Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,151 กลั่นตัวอ่อนของหิน
หลินหมิงลังเลอยู่ชั่วครู่ ถ้าเขาถามว่าสิ่งใดถูกยับยั้งไว้ใต้ผนึกข่าย
สวรรค์โบราณโดยตรงมันก็จะเป็นเรื่องที่ไม่สุภาพ นี่เป็นสิ่งที่จิตวิญญาณ
สิ่งประดิษฐ์ผนึกข่ายสวรรค์โบราณไม่สามารถเปิดเผยได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็กล่าวว่า “ผู้อาวุโส ผู้เยาว์อยากจะถาม
คำถามท่าน เหตุใดท่านจึงตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าข้าเมื่อท่านเห็นกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้า?”
หลินหมิงรู้สึกว่ามันแปลกมาก วิญญาณโบราณตนนี้รู้ถึงคุณค่าของ
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่มีเจตนาที่จะต่อสู้เพื่อแย่ง
มันจากหลินหมิง ซึ่งมันดูเหมือนจะขัดกับสามัญสำนึก
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์โบราณหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามของหลินหมิง
เสียงแหบของมันฟังดูเหงาและเดียวดาย “ทุกคนและทุกสมบัติมีเวลาและ
ยุคของตัวเอง ยุคของข้าจบลงพร้อมกับราชันสวรรค์ผนึกเทวะเมื่อ 3.6
พันล้านปีก่อน ยุคที่ล่วงลับและงดงามนั้นเป็นของเรา แต่ตอนนี้ ข้าจะไม่สู้
เพื่ออะไรอีกแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะก้าวไปอีกขั้นในเส้นทางของ
ข้า เหตุผลที่ข้าใช้เคล็ดสลายความเสื่อมก็เพื่อยืดอายุของข้าเอง เพราะ
เหตุผลเดียวที่ข้ายังต้องคงอยู่ก็คือการปกป้องค่ายกลผนึกเทวะนี้!”
และเมื่อทัณฑ์สวรรค์ที่แท้จริงมาถึง มันก็จะมีวีรบุรุษในสมัยนั้นเพื่อ
ก้าวไปข้างหน้า และเป็นผู้นำในการต่อสู้กับการทำลายล้างนี้ และ
เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ข้าก็ไม่สามารถเป็นคนผู้นั้นได้ แม้ว่าค่ายกลผนึกเทวะ
นี้จะไม่จำเป็นต้องให้ข้าปกป้องอีกต่อไป และข้าก็สามารถที่จะออกจาก
ดินแดนนี้ได้ อย่างมากที่สุดเท่าที่จะข้าทำได้คือการมีบทบาทสนับสนุน
สำหรับเจ้าแล้ว เจ้ามีโอกาสที่จะกลายเป็นวีรบุรุษที่จะชี้นำยุคนี้ แน่นอน
ไม่ว่าเจ้าจะสามารถทำได้หรือไม่นั้นมันก็ไม่อาจรู้ได้
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์โบราณกล่าว แทนที่จะเชื่อในหลินหมิง แต่
สิ่งที่เขาเชื่อกลับเป็นกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
ผู้ที่ได้รับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ไม่จำเป็นต้องมีโชคชะตาที่จะได้
เป็นผู้นำเสมอไป ในอดีตท่านปู่ของมู่เชียนเสวียที่เป็นมหาราชันพิภพ
และมู่เชียนเสวียเองก็เป็นอัจฉริยะที่ไร้เปรียบ พวกเขาได้พบกับกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า แต่ไม่เพียงพวกเขาจะไม่ได้กลายเป็นผู้นำแห่งยุค แต่
พวกเขากลับได้รับความทุกข์ทรมานแทน
ถ้าหลินหมิงตายไป มันก็จะมีใครสักคนที่จะสืบทอดโชคชะตาของ
เขา วงจรนี้จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจะตก
ไปอยู่ในมือของผู้ครอบครองที่แท้จริง!
