Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,117 ขอบเขตของเก้าวิบัติ
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้ก่อตัวขึ้นเป็นวังวนสายรุ้งขยาย
ออกไปหลายร้อยไมล์ ศูนย์กลางวังวนสายรุ้งตกลงมายังตำหนักวิญญาณ
สัญจร ซึ่งคล้ายคลึงกับช่องทางขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อกับตำหนักวิญญาณ
สัญจร
ตำหนักวิญญาณสัญจรได้รวบรวมพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีมาก
ขึ้นเรื่อยๆ พลังงานต้นกำเนิดนี้มีความหนามากจนควบแน่นเป็นหมอก
หมอกควันส่วนใหญ่ถูกดูดเข้าไปในตำหนักวิญญาณสัญจร แต่บางส่วน
ยังคงอยู่ด้านนอกกลั่นตัวเป็นฝนพลังงานต้นกำเนิด
ด้วยจำนวนพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีมหาศาลที่มีตำหนัก
วิญญาณสัญจรเป็นศูนย์กลางของมัน ความอุดมสมบูรณ์ของพลังงานต้น
กำเนิดนี้จึงสามารถจินตนาการได้!
สำหรับหลินหมิง ตำแหน่งการปิดด่านของเขาก็อยู่ตรงนั้น
ต้นสิบผลตัดเต๋าได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์โดยมู่ฉุ่ยเทียน เมื่อ
พลังงานอันบริสุทธิ์ไร้เปรียบดังกล่าว ได้บรรจุแหล่งกำเนิดกฎเข้าไปใน
ร่างของหลินหมิง ร่างกายที่แห้งเหือดแล้วของเขาเริ่มฉายแสงสดใสบ้าง
ในเวลานี้ร่างกายของหลินหมิงดูเหมือนจะชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย แต่นี่
เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากสิบผลตัดเต๋า ถ้าใครใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญเพื่อฉีกร่างของหลินหมิง พวกเขาก็จะพบว่าร่างของเขาแข็งดั่ง
เหล็กศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้ว่าเนื้อหนัง โครงกระดูกและอวัยวะของเขาดูเหมือน
จะสูญเสียความมีชีวิตชีวาไปหมดแล้ว แต่ระดับความแข็งแกร่งยังมิได้
ลดลงเลยแม้แต่น้อย
การสลายร่างกายของหลินหมิงเป็นสิ่งที่ยากมาก!
นี่เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักสู้กายผันแปรที่ต้องเผชิญในการ
ทะลวงเก้าวิบัติ พวกเขาไม่สามารถย่อยสลายร่างกายได้!
มู่ฉุ่ยเทียนเฝ้าดูร่างกายที่เหี่ยวของหลินหมิง เริ่มเปล่งประกายแสงดั่ง
เช่นดวงอาทิตย์ ใบหน้าของนางสงบตลอดเวลา เก้าวิบัติจะเป็นสิ่งที่ยาก
ที่สุดสำหรับหลินหมิงในตอนนี้ มันจะยากกว่าที่เขาจะเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
หรือขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต ตอนนี้นางเริ่มใช้แก่นจิตวิญญาณของ
ต้นสิบผลตัดเต๋า และพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่รวบรวมโดยตำหนัก
วิญญาณสัญจรเริ่มต้นการกลั่นร่างกายหลินหมิง กลั่นร่างกายของเขาทีละ
นิดเพื่อให้เก้าวิบัติของเขาถึงขีดสุด
นี่เป็นกระบวนการที่ยาวนานอย่างยิ่ง ร่างกายของหมิงหลินเองก็
เหมือนกับเหล็กศักดิ์สิทธิ์ และพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีก็เหมือนกับ
เพลิงที่แท้จริง นี่คือการใช้เพลิงที่แท้จริง ในการค่อยๆละลายเหล็ก
ศักดิ์สิทธิ์จนกลายเป็นของเหลว และจากนั้นก็นำมาตี
ในระหว่างกระบวนการนี้ หลินหมิงจะต้องทนต่อความเจ็บปวดอย่าง
มากจากการที่ร่างกายของเขาถูกกลั่นผ่านพลังงาน สำหรับมู่ฉุ่ยเทียน
นางยังต้องหวาดกลัวจากการใช้พลังงานของตัวเอง และนางอาจต้อง
สูญเสียการบ่มเพาะของนางเล็กน้อย
วูซ! วูซ! วูซ!
