Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,133 แบ่งแยก
ในเวลานี้ กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้เปลี่ยนไปอยู่ในตันเถียนของ
หลินหมิง หลังจากข้ามผ่านเก้าวิบัติ มันก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้
ชัดบางอย่างที่เกิดขึ้นในตันเถียนของเขา
ตันเถียนของเขาเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นและแก่นแท้หมุนวนก็เล็กลง
แก่นแท้หมุนวนมีความแปรปรวนเชิงพื้นที่เล็กน้อยและมีหมอกอยู่รอบๆ
หมอกนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
พูดอีกอย่าง มันไม่ได้เป็นแก่นแท้หมุนวน แต่เป็นเมล็ดพันธุ์โลก
ในการก่อตัวของจักรวาล สิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่พลังงานอนุภาคแรก
กำเนิดทั้งหมดรวมตัวกันเป็นเอกพจน์ เอกพจน์นี้ได้ดูดซับพลังงานอย่าง
ต่อเนื่องและบีบอัดซ้ำเรื่อยๆ และเมื่อพลังงานมาถึงขีดจำกัดมันก็จะ
ระเบิดออก!
หลังจากที่ระเบิดออก พลังงานก็จะเย็นลงสร้างเป็นมิติ เวลา หยิน
และหยาง ห้าธาตุและพัฒนาจนเป็นสรรพชีวิต
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการระเบิดที่ยิ่งใหญ่ของจักรวาล สามพันโลกอัน
ยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ แดนเบื้องล่างนับพันล้าน ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้น
หลังจากการระเบิดครั้งนั้น และก่อนการระเบิดมันไม่มีมิติและเวลา
และการบ่มเพาะของนักสู้ก็คล้ายกับการระเบิดครั้งใหญ่นี้
ร่างกายมนุษย์เป็นจักรวาลขนาดเล็ก!
วิวัฒนาการของร่างกายมนุษย์อาจสะท้อนให้เห็นถึงจักรวาลอัน
ยิ่งใหญ่
ตั้งแต่เริ่มต้น นักสู้ได้สะสมพลังงานไว้ในตัวของพวกเขา จากขั้น
ผสานชีพจร กระบวนการดังกล่าวก็เป็นสัญลักษณ์ถึงจุดเริ่มต้นที่แท้จริง
ของระบบการหลอมรวมปราณ ในเวลานั้น ปราณแท้ของนักสู้จะไหลผ่าน
เส้นชีพจรเข้าไปอยู่ในตันเถียนของพวกเขา หลังจากนั้น ปราณแท้จะ
รวมอยู่ในร่างและเป็นรูปแบบกระแสพลังงานที่นั่น นี่คือขั้นปราณต้นฟ้า
จากนั้น ปราณแท้จะกลั่นตัวเป็นพายุไซโคลน นำมาซึ่งกฎของการ
วิวัฒนาการ นี่คือขั้นปราณปลายฟ้า ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ปราณแท้จะ
ถูกบีบอัดเป็นแกนกลางแก่นแท้หมุนวน ผลึกนิวเคลียสนี้จะเติบโต บีบอัด
แล้วเติบโตขึ้นเรื่อยๆพลังงานจะมาบรรจบกัน เช่นเดียวกับพลังงานที่
สะสมก่อนการระเบิดของจักรวาล
นักสู้ที่มีรากฐานลึกล้ำอาจสร้างแก่นแท้หมุนวนหลุมดำที่คล้ายกับ
จักรวาลเมื่อครั้งระเบิดขึ้นได้
หลังจากนั้นแก่นแท้หมุนวนจะต้องได้รับการทำลายในขั้นทำลายชีวิต
9 ระดับ เตรียมร่างกายของนักสู้เพื่อเข้าสู่เก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์
หลังจากเก้าวิบัติ นิวเคลียสแก่นแท้หมุนวนจะมีวิวัฒนาการไปสู่
เมล็ดพันธุ์โลก ในอนาคต เมล็ดพันธุ์โลกนี้จะระเบิดขึ้นและสร้างเป็นโลก
ภายใน
ตันเถียนของหลินหมิงในปัจจุบันต่างจากนักสู้คนอื่นๆเล็กน้อย ไม่
เพียงแต่มีเมล็ดพันธุ์โลก แต่ยังมีต้นกล้าเทพทรราช รวมถึงคริสตัล
สี่เหลี่ยมสีดำซึ่งลอยอยู่ที่นั่น นี่คือกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
