Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,105 มิใช่ว่าตัวเจ้าเองหรอกหรือคือหลักฐานที่ดีที่สุด?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,105 มิใช่ว่าตัวเจ้าเองหรอกหรือคือหลักฐานที่ดีที่สุด?
ไป่หมิงอวี้เย้ยหยัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะคาดเดาได้อย่าง
ถูกต้องว่าเขาเป็นคนทรยศ อย่างไรก็ตาม การกระทำของเขานั้นรอบคอบ
และเขาไม่เคยทิ้งร่องรอยใดๆไว้
“ศิษย์น้องหลินข้ารู้ว่าเจ้าต้องการที่จะครอบครองทรัพยากรของเผ่า
กระดูกเวทและของขุนเขาเสี้ยววิญญาณแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นเจ้าจึง
พยายามที่จะฆ่าข้า ความโลภเป็นธรรมชาติของทุกคน แต่เจ้าคิดว่า
ข้ออ้างที่เจ้าพูดนั้นไม่ดูตื้นเขินไปหรอกหรือ? ถ้าเจ้าบอกว่าข้าเป็นคนที่
ทรยศ เจ้ามีหลักฐานหรือไม่?”
“หลักฐาน?” ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม “มิใช่ว่าตัวเจ้า
เองหรอกหรือคือหลักฐานที่ดีที่สุด?”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็เคลื่อนไหวอย่างฉับพลันอีกครั้ง ตวัดหอก
โลหิตฟีนิกซ์ครั้งแล้วครั้งเล่า แสงเย็นยะเยือกแวบอยู่ในอากาศ ในช่วง
เวลาสั้นๆ เส้นเอ็นของไป่หมิงอวี้ในแขนและเท้าของเขาถูกตัดขาดอย่าง
สมบูรณ์
ไป่หมิงอวี้จึงอ่อนตัวและร่างกายสั่น เนื่องจากการสูญเสียเลือดมาก
เกินไป ความดันโลหิตของเขาจึงต่ำลงมาก
หลังจากได้เห็นไป่หมิงอวี้ที่ถูกเชือดเหมือนหมูโดยหลินหมิง
ผู้ใต้บังคับบัญชาของไป่หมิงอวี้ บางคนก็สั่นจากความโกรธและที่มากกว่า
คือความกลัว
หลินหมิงเก็บหอกโลหิตฟีนิกซ์แล้วพุ่งฝ่ามือไปยังไป่หมิงอวี้!
ฝ่ามือสะบั้นชีพจร!
ในเวลานั้น พลังของเขาทะลวงเข้ามาในร่างของไป่หมิงอวี้ ตัดเส้นชีพ
จรทั้งหมดของเขาและทำลายตันเถียน ทำลายการบ่มเพาะทั้งหมดของ
ไป่หมิงอวี้!
มันเป็นเวลานานมากแล้วนับตั้งแต่ที่หลินหมิงเคยใช้ทักษะนี้ แม้ว่า
มันจะไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้ แต่ก็เป็นเรื่องที่สะดวกมากในการ
จัดการกับผู้แพ้และทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้ทักษะใดๆได้
เย่ฉุ่ยถงสามารถเห็นได้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นในการโจมตีครั้งนี้ ดวงตาที่
สวยงามของนางเบิกกว้างขึ้นดั่งจันทร์เต็มดวง
“หลินหมิง เจ้าทำให้ไป่หมิงอวี้เป็นคนพิการเช่นนั้นหรือ!?”
