Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,132 ความลึกลับของลูกแก้วสีดำ
ปรึบ!
มือขวาของหลินหมิงเอื้อมไปคว้าหอกโลหิตฟีนิกซ์ไว้
ในมือของหลินหมิง หอกโลหิตฟีนิกซ์ส่งเสียงร้องตื่นเต้น เขาสามารถ
รู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกับหอกโลหิตฟีนิกซ์ ราวกับว่าเป็นเนื้อและโลหิต
ของเขา ในขณะนี้ หอกโลหิตฟีนิกซ์ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งในร่างกาย
ของเขาเอง
เสี้ยวแสงเริ่มหมุนขึ้นเหนือเพลาของหอกโลหิตฟีนิกซ์
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์ นกบินอยู่บนผืน
ฟ้า เสือย่องผ่านป่า มังกรปกครองเหนือทะเล และเหนือหอกโลหิตฟีนิกซ์
เป็นมือของหลินหมิง มันเป็นสถานที่ซึ่งสามารถแสดงความแข็งแกร่งใน
การต่อสู้ได้มากที่สุด!
“ดี! ดีมาก! ข้าไม่เคยคิดว่าแม้แต่เจ้าก็ยังจะได้รับการสันดาปจาก
ทัณฑ์สวรรค์ และกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณได้ จากนี้ไป เจ้า
จะเป็นสหายของข้าในขณะที่เราเดินทางและเอาชนะโลก!”
ขณะที่หลินหมิงจับหอกโลหิตฟีนิกซ์ ในขณะนั้น ความกล้าหาญและ
จิตวิญญาณแห่งวีรบุรุษของเขาก็ดูเหมือนจะทะยานขึ้นสูง 100,000 ฟุต
พุ่งสู่ท้องฟ้า!
เมื่อเปรียบเทียบกับนักสู้ที่อยู่มาเป็นเวลานาน หลินหมิงก็ยังเด็ก
เกินไป ต่อให้เขาจะมีอายุหลายพันปีในตอนนี้ก็ตาม เขาก็ยังถือว่าอยู่
ในช่วงวัยรุ่นเท่านั้น หลินหมิงมีเวลามากพอที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขต
ถัดไป และทะยานขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของนักสู้ ถึงกระนั้นก็ตาม เขายังเด็ก
อยู่เลยเมื่อเขาไปถึงสวรรค์ชั้น 33 ทำลายชีวิตเก้าสู่เก้า เขาข้ามผ่านทัณฑ์
สวรรค์ และประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงาน
อนาคตของเขาไร้ขีดจำกัด!
ผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจรตระหนักถึงจุดนี้โดยธรรมชาติ และ
วิธีการที่พวกเขามองหลินหมิงก็เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่พอใจ
และวิจารณ์เรื่องนี้เล็กน้อย ตอนนี้ทั้งหมดนี้กลายเป็นเพียงความกลัว
หลินหมิงเป็นคนที่จะสามารถส่งผลกระทบต่อชะตากรรมในอนาคตของ
พวกเขาได้!
“มหัศจรรรย์ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเกาะวิญญาณสัญจรของข้าจะมีวัน
หนึ่งที่สามารถเป็นสหายกับผู้ทรงพลังราชันพิภพได้”
“และที่น่าทึ่งกว่านั้น นั่นคือมหาราชันพิภพที่แท้จริง… ตัวตนที่กำเกิด
จากชีวิตนับล้านล้านล้านล้าน จะมีเพียงคนเดียวที่จะปรากฏขึ้นทุกๆพันปี
หรือมากกว่านั้น และนี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้เพียงเพราะมีพรสวรรค์
อย่างเดียว สำหรับมหาราชันพิภพแห่งโลกนักสู้ที่แท้จริงของเรา มิต้อง
กล่าวถึงการได้พบเขา แม้แต่เหล่าศิษย์ของเขาก็ยังมีสถานะที่สูงกว่าเจ้า
นิกายของเราแล้ว ตัวตนเช่นนี้ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้…”
สำหรับผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจร มหาราชันพิภพมีความ
คล้ายคลึงกับจักรพรรดิในโลกมนุษย์ ส่วนพวกเขาก็ไม่ต่างจากสามัญชน
ความแตกต่างนี้ยิ่งใหญ่เกินไป
เมื่อฝุ่นจางลงแล้ว หลินหมิงได้ข้ามผ่านเก้าวิบัติอย่างสมบูรณ์แบบ!
