Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,145 ความสามารถอันน่าพิศวง
“เจ้าสามารถมองเห็นตำแหน่งของหินตะวันม่วงได้เช่นนั้นหรือ? คนที่
จับตัวเจ้าไปไม่ได้รู้เรื่องนี้?” หลินหมิงพบว่าสิ่งนี้น่าแปลกใจ หินตะวันม่วง
และคริสตัลตะวันม่วงมักถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกแยกจากชั้นดินหนา นอกจากนี้
ชั้นดินเหล่านี้มักจะเป็นภูเขาสีม่วง เช่น ในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิต
เดียวดาย และมีคุณสมบัติบางอย่างที่สามารถป้องกันสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้
พวกมันจึงยากที่จะค้นพบได้ ถ้าเยี่ยนเสี่ยวหยูมีความสามารถนี้ เพียงจุด
เดียวนี้ก็จะทำให้ขุมกำลังใต้ดินนับไม่ถ้วนต้องการตัวนาง
เสี่ยวหยูส่ายหัว นางกำหมัดเล็กๆและพูดว่า “พวกเขาเป็นคนเลว
ดังนั้นข้าจึงไม่ได้บอกพวกเขา ถ้าข้าบอก มันจะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับ
ข้า ข้าคงจะต้องรีบเร่งทุกวันเพื่อช่วยทำเหมือง และความจริงก็คือ ถ้าข้า
มองหาสิ่งต่างๆนานเกินไปแล้ว ข้าจะเจ็บและรู้สึกวิงเวียน และป่วยใน
ที่สุด”
ในขณะที่เสี่ยวหยูพูด หลินหมิงและมู่เชียนเสวียก็รู้สึกว่าหัวใจของ
พวกเขาโล่งอก แม้ว่าเสี่ยวหยูจะยังเด็กอยู่และนางไม่ค่อยมีความกล้า แต่
นางก็ยังค่อนข้างฉลาด แรดมักจะตายเพราะเสียงนอ และช้างจะถูกล่า
เอางา ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กอายุ 11-12 ปีที่จะเข้าใจเรื่องนี้ และซ่อน
ความสามารถของตนเองไว้
ดูเหมือนว่าที่เสี่ยวหยูเปิดเผยว่านางรู้ที่อยู่ของตัวอ่อนหินตะวันม่วง
เป็นเพราะนางไม่มีทางเลือก เนื่องจากนางไม่ได้มีการบ่มเพาะใดๆ นางจึง
ไม่สามารถใช้การส่งกระแสเสียงปราณแท้เพื่อบอกหลินหมิงได้ นางทำได้
เพียงพูดออกมาดังๆเท่านั้น โชคดีที่เสี่ยวหยูไม่ได้ปกปิดความสามารถของ
นางต่อไป มิเช่นนั้นหลินหมิงจะไม่มีเงื่อนงำในการหาตัวอ่อนหินตะวันม่วง
และเสี่ยวหยูจะไม่สามารถกระโดดออกจากทะเลแห่งความทุกข์ยากได้
“พวกเขาปฏิบัติกับเจ้าอย่างไร?” มู่เชียนเสวียถอนหายใจ ขณะที่นาง
จำได้ว่าเสี่ยวหยูมีความกลัวในสายตาของนาง เมื่อนางเห็นท่านชายลั่ว
และนายหญิงลั่ว
เสี่ยวหยูกล่าวว่า “พวกเขาให้ข้ากินในเริ่มแรก แต่พวกเขาก็บังคับให้
ข้าฝึกอย่างมาก พวกเขาไม่ยอมให้ข้าหลับหรือแม้แต่การพักผ่อน และ
หลังจากนั้นนายหญิงลั่วก็ยังเรียกข้าว่าขยะที่ไร้ประโยชน์ และตะโกนใส่
ข้า ตีข้าและขังข้าไว้ในที่สุด พวกเขาไม่ยอมให้ข้ากินอีกต่อไปและอยากจะ