นี่เป็นครั้งแรกที่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้กลายเป็นรูปแบบทาง
กายภาพ ก่อนหน้านี้ หลินหมิงสามารถสัมผัสได้ถึงกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้า เพราะความช่วยเหลือจากมู่เชียนเสวียเท่านั้น เขารู้เพียงว่ามัน
กลายเป็นตราประทับที่เข้าสู่หัวใจของเขา แต่ตอนนี้ มันได้ไปอยู่ในตันเถีย
นของเขา และควบแน่นเป็นรูปแบบทางกายภาพ และแม้แต่ผลักดันต้น
กล้าเทพทรราช
ลูกแก้วสีดำที่ถูกกลืนไปโดยเขาตอนนี้มาอยู่ภายในมิติของกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าอีกที่
เมื่อหลินหมิงตรวจสอบลูกแก้วสีดำ เขาก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่
สำคัญบางอย่าง
“แม่นางมู่ ลูกแก้วสีดำนี้คงมิใช่สมบัติที่คล้ายคลึงกับกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า นั่นเป็นเพราะ… ข้าพบมันอยู่ภายในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าอีกที่ และหนึ่งในสามของมันถูกดูดซับโดยข้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก
หรือออร่าของมันต่างก็ลดลงอย่างมาก…”
หลินหมิงรู้สึกเสียใจ แน่นอนเขาหวังว่าจะได้รับสมบัติอื่นในระดับ
เดียวกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ไม่ว่าอย่างไร มันก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่
แม้แต่ราชันสวรรค์ยังต้องเสี่ยงชีวิตของพวกเขา
สำหรับเขาที่ได้รับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามานั้น มันถือได้ว่าเป็นพร
อันยิ่งใหญ่จากสวรรค์แล้ว หากเขาอยากจะได้รับสมบัติที่คล้ายกันโดยไม่
ต้องผ่านการผจญภัย และประสบปัญหาที่ยากลำบากตลอดทาง เช่นนั้น
โอกาสก็ค่อนข้างริบหรี่
“หืม?” มู่เชียนเสวียขมวดคิ้ว การคาดเดาของนางผิดเช่นนั้นหรือ?
หลินหมิงยังคงพูดต่อ “แต่ข้าไม่คิดว่าแม่นางมู่จะคาดเดาไม่ถูกต้อง
เสียทีเดียว มิเช่นนั้นคงมีหลายสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ ตัวอย่างเช่นว่า
เหตุใดกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจึงเลือกที่จะลงมายังทวีปนภารินไหล
และเหตุใดราชันสวรรค์บรรพกาลจึงเลือกที่จะมายังทวีปนภารินไหลแห่ง
แดนเบื้องล่างด้วย นอกจากนี้ เหตุใดมีตัวตนสูงสุดจำนวนมากของแดนเท
วะถูกดึงดูดความสนใจ?
“ถ้าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องบังเอิญแล้ว เช่นนั้นมันก็ดูไม่สมเหตุสมผล
เกินไป อาจเป็นเหตุผลว่าที่ราชันสวรรค์บรรพกาลตายไปเพราะลูกแก้วสี
ดำ และร่างกายของเขาก็น่าจะแข็งแกร่งขึ้นมาได้เพราะลูกแก้วสีดำด้วย
แต่สำหรับลูกแก้วสีดำที่ข้ากลืนกินนั้น…”
ขณะที่หมิงหมิงพูด เขาก็พลิกมือและเอาลูกแก้วสีดำขึ้นมาบนฝ่ามือ
จริงๆแล้วมันเป็นเช่นที่หลินหมิงกล่าวมา ลูกแก้วสีดำได้ลดลงไปหนึ่งใน
สามทั้งในปริมาณและน้ำหนัก
“ถ้าเราเรียกว่าลูกแก้วสีดำนี้ว่าลูกแก้วปีศาจ เช่นนั้นลูกแก้วสีดำใน
มือของข้าอาจถือได้ว่าเป็นลูกแก้วปีศาจเทียม มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำมา
จากลูกแก้วปีศาจ… แต่ลูกแก้วปีศาจที่แท้จริงก็อาจยังอยู่ในอเวจีปีศาจ
อมตะและทวีปนภารินไหล! มันน่าจะอยู่ที่ด้านล่างของสนามพลังป้องกัน
ของราชันสวรรค์บรรพกาล!”