ในเวลานี้ หลินหมิงจับหอกโลหิตฟีนิกซ์ และลอยอยู่ในซาก
ปรักหักพังด้านบนเกาะวิญญาณสัญจร เขาหล่อเหลาและสง่างามดั่งเทพ
เจ้า
ในระดับนี้ หลินหมิงอาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะสูงสุด เขาเป็นผู้ที่
ได้รับการยกย่องจากสวรรค์อย่างแท้จริง
มู่ฉุ่ยเทียนลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและกล่าวด้วยกระแสเสียงปราณแท้
“ผู้อาวุโสทุกคนติดตามข้าไปเพื่อการประชุม!”
ขณะที่มู่ฉุ่ยเทียนพูด ผู้อาวุโสของเกาะวิญญาณสัญจรก็เข้าใจว่านาง
กำลังจะออกคำสั่งพวกเขา แต่หลังจากที่เก้าวิบัติของหลินหมิงมาถึงระดับ
ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้แล้ว มันก็ไม่มีใครที่ยังคงคัดค้านการตัดสินใจครั้ง
ก่อนหน้านี้ของนางที่ได้ให้ต้นสิบผลตัดเต๋าแก่หลินหมิง
ขณะที่มู่ฉุ่ยเทียนกล่าวจบแล้ว นางก็บินไปยังตำหนักวิญญาณสัญจร
ในขณะที่นางบินไป นางก็เหลือบไปยังเสี่ยวฮ่าวเฉียน ในช่วงเวลาสั้นๆ
เสี่ยวฮ่าวเฉียนตื่นตกใจ เขาบอกกับไป่ซีด้วยกระแสเสียงปราณแท้
“หลินหมิงผู้นี้… จะทำให้อนาคตของเราจะไม่ดีขึ้นมาก…”
“หยุดการตื่นตระหนกและไปกันเถอะ นางไม่สามารถลงมือกับเรา
โดยตรงได้”
เสี่ยวฮ่าวเฉียนและไป่ซีจึงได้เดินทางไปยังตำหนักวิญญาณสัญจร
นับตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นโลกของมนุษย์หรือโลกของนักสู้ การ
ดิ้นรนต่อสู้เพื่ออำนาจก็มักจะโหดร้ายและไร้ปราณีเสมอ การเห็นใจศัตรู
เป็นความคิดที่โง่เขลา
……
“หลินหมิง มากับข้า” เสียงของมู่เชียนเสวียดังขึ้นในหูของหลินหมิง
หลินหมิงพยักหน้าและตามมู่เชียนเสวียไปยังตำหนักวิญญาณสัญจร
“หลินหมิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าลูกแก้วสีดำที่เจ้ากลืนกินเข้าไปคือสิ่งใด?”
มู่เชียนเสวียถามเข้าประเด็น
“ข้าไม่รู้ ข้าได้รับมันจากที่ราบโลหิตสังหาร และแค่เพียงประมาณถึง
ต้นกำเนิดของมันเท่านั้น”
หลินหมิงเล่าถึงความคิดทั้งหมดของเขาเกี่ยวกับลูกแก้วสีดำแก่มู่
เชียนเสวียฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
ความจริงก็คือ เพราะในช่วงเวลานั้น มู่เชียนเสวียหลับลึกภายใน
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าอยู่ นางได้เฝ้าดูการเดินทางเป็นระยะและเฉพาะ
เรื่องสำคัญ แต่สำหรับบางสิ่งบางอย่างเช่นการขุดห้องเก็บสมบัติของเจ้า
แห่งที่ราบนั้น นางก็ย่อมจะไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
“มันเป็นเช่นนี้เอง…” มู่เชียนเสวียพึมพำกับตัวเอง จมหายไปใน
ความคิดของนาง ถ้าลูกแก้วนั้นเป็นของอเวจีปีศาจอมตะนั่นก็ง่ายที่จะ
เข้าใจ มันมีแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับราชันสวรรค์บรรพกาล และสิ่งที่
เกี่ยวข้องกับราชันสวรรค์บรรพกาล ย่อมมิใช่สิ่งของทั่วไป!