เมื่อเป็นเช่นนี้ มันจึงไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นฟูอีกต่อไป ถึงแม้
ก่อนหน้านี้ไป่หมิงอวี้จะถูกตีแทบตาย แต่ตราบเท่าที่เขามีโอสถชั้นยอด
และสามารถพักฟื้นเป็นเวลาหลายเดือน เขาก็สามารถที่จะฟื้นฟูตัวเองได้
มากที่สุดก็เพียงจะทิ้งบางบาดแผลไว้ และมีผลต่อความสำเร็จในอนาคต
ของเขาเล็กน้อย แต่ตอนนี้ หลินหมิงได้ทำลายเส้นชีพจรและตันเถียนของ
ไป่หมิงอวี้ นี่เป็นเช่นเดียวกับการทำให้ไป่หมิงอวี้พิการอย่างสมบูรณ์
สำหรับนักสู้ เมื่อการบ่มเพาะของพวกเขาสูญเปล่า นั่นคือโชคชะตาที่
เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
“ใช่แล้ว คนผู้นี้มีหลายอย่างมากเกินไปที่ซ่อนเอาไว้ และนี่คือการ
ป้องกันไม่ให้เขาเล่นตุกติกใดๆในอนาคตได้” หลินหมิงยักไหล่ เหมือน
กำลังจับตั๊กแตนและเด็ดปีกมันเพื่อป้องกันไม่ให้บินหนี
น้ำเสียงเช่นนี้ทำให้สมุนของไป่หมิงอวี้ระเบิดความโกรธขึ้น
“เจ้าสารเลว!”
“เจ้าเป็นคนบ้า! เจ้าเป็นมันบ้าอย่างแท้จริง!”
ถ้าไม่ใช่เพราะออร่าของหลินหมิงรุนแรงเกินไป พวกเขาก็คงจะรีบพุ่ง
ไปยังหลินหมิงแล้ว
ในขณะนั้น ใบหน้าของไป่หมิงอวี้ดูเหมือนจะซีดจางจนแทบจะ
หายไป เขาไม่ได้รักษาทัศนคติที่สูงส่ง เช่นเดียวกับที่เขาจะไม่มีวันพ่ายแพ้
ไว้ได้แล้ว ตอนนี้ ดวงตาของเขาว่างเปล่าขณะที่เขามองไปยังท้องฟ้า มัน
เหมือนกับว่าเขาตายไปแล้ว
ในขณะที่ไป่หมิงอวี้ตระหนักว่าการบ่มเพาะถูกทำลาย เขาก็รู้สึกว่า
ทั้งโลกห่างไกลออกไปจากเขา หลงเหลือไว้เพียงเสียงของเจตจำนงและ
วิญญาณที่แตกสลายของเขา เขาไม่อาจเชื่อได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
อนาคตของเขา ความทะเยอทะยานของเขาทั้งหมดได้สลายกลายเป็นฝุ่น!
เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าว่านี่ควรจะเป็นฝันร้ายที่เขาจะตื่นขึ้นมา
ในไม่ช้า
“หลินหมิง… เจ้า… จะ… ตาย… ไปกับ… ข้า!”
เพราะปราณแท้ของไป่หมิงอวี้ได้สลายไปอย่างรวดเร็ว คำพูดของเขา
จึงขาดเป็นช่วงๆ
หลินหมิงเย้ยหยัน “ข้าเกรงว่าเจ้าจะผิดหวัง เจ้ามีจุดหมายปลายทาง
ที่จะเดินไปยังนรกเพียงคนเดียว ข้าจะทำให้แน่ใจว่าได้ผนึกปราณแท้ใน
ร่างกายของเจ้าไว้อย่างหมดจด เพื่อที่เจ้าจะได้มีชีวิตอยู่และนำเสนอเจ้า
ต่อสภาผู้อาวุโส ให้พวกเขาสามารถค้นหาดวงจิตของเจ้าได้ ข้าคิดว่าแม้
เกาะวิญญาณสัญจรจะถือเป็นนิกายที่ชอบธรรม แต่อย่างน้อยที่สุด ใน
แผนกคุมกฎก็น่าจะมีใครที่สามารถใช้ทักษะค้นหาดวงจิตได้! ข้ารู้ว่า
ทักษะดังกล่าว จะทำให้เกิดความเสียหายที่ย้อนกลับไปสู่ทะเลแห่งจิต
วิญญาณของบุคคลนั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งของผู้ถูกใช้ยิ่งมี
มากเท่าไรมันก็ยิ่งรุนแรงเมื่อใช้ทักษะนี้ ถ้าอนาคตของเจ้ายังสดใสอยู่
