Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,118 เมฆพลังงานต้นกำเนิดที่พลุ่งพล่าน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,118 เมฆพลังงานต้นกำเนิดที่พลุ่งพล่าน
ผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจรทั้งหมดต่างเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
ในความเห็นของพวกเขา สำหรับอัจฉริยะเก้าวิบัติสามระดับต่ำที่จะ
กลายเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้เป็นปัญหาเลย ในแง่ของ
ประสบการณ์และความรู้ พวกเขายังด้อยกว่าเสี่ยวฮ่าวเฉียนมาก
เสี่ยวฮ่าวเฉียนเค้นเสียงและกล่าวว่า “หึ เก้าวิบัติสวรรค์ชั้น 12 มิได้
มากมายอันใด พวกเจ้าคิดว่าเก้าวิบัติสวรรค์ชั้น 12 เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ
มากถึงเพียงนั้น? ในความเป็นจริง ในแดนเทวะอันกว้างใหญ่ มันมี
อัจฉริยะนับไม่ถ้วนที่บรรลุเก้าวิบัติสวรรค์ชั้น 12 ได้! ข้าเคยเห็นด้วยตา
ของตัวเองถึงอัจฉริยะแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์สามระดับสูงสุดสวรรค์ชั้น 11
ขณะที่เสี่ยวฮ่าวเฉียนพูด ผู้อาวุโสหลายคนก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
การได้เป็นสักขีพยานในสามระดับสูงสุดขั้นทำลายชีวิตก็เป็นโชคบ้างแล้ว
มันเหมือนกับมนุษย์ที่สามารถมองเห็นฝนดาวตกได้ เป็นเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งอาจกระตุ้นความอยากรู้และให้แรงบันดาลใจได้
เล็กน้อย
“เช่นนั้นท่านผู้อาวุโสก็เคยมีประสบการณ์กับสามระดับสูงสุดมาแล้ว
นี่เอง”
“อืม! อัจฉริยะสวรรค์ชั้น 9 นั้น ถ้าพวกเขาไม่ตาย พวกเขาก็จะ
กลายเป็นผู้ปกครองเทวะในอนาคตได้อย่างง่ายดาย เหนือจากนั้นก็เป็น
สวรรค์ชั้น 10-12 พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างราบรื่น และ
สามารถเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะได้ นักสู้เหล่านั้นในวันหนึ่งจะเป็นขั้น
ผู้ปกครองเทวะชั้นสูง ความแตกต่างระหว่างผู้ปกครองเทวะทั่วไป และ
ผู้ปกครองเทวะชั้นสูงนั้นมากมายอย่างยิ่ง! ผู้หญิงคนนั้นได้ใช้ทรัพยากร
จำนวนมากเพื่อที่จะยกระดับหลินหมิงขึ้นมา และหากรวมกับพรสวรรค์
พอใช้ของเขาที่มีอยู่แล้ว มันจึงไม่แปลกที่จะสามารถกลายเป็นผู้ปกครอง
เทวะชั้นสูงได้”
เสี่ยวฮ่าวเฉียนเย้ยหยัน หลินหมิงมีพรสวรรค์ไร้เปรียบ แต่คำพูดจาก
ปากของเขากลับเรียกหลินหมิงว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์พอใช้แทน ขณะที่ผู้
อาวุโสโดยรอบได้ยินเรื่องนี้ สีหน้าของพวกเขากลายเป็นแปลกๆ เห็นได้
ชัดว่าเสี่ยวฮ่าวเฉียนไม่อยากจะสรรเสริญหลินหมิงเลย
“มีการกล่าวว่า เก้าวิบัติระดับสูงจะมีปรากฏการณ์ทางโลกเกิดขึ้น
ตามมา ผู้อาวุโส ท่านคิดว่าสวรรค์ชั้น 12 จะมีปรากฏการณ์ทางโลกชนิด
ใด?”