ในความเป็นจริงนางก็คาดเดาได้อยู่ ตอนนี้นางได้รู้เกี่ยวกับต้นกำเนิด
ของลูกแก้วสีดำแล้ว นางก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับการคาดเดาของตัวเอง
“หลินหมิง เมื่อเจ้าอยู่ในกระบวนการขั้นทำลายชีวิต ร่างกายของเจ้า
กลายเป็นพลังงานโลหิตบริสุทธิ์และจมอยู่ใต้เมฆพลังงานต้นกำเนิด เจ้า
คงสังเกตเห็นว่าเหนือเมฆกำเนิดพลังงานมีสามปรากฏการณ์เกิดขึ้น สอง
ประเภทแรกเป็นของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ บัวบานจักรพรรดิสูงสุดและ
ต้นอ่อนเทพทรราช ปรากฏการณ์ที่สามคือกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แต่
ยังมีอีกสองวัตถุ หนึ่งในนั้นเป็นลูกแก้วกลม ซึ่งคล้ายกับที่เจ้ากลืนลงไป
เจ้าคิดว่าทั้งสองเหมือนกันหรือไม่?”
ความคิดของมู่เชียนเสวียย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดได้ มู่ฉุ่ยเทียนเองก็
ยังมีข้อสงสัยเช่นนี้ สำหรับคนอื่นๆในเกาะวิญญาณสัญจร พวกเขาไม่รู้
เกี่ยวกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า จึงมิต้องกล่าวถึงอีก 3 วัตถุ ดังนั้นพวก
เขาจึงไม่เคยคิดเรื่องนี้
ถ้าลูกแก้วสีดำเป็นสิ่งที่สามารถอยู่เคียงข้างกับกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าได้ และยังมาจากที่เดียวกันแล้ว มันก็มีหลายสิ่งที่สามารถอธิบายได้!
เราสามารถคาดเดาบางอย่างได้จากมัน 100,000 ปีก่อน เมื่อลูกแก้วสีดำ
ปรากฏครั้งแรก ราชันสวรรค์บรรพกาล ราชันสวรรค์ทัณฑ์สายฟ้า และ
อีกหลายราชันสวรรค์ที่ไม่รู้จักอื่นๆต่อสู้กันอย่างรุนแรงในสงครามแห่ง
ชีวิตและความตาย เพื่อลูกแก้วสีดำนี้! พวกเขาต้องค้นพบว่าลูกแก้วสีดำนี้
มีความสามารถพิเศษบางอย่างที่มีค่าเท่ากับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
หรืออาจจะเข้าใจถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของมันด้วยซ้ำ แต่สำหรับเหตุผล
ใดที่พวกเขาเลือกที่จะสู้กันในโลกของทวีปนภารินไหลนั้น ข้าก็ไม่อาจรู้ได้
แต่ในตอนท้ายของสงคราม ราชันสวรรค์บรรพกาลได้ตายไปในสงคราม
และราชันสวรรค์คนอื่นๆก็ตายไปด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบสาเหตุ หรือพวก
เขาอาจได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและหลับลึกยาวนาน มันไม่มีทางใดที่
เราสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่สิ่งที่เราสามารถอนุมานได้ก็คือ พวกเขาไม่
ประสบความสำเร็จ และพวกเขาก็ไม่สามารถทะลวงผ่านสนามพลังที่
ราชันสวรรค์บรรพกาลทิ้งไว้หลังจากที่เขาตายไปได้ นี่เป็นเหตุผลว่าเหตุ
ใดอเวจีปีศาจอมตะจึงมีความลึกลับมากมาย
และลูกแก้วสีดำนี้ก็ถูกเก็บไว้ในอเวจีปีศาจอมตะ!