ขายข้าแทน พวกเขาอยากจะขายข้าให้แม่มดนักเล่นแร่แปรธาตุที่น่ากลัว
คนหนึ่ง แต่แม่มดนั้นคิดว่าข้าแพงเกินไปเลยไม่ได้ซื้อข้า ข้ากลัวว่าจะเกิด
อะไรขึ้นอีกถ้าข้าอยู่ที่นั่น ข้ารู้ว่าถ้าข้าอยู่ต่อไป ข้าก็จะตายในไม่ช้าก็เร็ว
นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าต้องเรียกหาพี่ชาย…”
เยี่ยนเสี่ยวหยูมองไปยังหลินหมิง นางไม่คิดว่าการที่นางเรียกหาเขา
จะสร้างปัญหาใหญ่
“พรรคใต้ดินเหล่านี้ใจร้ายอย่างยิ่ง…” หลินหมิงกล่าว แต่เขาเข้าใจดี
ว่านี่เป็นเพียงเรื่องทั่วไปของโลกแห่งนักสู้ ขุมกำลังของพรรคเหล่านี้ไม่
จำเป็นต้องกังวลกับความคิดของสาธารณชน ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถ
แสวงหาผลกำไรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวก็
ตาม เหตุผลที่พวกเขามอบหินตะวันม่วงให้เสี่ยวหยูในช่วงเริ่มต้นก็เพื่อ
ต้องการฝึกนาง ดังนั้นเมื่อนางโตเต็มที่พวกเขาก็จะสามารถขายนางใน
ราคาที่สูงขึ้นได้ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาพยายามฝึกฝนเด็กสาวอายุ 11-12
ปีอย่างจริงจัง แต่เมื่อพวกเขาพบว่าการฝึกฝนไม่มีผลใดๆ พวกเขาจึงคิดที่
จะขายนางแทน หลังจากนั้นไม่ว่าชะตากรรมของนางจะเป็นหรือจะตาย
มันก็ไม่มีใครสนใจ
“พี่สาวและพี่ชายแข็งแกร่งมาก! คนเลวเหล่านั้นถูกจัดการทั้งหมด!”
เสี่ยวหยูกล่าวอย่างตื่นเต้น ขณะที่นางคิดถึงสิ่งที่หลินหมิงและมู่เชียนเส
วียได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาก่อนหน้า
มู่เชียนเสวียยิ้มและส่ายหัว “เราไม่แข็งแกร่งเช่นที่เจ้าคิดว่าเราเป็น”
ขณะที่นางพูด นางก็ช่วยไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นและถูแก้มของเสี่ยวหยู นาง
ทำได้เพียงพึ่งพาพลังงานเพื่อจำลองการสัมผัส ซึ่งจะรู้สึกเหมือนน้ำ
“มือพี่สาวช่างเย็นยิ่งนัก” เสี่ยวหยูกล่าว นางไม่ได้หลบเลี่ยง เพียงแค่
มองมู่เชียนเสวียแบบแปลกๆ
มู่เชียนเสวียหัวเราะเบาๆ การถูกเรียกว่าเป็นพี่สาวโดยเด็กเล็กนั้น
แปลกมากสำหรับนาง นางกล่าวว่า “เจ้าสามารถเรียกข้าว่าท่านป้าได้ต่อ
จากนี้ไป ข้ามักจะมีร่างกายที่หนาวเย็นเสมอ
“ท่านป้า…” เสี่ยวหยูเอียงคอของนางขณะที่ครุ่นคิด นางกล่าวว่า “แต่
ข้าชอบเรียกท่านว่าพี่สาวมากกว่า! และพี่สาวดูเหมือนจะไม่แก่กว่าเสี่ยวห
ยูเลย”
“เอ่อ…” มู่เชียนเสวียหัวเราะและคิดว่ามันตลก ในช่วงเวลาที่นาง
หลับใหลอยู่ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้านั้นแปลกมาก มันไม่ได้ทำให้เพลิง
แห่งชีวิตของนางลดลงไปเลย และพวกมันก็ยังสดใสราวกับเมื่อ 50,000