มู่ฉุ่ยเทียนชี้ไปยังบัลลังก์ดอกบัวและเริ่มที่จะยิงรูนลึกลับออกไป
ภายใต้การควบคุมของนาง พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเริ่มที่จะ
เปล่งแสงจ้า ร่างกายของหลินหมิงเริ่มค่อยๆหลอมละลาย เริ่มต้นจากเส้น
ผม มือ ผิวหนัง เนื้อหนังและโลหิต
จนถึงขณะนี้ หลินหมิงก็ได้ทะลวงขั้นทำลายชีวิตมาแปดครั้งแล้ว
เพราะเขาบ่มเพาะระบบกายผันแปร การผ่านแต่ละขั้นจึงเป็นงานที่ยาก
มาก ถึงกระนั้นก็ตาม จากจุดที่หลินหมิงได้ระเบิดปราณแท้ในตันเถียน
และทำให้ร่างกายของเขาสลายตัว มันก็มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ มัน
ไม่ได้เป็นเช่นในวันนี้ที่ร่างกายของเขาสลายไปที่ละนิด
แท้จริงแล้วนั้น เขากำลังละลาย
ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาในขั้นทำลายชีวิต ร่างกาย ตันเถียนและวิญญาณ
ของหลินหมิงจะถูกบดขยี้เป็นอนุภาคเล็กๆและถูกเสริมพลังจากพลังงาน
แต่คราวนี้ ร่างของเขากำลังละลายเป็นหยด นี่เป็นรูปแบบของเหลว
ที่แท้จริง
ไม่ว่าอนุภาคเล็กจากการสลายจะเล็กเพียงใด พวกมันยังคงไม่เล็ก
กว่าของเหลวไปได้
ตามสิ่งนี้ ถ้าผู้ใดเสริมพลังร่างกายในสภาวะเช่นนี้ การสันดาปของ
พลังงานที่พวกเขาจะได้รับก็จะเป็นไปอย่างละเอียดมากขึ้น
ในสภาวะที่คลุมเครือนี้ ด้วยพลังชีวิตของเขาถูกตัดขาด หลินหมิง
ต้องทนทุกข์ทรมานกับปริมาณของพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
มหาศาล ที่กำลังหลอมสลายร่างกายของเขา…
หลังจาก 9 วันเต็มแล้ว ร่างกายของหลินหมิงก็ถูกละลายจนหมด
เนื้อหนัง โลหิต กระดูกและอวัยวะทั้งหมดกลายเป็นของเหลว ในระลอก
ของพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี มันมีร่องรอยของแสงสีแดงจางๆใน
อากาศ นี่คือร่างกายของเขาที่ได้รับการเสริมพลัง จากพลังต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพี
ตันเถียนของหลินหมิงเองก็ละลายไปอย่างสิ้นเชิง และวิญญาณของ
เขาก็แตกสลาย กลายเป็นพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ผสานเข้ากับ ‘หมอกแห่ง
ชีวิต’
กฎแปลกๆของจักรวาลทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ และข้างหลินหมิง
มู่ฉุ่ยเทียนก็ยังคงระมัดระวังอย่างมาก จิตใจของนางแบกรับความเครียด
อย่างต่อเนื่อง ใน 9 วันที่ผ่านมานี้ นางไม่เคยหยุดพักแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนี้ หลินหมิงเพิ่งเสร็จสิ้นการเริ่มต้นของเก้าวิบัติ และเริ่มที่จะผสาน
ร่างกายของตนแล้ว กระบวนการนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน
ต้องใช้เวลาอีกนานสำหรับหลินหมิงที่จะทะลวงเก้าวิบัติ เมื่อ
เปรียบเทียบกับนักสู้คนอื่นๆ และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนอกตำหนัก
วิญญาณสัญจรก็ยังคงดำเนินต่อไป…
ในพริบตา หนึ่งเดือนก็ได้ผ่านไป
วูป –!