แล้วเมื่อ 50,000 ปีก่อน… ข้านำกล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามาและหนี
จากการทำลายที่แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง แต่ในที่สุดข้าก็ไม่
สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของเทียนหมิงจื่อได้ ข้าเผาผลาญวิญญาณ
ของตัวเอง เพื่อเปิดใช้งานพลังของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ซึ่งนำมาสู่
การทำลายหมื่นผู้ทรงพลังของแดนเทวะ และรวมถึงผู้ปกครองเทวะ
จำนวนมาก หลังจากนั้น กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าก็ทะลวงห้วงมิติและ
ออกจากแดนเทวะไป ด้วยพลังลึกลับบางอย่างที่เรียกหามันได้ลอยผ่าน
พายุมิติมาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะหยุดลงบนดาวเคราะห์ของทวีปนภาริน
ไหล สาเหตุที่ทำให้มันมายังที่นั่นก็คือค้นหาสิ่งที่คล้ายกัน – ลูกแก้วสีดำ!
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็จะสามารถอธิบายได้
ท่านปู่ของข้าได้รับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเมื่อกว่า 100,000 ปีก่อน
และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ลูกแก้วสีดำปรากฏขึ้น อาจเป็นได้ว่าทั้งสอง
กำเกิดมาด้วยกัน! อย่างไรก็ตาม คลื่นความหายนะที่กล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าสร้างขึ้นนั้นน้อยกว่าลูกแก้วสีดำ โชคดีที่ไม่มีตัวตนระดับสูงรู้ถึง
การดำรงอยู่ของมัน มิเช่นนั้นมันก็จะมิใช่สิ่งที่แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหค
สวรรค์เรืองรองของข้าจะสามารถควบคุมได้
แต่ลูกแก้วสีดำตรงกันข้ามกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามากเกินไป
กระทั่งทำให้เกิดสงครามใหญ่ระหว่างราชันสวรรค์! ราชันสวรรค์บรรพ
กาลตายไปก็เพราะลูกแก้วสีดำนี้ และแผนการของเขาในการสร้าง
วัฏสงสารเต๋าสวรรค์ก็ล้มเหลวไปด้วย กล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามาถึงโลก
แห่งทวีปนภารินไหลก็เนื่องจากมีลูกแก้วสีดำที่นี่ และหลังจากนั้นมันก็ถูก
ครอบครองโดยเจ้าอย่างบังเอิญ แม้ว่าการที่เราได้สนับสนุนกันและกันใน
การเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ดูเหมือนเรื่องบังเอิญนี้จะเป็น
ส่วนหนึ่งของกรรม!
“นี่เป็นเพราะกรรมระหว่างเจ้าและข้าได้รับการกำเนิดแล้วเมื่อ
100,000 ปีก่อน เมื่อท่านปู่ของข้าได้รับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามา!”
มู่เชียนเสวียกล่าวถึงการคาดเดาของตัวเองอย่างช้าๆ มันทำให้หลินห
มิงต้องแปลกใจ เมื่อเขาได้รับมือกับทัณฑ์สวรรค์ เขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะ
คิดถึงเรื่องเหล่านี้ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่มู่เชียนเสวียกล่าวมามี
โอกาสสูงที่จะเป็นจริง มิเช่นนั้นแล้ว เหตุใดกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจึง
จะทะลวงผ่านม่านพลังต่างๆของแดนเทวะ และมายังแดนเบื้องล่างที่เป็น
โลกของหลินหมิงเล่า? ม่านพลังมิตินี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำลายเลย และ
อีกอย่างมันยังมีมากกว่าพันล้านโลกที่ไร้สิ้นสุดเช่นเดียวกับโลกของทวีป
นภารินไหล ดังนั้นเหตุใดมันจึงเลือกสถานที่เจาะจงเช่นนี้?
อันที่จริงแล้ว อาจกล่าวได้ว่า ในโลกที่ไร้สิ้นสุดนับพันล้านนั้น โอกาส
ที่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจะเลือกหนึ่งในนั้นก็คือหนึ่งในพันล้านเช่นกัน
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นี่เป็นเพราะโลกที่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเลือก
คืออเวจีปีศาจอมตะ ราชันสวรรค์บรรพกาลและซากศพของเทพธิดา นี่
คือสิ่งที่ไม่ควรพบได้ในแดนเบื้องล่าง
มันต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่รู้จักระหว่างทั้งหมดนี้ แต่ส่วนมากของสิ่ง
ที่มู่เชียนเสวียกล่าวมาควรจะถูกต้อง
คำถามปัจจุบันคือ วัตถุทั้งสามเป็นสิ่งใดกันแน่? พวกมันปรากฏขึ้น
ได้อย่างไร? และเหตุใดพวกมันจึงปรากฏตัวขึ้น?
