Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,144 เยี่ยนเสี่ยวหยู
หลินหมิงเมินท่านชายลั่ว และเดินไปยังกรงเหล็กที่ถูกผลักออกไปยัง
มุมห้อง ถึงแม้การต่อสู้จะรุนแรง แต่หลินหมิงพยายามหลีกเลี่ยงการทำ
ร้ายเด็กสาวคนนี้ ถึงกระนั้น ระเบิดที่รุนแรงก็ทำให้นางซีดขาวอย่างมาก
แล้ว
หลินหมิงคว้าสองท่อนโลหะที่กรงและดึงออกมาอย่างง่ายดาย
“มากับข้า” หลินหมิงเหยียดมือออกไปยังเด็กสาว มีรอยยิ้มอบอุ่น
และน่าดึงดูดใจบนใบหน้าของเขา
เด็กสาวกัดริมฝีปากของนางและคว้ามือของหลินหมิง
เช่นนี้ หลินหมิงจึงพาเด็กสาวไปกับเขาและเดินออกจากห้อง ย่าง
ก้าวของเขานั้นเชื่องช้าและมั่นคง มีแรงกดดันที่ลึกซึ้งและลึกล้ำจากเขา
ซึ่งสะท้อนอยู่ในห้องโถง มันทำให้ทุกคนไม่กล้าที่จะทำอะไร
ท่านชายลั่วกลืนน้ำลาย ไม่พูดออกมา ใบหน้าที่งดงามของท่านหญิง
ลั่วเองก็ซีดอย่างมาก นางถอยกลับไปยังมุมห้องเพื่อมิให้ตนเองได้ดึงดูด
ความสนใจของหลินหมิง
หลินหมิงและเด็กสาวออกจากห้องโถงงานแลกเปลี่ยนสินค้าโดยไม่มี
ใครหยุดพวกเขา
หลังจากที่หลินหมิงออกไป ท่านชายลั่วก็ผ่อนคลายขึ้น เขากัดฟัน
เอาโอสถออกมาจากแหวนมิติ และกลืนพวกมันหลายเม็ดลงไป
วันนี้เขายอมรับว่าเขาได้รับสิ่งที่เขาสมควรได้รับ!
ถึงแม้เขาจะสูญเสียใบหน้า แต่ความจริงก็คือแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ที่
เกิดจากกึ่งราชันพิภพ ซึ่งกำลังแอบมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ ถ้ามี
คนบอกว่าพรรคของพวกเขาถูกกำราบโดยกึ่งราชันพิภพแล้ว เช่นนั้นมัน
จะไม่น่าอับอายมากนัก
รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นหลายคนเหลือบมองกันด้วยความตกใจ งาน
แลกเปลี่ยนสินค้าครั้งนี้ได้ขยายวิสัยทัศน์ของพวกเขาอย่างสมบูรณ์ มัน
เป็นความจริง ในแดนเทวะอันกว้างใหญ่นั้น มันไม่มีข้อจำกัดใดๆใน
จักรวาล มันมักจะมีจุดสูงสุดและมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ พวกเขาเป็น
รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นในยุคของพวกตน แต่เมื่อเทียบกับหลินหมิง พวกเขา
ล้วนมิได้เป็นอันใดเลย
“หลินหมิงผู้นี้… เขาเป็นอัจฉริยะที่สามารถสร้างขึ้นมาโดยดินแดน
ศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่? และมิใช่ว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับมหาราชันพิภพ
หรอกหรือ?”
เจียงอวี่พึมพำกับตัวเอง แม้เขาจะรู้ว่ามีรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นนับไม่ถ้วน
ในแดนเทวะที่เหนือกว่าเขามากนัก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกไร้อำนาจ
อย่างแท้จริง เขาไม่สามารถเรียกความกล้าหาญใดๆที่จะไล่ตามตัวตน
เช่นนี้ได้
บางทีอาจเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับมหาราชันพิภพ นอกจากนี้
พรสวรรค์ของหลินหมิงก็น่าทึ่ง แม้จะอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับมหาราชัน
พิภพก็ตาม! และอย่าลืมว่าเหนือ ‘มหาราชันพิภพ’ คือ ‘ราชันสวรรค์’ ถ้า
เป็นอัจฉริยะที่ได้รับการฝึกฝนโดยราชันสวรรค์ พรสวรรค์ของพวกเขาจะ
สูงเพียงใด?”
“ราชันสวรรค์…”
เจียงอวี่ยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อได้ยินคำนี้ ถ้าเป็นลูกหลานของราชัน
สวรรค์?