ผู้อาวุโสอีกคนถาม ตามตำราโบราณ เก้าวิบัติระดับสูงมักจะตามมา
พร้อมกับปรากฏการณ์ทางโลก กล่าวกันว่าปรากฏการณ์ต่างๆเหล่านี้จะมี
ลักษณะแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ และความแข็งแกร่งของนักสู้
ตัวอย่างเช่น มันมีปรากฏการณ์ทางโลกที่เกิดขึ้นตามเคล็ดบ่มเพาะ
เจตจำนงแห่งนักสู้ จิตวิญญาณต่อสู้และแง่มุมอื่นๆ
แม้กระทั่งนักสู้ที่มีชื่อเสียงหลายคนก็ยังได้รับสมญานามในอนาคต
จากปรากฏการณ์ทางโลกที่เกิดขึ้นในช่วงเก้าวิบัติของพวกเขา
ตัวอย่างเช่น มหาราชันพิภพของโลกนักสู้ที่แท้จริงเองก็มีสมญานามพิเศษ
คือ ราชันพิภพหอยสังข์
เหตุผลที่ทำให้เขามีชื่อแปลกๆเช่นนี้ มันก็เพราะในระหว่างเก้าวิบัติ
เมฆพลังงานต้นกำเนิดรอบๆ ตัวเขาได้กลายเป็นรูปของหอยสังข์ยักษ์
จากนั้น หอยสังข์ดังกล่าวก็ได้เปล่งเสียงที่น่าสะพรึงกลัวกวาดออกไปกว่า
800,000 ไมล์ เสียงของมันสามารถทำให้หินแตกร้าว มีเสียงสายฟ้า
กึกก้องไร้สิ้นสุด
ในรัศมี 800,000 ไมล์ มันไม่มีม่านพลังที่สามารถหยุดเสียงนี้ได้
นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ในอดีต การบ่มเพาะของราชันพิภพหอย
สังข์อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 แต่พลังทะลุทะลวงของเสียงนั้นไม่
เกี่ยวข้องกับระดับการบ่มเพาะของเขา เพราะเสียงนี้มาจากกฎของเต๋า
สวรรค์
แล้วม่านพลังทั่วไปจะสามารถป้องกันเสียงที่เกิดขึ้นจากกฎของโลก
ได้อย่างไร?
“ปรากฏการณ์ทางโลก? ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! เจ้าคิดว่าปรากฏการณ์
ทางโลกเป็นเช่นกะหล่ำปลีที่เจ้าสามารถซื้อได้จากแผงลอยตามตลาด?
สาเหตุที่ปรากฏการณ์ต่างๆเรียกว่าปรากฏการณ์นั้นมีโอกาศน้อยมากที่
จะปรากฏขึ้น แม้กระทั่งสวรรค์ชั้น 13-15 ก็ยังจะไม่ก่อให้เกิด
ปรากฏการณ์ทางโลก! ปรากฏการณ์ทางโลกต้องการสวรรค์ชั้นสูงยิ่งกว่า
นี้!”
“แล้วต้องสูงเพียงใด? หรือว่ายังมีสิ่งที่อยู่เหนือสามระดับสมบูรณ์?”
“ใช่แล้ว ข้าเองก็ยังอยากรู้ สวรรค์กี่ชั้นที่เก้าวิบัติสามารถบรรลุได้?”