ขณะที่หลินหมิงพูด หัวใจของมู่เชียนเสวียก็สะท้าน นางนึกหวน
กลับไปยังอเวจีปีศาจอมตะทันทีและตรวจสอบว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
อย่างไรก็ตาม นางลดความคิดลงอย่างรวดเร็ว อเวจีปีศาจอมตะเป็น
โบราณสถานที่ถูกทิ้งไว้โดยราชันสวรรค์ แม้ว่าหลินหมิงจะทรงพลัง แต่
การเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะก็เป็นภัยพิบัติที่แท้จริง เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า
มันเป็นเขตต้องห้ามแห่งความตายที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยราชันสวรรค์
หลังจากที่ราชันสวรรค์บรรพกาลตายไป เขาก็ไม่หวังจะให้มรดกของ
ตนตกไปอยู่ในมือของศัตรู สิ่งที่ขัดขวางคงไม่แข็งแกร่งเกินไป ถ้านาง
ยังคงมีร่างกาย นางก็อาจจะไปยังนั่นแล้ว แต่ตอนนี้นางไม่สามารถทำ
อะไรได้เลย
“มันดูเหมือนว่า… คงอีกไม่นานแล้วที่เราจะกลับสู่ทวีปนภารินไหล
อีกครั้ง” มู่เชียนเสวียกล่าวออกมาอย่างครุ่นคิด
“อืม…” หลินหมิงพยักหน้า แม้ว่าลูกแก้วปีศาจจะไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่
เขาก็ยังอยากจะกลับไป นั่นเพราะมีภรรยาและบิดามารดาของเขาอยู่
“หลินหมิง มากับข้าเพื่อบอกลาท่านป้า จากนั้นเราจะไปยังโลกหลัก
นักสู้ที่แท้จริงเพื่อเอาบางสิ่ง…”
“บางสิ่ง?”
“แผ่นหยกสำหรับเคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์ และความมั่งคั่งที่
เหลืออยู่โดยแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง แต่น่าเสียดาย เมื่อ
แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองถูกทำลายไป พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ
ที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งถูกครอบครอง โดยแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง
และได้ถูกขโมยโดยเทียนหมิงจื่อ! แม้ว่าข้าจะบ่มเพาะมัน แต่ร่างกายของ
ข้าถูกทำลายไปแล้ว ข้าจึงยังไม่สามารถบันทึกมันได้ ในความเป็นจริง
แม้ว่าร่างกายของข้าจะยังคงมีอยู่ แต่ข้าก็ยังคงไม่สามารถบันทึกพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพไว้ที่ใดได้ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเป็นสิ่งที่เหนือกว่าเต๋า
สวรรค์ ไม่มีใครสามารถสร้างสำเนาได้”
ในอดีต แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์
ระดับราชันพิภพ และผู้ปกครองสูงสุดของพวกเขาก็ยังเป็นมหาราชัน
พิภพ เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่พวกเขาได้ครอบครองพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพที่ไม่สมบูรณ์
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่หายากมาก นี่เป็น
เพราะแผ่นหยกพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพสามารถสร้างโดยราชันสวรรค์
เท่านั้น ถ้าลูกหลานของพวกเขาไม่อาจเข้าถึงขอบเขตเข้าใกล้ขั้นราชัน
สวรรค์แล้ว พวกเขาก็จะไม่สามารถที่จะทำซ้ำแผ่นหยกได้ นี่คือเหตุผลที่
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพหายากมาก พวกมันเป็นสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของ
ตนเอง หลังจากที่เกิดแล้ว มันจะคงอยู่ไปอีกนับร้อยนับพันล้านปี ในช่วง
เวลานี้ แผ่นหยกเหล่านี้ก็อาจนำมาซึ่งสงครามนับไม่ถ้วน ส่งผลให้เกิดการ
ต่อสู้ที่ไร้สิ้นสุด
การได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สมบูรณ์มานั้นเป็นเรื่องยากกว่าปีน
สวรรค์ สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพเช่นแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหค
สวรรค์เรืองรอง ที่ได้ครอบครองครึ่งหนึ่งของมันก็ยังถือว่าหายากมาก
แล้ว!