และเจ้าอยู่ในจุดสูงสุดของตนเอง ข้าคงไม่มีหลักฐานใดๆ และไม่มีใคร
กล้าที่จะใช้ทักษะค้นหาดวงจิตกับเจ้า ข้าไม่คิดว่าผู้อาวุโสสูงสุดจะเห็น
ด้วย
“แต่ตอนนี้ เจ้าเป็นเพียงคนพิการที่ไม่มีกำลังเหลืออยู่ การใช้ทักษะ
ค้นหาดวงจิตกับเจ้าจะง่ายขึ้น และยังไม่มีโอกาสที่เจ้าจะต่อต้าน
นอกจากนี้ แม้ว่าทักษะค้นหาดวงจิตจะเปลี่ยนให้เจ้าเป็นคนปัญญาอ่อน
ในท้ายที่สุด หากข้าวางเดิมพันให้ผู้อาวุโสลงโทษข้า และไม่อนุญาตให้ข้า
เอาต้นสิบผลตัดเต๋าไปแล้ว พวกเขาจะไม่ต่อต้านเรื่องนี้ นี่เป็นเหตุผลที่ข้า
จัดการกับเจ้า ข้าตัดสินใจที่จะทำก่อนแล้วจึงอธิบายในภายหลัง มิเช่นนั้น
แผนของข้าจะไม่มีวันได้ผล”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็ได้ส่งรูนผนึกหลายสิบเข้าไปในร่างกายของ
ไป่หมิงอวี้ ด้วยการดีดนิ้ว เขาก็ได้ส่งโอสถเข้าไปในปากของไป่หมิงอวี้เพื่อ
รักษาชีวิตของเขาไว้ด้วย เป็นเช่นนี้ ไป่หมิงอวี้จึงไม่สามารถขยับและก็ไม่
สามารถฆ่าตัวตายได้
คำพูดของไป่หมิงอวี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ไร้สิ้นสุด “หลินหมิง
ข้า… จะไม่มีวัน… ปล่อยเจ้าไป… แม้ว่า… ข้าจะเป็น… ผี!”
“ต้องขอโทษด้วย แต่ข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้า เพื่อที่เจ้าจะไม่มี
โอกาสได้กลายเป็นผี” หลินหมิงกล่าวจบ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถอดแหวนมิติ
ของไป่หมิงอวี้และโยนเขาเข้าไปในแหวนมิติเหมือนสุนัขตาย กักขังเขาไว้
ในนั้น
หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็หันไปมองเย่ฉุ่ยถง เย่ฉุ่ยถงยังคงหน้าซีด
เหมือนเดิม นางไม่รู้ว่าจะพูดอะไร นางคิดว่าไป่หมิงอวี้นั้นไร้ความปราณี
มากแล้ว แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะไร้ปรานียิ่งกว่า ไม่ว่าจะดี
หรือร้าย ไป่หมิงอวี้ก็ไม่ลงมือในที่สาธารณะ แต่หลินหมิงกลับทำเช่นนั้น
หลินหมิงไม่กลัวว่าการคาดเดาของเขาจะผิดพลาดเลยหรือ? แม้แต่ผู้
ที่มาจากขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวทก็ยังไม่มั่นใจ 100%
แม้ว่าไป่หมิงอวี้จะมีแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แท้จริงซึ่ง
บ่งชี้ว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าไม่ใช่ไป่หมิงอวี้และเป็นคนอื่น
หลินหมิงจะทำอย่างไร?
นอกจากนี้ แม้ว่าไป่หมิงอวี้จะเป็นคนทรยศ แต่วิธีการที่รุนแรงและ
ไร้ความปรานีของหลินหมิงจะทำเหล่าผู้สนับสนุนไป่หมิงอวี้โกรธได้ บางที
พวกเขาคงจะตัดสินว่าหลินหมิงเป็นคนผิด มิเช่นนั้นในอนาคต ถ้าคนอื่นๆ
ตัดสินใจที่จะทำร้ายผู้อื่นอย่างเดียวกัน เพราะสงสัยว่ามีการก่อ
อาชญากรรมและนำตัวมาเพื่อค้นหาดวงจิต มันมิใช่ว่าจะทำให้ทั้งนิกาย
ตกอยู่ในความวุ่นวายหรอกหรือ?