ปีก่อน เหมือนเวลาหยุดลงและเริ่มต้นใหม่เมื่อนางตื่นขึ้นมาเจอหลินหมิง
ขณะที่นางยืนอยู่ด้วยกันกับหลินหมิง พวกเขาเหมือนรุ่นเยาว์ที่เต็ม
ไปด้วยพลัง นี่คือหนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดของการเดินบนเส้นทางแห่ง
นักสู้ มันจะช่วยยืดอายุของพวกเขา
บรรดาผู้ที่บ่มเพาะไม่เต็มใจที่จะเลิกกลางคัน ขณะที่หลายปีที่ผ่านไป
พลังชีวิตและความแข็งแกร่งของพวกเขาจะจางหายไปอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่า
พวกเขามีความสามารถในการเคลื่อนย้ายภูเขาและท้องทะเล แต่พวกเขา
ก็จะไม่สามารถหลบหนีการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆได้
บ่อยครั้งที่นักสู้มักจะแสวงหาโชคอันยิ่งใหญ่ เพื่อปีนไปสู่จุดสูงสุด
ของนักสู้ สิ่งที่กระตุ้นพวกเขาได้ไม่เพียงมีแต่กฎแห่งเต๋าสวรรค์ แต่ยังเพื่อ
อายุที่ยืนยาวด้วย
แม้กระทั่งราชันสวรรค์ก็ยังไม่สามารถบรรลุความเป็นอมตะที่มีอยู่ใน
ตำนานได้ สำหรับเรื่องที่ว่าผู้ใดจะสามารถบรรลุความเป็นอมตะผ่านเส้น
แห่งนักสู้ และอยู่เหนือกว่าขอบเขตของเต๋าสวรรค์นั้น มันก็เป็นเรื่อง
ลึกลับเสมอมา
“เอาล่ะ กินเลย เจ้าดูหิวมาก” หลินหมิงเอาคริสตัลตะวันม่วงที่มี
คุณภาพสูงหลายอันออกจากภูเขาคริสตัลตะวันม่วงและส่งให้เสี่ยวหยู
เมื่อเสี่ยวหยูได้เห็นคริสตัลตะวันม่วงและพลังอันท่วมท้นซึ่งมีอยู่
ภายใน นางก็เลียริมฝีปากและพูดว่า “นี่เป็นสิ่งที่แพงมาก… คริสตัลของ
พี่ชายหลินหมิงดีกว่าอันที่ข้าเคยกินมากนัก”
ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของคริสตัลตะวันม่วงที่หลินหมิงหยิบออกมามี
มูลค่าหลายแสนหินตะวันม่วง ขุมกำลังใต้ดินนั้นแน่นอนว่าจะไม่เต็มใจที่
จะให้เสี่ยวหยูได้กินสิ่งที่หรูหราเช่นนี้ แต่สำหรับเขาที่มี 5 แสนล้านหิน
ตะวันม่วง เพียงไม่กี่แสนจึงเป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทร
“กินเลย” มู่เชียนเสวียยิ้ม “มันไม่สำคัญ กินเท่าที่ต้องการเลย”
เสี่ยวหยูหยิบเอาคริสตัลตะวันม่วงก้อนใหญ่ นางเขินอายเล็กน้อย
และกัดลงไป
ในขณะที่เสี่ยวหยูกินคริสตัลตะวันม่วง หลินหมิงก็ให้ความสนใจเป็น
พิเศษกับการเปลี่ยนแปลงของมัน คริสตัลตะวันม่วงนั้นแข็งมาก
แม้กระทั่งค้อนเหล็กก็ยังไม่สามารถที่จะทำลายพวกมัน และพวกมันกลับ
ถูกกัดได้อย่างง่ายดายโดยฟันของเด็ก แต่ขณะที่เยี่ยนเสี่ยวหยูกัดลงบน
คริสตัลตะวันม่วง ส่วนหนึ่งของพลังงานคริสตัลก็ละลายไปอย่างลึกลับ
เช่นเดียวกับที่นางกำลังกัดผลไม้ทั่วไปแทน คริสตัลตะวันม่วงก็ได้ถูกกัด
กินไปอย่างง่ายๆเช่นนี้