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ…
หลินหมิงสูดลมหายใจเบาๆ ในการต่อสู้และเติบโตหลายปีมานี้ และ
การข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ เขาสามารถที่จะรู้สึกได้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่เพียงใด!
ปราณเทพทรราชคลั่งและสนามพลังปีศาจสวรรค์เป็นสองพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ พวกมันได้นำประโยชน์มาสู่หลินหมิงมากมาย ไม่
จำเป็นต้องกล่าวถึงปราณเทพทรราชคลั่ง ความแข็งแกร่งหลักของหลินห
มิงมาจากเพลิง และสายฟ้าที่เดิมทีได้มาจากปราณเทพทรราชคลั่ง
สำหรับสนามพลังปีศาจแห่งสวรรค์ นั่นเป็นความสามารถสูงสุดของหลินห
มิงในการต่อสู้
ที่ขอบเขตปัจจุบันของหลินหมิง เคล็ดบ่มเพาะธรรมดาย่อมไม่ดึงดูด
ความสนใจของเขาอีกต่อไป เขาได้รับความทรงจำของผู้ทรงพลังแดนเท
วะจากกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แต่ก็มีหลายสิ่งที่เขาไม่ต้องการ สิ่งที่เขา
ต้องการตอนนี้คือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ!
ยิ่งประเภทของเคล็ดบ่มเพาะที่ใช้เวลานานสำหรับฝึกฝน มันก็จะยิ่ง
ได้เปรียบ ยิ่งมีผู้ใดสามารถควบคุมพลังของเต๋าสวรรค์ได้ก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
ขึ้นเท่านั้น!
โดยไม่รู้ตัว หลังจากข้ามผ่านเก้าวิบัติและทัณฑ์สวรรค์ หลินหมิงไม่
ต้องอ้างอิงและยืมพลังของเต๋าสวรรค์อีกต่อไป สิ่งที่เขาทำตอนนี้คือการ
จัดการกับมันและควบคุมมัน!
“ถ้าข้าต้องการที่จะได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่ไม่สมบูรณ์แล้ว ข้า
สามารถทำได้โดยการเอาชนะเทียนหมิงจื่อ!” หลินหมิงกำหมัดแน่น
เทียนหมิงจื่อเป็นคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง เทียนหมิงจื่อทรงพลังมาก
จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ราวกับว่าเขาเป็นจุดสูงสุด
ที่ไม่สามารถไปถึงได้ แต่เส้นทางแห่งนักสู้ของหลินหมิงก็เกี่ยวข้องกับการ
พิชิตยอดที่สูงขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว!
………
ขณะที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวียกำลังพูดกันอยู่นี้ การประชุมสภาผู้
อาวุโสพิเศษถูกจัดขึ้นที่ตำหนักวิญญาณสัญจร
เหตุผลที่มีการประชุมสภาผู้อาวุโสที่มีลักษณะพิเศษ ก็เนื่องจากเรื่อง
เหนือความคาดหมายของทุกคนได้เกิดขึ้น
ในเวลานี้ ด้านนอกมิติย่อยของม่านพลัง ผู้อาวุโส 3-7 คนได้มา
รวมตัวกัน ไป่ซีและเสี่ยวฮ่าวเฉียนเองก็อยู่ท่ามกลางพวกเขา และมี
ใบหน้าที่น่าเกลียดมาก!
