Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,119 ขอบเขตของขีดจำกัดอยู่ที่ใดกัน?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,119 ขอบเขตของขีดจำกัดอยู่ที่ใดกัน?
สูงเหนือทะเลเมฆรอบๆตำหนักวิญญาณสัญจร พลังงานต้นกำเนิด
รุนแรงขึ้น สายลมเริ่มปั่นป่วนมากขึ้น และสภาพอากาศก็แปรปรวนด้วย
ความมืดและมีพายุ ในบรรยากาศคลุมเครือ รัศมีแสงสีรุ้งที่อยู่ล้อมรอบ
ตำหนักวิญญาณสัญจรเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นโดยพลังงานทุกประเภทที่รอบ
ตำหนักวิญญาณสัญจร
วูซซซ!
สองลำแสงพุ่งออกจากตำหนักวิญญาณสัญจร หนึ่งในนั้นคือเจ้า
นิกายเกาะวิญญาณสัญจร เสี่ยวโฮเทียน สำหรับอีกคนถูกห่อด้วยแสงสี
ขาวสว่าง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นภาพลักษณ์ของเขาได้เลย คนผู้นี้ดู
เหมือนผู้หญิงลึกลับที่สืบเชื้อสายมาจากสวรรค์
ผู้อาวุโสเสี่ยวฮ่าวเฉียนรู้จักผู้หญิงคนนี้ นางคือมู่ฉุ่ยเทียนนั่นเอง!
“ทั้งสองคนนี้ก็ออกมา…”
เสี่ยวฮ่าวเฉียนพึมพำ ถ้ามู่ฉุ่ยเทียนและเสี่ยวโฮเทียนโผล่ออกมา
เช่นนั้นมันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเก้าวิบัติของหลินหมิงกำลังจะจบลงอย่าง
แท้จริง ในเวลานี้ มู่ฉุ่ยเทียนได้ทำทุกอย่างที่นางทำได้แล้ว ทั้งหมดจะ
ขึ้นอยู่กับตัวหลินหมิงเอง
ต่อจากนั้น ชายชุดขาวก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าของตำหนักวิญญาณ
สัญจร เขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกาะวิญญาณสัญจรนอกจากมู่ฉุ่ย
เทียน ผู้อาวุโสสูงสุดไป่ซี!
เบื้องหลังไป่ซีเป็นชายชราสองคน พวกเขาเป็นผู้อาวุโสสูงสุดในเกาะ
วิญญาณสัญจรเช่นกัน พวกเขาเคยเป็นรองเจ้านิกาย แต่ในแง่ของความ
แข็งแกร่งและสถานะ พวกเขาก็ยังด้อยกว่าไป่ซี
ขณะที่ศิษย์หลายคนของเกาะวิญญาณสัญจรมองเห็นสามคนนี้ ทุก
คนต่างก็ตกใจ เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะรู้จักมู่ฉุ่ยเทียนที่ปกคลุมไป
ด้วยแสงสีขาวสว่างจ้า แต่มีศิษย์มากพอที่รู้จักไป่ซีและผู้อาวุโสสูงสุดคน
อื่นๆ
“สวรรค์! ไม่ใช่ว่านั่นคือสามผู้อาวุโสสูงสุดของเกาะวิญญาณสัญจร
หรอกหรือ? แม้แต่เจ้านิกายเสี่ยวก็ยังอยู่ที่นั่น!”
เหตุใดพวกเขาถึงออกมาด้วยกัน? ข้าคิดว่าหนึ่งในนั้นกำลังทะลวงขั้น
พลังอยู่ในตอนนี้เสียอีก แต่ตอนนี้มันดูเหมือนว่าจะเป็นคนอื่นแทน ผู้ใด
กันที่อยู่ในตำหนักวิญญาณสัญจร?”
เหล่าศิษย์ทุกคนล้วนสับสน ในฐานะศิษย์รุ่นเยาว์พวกเขาไม่เคยเห็น
ฉากที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน โดยปกติ พวกเขาทั้งหมดจึงคิดว่า
ปรากฏการณ์ทางโลกนี้ เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะจากผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย
เมื่อมาถึงจุดนี้ เสียงกังวานได้ดังออกมาจากส่วนลึกของตำหนัก
วิญญาณสัญจร ทะลุผ่านทั่วโลก ทะลุผ่านสวรรค์!
เสียงนี้เป็นเหมือนเสียงคำรามของมังกรที่แท้จริงซึ่งได้ตื่นขึ้นจาก
หลับใหล คำรามสู่สวรรค์!