“นี่…” หลินหมิงเหลือบมองไปที่มู่เชียนเสวีย พบว่าเรื่องนี้ไม่น่าเชื่อ
อย่างมาก นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!? เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวหยูไม่ได้มีความผัน
ผวนของพลังงานใดๆออกมาจากร่างกายของนางเลย นางเป็นดั่งเด็กสาว
ปุถุชน
“อร่อยยิ่งนัก! ข้าไม่เคยกินอะไรที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย” เสี่ยวหยูดู
เหมือนขี้อายขณะที่นางพูดแต่ก็ยังคงกินต่อไป ยิ่งกินมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่ง
ดูเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับเด็กสาวที่กินลูกอมธรรมดา
“ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อนเลย” มู่เชียนเสวียถอนหายใจ ใน
ขอบเขตของแดนเทวะอันกว้างใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลกประหลาด
ล้วนสามารถเป็นไปได้ มู่เชียนเสวียคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์มากพอตัว
แต่นางก็ยังไม่เคยเห็นบันทึกใดที่เกี่ยวข้องกับร่างกายดังกล่าว หินตะวัน
ม่วงคือการควบแน่นของพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี นักสู้สามารถใช้
พวกมันในการบ่มเพาะ แต่เนื่องจากนิกายใหญ่ของแดนเทวะ มักมี
สถานที่ฝึกฝนที่มีพลังงานอุดมสมบูรณ์มาก มันจึงไม่ได้มีความต้องการ
มากเกินไปในการใช้คริสตัลตะวันม่วงสำหรับการบ่มเพาะ ปกติแล้ว
คริสตัลตะวันม่วงจะถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นการทำงานของรูปแบบค่ายกล
และขับเคลื่อนเรือรบจิตวิญญาณ หรือแม้แต่การควบคุมสิ่งประดิษฐ์ระดับ
จิตวิญญาณขนาดใหญ่ พวกมันสามารถนำมาใช้เพื่อเปิดแดนเร้นลับแปลก
แยกได้
แต่การกินคริสตัลตะวันม่วงโดยตรงนั้น… นั่นคือสิ่งที่นางไม่เคยได้ยิน
มาก่อนเลย
ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วธูป คริสตัลตะวันม่วงก้อนใหญ่ก็ถูกกินโดย
เสี่ยวหยู
เสี่ยวหยูลูบท้องของนางและเรอเสียงดังออกมา ใบหน้าของนางแดง
ก่ำด้วยความอาย และนางก้มหน้าลงด้วยความละอายใจและพูดอย่างช้าๆ
ว่า “ข้า… ข้าอิ่มแล้ว มันอร่อยมาก”
หลินหมิงมองไปยังเสี่ยวหยู มีแสงที่งงงวยในสายตาของเขา ใน
ความคิดของเขา พลังงานในแดนเทวะได้รับการอนุรักษ์ มันจะไม่มาจาก
ที่ไหนหรือจะสุ่มหายไป ปุถุชนสามารถทำงานได้เพราะกินอาหาร และนัก
สู้สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาและทะเลได้เพราะดูดซับพลังต้นกำเนิดสวรรค์
และปฐพี
ดังนั้นแล้ว เสี่ยวหยูที่กินพลังงานคริสตัลตะวันม่วงที่บริสุทธิ์มากเข้า
ไป พลังงานนั้นไปยังที่ใด?