พวกเขาได้คาดเดาว่ามู่ฉุ่ยเทียนกำลังวางแผนที่จะมุ่งเป้ามาที่พวก
เขาในสภาผู้อาวุโสนี้ แต่พวกเขาก็ไม่กลัว ปัญหาเดียวที่พวกเขามีกับมู่ฉุ่ย
เทียนคือความขัดแย้งปกติในอำนาจ แม้ว่าทุกคนจะรู้สิ่งที่พวกเขาคิด แต่
พวกเขาไม่เคยละเมิดกฎของนิกาย หรือสุ่มฆ่าคนเพื่อก่อให้เกิดความ
สับสนวุ่นวาย ถ้ามู่ฉุ่ยเทียนต้องการที่จะจัดการกับพวกเขาแล้ว นางก็จะ
พบว่ามันยากที่จะโน้มน้าวคนอื่นๆ
แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่ามู่ฉุ่ยเทียนจัดสภาพิเศษเช่นนี้ขึ้น
พวกเขาได้ถูกแบ่งแยก แล้วจึงเรียกเขาไปทีละคน!
ถ้าเป็นการประชุมปกติ ทุกคนจะอยู่ด้วยกัน และทุกคนก็จะ
ระมัดระวังในเรื่องคำพูดของพวกเขา แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีคนกล่าวสิ่งใด
มันก็จะมีแต่มู่ฉุ่ยเทียนที่รู้!
ด้วยวิธีนี้ ทุกคนจะมิต้องกังวลในสิ่งที่ตนพูด
มันเป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อเริ่มแรกนั้น มู่ฉุ่ยเทียนเป็นเพียงคนนอกใน
หัวใจของผู้อาวุโสเหล่านี้ แม้ว่านางจะควบคุมตำหนักวิญญาณสัญจรและ
มีพลังเหนือทุกคน แต่พวกเขาก็จะไม่พอใจกับนางในหัวใจอยู่ดี ถ้ามู่ฉุ่ย
เทียนเรียกพวกเขาทีละคนและถามความลับ มันก็จะไม่มีใครจะพูดอะไร
แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป!
หลินหมิงได้ข้ามผ่านไปถึงสวรรค์ชั้น 33 และทำลายชีวิตเก้าสู่เก้า มี
โอกาสสูงมากที่เขาจะกลายเป็นมหาราชันพิภพในอนาคต อาจกล่าวได้ว่า
โชคชะตาและการดำรงอยู่ของเกาะวิญญาณสัญจร มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
กับความสำเร็จในอนาคตของหลินหมิงด้วย ถ้าเขาประสบความสำเร็จ
พวกเขาก็สามารถกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพได้! ถ้าหาก
พวกเขาสามารถอยู่ฝ่ายผู้นำที่สามารถอยู่ยงคงกระพันนี้ได้แล้ว แม้แต่การ
กินซุปเพียงเล็กน้อยจากเขาก็จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่ไร้สิ้นสุดได้
และบางคนเช่นหลินหมิงที่หลงใหลกับการฝึกฝนและการบ่มเพาะ
เขาย่อมไม่สนใจเรื่องข้อถกเถียงทางการเมืองมากนัก ดังนั้น ความจริงก็
คือ การควบคุมที่แท้จริงของเกาะวิญญาณสัญจรเป็นของมู่ฉุ่ยเทียน!
หากพวกเขาสามารถประจบประแจงมู่ฉุ่ยเทียนได้แล้ว อนาคตของ
พวกเขาก็จะไร้ขีดจำกัด แต่ถ้าพวกเขายั่วยุมู่ฉุ่ยเทียน อนาคตของพวกเขา
จะน่าสังเวช
โดยไม่สังเกตเห็นมัน มู่ฉุ่ยเทียนได้ใช้วิธีการแยกผู้อาวุโสทั้งหมดออก
จากคนอื่นๆ แล้วไป่ซีจะรู้สึกสบายใจได้อย่างไร?