โดยมิต้องกล่าวถึงทรัพยากรหรือมรดกที่ราชันสวรรค์สามารถให้ได้
เพียงระดับของพรสวรรค์ที่ลูกหลานของราชันสวรรค์จะได้รับ ก็น่า
สะพรึงกลัวเกินที่จะจินตนาการได้แล้ว ถ้าคู่สมรสของราชันสวรรค์เองก็
ยังเป็นยอดผู้ทรงพลัง และลูกหลานของพวกเขาได้รับมรดกพรสวรรค์ของ
พวกเขา นั่นจะยิ่งเหนือจินตนาการ!
เมื่อเทียบกัน พวกเขาย่อมมิได้ต่างอันใดไปมากกว่ามด!
เจียงอวี่ถอนหายใจ จากนั้น กระแสเสียงปราณแท้ก็ส่งผ่านเข้ามาใน
หูของเขา มันเป็นเสียงของหลินหมิง “ข้าขอให้พี่ชายอวี่ช่วยรวบรวมวัสดุที่
ข้าขอไป ข้าจะกลับมาภายในหนึ่งปีและจ่ายท่านเต็มจำนวน”
ขณะที่หลินหมิงพูดจบ เจียงอวี่ก็ตกอยู่ในความงุนงง เขารู้สึกว่า
หลินหมิงจะรุ่งโรจน์อย่างมากในแดนเทวะและในอนาคตอันใกล้ สำหรับ
เขา เขายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้สืบทอดตระกูลแดนศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่า
ความหวังเหล่านั้นจะเล็กน้อยก็ตาม
ความแตกต่างในสถานะระหว่างคนทั้งสองสามารถจินตนาการได้
“ถ้า… ถ้าข้าสามารถมีความสัมพันธ์อันดีกับหลินหมิงได้ ในอนาคต
ผลประโยชน์ที่ข้าได้รับจะมหาศาล อย่างน้อยที่สุด ข้าจะสามารถสืบทอด
ตำแหน่งผู้นำตระกูลได้อย่างราบรื่น”
เจียงอวี่พึมพำกับตัวเอง ในขณะที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็แอบยืนยัน
ความมุ่งมั่นของเขา เขาต้องคว้าโอกาสนี้และช่วยหลินหมิงอย่างดีที่สุด
เท่าที่จะทำได้
…….
ในเวลานี้ หลินหมิงได้ออกจากเมืองหลวงโบราณกาลแล้ว และ
เดินทางถึงชานเมืองอันไกลโพ้น เขาไม่ได้เร่งและไปด้วยความเร็วที่
เหมาะสม แต่ภายในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า มู่เชียนเสวียได้
ปลดปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และระมัดระวังอย่างเต็มที่
การหายใจของหลินหมิงก็เหมือนกับว่าเขากำลังเดินเล่นอย่างสบายๆ
แต่เส้นประสาทของเขาตึง เขาพร้อมที่จะจัดการกับอันตรายที่อาจจะ
ปะทุได้ในทุกขณะ
เขาช่วยไม่ได้ที่จะต้องระมัดระวัง แม้ว่าเขาจะดูเหมือนกดขี่ทุกคนได้
และเดินออกมาอย่างราบรื่น แต่ความจริงก็คือเขาเพิ่งหนีจากปากเหว
แห่งความตายได้!
งานแลกเปลี่ยนสินค้าใต้ดินไม่แตกต่างจากเขตอันตรายสำหรับ
หลินหมิง
เหตุผลที่หลินหมิงใช้อาวุธของเขา และเริ่มต้นการต่อสู้ในงาน
แลกเปลี่ยนสินค้าก็คือเขาไม่มีทางเลือกอื่น
ถ้าเขาสามารถขจัดภัยพิบัติด้วยความมั่งคั่งบางอย่างได้แล้ว เขาก็คง
ไม่เลือกที่จะต่อสู้ แต่ท่านชายลั่วโลภเกินไป ถ้าหลินหมิงแสร้งทำเป็นว่า
เขาไม่ได้สังเกตเรื่องนี้ ท่านชายลั่วอาจมีแนวคิดที่จะขยายราคาให้สูงขึ้น
อย่างไม่น่าเชื่ออีก ในตอนท้ายเขาอาจมีความคิดที่จะฆ่าหลินหมิง เพื่อ
ขโมยความมั่งคั่งของเขาเพิ่มด้วย!
ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าหลินหมิงไม่สามารถแสดงให้เห็นว่ามีบางขุมกำลัง
เบื้องหลังเขา คนเหล่านี้สามารถกลั่นแกล้งเขาได้ง่าย ในกรณีที่หลินหมิงมี
ทรัพย์สมบัติจำนวนมาก พวกเขาก็จะคิดว่าเพียงเพราะสะดุดเข้ากับขุม
สมบัติขนาดใหญ่
เมืองหลวงโบราณกาลเป็นสถานที่ซึ่งมีทั้งความดีและความชั่วร้าย
ผสมกัน ถ้าคนอื่นเชื่อว่าเขาไม่ต่างจากเนื้อแกะอ้วนที่ถูกฆ่าได้อย่าง
ง่ายดายแล้ว ชะตาของเขาก็สามารถจินตนาการได้
“ไม่มีใครติดตามเรามา แต่มีหลายสัมผัสที่ติดตามเจ้ามาไกล แต่ใน
ที่สุดพวกเขาก็ดึงกลับไป” มู่เชียนเสวียกล่าวจากภายในมิติของกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงชะลอการบินลงด้วยท่าทางที่ไม่หวาดกลัว
ในสายตาของเขา เขาไม่ได้ซ่อนและไม่ได้ตั้งใจที่จะเปลี่ยนทิศทาง แค่
เพียงรอจนกว่าเขาจะบินไปอีกพันไมล์ และมู่เชียนเสวียได้ยืนยันอีกครั้ง
ว่าไม่มีใครติดตามเขามาจริงๆ จึงรีบเร่งขึ้น เมื่อเขาผ่าน 10,000 ไมล์ ไป
ในครั้งเดียว ข้ามผ่านภูเขาหลายแห่ง และเปลี่ยนเส้นทางหลายครั้งแล้ว
ในที่สุด เขาก็หยุดที่ป่าอันเงียบสงบซึ่งไม่มีใครอาศัยอยู่
ในที่สุดเขาก็พ้นจากอันตราย!
หลินหมิงถอนหายใจยาว ตลอดช่วงเวลานี้เป็นการทดสอบจิตใจของ
เขาไปด้วย แม้ว่าเขาจะมีสีหน้ามั่นใจ แต่ความจริงก็คือเขากังวลมาก
มู่เชียนเสวียยิ้มเล็กน้อย “ทักษะการแสดงของเจ้าไม่เลวเลย”
หลินหมิงหัวเราะและส่ายหัว “แม่นางมู่สงบยิ่งกว่าข้านัก เมื่อท่านได้
ส่งแรงกดดันออกไป พวกมันก็ไม่ได้ขาดพลังงานเลยแม้แต่น้อย มันเป็น
ออร่าของผู้เชี่ยวชาญที่กุมชีวิตของทุกคนในปัจจุบัน ราวกับว่าพวกเขา
สามารถถูกฆ่าด้วยเพียงการโบกมือ สำหรับข้า มันก็เป็นเพียงการเล่นของ
เด็กเท่านั้น”
ขณะที่หลินหมิงพูด ความคิดของเขาขยับและร่างของเขาก็เข้าไปใน
แหวนม่วงพยัคฆ์ ในเวลานี้ มู่เชียนเสวียเองก็ยังกลายเป็นลำธารแห่งแสง
เข้าสู่โลกของแหวนม่วงพยัคฆ์ด้วย
ในที่แห่งนี้ เด็กสาวนั่งอยู่ใกล้สวนโอสถ กอดเข่าทั้งสองข้าง นางจ้อง
ไปอย่างอัศจรรย์ใจที่เบื้องหน้า 20 ภูเขาหินตะวันม่วง!
ภูเขาคริสตัลแต่ละแห่งก่อตัวขึ้นด้วยกองหินตะวันม่วงและคริสตัล
ตะวันม่วงมหาศาล
ในช่วงเวลาที่อยู่ภายในขุมกำลังใต้ดินของเมืองหลวงโบราณกาล นาง
ก็ไม่เคยได้กินอาหารมากพอ ตั้งแต่เริ่มต้น ความปรารถนาเพียงอย่างเดียว
ของพวกเขา คือได้ศึกษาร่างกายพิเศษของนางและยืนยันว่ามันคืออะไร
เท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงจัดหาคริสตัลตะวันม่วงมาไว้ให้นาง แต่ท้ายที่สุด
แล้ว พวกเขาก็ไม่รู้เรื่องและจะขายนาง 2 ล้าน หลังจากนั้น ในขณะที่นาง
กำลังรอถูกขาย นางก็เกือบจะไม่ได้กินอะไรเลย และนางก็อยู่ในภาวะหิว
โหยเป็นเวลานาน
ในความเป็นจริง แม้ว่านางจะมีคริสตัลหินตะวันม่วงให้กินในตอน
เริ่มต้น แต่นางก็กินแค่ 20 ก้อนต่อวันเท่านั้น นั่นเท่ากับ 200000 หิน
ตะวันม่วง ดังนั้นเมื่อไหร่กันที่นางได้เห็นภูเขาคริสตัลตะวันม่วงขนาดใหญ่
เช่นนี้?