ในโลกของนักสู้ มรดกทั้งหมดถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เคล็ดบ่มเพาะ
ที่หายาก รูปแบบค่ายกล ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ กฎเต๋าสวรรค์และ
แม้แต่ประสบการณ์การฝึกฝน ทั้งหมดจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดภายใน
นิกาย เป็นไปไม่ได้ที่กลุ่มนิกายระดับต่ำจะรู้ถึงสิ่งที่ได้รับการบันทึกไว้ใน
ตำราโบราณของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ ดังนั้น สำหรับผู้อาวุโส
เหล่านี้ ความลึกลับของเก้าวิบัติระดับสูงจึงเป็นปริศนาเสมอ
แน่นอน เสี่ยวฮ่าวเฉียนก็ไม่รู้มากมากนัก ขณะที่โดนพวกเขาถาม
คำถามนี้ เขานิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม
แต่เขาก็เลือกที่จะเปิดปากก่อนที่จะปิดมันลงชั่วครู่หนึ่ง แล้วพูด
อย่างไม่เป็นทางการว่า “ไม่มีความหมายอะไรที่พวกเราจะรู้ถึงสิ่งเหล่านี้
ไม่ว่าในกรณีใดๆ เราก็ไม่สามารถทำอะไรกับข้อมูลดังกล่าวได้ แต่ใน
ระหว่างกระบวนการของเก้าวิบัติ เราจะสามารถเข้าใจกระบวนการของ
เก้าวิบัติได้ถึงสามระดับสูงสุด ข้าแค่หวังว่าหลินหมิงจะไม่ทำให้เราผิดหวัง
มากเกินไป ถ้าเขาล้มเหลวในเก้าวิบัติ นั่นก็เพราะขอบเขตกายผันแปร
ของเขาสูงเกินไป และจะเป็นเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่”
ขณะที่เสี่ยวฮ่าวเฉียนกำลังพูด มันก็มีการระเบิดครั้งใหญ่เกิดขึ้น
ภายนอก พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีรอบเกาะวิญญาณสัญจรได้สั่น
ไหวอย่างรุนแรง ในขณะนั้น วังวนพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้รับ
แรงกระตุ้นอย่างรุนแรงราวกับว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น
ดวงตาของเสี่ยวฮ่าวเฉียนเบิกกว้างขึ้นในขณะนี้ “หืม? ดูเหมือนว่า
หลินหมิงจะประสบความสำเร็จในขั้นทำลายชีวิต และเขากำลังจะปฏิรูป
ร่างขึ้นมาแล้ว นอกจากนี้ ข้าคิดว่าขอบเขตกายผันแปรของเขาอาจไม่สูง
เกินไปอย่างที่เราคิด ถ้ามันสูงเกินไป ร่างกายของเขาจะไม่อาจสลายลงได้
และเขาก็จะล้มเหลวในเก้าวิบัติ
“ทุกคนประจำที่ แม้ว่านี่จะเป็นการตื่นตูมเกินเหตุที่ไม่น่าจะมีสิ่งใด
เกิดขึ้นก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นคำสั่งจากผู้หญิงคนนั้น เราไม่สามารถฝ่าฝืน
ได้ เพราะฉะนั้น อย่างน้อยที่สุดเราก็ควรจะพยายามอย่างมาก”
ขณะที่เสี่ยวฮ่าวเฉียนพูด ผู้อาวุโสอีก 11 คนก็บินไปยังตำแหน่งของ
ตน พวกเขาเริ่มควบคุมรูปแบบค่ายกลและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ
พวกมัน เพื่อปกปิดเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้
ในเวลานี้ ลึกลงไปในตำหนักวิญญาณสัญจร หลินหมิงอยู่ในสภาพที่
เนื้อหนัง โลหิตและกระดูกเป็นของเหลว หลังจากที่เสริมสร้างมันมานาน
กว่าหนึ่งเดือน เขาก็ได้ถึงขั้นตอนสุดท้ายของเก้าวิบัติ
และสำหรับนักสู้ที่กำลังทะลวงเก้าวิบัติ ในช่วงเวลาสุดท้ายนี้ มันเป็น
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดตลอดกระบวนการทั้งหมด นั่นเป็นเพราะเมื่อนักสู้
ได้ปฏิรูปร่างกายของตนเองอย่างเต็มที่จากพื้นฐาน และก้าวเข้าสู่เส้นทาง
แห่งเทพอย่างแท้จริง ซึ่งพวกเขาจะได้รับการสันดาปผ่านกฎของเต๋า
สวรรค์ นี่คือพิธีกรรมที่เรียกว่าการกลายเป็นเทพ!