ร้อยล้านปียาวนานเพียงใด? แม้ว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจะ
เปลี่ยนผู้ถือครองมันทุก 10,000 ปี แต่ก็ยังต้องสลับไปมาในมือของ
10,000 ผู้เชี่ยวชาญ ในหมู่คนเหล่านี้ พวกเขาต่างเป็นยอดวีรบุรุษไร้
เปรียบ
“ผู้อาวุโส… ท่านได้บอกว่าในช่วง 3.6 พันล้านปีที่ผ่านมานี้ ท่านได้…
ปกป้องค่ายกลผนึกเทวะมาตลอด?”
“ใช่ เจ้าอยากรู้ว่าสิ่งใดที่ถูกปราบปรามไว้ภายใต้ค่ายกลผนึกเทวะ?
ข้าแนะนำให้เจ้าเก็บความอยากรู้ไว้ สิ่งนี้มันไกลเกินกว่าจินตนาการของ
เจ้า มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่จาก 3.6 พันล้านปีก่อน!
ถ้าเจ้ารู้ว่ามันคืออะไร ไม่เพียงแต่จะไม่นำมาซึ่งผลประโยชน์ใดๆกับเจ้า
แล้ว แต่มันอาจจะสร้างความหายนะให้กับเจ้าได้”
ขณะที่หลินหมิงได้ยินคำพูดของวิญญาณโบราณ จิตใจของเขา
กลายเป็นด้านชา
3.6 พันล้านปี… ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหนังและโลหิตเช่นใด มันก็น่าจะ
เป็นฝุ่นไปแล้ว!
ความเป็นไปได้เดียวก็คือ ถ้ามันเป็นรูปแบบชีวิตพลังงาน ซึ่ง
เหมือนกับจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ แต่มันจำเป็นต้องใช้รูปแบบค่ายกลอัน
ยิ่งใหญ่เพื่อปราบปรามด้วยหรือ? หรือจะเป็น…
หลินหมิงคิดไปถึงลูกแก้วปีศาจ และไพ่สีม่วงที่ปรากฏอยู่ข้างของ
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ถ้ามันเป็นสิ่งเหล่านั้น พวกมันก็จะต้องถูก
ปราบปรามเช่นนี้จริง?
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เพิ่มเติม หลินหมิงก็ส่ายหัว วิญญาณโบราณได้
กล่าวว่าทั้งสามสิ่งนี้ไม่ได้มีจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ สมบัติที่ปราศจากจิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ไม่ควรมีสติปัญญาใดๆของตัวเอง และไม่จำเป็นต้อง
ถูกปราบปรามโดยผนึกนี้ ยิ่งกว่านั้น… ถ้าพวกมันมีจิตวิญญาณ
สิ่งประดิษฐ์แล้ว บางทีแม้แต่ผนึกข่ายสวรรค์โบราณก็อาจจะไม่สามารถ
ปราบปรามมันได้
หลินหมิงจึงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป ในวันที่เขาเติบโตขึ้นและ
แข็งแกร่งพอ เขาก็จะรู้ว่ามีอะไรถูกปราบปรามไว้ที่นี่ มีความเป็นไปได้ว่า
… เขายังจะต้องเผชิญหน้ากับมันด้วย!
แต่ตอนนี้ มันก็เหมือนกับที่วิญญาณโบราณกล่าวไว้ ด้วยความ
อ่อนแอของเขา การรู้ความลับที่สั่นคลอนสวรรค์จะทำให้เกิดภัยพิบัติแก่
เขาเท่านั้น
“ผู้อาวุโส ผู้เยาว์มีคำถามสุดท้าย เกี่ยวกับเยี่ยนเสี่ยวหยู นางเป็นเด็ก
สาวที่พาผู้เยาว์มาที่นี่ ท่านรู้ความลับของชีวิตนางบ้างไหม?”
วิญญาณโบราณเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง กล่าวว่า “เกี่ยวกับนางนั้น ข้ามี
เพียงการคาดเดาบางอย่าง ข้าหลับอยู่ที่นี่มานานเกินไปและมีเรื่อง
มากมายที่เกิดขึ้นภายนอก ซึ่งข้าไม่สามารถคาดเดาได้หมด โชคชะตาเป็น
เรื่องลวงและไม่อาจคาดการณ์ได้อย่างแท้จริง แม้กระทั่งราชันสวรรค์ก็ไม่
สามารถเข้าใจถึงเส้นทางที่คดเคี้ยวของชะตากรรม และอนาคตก็ถูกปก
คลุมไปด้วยหมอก แต่ในเวลาที่เหมาะสม เจ้าจะพบความจริงเอง”
วิญญาณโบราณค่อยๆกล่าว เสียงของมันนำมาด้วยความมืดมน
หลินหมิงได้ยินและเงียบงัน แม้กระทั่งราชันสวรรค์ก็ไม่สามารถควบคุม
โชคชะตาได้ ในความเป็นจริง สิ่งต่างๆเช่นโชคชะตาและกรรม เมื่อสิ่ง
เหล่านี้รวมกัน พวกมันได้สร้างสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่แยกออก
จากเต๋าสวรรค์ และเหนือกว่า มันเป็นเรื่องที่แปลก ไม่อาจคาดการณ์และ
เป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนด
“เด็กน้อย เจ้าและสาวน้อยที่อยู่ในรูปแบบจิตวิญญาณที่อยู่ภายใน
นั้นเป็นอัจฉริยะสูงสุดในรุ่นของเจ้า และแม้แต่เด็กนั่นที่กินคริสตัลตะวัน
ม่วงเองก็ไม่ธรรมดา เจ้ามายังที่นี่และปลุกข้าจากการหลับใหล และยัง
ต้องการที่จะทะลวงชิ้นส่วนของค่ายกลที่ยิ่งใหญ่นี้ เจ้าต้องการสิ่งใดที่นี่
กันแน่?”
“ผู้เยาว์มาหาตัวอ่อนหินตะวันม่วง” หลินหมิงบอกกล่าวโดยตรง
“ตัวอ่อนหินตะวันม่วง… เป็นร่างกายจิตวิญญาณภายในคริสตัลตะวัน
ม่วง? ง่ายมาก ร่างกายจำแลงของข้ามีสิ่งต่างๆมากมายที่ผนึกอยู่ภายใน
ข้าจะมอบให้กับเจ้า แต่หลังจากนี้ เจ้าจะต้องเดินไปบนเส้นทางของเจ้า
เอง ข้าจะรอเจ้า 10,000 ปี และดูว่าเจ้าจะพินาศกลายเป็นเถ้าถ่านหรือ
จะกลายเป็นตัวตนสูงสุดที่แท้จริงของแดนเทวะ!” ฮ่าๆๆ!
วิญญาณโบราณหัวเราะ จากนั้นคลื่นแสงสีม่วงก็กวาดไปยังหลินหมิง
ห่อหุ้มเขา หลินหมิงรู้สึกว่ามิติด้านหน้าของเขาบิดเบือนไป และเขาถูก
ส่งออกไปนอกปมมิติ แต่ในเวลานี้ ที่ด้านข้างหลินหมิง คริสตัลตะวันม่วง
ขนาดเท่ามนุษย์ก็ปรากฏขึ้น ลอยอยู่ในอากาศอย่างช้าๆ ที่ผนึกอยู่ภายใน
คริสตัลตะวันม่วงนี้เป็นลิงหินตะวันม่วง แม้ว่าจะเป็นลิงหิน แต่ก็ดูเหมือน
จริงมาก มันมีดวงตาสีดำคริสตัล และทุกรายละเอียดในร่างกายของมัน
สมบูรณ์แบบทุกเส้นขน
นี่คือตัวอ่อนหินตะวันม่วง
หลินหมิงโบกมือและเก็บมันเข้าไปในแหวนม่วงพยัคฆ์
มู่เชียนเสวียกลายเป็นลำธารแสงและเข้าสู่แหวนม่วงพยัคฆ์เช่นกัน
ขณะที่นางเห็นลิงหินอยู่ข้างหน้า นางก็ถอนหายใจ “นี่คือตัวอ่อนหินตะวัน
ม่วงที่เกิดจากการผ่านเวลามานับร้อยล้านปี ราชันสวรรค์ผนึกเทวะเป็น
ตัวตนที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง เขาสามารถใช้ภูเขาคริสตัลตะวันม่วง
ขนาดใหญ่เป็นอนุพันธ์ของผนึกข่ายสวรรค์โบราณ และหล่อเลี้ยงมันอย่าง
ต่อเนื่องโดยใช้พลังงานที่เกิดจากรูปแบบค่ายกล และผนึกไว้นานกว่า 3.6
พันล้านปี และแม้แต่สร้างโลกที่ให้กำเนิดตัวอ่อนหินตะวันม่วง เพียงหนึ่ง
ในพวกมันเหล่านี้ก็เป็นสมบัติที่มีคุณภาพชั้นยอดในหมู่สมบัติที่มีคุณภาพ
ชั้นยอดทั้งหมดแล้ว!”