หลังจากนั้น จากห้องใต้ดินของตำหนักวิญญาณสัญจร แสงศักดิ์สิทธิ์
สว่างขึ้นทั่วโลก พลังงานโลหิตบริสุทธิ์เปลี่ยนเมฆเป็นสีแดงเข้ม แสงสีแดง
ทะลุผ่านท้องฟ้า ชโลมทุกอย่างเป็นสีเลือด บดบังสายตาของทุกคน
วูป – วูป – !
พลังงานโลหิตควบแน่นและหมุนวน เผยให้เห็นรูปร่างของมังกรที่
แท้จริงสีแดง มันอาละวาดผ่านท้องฟ้า กวาดล้างเมฆทั้งหมดบนท้องฟ้า
เหนือเกาะวิญญาณสัญจรเป็นระยะหลายร้อยไมล์ออกไป มีเพียงมังกร
พลังงานโลหิตนี้เท่านั้น!
ขณะที่มังกรพลังงานโลหิตเคลื่อนผ่านไปในอากาศ พลังงานโลหิต
มหาศาลก็กวาดออกมาดั่งคลื่นยักษ์ที่ไร้สิ้นสุด!
ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรสีหน้าเปลี่ยนไป มังกรพลังงานโลหิตที่
ทะยานออกมาจากตำหนักวิญญาณสัญจร มีพลังงานโลหิตที่มีชีวิตชีวา
และมิใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถครอบครองได้! นี่ไม่ใช่คำถามเรื่องการบ่ม
เพาะแล้ว ยิ่งนักสู้ระบบการหลอมรวมปราณมีระดับการบ่มเพาะสูงขึ้น
มันก็จะเพิ่มพลังชีวิตและช่วยให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้นานยิ่งขึ้น อย่างไรก็
ตาม โลหิตชีวิตของพวกเขาจะยังคงมีขีดจำกัดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปกครองเทวะหรือราชันพิภพ พวกเขาก็ไม่ควรจะมีพลังงาน
โลหิตมหาศาลที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้ พลังงานโลหิตนี้กว้างใหญ่จน
มันคล้ายกับทะเลที่ไร้ก้น
“ไม่ใช่นักสู้ แต่เป็นสัตว์อสูรโบราณมหึมาหรือไม่?”
ศิษย์รุ่นเยาว์ทุกคนของตำหนักวิญญาณสัญจรต่างมีความคิดเช่นนี้
ในเวลานี้ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเริ่มควบแน่น เสี้ยวกฎเต๋า
สวรรค์นับไม่ถ้วนรวบรวมกันในอากาศ สร้างเป็นเมฆพลังงานต้นกำเนิด!
“เมฆพลังงานต้นกำเนิดได้ปรากฏขึ้นแล้ว!”
“ในที่สุด!”
มู่ฉุ่ยเทียน, เสี่ยวโฮเทียน และผู้อาวุโสคนอื่นๆของเกาะวิญญาณ
สัญจรกำลังรอคอยเวลานี้ นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเก้าวิบัติ – การ
สร้างเมฆพลังงานต้นกำเนิด!
“หืม… เมฆพลังงานต้นกำเนิดนี่…” มู่ฉุ่ยเทียนคิ้วขมวด นางเงยหน้า
ขึ้นมองบนท้องฟ้า โดยปกติแล้ว นักสู้จะสร้างเมฆพลังงานต้นกำเนิดที่มี
สีสันสดใสและเป็นมงคล สีของมันจะเป็นสัญลักษณ์ของเคล็ดบ่มเพาะที่
พวกเขาฝึกฝน ตัวอย่างเช่น นักสู้ของเกาะวิญญาณสัญจรหลายคนได้บ่ม
เพาะกฎแห่งไม้ มันทำให้เมฆที่พวกเขาก่อตัวขึ้นเป็นสีเขียวมรกตเข้ม เผ่า
ฟีนิกซ์โบราณบ่มเพาะกฎแห่งเพลิง ทำให้เมฆที่พวกเขาสร้างขึ้นเป็นสีแดง
สดใส สีม่วงก็จะเป็นการบ่มเพาะของกฎแห่งสายฟ้า และทำให้เมฆเป็นสี
ม่วง
แต่เมฆพลังงานต้นกำเนิดของหลินหมิง ไม่ได้เป็นสีแดงเหมือนเพลิง
หรือสีม่วงเช่นสายฟ้า แต่เป็นสีเทาเข้ม พายุขนาดใหญ่นี้ยังมีจิตสังหารที่
รุนแรงราวกับจะกลืนกินโลก!