ในระหว่างพิธีกรรมของการกลายเป็นเทพ เมฆพลังงานต้นกำเนิดที่
แท้จริงจะเกิดขึ้น พิธีกรรมนี้จะเป็นตัวกำหนดจำนวนสวรรค์ของนักสู้ นัก
สู้จะอาบในเมฆพลังงานต้นกำเนิดเหล่านี้โดยตรง หลอมรวมกับเสี้ยวกฎ
ของโลก ถ้าพวกเขาสามารถหลอมรวมกับกฎเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ รูน
เต๋าอันยิ่งใหญ่จะสลักลงในเนื้อหนังและโลหิตของพวกเขา ข้อได้เปรียบนี้
จะทำให้การบ่มเพาะในอนาคตสามารถจินตนาการได้
“เริ่มได้!”
หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนโดยไม่ได้หยุดพัก มู่ฉุ่ยเทียนก็รู้สึกเหนื่อย
ล้า นางหายใจเข้าลึกๆ สายตาที่แหลมคมของนางดูเหมือนจะมองทะลุ
ผ่านเกาะวิญญาณสัญจร และเห็นแหล่งพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
ภายนอกได้
นางรู้ว่านี่เป็นช่วงสุดท้ายแล้ว ช่วงเวลานี้จะเป็นผลจากความ
พยายามที่สะสมมาของนาง!
ช่วงเวลานี้จะบ่งบอกให้นางรู้ถึงการตัดสินใจของมู่เชียนเสวียว่าจะ
ถูกต้องหรือไม่ และความพยายามของนางที่ทำมาตลอดหนึ่งเดือน และใช้
ต้นสิบผลตัดเต๋าจะเป็นอย่างไร นี่จะบอกนางถึงขีดจำกัดในอนาคตของ
หลินหมิง จากช่วงเวลาเก้าวิบัติสุดท้ายนี้ จากกฎเต๋าสวรรค์ที่หลินหมิงได้
อาบ มันก็จะสามารถประเมินศักยภาพในอนาคตของเขาได้!
เพื่อแสวงหาเก้าวิบัติและเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ขั้นทำลายชีวิตระดับ
9 คือจุดเปลี่ยนจากมนุษย์กลายเป็นเทพ ก่อนที่นักสู้จะกลายเป็น
ผู้ปกครองเทวะ นี่เป็นขอบเขตที่สำคัญที่สุดของพวกเขา มันอาจจะ
เรียกว่ารากฐานของพวกเขาในการกลายเป็นเทพ!
หากฐานรากนี้แข็งแกร่ง มันก็อาจมีความเป็นไปได้ที่มากขึ้นใน
อนาคต หากรากฐานนี้สั่นคลอน มันก็จะเป็นการยากแม้แต่การก้าวเข้าสู่
ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
วูป วูป วูป!
สายลมพัดขึ้นระหว่างสวรรค์และปฐพี พลังต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพีสั่นสะเทือนราวกับคลื่นที่ไร้สิ้นสุด เมฆพลังงานต้นกำเนิดยังไม่เริ่มก่อ
ตัวขึ้น แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายในท้องฟ้าเหนือเกาะ
วิญญาณสัญจร
รอบๆตำหนักวิญญาณสัญจร ผู้อาวุโสที่จัดการรูปแบบค่ายกลได้เห็น
ฉากนี้ก็กล่าวขึ้นมา “ผู้อาวุโส เมฆพลังงานต้นกำเนิดควรจะก่อตัวขึ้นในไม่
ช้า มองไปยังความยิ่งใหญ่นี้ มันก็ไม่ควรจะเล็ก…”
“อืม… มันค่อนข้าง… จะใหญ่”
เสี่ยวฮ่าวเฉียนกลืนน้ำลายและพยักหน้า เมฆพลังงานต้นกำเนิดนี้จะ เป็นเช่นไรนั้น เขาก็ไม่อาจรู้ได้เลย