มู่เชียนเสวียถอนหายใจ ขณะที่นางรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง
ความแข็งแกร่งของตนและราชันสวรรค์ เมื่อนางอยู่ในสถานะสูงสุด นาง
เพิ่งจะได้เป็นกึ่งราชันพิภพเท่านั้น
“บางทีในอดีต ราชันสวรรค์ผนึกเทวะอาจเป็นวีรบุรุษที่นำพากอง
กำลังของจักรวาลนี้ เพื่อต่อต้านภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่นั่น… และแม้แต่ตอนนี้
ค่ายกลผนึกเทวะก็ยังคงปราบปรามสิ่งที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่นั้น
ได้ ข้าสงสัยว่ามันคือสิ่งใดกันแน่…
“หลินหมิง เราประสบความสำเร็จอย่างมากในการได้รับตัวอ่อนหิน
ตะวันม่วง แต่อาจเป็นไปได้ว่าเจียงอวี่ยังไม่ได้รวบรวมวัสดุอื่นๆที่จำเป็น
สำหรับการกลั่นโอสถอมตะลับเฉพาะ แทนที่จะกลับไปยังเมืองหลวง
โบราณกาลตอนนี้ และเสียเวลาของเรา เราควรอยู่ใต้ดินที่นี่ ข้าจะกลั่น
แก่นตัวอ่อนหินตะวันม่วงและเจ้าสามารถฝึกฝนรอได้ ด้วยระดับกายจิต
วิญญาณของเจ้า มันก็ไม่ควรพบคอขวดระหว่างเก้าวิบัติและเทพสมุทร
เจ้าจำเป็นต้องดูดซับพลังงานต้นกำเนิดให้เพียงพอ และทำให้เมล็ดพันธุ์
โลกของเจ้างอกขึ้นมา”
“ได้”
ในระหว่างเก้าวิบัติของหลินหมิง เขาได้ดูดซับเสี้ยวกฎแห่งปฐพี
จำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่ได้มีเวลาในการรับรู้มัน การ
แยกแยะและทำความเข้าใจกฎเหล่านี้เป็นกระบวนการที่ช้ามาก
หลินหมิงกลับขึ้นมาที่ใต้ดินระดับความลึก 3,000 ไมล์ และเริ่ม
ฝึกฝนที่นั่น ลึกในใต้ดิน แม้ว่าระดับของความร้อนไม่ได้เป็นเช่นที่ 18
นรกแห่งเพลิงซึ่งมีกฎที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังคงสามารถมีบทบาทในการ
เสริมสร้างความเข้าใจในวิถีแห่งเพลิง
สำหรับมู่เชียนเสวีย หลังจากที่นางกลั่นตัวอ่อนหินตะวันม่วงให้
บริสุทธิ์แล้ว นางก็หยิบแผ่นกระดูกที่หลินหมิงซื้อมาจากพรรคใต้ดิน และ
เริ่มอ่านเนื้อหาของมัน นี่เป็นแผ่นกระดูกจากสมัยโบราณ แม้ว่าจะเป็นแค่
เสี้ยวหนึ่ง แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีค่าอยู่ภายใน
เสี่ยวหยูใช้เวลาหลายวันอย่างมีความสุขและสะดวกสบาย กินแล้ว
หลับ แล้วตื่นขึ้นมาแล้วกินอีกครั้ง
หลังจากที่ตัวอ่อนหินตะวันม่วงถูกกลั่นโดยมู่เชียนเสวียแล้ว สิ่งที่