เมื่อเมฆต้นกำเนิดของพลังงานเริ่มแผ่กระจายไปทั่วเกาะวิญญาณ
สัญจร มันก็เหมือนกับวันโลกาวินาศได้มาถึง
หลังจากที่มันปรากฏขึ้น มันขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่
ลมหายหายใจ มันก็ขยายจนเป็นสามระดับต่ำ และตามมาด้วยสาม
ระดับกลาง!
“เมฆพลังงานต้นกำเนิดรัศมี 24 ไมล์ นั่นคือสวรรค์ชั้น 8 ถ้ายัง
เพิ่มขึ้นเช่นนี้ เขาก็จะไปถึงสามระดับสูงสุด!”
“จากฉากที่เห็นนี้ บางทีสามระดับสูงสุดก็อาจจะไม่ได้เป็นขีดจำกัด
ของหลินหมิง เขาอาจจะไปถึงสามระดับสมบูรณ์!”
“บางที… ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้ว หลินหมิงอาจจะไปถึงขั้นผู้ปกครองเท
วะชั้นสูง และไปถึงจุดสูงสุดขั้นผู้ปกครองเทวะในอนาคต แต่สำหรับกึ่ง
ราชันพิภพนั้น พลังงานต้นกำเนิดสามระดับสมบูรณ์ก็อาจจะยังไม่
เพียงพอ…” เสี่ยวฮ่าวเฉียนกล่าวอย่างช้าๆในขณะที่ผู้อาวุโสเริ่มคุยกัน
ในเวลานี้ สีหน้าของเขาไม่ดีนัก เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ในขณะที่
เขาเผชิญหน้ากับเมฆพลังงานต้นกำเนิดที่มีจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวนี้
เขาก็ได้รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมากกดทับลงมาบนเขา
เขาเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเมฆ
พลังงานต้นกำเนิดเก้าวิบัติของผู้เยาว์ เขากลับรู้สึกกดดันได้!
แน่นอน แรงกดดันนี้ไม่ได้มาจากหลินหมิง แต่มาจากกฎของเต๋า
สวรรค์ มันเหมือนกับว่าเขากำลังเผชิญหน้าจักรวาลอันกว้างใหญ่
เมื่อผู้อาวุโสเหล่านี้พูดกันเอง รัศมีของเมฆก็ขยายเพิ่มไปถึง 27 ไมล์
แล้ว และนี่เป็นสวรรค์ชั้น 9!
สวรรค์เก้าชั้นแรกถูกเรียกตามลำดับว่าสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ สวรรค์คราม
สวรรค์มรกตฟ้า สวรรค์หลัก สวรรค์หวนกลับ สวรรค์สั่นคลอน สวรรค์
ม่วง สวรรค์ท่วมท้น
เมื่อไปถึงสวรรค์ชั้น 9 นั่นจะทำให้ควบคุมความโกลาหลของจักรวาล
ไว้ที่ปลายนิ้วได้!
เก้าวิบัติสวรรค์ชั้น 9 เป็นขอบเขตใหม่!
หนึ่งก้าวถอยคือความตาย หนึ่งก้าวไปข้างหน้าคือการชำระให้
บริสุทธิ์
ไม่ว่าผู้ใดที่ประสบความสำเร็จในสวรรค์ชั้น 9 มันก็เป็นสัญลักษณ์ว่า
อัจฉริยะผู้นั้นอาจกลายเป็นผู้ปกครองเทวะที่แท้จริงได้ในอนาคต!
ในช่วง 50,000 ปีที่ผ่านมาของเกาะวิญญาณสัญจร มันไม่เคยมี
ผู้ปกครองเทวะที่แท้จริงปรากฏขึ้นมาก่อน มีเพียงเจ้านิกายคนก่อนและ
ไป่ซีในปัจจุบันที่เข้าใกล้ผู้ปกครองเทวะที่แท้จริง ถึงกระนั้นก็ตาม พวก
เขาก็ยังคงห่างเพียงก้าวเดียวอยู่เสมอ
ในแดนเทวะ ผู้ปกครองเทวะเป็นตัวตนที่โดดเด่นแม้แต่ในโลกที่
สำคัญ ดังนั้นขอบเขตนี้จะสามารถเข้าถึงโดยง่ายได้อย่างไร? เหตุผลเดียว
ที่มีผู้ปกครองเทวะจำนวนมากได้ก็เนื่องจากแดนเทวะยิ่งใหญ่เกินไป!