ผู้อาวุโสหลายคนรวมตัวกันในห้องโถงประชุม แสงยันต์สื่อสารลุก
ไหม้ขึ้นต่อหน้าพวกเขา
นี่คือคำสั่งของเจ้านิกายเสี่ยวโฮเทียน
“เจ้านิกายได้ออกคำสั่ง เขาต้องการให้เราออกไปและเริ่มเตรียมตัว
หลินหมิงกำลังใกล้จุดสูงสุดของเก้าวิบัติ และเขาต้องการให้เราไป
เตรียมพร้อมที่จะเปิดใช้รูปแบบค่ายกลปกปิด” เสี่ยวฮ่าวเฉียนพูดขึ้น
เสียงของเขาดูไม่เห็นด้วย
หลินหมิงกำลังทะลวงเก้าวิบัติ และภารกิจของพวกเขาคือการปกปิด
ความผันผวนของพลังงาน จากแหล่งกำเนิดของสวรรค์และโลกที่อาจ
เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
บนท้องฟ้าเหนือเกาะวิญญาณสัญจร วังวนพลังงานต้นกำเนิดสีรุ้ง
ไม่ได้จางหายไปเลย กลับกัน มันขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
โชคดีที่เกาะวิญญาณสัญจรมีความกว้างมาก มิเช่นนั้นวังวนพลังงาน
ต้นกำเนิดสีรุ้งนี้อาจขยายออกสู่ทะเล
ฉากที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และแหล่งกำเนิดพลังงานที่อุดม
สมบูรณ์ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน!
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้ถูกรวบรวมไว้ในรูปแบบค่ายกลของ
ตำหนักวิญญาณสัญจร แต่หากจะเปิดใช้งานรูปแบบค่ายกลของตำหนัก
วิญญาณสัญจร มันต้องใช้หินตะวันม่วงจำนวนมาก!
เสี่ยวโฮเทียนเกรงว่าในเดือนนี้เขาได้ใช้หินตะวันม่วงไปนับพันล้าน
แล้ว
นี่เป็นทรัพยากรจำนวนมาก! ศิษย์รุ่นเยาว์ได้รับประสบการณ์ชีวิต
และความตาย ในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายเพื่อรวบรวม
ทรัพยากรเหล่านี้
ถึงแม้เกาะวิญญาณสัญจรจะได้รับการเก็บเกี่ยวที่มหาศาล แต่พวก
เขาก็ยังไม่สามารถใช้แหล่งทรัพยากรในอัตราที่มหาศาลเช่นนี้ได้
นี่เป็นแค่การทะลวงเก้าวิบัติ! ถ้าไม่มีใครรู้ คนส่วนใหญ่ก็จะคิดว่า
เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้อาวุโสสูงสุดของเกาะวิญญาณสัญจร กำลังทะลวงเข้าสู่
ขั้นผู้ปกครองเทวะ!
ด้วยพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่อุดมสมบูรณ์นี้ มันทำให้เกิดฝน
พลังต้นกำเนิดที่ตกหนักทั่วเกาะวิญญาณสัญจร
เสี่ยวฮ่าวเฉียนมองไปยังฝนพลังต้นกำเนิดที่ตกลงมาจากฟากฟ้า
และรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เขากล่าวผ่านกระแสเสียงปราณแท้ว่า “นี่เป็น
การทะลวงเก้าวิบัติ? รูปแบบค่ายกลทั้งตำหนักวิญญาณสัญจรถูกใช้
สำหรับเขา และพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีทั้งหมดหลายพันไมล์ก็
รวมตัวกันที่นี่ นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ? แล้วถ้าเขาทะลวงขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต เขาจะไม่ผลาญแหล่งพลังของตำหนัก
วิญญาณสัญจรราวกับขนมหรือ?”