เหลือก็คือกากหินตะวันม่วง สิ่งนี้ก็ยังถูกกินโดยเสี่ยวหยู
กากคริสตัลตะวันม่วงนี้มีคุณภาพสูงกว่าคริสตัลตะวันม่วงธรรมดา
ด้วยซ้ำ
หลังจากที่เสี่ยวหยูกินกากคริสตัลตะวันม่วงนี้แล้ว ใบหน้าที่กลมของ
นางแดงอมชมพูราวกับว่านางเมาไวน์องุ่น ย่างก้าวนางไม่มั่นคงและนางก็
ล้มลงบนพื้น หลับไปทั้งอย่างนั้น
ในหลายวันที่ผ่านมา เสี่ยวหยูได้กินคริสตัลตะวันม่วงที่มีค่าหลายสิบ
ล้านหินตะวันม่วง นี่ยังไม่ได้รวมถึงกากคริสตัลตะวันม่วงอันล้ำค่าด้วย
แก้มของนางกลายเป็นสีส้มและแดงมากขึ้น ดูราวกับว่าจะสามารถหยิก
และบีบน้ำออกมาได้ พวกมันเหมือนลูกพีชกลมมน
เสี่ยวหยูหลับอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืน หลังจากที่ตื่นขึ้นมานางก็ยังหิวอยู่
มู่เชียนเสวียตรวจสอบร่างกายของเสี่ยวหยู แม้ว่านางจะไม่สามารถ
หาปราณแท้ได้ แต่นางก็รู้สึกได้เล็กน้อยว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป
ผลนี้ไม่ทำให้มู่เชียนเสวียผิดหวัง ถ้าแม้แต่สมบัติจิตวิญญาณเทพยัง
กล่าวว่าร่างกายของเสี่ยวหยูนั้นพิเศษมากแล้ว เช่นนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้ที่
จะปลุกสายเลือดของนาง เพียงแค่กินหินตะวันม่วงไม่กี่สิบล้าน
หลังจากตื่นขึ้น เสี่ยวหยูก็สามารถที่จะกินได้มากขึ้น ถึงกระนั้น
ร่างกายของนางก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าพลังต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพีจำนวนมหาศาลได้หายไปยังที่ใด
เป็นเช่นนี้ ครึ่งปีก็ได้ผ่านไป ในการเข้าฌานลึก ร่างกายของหลินหมิง
ก็สั่นไหวและเขาก็ลืมตาขึ้น ภายในตันเถียนของเขา เมล็ดพันธุ์โลกได้มี
ขนาดเล็กลง แต่รอบเมล็ดพันธุ์โลกมีการบิดเบือนมิติอย่างรุนแรง ราวกับ
ทุกสิ่งจะถูกฉีกขาดออกจากกันได้ นี่เป็นสัญลักษณ์ว่าเมล็ดพันธุ์โลกจะ
ปะทุขึ้นเร็วๆนี้
หลินหมิงอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าวจากการไปถึงขั้นเทพสมุทร ถ้าเขา
ต้องการ เขาก็สามารถบังคับมัน และแม้กระทั่งทะลวงไปในตอนนี้ได้เลย
แน่นอนวิธีที่ดีที่สุดคือการปราบปรามการบ่มเพาะของเขาไปจนถึง
ขีดจำกัด จนกว่ามันจะทะลวงเองอย่างเป็นธรรมชาติ
“แม่นางมู่ มันถึงเวลาแล้ว กลับไปที่เมืองหลวงโบราณกาลกันเถอะ”