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเช่นนี้ มู่เชียนเสวียก็กล่าวว่า “หลินหมิง ข้า
ยังมีข้อสงสัยอื่นอีก เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แม้ว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามีต้น
กำเนิดแปลกประหลาด และเราไม่รู้ถึงหน้าที่แน่นอนของมัน แต่เรา
สามารถยืนยันได้ว่านี่เป็นสมบัติที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณ ส่วนลูกแก้วสีดำ
นั้น อ้างอิงจากสิ่งที่เจ้ากล่าวไว้ มันคือสิ่งที่มีเนื้อหนังและโลหิต ซึ่งดู
เหมือนจะมีชีวิตของตัวเอง มันควรจะเป็นสมบัติที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหนัง
และโลหิต
เรายังสามารถมองเห็นจุดนี้ได้จากราชันสวรรค์บรรพกาล แม้ว่าข้า
จะไม่สามารถกล่าวได้แน่นอนว่าราชันสวรรค์บรรพกาลบ่มเพาะคู่ร่างกาย
และพลังงานหรือไม่ ถ้าเขาเพียงบ่มเพาะระบบการหลอมรวมปราณ
ความแข็งแกร่งของกายมนุษย์ก็จะจำกัดอยู่ แม้ว่าเขาจะเป็นราชันสวรรค์
สูงสุดก็ตาม แต่ร่างกายของราชันสวรรค์บรรพกาล กลับมีความแข็งแกร่ง
ในระดับที่ไม่น่าเชื่อ ร่างกายของเขาทรงพลังมากพอที่จะเอาหัวใจของตน
ออกมา และวางมันลงในร่างของเทพธิดา ซึ่งยังคงเต้นอยู่ต่อไปได้นานถึง
100,000 ปี และรักษาความอ่อนเยาว์ของนางไว้ได้ นี่เป็นหลักฐานแน่ชัด
ว่าลูกแก้วสีดำ เป็นสมบัติที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหนังและโลหิต!
และเจ้าก็เป็นสิ่งยืนยัน! เมื่อทัณฑ์สวรรค์สุดท้ายมาถึง เจ้ากำลังจะ
ถูกบดขยี้ แต่เจ้าก็พึ่งพาลูกแก้วสีดำนี้เพื่อสร้างเนื้อหนังและโลหิตของเจ้า
ขึ้นในทันที่ ผลมหัศจรรย์เช่นนี้ เป็นสิ่งที่แม้แต่โอสถศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพก็ยัง
ไม่สามารถทำได้!
“แล้วกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าก็คือวิญญาณ ซึ่งเป็น ‘ศักดิ์สิทธิ์’
สำหรับลูกแก้วสีดำ นั่นคือเนื้อหนังและโลหิตซึ่งเป็น ‘แก่นสาร’ เช่นนั้น
แล้ว วัตถุที่สามก็ควรเป็น ‘พลังงาน’ มันควรจะเป็นสมบัติที่ควบคุม
พลังงาน!”
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะชื่นชมความคิดอันเฉียบคมของมู่เชียนเสวีย
นางได้อนุมานการคาดเดาเหล่านี้ทั้งหมดจากข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่มี
นอกจากนี้ 80-90% ของการคาดเดาเหล่านี้ก็เป็นไปได้ที่จะเป็นจริง
หลินหมิงสงบจิตใจและครุ่นคิดชั่วครู่ เขาส่งสัมผัสกวาดไปทั่วร่าง
พยายามที่จะตรวจสอบการดำรงอยู่ของลูกแก้วสีดำนั้น แต่หลังจากที่
กวาดผ่านร่างแล้ว เขาก็รู้สึกทึ่ง เขากล่าวว่า “แม่นางมู่ สิ่งที่ท่านพูดควร
จะเป็นความจริง แต่ท่านอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับลูกแก้วสีดำเล็กน้อย”
หลินหมิงส่ายหัว แม้ว่าลูกแก้วสีดำนั้นมีค่ามหาศาล แต่ก็ยังไม่ได้
คล้ายกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า มิเช่นนั้น มันก็จะเป็นไปไม่ได้สำหรับ
เขาที่จะดูดพลังหนึ่งในสามของมันออกมาได้