ในหลายวันที่ผ่านมา ภายใต้คำพูดของเสี่ยวฮ่าวเฉียน ผู้อาวุโสที่ไม่
พอใจกับมู่ฉุ่ยเทียนได้รวมตัวกัน แน่นอน พวกเขาทำได้เพียงคุยกันผ่าน
กระแสเสียงปราณแท้ ไม่มีใครกล้าพูดออกมาภายนอกแม้แต่คำเดียว
มีผู้อาวุโสไม่มากก็น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับมู่ฉุ่ยเทียน ส่วนน้อยจะเป็น
กลางและไม่ได้แสดงมุมมองใดๆ
“พอได้แล้ว หลินหมิงเป็นผู้บ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงาน
เพราะฉะนั้นการทะลวงเก้าวิบัติจึงเป็นสิ่งที่ฝ่าฝืนกฎของโลก และ
เหมือนกับการท้าทายเจตจำนงของสวรรค์ นั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิด
เหตุการณ์ขนาดใหญ่ดังกล่าว จะดีที่สุดถ้าเราทำตามคำสั่ง แม้ว่าเราจะไม่
พอใจก็ตาม ทุกคนควรตระหนักว่าสถานะของนางมีความละเอียดอ่อน
และไม่สามารถเปิดเผยได้ ถ้าเราไม่สามารถจัดการรูปแบบค่ายกลได้ดี
พอแล้ว มันก็อาจก่อให้เกิดการดึงดูดคนนอกเกาะวิญญาณสัญจร ถ้าเกิด
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมันอาจมีศัตรูลึกลับที่ไม่รู้จักโผล่มา!”
ผู้อาวุโสที่เป็นกลางกล่าว ทุกคนจึงช่วยไม่ได้ที่จะกลัวศัตรูลึกลับ
ของมู่ฉุ่ยเทียน หากศัตรูลึกลับคนนี้พยายามจะแก้แค้น มู่ฉุ่ยเทียนอาจจะ
ไม่สามารถฆ่าเขาได้ และเกาะวิญญาณสัญจรก็จะพบภัยพิบัติที่แท้จริง
รากฐานของเกาะวิญญาณสัญจรเชื่อมต่ออย่างลึกซึ้งกับแดนศักดิ์สิทธิ์ใน
อดีต และเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับศัตรูลึกลับคนนี้ที่จะปล่อยเกาะวิญญาณ
สัญจรไป
เสี่ยวฮ่าวเฉียนกล่าวขึ้นว่า “พวกเจ้ากำลังตื่นตูมกันเกินเหตุ แม้ว่า
หลินหมิงจะเรียกสวรรค์ชั้น 9 หรือแม้กระทั่งสวรรค์ชั้น 12 มาได้ใน
ช่วงเวลาเก้าวิบัติ แล้วมันอย่างไรเล่า? ข้าเพียงคนเดียวก็สามารถรับมือ
กับมันได้แล้ว”
ในโลกแห่งนักสู้ เก้าวิบัติจะนำมาซึ่งเมฆพลังงานต้นกำเนิดหลาย
ระดับ และพวกมันยังมีชื่อที่แตกต่างกัน
ทุกสวรรค์ของเก้าวิบัติจะสอดคล้องกับเมฆพลังงานต้นกำเนิด 3 ไมล์
สามชั้นแรกเป็นสวรรค์ชั้นพื้นฐานที่สุดของเก้าวิบัติ ที่จะสร้างเมฆพลังงาน
ต้นกำเนิดที่มีความกว้างได้ 9 ไมล์ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อสามระดับต่ำ
เมื่อทะลวงเก้าวิบัติ นักสู้เกือบ 99% จะหยุดอยู่ที่สามระดับต่ำนี้
บางคนอาจพบว่ามากที่สุดคือสวรรค์ชั้น 2 และสวรรค์ชั้น 3
ในเก้าวิบัติ จากสวรรค์ชั้น 4 ถึงสวรรค์ชั้น 6 มันถือว่าเป็นสาม
ระดับกลาง เมื่อไป่หมิงอวี้และเย่ฉุ่ยถงทะลวงเก้าวิบัติ พวกเขาได้ทำให้
เกิดสวรรค์ชั้น 6 และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสามระดับกลาง
หลังจากนั้นก็เป็นสามระดับสูง มันสอดคล้องกับสวรรค์ชั้น 7 ขึ้นไป
ถึงสวรรค์ชั้น 9
เพื่อให้ได้ระดับที่เหนือกว่าสามระดับนั้น มันก็น่าจะเป็นคนที่อยู่ใน
ตำแหน่งสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์ ตัวอย่างเช่น ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณซึ่งมี
ยอดอัจฉริยะเช่นเซี่ยวผิง