แน่นอนว่าเย่ฉุ่ยถงไม่รู้ว่าหลินหมิงมีมู่เชียนเสวียสนับสนุนเขาจาก
เบื้องหลัง ตราบเท่าที่มู่เชียนเสวียอยู่ข้างเขา มู่ฉุ่ยเทียนก็จะไม่นั่งอยู่เฉยๆ
และยอมให้สภาผู้อาวุโสจัดการกับเขาตามที่ต้องการได้
แม้ว่าเขาจะกล่าวหาไป่หมิงอวี้ผิดไป ชีวิตของหลินหมิงก็จะยังไม่ตก
อยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม มันจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถเอาต้น
สิบผลตัดเต๋าไป เพื่อที่จะทะลวงเข้าสู่เก้าวิบัติ เขาอาจต้องไปยังที่อื่นเพื่อ
หาวัสดุสวรรค์เพิ่มเติม
“แม่นางมู่ ข้าต้องอภัยที่ก่อปัญหาอีกครั้ง วิธีการที่รุนแรงของข้า
เหมือนกับการตบหน้าสภาผู้อาวุโสและผู้สนับสนุนไป่หมิงอวี้ ข้าแน่ใจว่า
พวกเขาจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ ในเวลานั้น ข้ากลัวว่าข้าจะต้องพึ่งพาผู้
อาวุโสมู่ฉุ่ยเทียนเพื่อปกป้อง”
หลินหมิงกล่าวกับมู่เชียนเสวียในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ใน
ระหว่างการเดินทางมายังเกาะวิญญาณสัญจร เขาได้สร้างปัญหาให้กับมู่
ฉุ่ยเทียนไม่น้อยเลย โดยมิต้องกล่าวถึงเรื่องต้นสิบผลตัดเต๋า มู่ฉุ่ยเทียนก็
ยังได้ผลาญพลังงานไปจำนวนมากเพื่อปรับแต่งกระดูกมังกรเทวะ 108
ชิ้นให้เขา ถ้านางไม่ได้ทำเช่นนั้น การดูดซับกระดูกมังกรเทวะ 1000 ฟุต
จะเป็นเรื่องยาวนานอย่างยิ่ง เขาอาจจะยังไม่สามารถดูดซับมันได้ทั้งหมด
แม้จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว
“หลินหมิง เจ้าทำได้ดี เจ้าเป็นคนที่ข้าเลือกที่จะเป็นผู้สืบทอดของ
แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง ข้าพาเจ้ามายังเกาะวิญญาณสัญจร
เพื่อมาเอาต้นสิบผลตัดเต๋า และไม่ต้องถูกดูถูกหรือโดนใช้เป็นแพะรับบาป
ท่านป้าของข้าอาจจะลองทดสอบเจ้าต่อเล็กน้อย แต่นางจะไม่ทำให้เจ้า
เดือดร้อนเพราะความตายของไป่หมิงอวี้ ในแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์
เรืองรองเมื่อ 50,000 ปีก่อน คนเช่นไป่หมิงอวี้จะเป็นตัวตนทั่วไปที่ไม่ต่าง
จากมด ถ้าเจ้าต้องการที่จะฆ่าเขาแล้วเช่นนั้นก็ฆ่าเขาซะ มันไม่สำคัญเลย”
ในขณะที่หลินหมิงได้ยินมู่เชียนเสวียพูดคำดังกล่าว เขาก็รู้สึกอบอุ่น
ในหัวใจ มันไม่ผิดที่เขาช่วยมู่เชียนเสวีย แต่เขาก็ได้รับความเมตตาที่
ยิ่งใหญ่จากนาง
“ขอบคุณแม่นางมู่”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า ข้าไม่สามารถให้ทรัพยากรแก่เจ้าได้
มากนัก และข้ายังต้องเผชิญหน้ากับเทียนหมิงจื่ออีก นี่เป็นความท้าทาย
ต่อตัวข้าอย่างมาก เทียนหมิงจื่อเป็นอัจฉริยะสูงสุดที่แท้จริง เส้นทางสาย
นี้เต็มไปด้วยขวากหนาม และเจ้าไม่สามารถแสดงความเมตตากับฝ่ายตรง
ข้ามได้ หากเจ้าลังเลใจในความมุ่งมั่นของเจ้าแล้ว มันจะนำไปสู่ความ
โกลาหล! ในอดีต เมื่อท่านปู่ของข้าค้นพบเกี่ยวกับความทะเยอทะยาน
ของเทียนหมิงจื่อ เขาไม่มีหลักฐานว่าเทียนหมิงจื่อกำลังวางแผนร้ายต่อ
แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง และเขาก็มีความเชื่อมั่นต่อศิษย์
ของตนด้วย นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับโชคชะตาอัน
เลวร้าย! นักสู้ต้องฆ่าคนนับไม่ถ้วนบนเส้นทางของพวกเขา ถูกหรือผิด มัน
จะมีผู้ใดสามารถบอกได้อย่างแท้จริงบ้าง?”