แน่นอน สวรรค์ชั้น 9 ของหลินหมิงเป็นเพียงการหยุดชะงักช่วงสั้นๆ
เท่านั้น ไม่นานหลังจากนั้น เมฆพลังงานต้นกำเนิดก็ขยายขึ้นเป็น 30 ไมล์
สวรรค์ชั้น 10!
จากนั้น…
สวรรค์ชั้น 11!
สวรรค์ชั้น 12!
เมฆพลังงานต้นกำเนิดเหมือนกับสัตว์ประหลาดที่ยังคงขยายตัว
ต่อไป มันทะลวงถึงสวรรค์ชั้น 12 โดยไม่หยุดลง!
ในการเข้าถึงสวรรค์ชั้น 12 คือการเข้าถึงสามระดับสมบูรณ์ เหนือ
สวรรค์ชั้น 9 ก็เป็นสวรรค์บรรพกาลกลียุค สวรรค์สูงสุดและสวรรค์เหนือ
สวรรค์!
หลังจากสวรรค์ชั้น 12 ก็จะเป็นสามระดับสมบูรณ์ของเก้าวิบัติ!
“เขาไปถึงสามระดับสมบูรณ์ได้! สวรรค์! มีคนบอกว่าผู้ที่เข้าถึงสาม
ระดับสมบูรณ์มีความหวังที่จะเป็นผู้ปกครองเทวะสูงสุดได้!”
“ข้าสงสัยว่าหลินหมิงที่มีโอกาสทะลวงผ่านสามระดับสมบูรณ์ไปได้
จะเป็นเช่นไร สิ่งใดที่อยู่นอกเหนือขอบเขตดังกล่าว?” ผู้อาวุโสที่ควบคุม
ค่ายกลเริ่มตะโกนออกมา บางคนมองไปยังเสี่ยวฮ่าวเฉียน ‘ที่มาก
ประสบการณ์’ เพื่อหาคำตอบ
เสี่ยวฮ่าวเฉียนแสร้งยิ้ม แน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้ว่ามีอะไรที่อยู่เหนือ
สามระดับสมบูรณ์ของเก้าวิบัติ เรื่องนี้ได้เหนือกว่าขอบเขตความรู้ของเขา
ไปแล้ว
“เจ้าเด็กนี่ค่อนข้างโชคดี เขาสามารถเข้าสู่สามระดับสมบูรณ์ได้
อย่างไรก็ตาม ทุกระดับหลังจากนั้นจะทวีคูณความยากลำบาก…”
เสี่ยวฮ่าวเฉียนพยายามฝืนอธิบาย ‘อย่างจริงจัง’ ในขณะที่เขา
พยายามรักษาใบหน้าที่สงบไว้ แต่ในความเป็นจริงสำหรับสิ่งที่อยู่
นอกเหนือจากสามระดับสมบูรณ์ หรือมันยากแค่ไหนที่จะเข้าถึงมัน เขา
ไม่อาจรู้ได้เลย
เมฆพลังงานต้นกำเนิดทะลุผ่าน 36 ไมล์ และกว้างถึง 40 ไมล์แล้ว
ในเวลาเดียวกัน จิตสังหารที่หนาแน่นของเมฆพลังงานต้นกำเนิด
กลายเป็นรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น!
ในเมฆเหล่านั้น ทุกรูปแบบแผนภาพเต๋าสวรรค์เบื้องบนได้เริ่มก่อตัว
ขึ้น แผนภาพเต๋าเหล่านี้ทั้งลึกลับและลึกซึ้ง บางอันส่องแสงเหมือนดวง
อาทิตย์ บางอันธรรมดาและเรียบง่าย และบางอันกระทั่งพลุ่งพล่านด้วย
จิตสังหาร!
เมฆพลังงานต้นกำเนิดเป็นเหมือนสัตว์อสูรโบราณดุร้าย ที่ยืดขยาย
ร่างของมันออกไป มันมีความตะกละและไม่รู้จักพอ กลืนกินพลังต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพีรอบๆตัวมันอย่างไร้สิ้นสุด!
ผู้อาวุโสขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เหล่าศิษย์
รุ่นเยาว์ต่างรู้สึกกดดันอย่างหนักหน่วง
พลังงานโลหิตมหึมา จิตสังหารอันหนาแน่น และลมหายใจแห่งเต๋า
อันยิ่งใหญ่ ทั้งหมดนี้ทำให้เหตุการณ์นี้ยากลำบากสำหรับพวกเขาที่จะ
ทานทนได้
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? มังกรที่แท้จริงกำลังฟักไข่ในตำหนัก
วิญญาณสัญจรหรือไม่?”