สามระดับสูงและสวรรค์ชั้น 9 จะถือว่าเป็นยอดนักสู้ สำหรับพวกเขา
จะใช้เก้าเป็นตัวเลขสูงสุด และได้มีการกล่าวกันว่าเมื่อไปถึงสวรรค์ชั้น 9
พวกเขาสามารถย้อนกลับจักรวาลได้โดยใช้เพียงนิ้วมือของตนเอง นั่น
หมายความว่าถ้านักสู้สามารถเข้าถึงสวรรค์ชั้น 9 ในช่วงเก้าวิบัติ และรับ
สันดาปจากกฎแห่งเต๋าสวรรค์ พวกเขาก็จะสามารถกลายเป็นผู้ปกครอง
เทวะได้ในอนาคต ถ้าพวกเขากลายเป็นผู้ปกครองเทวะ พวกเขาก็สามารถ
ที่จะหวนกลับหยินและหยางและพลิกโลกได้
อย่างไรก็ตาม เหนือสามระดับสูง มันยังมีขอบเขตที่สูงกว่าสวรรค์ชั้น
9 และนั่นคือสามระดับสูงสุด สามระดับสูงสุดคือการเพิ่มขึ้นเป็นสวรรค์
ชั้น 12 ในช่วงเก้าวิบัติ นั่นเป็นอีกขอบเขตหนึ่ง
ท่านกลางรุ่นเยาว์ใน 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ มันก็มีเพียงหนึ่งเดียวที่
สามารถบรรลุเก้าวิบัติสามระดับสูงสุดได้ และนั่นคือมังกรหนึ่งแห่งเผ่า
มังกรโบราณ แม้ว่าหลินหมิงในปัจจุบันจะสู้กับมังกรหนึ่งที่อยู่ในขั้นเทพ
สมุทรช่วงกลางได้ แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจถึงการเอาชนะ และสามารถ
รับประกันได้ว่าเขาจะสามารถรอดชีวิตไปได้
เหนือสามระดับสูงสุดยังมีอีกขอบเขตหนึ่ง นั่นคือสามระดับสมบูรณ์
แต่สำหรับผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจร ขอบเขตนี้ไม่มีอันใดไป
มากกว่าตำนาน
สามระดับสูงสุดจะปรากฏเฉพาะในแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ
เท่านั้น ตัวอย่างเช่น มันจะต้องเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะเช่นชือจ้า
นอวิ๋น
สำหรับผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจร แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชัน
พิภพเป็นเพียงการดำรงอยู่ของสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถสัมผัสได้ และเมื่อ
ศิษย์อัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพทะลวงเก้าวิบัติ พวกเขา
ก็จะทำเช่นนั้นในสถานที่ลับสุดยอด แล้วเหล่าผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณ
สัญจรจะมีโอกาสพบเห็นได้อย่างไร?
มิต้องกล่าวถึงสามระดับสูงสุด แม้แต่สามระดับสูงสวรรค์ชั้น 7 ก็ยัง
ยากที่จะพบเห็นได้แล้ว
พวกเขาเพียงรู้เล็กน้อยว่ามีขอบเขตเช่นนั้นอยู่ในโลกนี้ แม้แต่ในสาม
ระดับสูงสุด ก็เกิดเฉพาะกับสัตว์ประหลาดอัจฉริยะที่เหนือกว่าผู้อื่น
สำหรับที่ว่าปรากฏการณ์ใดจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาทะลวงขั้นทำลายชีวิตก็
ไม่มีใครรู้
ดังนั้น เมื่อเหล่าผู้อาวุโสได้ยินเสี่ยวฮ่าวเฉียนกล่าวถึงสามระดับ
สมบูรณ์สวรรค์ชั้น 12 ทุกคนจึงตกใจ
สามระดับสมบูรณ์สวรรค์ชั้น 12 ผู้อาวุโส “ท่านบอกว่าหลินหมิงจะ
สามารถไปถึงสวรรค์ชั้น 12 ในเก้าวิบัตินี้?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามออกมา
ด้วยความไม่เชื่อเขาไม่รู้เลยว่าสวรรค์ชั้น 12 ที่มีเมฆพลังงานต้นกำเนิด
รัศมี 36 ไมล์นั้นเป็นเช่นไร