เด็กสาวช่วยไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก นางหิวมากเหลือเกิน แต่
เนื่องจากนางไม่ได้รับอนุญาตจากหลินหมิงจึงทำได้เพียงมอง
เมื่อนางเห็นหลินหมิงและมู่เชียนเสวียเข้ามาถึง นางก็ตกใจและรีบ
ลุกขึ้นยืน
“กินเท่าที่เจ้าต้องการ” หลินหมิงกล่าวอย่างราบเรียบ
เด็กสาวรู้ว่าหลินหมิงได้เห็นสภาพที่หิวกระหาย น่าจึงอายเล็กน้อย
นางไม่ได้มีความกล้าที่จะเริ่มกินคริสตัลตะวันม่วง แต่มองไปยังมู่เชียนเส
วียด้วยความสับสนบนใบหน้าของนางแทน “ท่านเป็น… พี่สาวที่อยู่ในห้อง
โถงเช่นนั้นหรือ?”
เด็กสาวถามอย่างฉับพลัน หลินหมิงและมู่เชียนเสวียเองก็ตกใจ
ทั้งสองต่างก็เหลือบมองกันและกัน แล้วมองไปยังเด็กสาวอย่างไม่
อยากจะเชื่อ
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ความรู้สึก… ข้ารู้สึกว่าออร่าของพี่สาวคนนี้เหมือนกับออร่าของ
พี่สาวในห้องโถง…” เด็กสาวบอกขณะที่หดคอลง
หลังจากที่หลินหมิงได้ฟังนาง เขาก็มองไปยังเด็กสาวด้วยความ
ประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่านางไม่มีการบ่มเพาะแม้แต่น้อย และมู่เชียนเส
วียก็ยังตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการวางแรงกดดันใดๆต่อตัวนาง ถึงอย่างนั้น
นางก็ยังสามารถที่จะจดจำความผันผวนจากพลังงานของมู่เชียนเสวีย
และแม้ตอนนี้ เมื่อมู่เชียนเสวียกำลังระงับออร่าวิญญาณ แต่นางยังคง
สามารถที่จะจดจำนางได้!
นี่คือสิ่งที่มีแต่ยอดนักสู้ที่เชี่ยวชาญในด้านของวิญญาณจะสามารถ
บรรลุได้!
“เจ้าชื่ออะไร?” มู่เชียนเสวียถาม
“ข้า… ข้าชื่อว่า เยี่ยนเสี่ยวหยู แต่ท่านสามารถเรียกข้าว่าเสี่ยวหยู
เอ่อร์…” เด็กสาวกล่าวด้วยเสียงที่ชัดเจน
“เยี่ยนเสี่ยวหยู มันเป็นชื่อที่งดงามมาก ข้าขอถามคำถามได้หรือไม่?”
“พี่สาว ท่านสามารถถามข้าได้” เสี่ยวหยูเอ่อร์กล่าวออกมาโดยไม่
กังวลต่อมู่เชียนเสวียแม้แต่น้อย
“อืม… ข้าอยากรู้ว่าพื้นหลังเจ้าเป็นเช่นไร บิดามารดาของเจ้าคือใคร?
เจ้ากินหินตะวันม่วงเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร? และเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าตัว
อ่อนหินตะวันม่วงอยู่ที่ไหน?”
การได้ยินคำถามมู่เชียนเสวีย เยี่ยนเสี่ยวหยูก็คิดอย่างหนักเป็นเวลา
หนึ่งก่อนที่จะส่ายหัว นางกล่าวว่า “ข้าจำไม่ได้ว่ามาจากไหน… สิ่งที่ข้าจำ
ได้ก็คือข้าอยู่เพียงคนเดียวในเมืองหลวงโบราณกาล และข้าไม่มีบิดา
มารดา…”
“เจ้าอยู่คนเดียว? แล้วเจ้ามีชีวิตอยู่อย่างไรเมื่อตอนเป็นเด็กเล็ก? แล้ว
เจ้าได้รับหินตะวันม่วงจากไหน?” หลังจากได้ยินคำพูดของเสี่ยวหยูเอ่อร์
หลินหมิงก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กสาวซึ่งไร้ที่พึ่งจะ
มีชีวิตอยู่ในเมืองหลวงโบราณกาล นอกจากนี้ เสี่ยวหยูเอ่อร์ยังไม่ได้กิน
อาหารตามปกติ นางแต่กินหินตะวันม่วงและคริสตัลตะวันม่วง แล้วนาง
จะหามันได้จากที่ใด?
เยี่ยนเสี่ยวหยูลังเลครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “ความจริงก็คือ… ข้า
สามารถมองเห็นหินตะวันม่วงที่ฝังอยู่ใต้ดินได้ ข้าสามารถเห็นได้แม้ว่า
พวกมันจะอยู่ห่างไกลมากๆ เพียงแค่ว่าข้าอ่อนแอมากจึงไม่สามารถขุด
มันออกมาได้ แต่… บางครั้งข้าก็สามารถขุดก้อนเล็กๆที่อยู่ตื้นและกินมัน
…”
หลินหมิงและมู่เชียนเสวียต่างก็ตกตะลึง มันมีความสามารถลึกลับ
เช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?