ขณะที่มู่เชียนเสวียพูดถึงตรงนี้ นางก็ตกอยู่ในความทรงจำจากห้วง
ลึก หลินหมิงรู้ว่านางระลึกไปถึงการทำลายล้างอันน่าสยดสยองของแดน
ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองเมื่อ 50,000 ปีก่อน เช่นเดียวกับน้องสาว
ที่หายตัวไปของนาง เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากแก้ไขปัญหาไป่หมิงอวี้ หลินหมิงก็เล่นกับแหวนมิติของเขา
นี่คือแหวนมิติที่ใกล้เคียงสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเทวะ ภายในมีศิษย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้อยู่ถึง 90% และรวมถึงทรัพย์สมบัติมหาศาล
หลินหมิงยกแหวนขึ้น และโยนไปให้เย่ฉุ่ยถง
“รับมันไป!”
หลินหมิงไม่ได้เป็นคนโลภ ความมั่งคั่งในแหวนนี้เกิดจากการสละ
ชีวิตศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจร เขาย่อมไม่เอามันไป
สำหรับการเก็บเกี่ยวของเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ เขา
ย่อมเอามันไป
เย่ฉุ่ยถงคว้าแหวนมิติไว้ นางไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรได้แต่เพียงกระซิบ
“ขอบคุณ”
หลินหมิงเริ่มนั่งลงบนพื้นและเริ่มเข้าฌาน ในความเป็นจริง ด้วย
โลหิตไขกระดูกมังกรที่สนับสนุนเขาแล้ว เขาก็ไม่ได้ใช้พลังงานไปมาก
การปรับสภาพของเขากลับสู่ปกติคือเพียงแค่หลับตาและพักผ่อน
ศิษย์ที่อยู่ข้างเย่ฉุ่ยถงนั้นดีขึ้นมากในทางจิตวิทยา บรรดาผู้ที่ติดตาม
ไป่หมิงอวี้ได้ซ่อนตัวอยู่ห่างไกล แต่พวกเขาก็ไม่ได้ออกจากกลุ่มของหลินห
มิงไป กับสภาพในปัจจุบันของพวกเขา มันจะเสี่ยงมากเกินไป ถ้าไม่ใช่
เพราะเรื่องนี้ พวกเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่กับหลินหมิงอีกต่อไป เพราะหัวใจ
ของพวกเขาย่อมไม่สามารถทนได้
ในเวลานี้ มันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนการเดินทางเข้าสู่แดนเร้น
ลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายจะสิ้นสุดลง ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจร
รวมทั้งคนของเย่ฉุ่ยถง มันก็เหลือเพียง 40 คนเท่านั้น ถือได้ว่าร้ายแรง
แน่นอนว่าผู้ที่มาจากขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวทตายไป
มากกว่า มีน้อยกว่า 20 ศิษย์สายตรงที่เหลือรอด นอกนั้นได้ถูกกำจัด
และมันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะใช้หินตะวันม่วงส่งตนเองออกไป
เพราะทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ในมือของหลินหมิง
แม้ว่าเกาะวิญญาณสัญจรจะสูญเสียศิษย์สายตรงไปจำนวนมาก แต่
การเก็บเกี่ยวของพวกเขาก็ยิ่งใหญ่มาก ในสองแหวนมิติที่อยู่กับเย่ฉุ่ยถง
มันมีหินตะวันม่วงประมาณแสนล้านก้อน หากพวกเขากลับไปยังนิกาย นี่
จะถือว่าเป็นบุญคุณที่ยิ่งใหญ่ต่อนิกายอย่างแท้จริง