสู่หัวใจของ
ไป่หมิงอวี้อย่างสมบูรณ์!
“เจ้า!?” ดวงตาของไป่หมิงอวี้เบิกกว้างขึ้น
“ฝีปากไม่เบา ดูเหมือนเจ้าจะไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตนเอง
เลย ตอนนี้เจ้าเป็นนักโทษของข้าแล้ว ข้าแค่ต้องทุ่มเทเล็กน้อยเพื่อกำจัด
เจ้า!” ขณะที่หลินหมิงพูด จิตสังหารก็ทะลักออกจากร่างกายของเขา ตา
ของเขาสาดประกายด้วยแสงที่เฉียบคม
ขณะที่ไป่หมิงอวี้ได้สบสายตากับหลินหมิง หัวใจของเขาก็เกือบจะ
ล้มเหลว ความหนาวเย็นวิ่งผ่านทั่วร่างของเขา เขารู้สึกได้ว่าหลินหมิง
ไม่ได้ล้อเล่นเลย หลินหมิงสามารถฆ่าเขาได้จริงๆ
“เจ้า… เจ้าบ้าไปแล้ว!” ไป่หมิงอวี้ตะโกนออกมาอย่างรุนแรง ในขณะ
ที่เขาสั่นจากภายใน
“หืม ข้าบ้าไปแล้ว? คนบ้าคือเจ้าต่างหาก! เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับขุนเขา
เสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวท ต้องการจะส่งข้าไปยังทุ่นระเบิด และ
เจ้าก็เต็มใจที่จะเสียสละเย่ฉุ่ยถงและสมุนของนางไปด้วย เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้
เรื่องทั้งหมดนี้?”
หลินหมิงพูดออกมาอย่างตรงประเด็น แต่เมื่อไป่หมิงอวี้ได้ยินเหตุผล
ของหลินหมิง เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกเลย เขาเพียงเยาะเย้ยและพูดว่า
“หลินหมิง ข้าไม่รู้เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร!”
“นี่…!” เย่ฉุ่ยถงถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร นางต้องการรวบรวม
พยานหลักฐานอย่างเงียบๆ รอจนกระทั่งเพียงพอที่จะทำให้ไป่หมิงอวี้ล้ม
ลงจากสถานะของเขาได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้! เพราะเมื่อไม่มีหลักฐานใดๆ มัน
ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำได้! ผู้หนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะก็รู้ว่าไป่หมิ
งอวี้จะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว!
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าใจร้อนมากเกินไป เจ้า…” เย่ฉุ่ยถงถูกขัดจังหวะ
“ศิษย์พี่เย่ ข้ารู้ว่าแผนของท่านเป็นอย่างไร แต่ท่านคิดจริงหรือว่า
ด้วยวิธีการนั้น ท่านสามารถแข่งขันกับไป่หมิงอวี้ได้ และหาหลักฐานเพียง
พอที่จะทำให้เขาตกต่ำลงได้?” หลินหมิงกล่าวถามด้วยกระแสเสียงปราณ
แท้
เย่ฉุ่ยถงตะลึง ไม่ตอบสนองในทันที่ แน่นอนที่หลินหมิงว่ามานั้นไม่
ผิด ในแง่ของเส้นสาย นางไม่ใช่คู่มือของไป่หมิงอวี้ ไม่ว่าจะเป็นความ
แข็งแกร่ง ความคิด หรือเบื้องหลัง ความโหดเหี้ยมและความเด็ดขาดไร้
เมตตา นางไม่สามารถเทียบกับไป่หมิงอวี้ได้เลย และถ้าไม่ใช่เพราะหลินห
มิงช่วยนางในครั้งนี้ นางก็อาจถูกลักพาตัวโดยเผ่ากระดูกเวทเพื่อใช้เป็น
เครื่องมือ แม้ว่านางจะมีชีวิตรอดอยู่ตอนนี้ แต่การที่นางจะหาหลักฐานให้
เพียงพอโอกาสคงมีเท่ากับศูนย์ มันมีแนวโน้มว่านางจะเป็นคนที่ถูกใส่
ความโดยไป่หมิงอวี้ และในที่สุดนางก็จะตายด้วยความเศร้าโศกอย่างไม่
สิ้นสุด
ในความเป็นจริงแล้ว เย่ฉุ่ยถงจะไม่ตระหนักถึงจุดนี้ได้อย่างไร? ถึง
กระนั้น นางจะทำอะไรได้? ถ้านางพยายามที่จะทำตามที่หลินหมิงทำ
และฆ่าไป่หมิงอวี้นั่นหมายความว่านางจะตายเร็วขึ้นเท่านั้น
“หลินหมิง! เจ้ากล้าทำลายชื่อเสียงที่ดีของคนอื่นได้อย่างไร!”
“หลินหมิง เจ้ามีหัวใจของหมาป่าที่เลวทรามและโหดร้าย! เมื่อเจ้า
หายตัวไปศิษย์พี่ไป่ได้กล่าวเสมอว่าเราต้องตามหาเจ้า! ศิษย์พี่ไป่เป็นศิษย์
พี่อาวุโสมาหลายปี เขายังปกป้องและห่วงใยมิตรสหาย! แล้วเขาจะทรยศ
ได้อย่างไร! นอกจากนี้ ในแดนเร้นลับที่เราต้องต่อสู้กับเผ่ากระดูกเวทและ
ขุนเขาเสี้ยววิญญาณ การจัดการเจ้าก็จะหมายถึงว่าความแข็งแกร่งในการ
ต่อสู้โดยรวมของเราจะอ่อนแอลงเท่านั้น! เจ้าคิดว่าศิษย์พี่ไป่สามารถ
โหดเหี้ยม และจัดการกับผู้ที่อยู่ในนิกายเดียวกันได้?”
“หลินหมิง เจ้าไม่คิดว่าข้อแก้ตัวเหล่านี้เป็นเรื่องน่าหัวเราะเกินไป
หรอกหรือ!? ถ้าเจ้าบอกว่าศิษย์พี่ไป่ได้ทรยศเจ้าแล้ว เช่นนั้นเจ้ามี
หลักฐานหรือไม่ จงนำหลักฐานออกมา!”
ไป่หมิงอวี้ไม่จำเป็นต้องพูดเลย สมุนของเขาจัดการได้อย่างเหมาะสม
ในเวลานี้พวกเขาโกรธมากจนลืมไปว่าหลินหมิงน่าหวาดกลัวเพียงใด
ในหัวใจของทุกคน ไป่หมิงอวี้เป็นมิตรที่รู้ที่จะตอบแทนความกรุณา
เขามีวิถีของผู้อาวุโสที่น่าเคารพและเขาก็ฉลาดมาก สามารถใช้ความเป็น
กลางในทุกสถานการณ์ ในสายตาของเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ ชื่อเสียงของไป่ห
มิงอวี้และเกียรติของเขาเหนือกว่าเย่ฉุ่ยถงมากนัก กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
เขาเป็นคนที่ถือกำเนิดมาเพื่อเป็นเจ้านิกายในอนาคต นี่คือเหตุผลที่ไป่หมิ
งอวี้มีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมาก
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินหมิงกลับกล่าวหาว่าไป่หมิงอวี้ได้ทรยศต่อ
นิกายของตน แล้วผู้ใดจะเชื่อเรื่องนี้บ้าง?