เด็กสาวคนหนึ่งย่อมมีขีดจำกัดความสามารถในการใช้พลังงานใน
ชีวิตของพวกเขา มันอาจจะไม่เท่ากับหนึ่งในพันของคริสตัลตะวันม่วงเมื่อ
ครู่
หลินหมิงใช้สัมผัสของเขาเพื่อตรวจสอบร่างกายของเสี่ยวหยู
หลังจากติดตามการเคลื่อนไหวของคริสตัลตะวันม่วงหลังจากเสี่ยวหยูกิน
เข้าไป เขาค้นพบว่าพลังงานได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหมือนมีหลุมลึก
ในร่างกายของเสี่ยวหยู และนางกลืนมันทั้งหมดได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด
หลินหมิงมองไปยังมู่เชียนเสวีย แต่มู่เชียนเสวียก็เพียงแค่ส่ายหัว
เท่านั้น นางกล่าวว่า “ข้าเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ ร่างกายของเสี่ยวหยูนั้น
ไม่สามารถเข้าใจได้ นางฝ่าฝืนการอนุรักษ์พลังงานที่มีอยู่ในกฎของเต๋า
สวรรค์ อีกอย่าง บางทีพลังงานนี้อาจถูกซ่อนโดยใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง
หรืออาจจะถูกถ่ายโอนไปที่อื่น…”
แม้ว่าพลังวิญญาณของมู่เชียนเสวียจะอยู่ในระดับกึ่งราชันพิภพ แต่
นางยังไม่สามารถค้นพบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเยี่ยนเสี่ยวหยู
“เช่นนั้นก็ถือว่าพอแค่นี้ก่อน เราจะคลี่คลายเรื่องนี้ในอนาคตอย่าง
ช้าๆ” หลินหมิงไม่คิดว่ามันจะง่ายที่จะเข้าใจร่างกายของเสี่ยวหยู มิ
เช่นนั้น ขุมกำลังใต้ดินของเมืองหลวงโบราณกาลคงทำได้ไปแล้ว
“เสี่ยวหยู เจ้าบอกว่าเจ้ารู้ตำแหน่งของตัวอ่อนหินตะวันม่วง เจ้าพบ
มันเมื่อเจ้ากำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่จะกินใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่แน่ใจนัก…” เสี่ยวหยูส่ายหัว “สถานที่แห่งนั้นแปลกมาก… เมื่อ
ข้าเห็นสถานที่แห่งนั้น ข้ารู้สึกว่า… มันอึดอัด และข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
… ข้าสามารถพาพี่ชายหลินหมิงไปยังนั่นได้ในตอนนี้”
“ดี เจ้าชี้ทางและเราจะไปด้วยกัน แต่เราไม่รีบร้อน ดังนั้นเราต้องพัก
ก่อน”
หลินหมิงกลายเป็นลำแสงที่พุ่งออกมาจากแหวนม่วงพยัคฆ์ จากนั้น
ความคิดของเขาขยับและร่างกายของเขาก็เริ่มเปล่งเสียงแตก ร่างกาย
ของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ร่างของเขามีขนาดใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อของ
เขาหนาขึ้น และมีหน้าตาที่ดูธรรมดา ในระยะเวลาสั้นๆ เขาก็กลายเป็น
คนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาเขาคนเดิมพบ
แม้แต่เงา
จากนั้น หลินหมิงก็ได้ใช้ทักษะพิเศษที่มู่เชียนเสวียได้สอนให้เขา เพื่อ
ปกปิดความผันผวนของพลังงานในมิติอนุภาคแรกกำเนิด ใช้มันเพื่อ
เปลี่ยนแปลงออร่าของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ในเวลานี้ แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นก็ไม่สามารถจดจำเขาได้
และเหตุใดผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์จึงจะมาใช้เวลาเพื่อ
ตรวจสอบทุกคนที่พวกเขาเจอ?
เป็นเช่นนี้ พวกเขาได้พักอยู่จนพลบค่ำ ภายใต้ต่ำคืน หลินหมิงได้มุ่ง
หน้าไปยังเมืองหลวงโบราณกาลอย่างเงียบๆ ด้วยคำแนะนำของเสี่ยวหยู
ในไม่ช้าเขาก็พบตำแหน่งที่เสี่ยวหยูบอกว่าตัวอ่อนหินตะวันม่วงอยู่ แต่
ในขณะที่เขาเห็นสถานที่แห่งนี้ เขาเองก็ตกใจอย่างยิ่ง
มัน… มันเป็นที่นี่ได้อย่างไร?