แม้ว่าศิษย์หลายคนของเกาะวิญญาณสัญจรจะเคยเห็นศิษย์สายตรง
ทะลวงเก้าวิบัติมาก่อน แต่พวกเขาไม่สามารถเชื่อมโยงฉากเหล่านี้กับเก้า
วิบัติที่เกิดขึ้นต่อหน้าของตนได้
แน่นอน เย่ฉุ่ยถงรู้ว่าหลินหมิงกำลังทะลวงเก้าวิบัติ ในเวลานี้ ขณะที่
เย่ฉุ่ยถงมองไปยังเมฆพลังงานต้นกำเนิดในท้องฟ้าที่กลายเป็นสวรรค์ชั้น
14 นางสูดลมหายใจเย็น มันยังจะเติบโตอีก? ขีดจำกัดของหลินหมิงอยู่ที่
ใดกันแน่?
“บางที… เมื่อผู้อาวุโสลึกลับกล่าวว่าศิษย์น้องหลินจะบ่มเพาะจน
กลายเป็นมหาราชันพิภพ และจากนั้นก็จะสนับสนุนเกาะวิญญาณสัญจร
นั้น สิ่งเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นจริงก็เป็นได้…”
ในขณะที่เย่ฉุ่ยถงคิดได้เช่นนี้ แสงสว่างก็ปรากฎขึ้นในดวงตาที่งดงาม
ของนาง
สวรรค์ชั้น 16!
เขาทะลวงเข้าสู่สามระดับสมบูรณ์ของเก้าวิบัติแล้ว!
ถ้าเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป มันก็เป็นขอบเขตที่พวกเขาไม่อาจรู้จัก
แล้ว นอกเหนือจากมู่ฉุ่ยเทียนแล้ว มันก็ไม่มีใครเคยมีประสบการณ์กับ
ฉากเช่นนี้มาก่อน
ในตอนนี้ ร่องรอยของความพึงพอใจได้ปรากฏบนใบหน้าของมู่ฉุ่ย
เทียน
ในความเห็นของนาง หลังจากหลินหมิงทะลวงเข้าสู่สามระดับ
สมบูรณ์แล้ว เขาก็ยังคงมีแรงผลักดันพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ อย่าง
น้อยเขาสามารถที่จะทะลวงผ่านอีกห้าหรือหกชั้นสวรรค์ และเฉพาะการ
บรรลุเช่นนั้นได้ มันจึงเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานที่มู่ฉุ่ยเทียนต้องการ
จากเขา ถ้าเขาไม่สามารถทะลวงผ่านสามระดับสมบูรณ์ของเก้าวิบัติได้
ความพยายามทั้งหมดของนางจะเป็นเรื่องตลก
“เชียนเสวีย การตัดสินของเจ้าค่อนข้างดี” มู่ฉุ่ยเทียนกล่าวกับมู่เชียน
เสวียผ่านกระแสเสียงปราณแท้
มู่เชียนเสวียเพียงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านป้า สิ่งที่ท่านได้เห็นเป็น
เพียงฉากเริ่มต้นเท่านั้น พรสวรรค์ของหลินหมิงยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ต้น
และเขายังได้ใช้วัสดุสวรรค์มากมายในขั้นทำลายชีวิต มันเป็นสมบัติที่ทำ
ให้แม้แต่ราชันพิภพยังต้องบ้าคลั่งด้วยความอิจฉา สมบัติเหล่านี้ถูกใช้เพื่อ
วางรากฐาน และช่วยฝึกฝนการบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงาน ตอนนี้เมื่อ
เขาทะลวงเก้าวิบัติ เขาก็ย่อมเป็นดั่งมังกรที่โผล่ขึ้นมาจากสระ และพร้อม
ที่จะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ แล้วเขาจะมาหยุดอยู่เพียงสวรรค์ชั้น 16 ได้
อย่างไร? นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ข้าเฝ้าดูเขาเติบโตขึ้นมาด้วยตัวเอง
ดังนั้นข้าย่อมรู้อย่างชัดเจนในหัวใจของข้า!”
“โอ้? เชียนเสวีย เจ้าคิดว่าหลินหมิงจะสามารถเหนือกว่าเจ้าในอดีต
ได้เช่นนั้นหรือ?
“แน่นอน!” มู่เชียนเสวียพยักหน้าอย่างแน่วแน่ ดวงตาของนางเต็มไป
ด้วยความหวัง