Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,152 คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,152 คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อต้องแสงอรุณ เมืองหลวงโบราณกาลก็ดูเหมือนเป็นดั่งสัตว์
ประหลาดขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า บดบังแสงแดดเป็นระยะทาง
หลายหมื่นไมล์ ซึ่งเป็นเงาขนาดใหญ่บนแผ่นดินใหญ่ของแผ่นดินหลักโลก
นักสู้ที่แท้จริง
ทุกช่วงเวลาจะมีเรือรบจิตวิญญาณมากมายนับไม่ถ้วนบินไปรอบๆ
เมืองหลวงโบราณกาล ที่เล็กที่สุดของเรือเหล่านี้มีขนาดเหมือนม้า และ
ขนาดใหญ่มันมีขนาดใหญ่กว่าภูเขา พวกมันเหมือนฝูงตั๊กแตนที่บิน
ออกไปไกลถึงขอบฟ้า
เมื่อเดินผ่านเมืองหลวงโบราณกาล มันก็มีนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้
จำนวนน้อยมาก ถ้าเห็นบางคน ก็มักจะเป็นหนุ่มสาว สำหรับนักสู้ทั่วไป
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็น เพราะพวกเขาจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าเมือง
ด้วยซ้ำ
“ครั้งที่สองที่ข้าได้มายังเมืองหลวงโบราณกาล ดูเหมือนว่ามันจะมี
ชีวิตชีวากว่าเมื่อ 8 เดือนที่แล้วมาก” หลินหมิงลูบคางของเขา ครั้งสุดท้าย
ที่เขามายังเมืองหลวงโบราณกาลเขารู้สึกว่ามีผู้เยาว์ที่โดดเด่นหลายคน
และตอนนี้ก็ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุก 10 คนที่เขาเห็นบนถนน
มากกว่า 4 คนจะมีอายุเกิน 50 ปี
ขณะที่หลินหมิงมาถึงมุมหนึ่งของเมือง เขาก็ได้จุดยันต์สื่อสาร นี่คือ
เครื่องหมายยันต์สื่อสารที่เจียงอวี่มอบให้เขา
หลังจากนั้นเพียงแค่ 10 ลมหายใจเท่านั้น หลินหมิงได้รับคำตอบ
เจียงอวี่กำลังเดินทางมาแล้ว
นับตั้งแต่งานแลกเปลี่ยนสินค้าครั้งล่าสุดที่หลินหมิงได้แสดงถึงความ
แข็งแกร่งอันท่วมท้น เหนืออัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ
เจียงอวี่จึงพยายามมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินหมิง เจียงอวี่จะทำอย่างดี
ที่สุดในงานที่หลินหมิงมอบให้เขา
“น้องชายหลิน!” ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เจียงอวี่ในชุดสีขาวก็ปรากฏตัว
ขึ้นในสายตาของหลินหมิง เขามีรอยยิ้มที่สดใสและตื่นเต้นบนใบหน้า
“ฮ่าๆๆ , เทพธิดาแห่งโชคคงยิ้มกับข้าในครั้งนี้ ข้าไม่ได้ขายหน้าตัวเองเลย
ข้าได้เตรียมวัสดุทั้งหมดที่เจ้าต้องการแล้ว!”
“ขอบใจพี่ชายเจียงมาก” หลินหมิงยกมือคำนับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ
หาวัสดุที่จำเป็นในการกลั่นโอสถอมตะลับเฉพาะ วัสดุหลายชิ้นมีส่วนผสม
ที่แปลกและเกินความคาดหมาย ตระกูลของเจียงอวี่มีช่องทางและรายชื่อ
ติดต่อมากมายทั่วเมืองหลวงโบราณกาล ด้วยความช่วยเหลือของเขา
หลินหมิงจึงสามารถประหยัดเวลาไปได้อย่างมาก
“ในแง่ของราคา ข้าจะทำให้แน่ใจว่าได้จ่ายให้ท่านมากพอ”
เจียงอวี่ตกใจ เขารีบตอบว่า “น้องชายหลินพูดเรื่องอะไรกัน? ข้าแค่
ช่วยเจ้าในเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น และแม้ว่าเจ้าจะจ่ายให้ข้าในราคาปกติ
ตระกูลเจียงก็ยังจะมีกำไรมากแล้ว”
เมื่อเทียบกับการได้รับความโปรดปรานจากหลินหมิง หินตะวันม่วงก็
ย่อมไม่ควรค่าในการกล่าวถึงเลย
“พี่ชายเจียง ข้าเพิ่งกลับมายังเมืองหลวงโบราณกาล และค้นพบว่ามี
อัจฉริยะรุ่นเยาว์มากมายกว่าเมื่อก่อนนัก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? มี
เหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้หรือไม่?”
หลินหมิงเพียงแค่ถามตามปกติ แต่หลังจากที่เจียงอวี่ได้ยินเรื่องนี้
ใบหน้าของเขาเร่าร้อนขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขากล่าวอย่างกระตือรือร้น
ว่า “อัจฉริยะรุ่นเยาว์เหล่านี้มาเพื่อเข้าร่วมมหางานประลองศักดิ์สิทธิ์!
มหางานประลองศักดิ์สิทธิ์ คือการแข่งขันระหว่างอัจฉริยะรุ่นใหม่ มี
ผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนและมีรางวัลมากมาย แต่น่าเสียดาย การแข่งขัน
ดำเนินไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว น้องชายหลินพลาดไปเล็กน้อย!”
เจียงอวี่ส่ายหัวด้วยความเสียใจ “พวกเขาได้เริ่มรอบการคัดออกแล้ว
ถ้าน้องชายหลินเข้ามาเมื่อหลายเดือนก่อนและได้ลงทะเบียน เช่นนั้นเจ้า
ก็น่าจะได้เป็นผู้ชนะเลิศและทำให้ทุกคนตื่นตระหนก!”
“โอ้? มหางานประลองศักดิ์สิทธิ์?” คิ้วของหลินหมิงโค้งขึ้น เขาไม่
รู้สึกแย่ที่พลาดมหางานประลองศักดิ์สิทธิ์ การแข่งขันประเภทนี้เป็นเพียง
การต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะในเมืองหลวงโบราณกาลเท่านั้น ไม่ว่าเมืองจะ
ใหญ่เพียงใดก็ย่อมมีขีดจำกัด เขาจึงไม่ใส่ใจนัก
“ใช่แล้ว! ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อไม่นานมานี้โลกหลักนักสู้ที่แท้จริงได้
จัดการแข่งขันมากมาย เพื่อให้รุ่นเยาว์สามารถแข่งขันกันได้ สำหรับเมือง
หลวงโบราณกาล มหางานประลองศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกจัดขึ้นโดยขุมกำลังราชัน
พิภพที่สอง – คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์!”
ในเมืองหลวงโบราณกาล มันมีสองแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพซึ่ง
มีฐานอยู่ที่นี่ ที่แรกคือ แดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง นั่นคือแดนศักดิ์สิทธิ์ที่
สร้างขึ้นโดยมหาราชันพิภพของโลกนักสู้ที่แท้จริง และยังเป็นดินแดน
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของโลกนักสู้ที่แท้จริงด้วย สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับ
ราชันพิภพที่สองคือ คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสองแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ มีเพียงส่วนหนึ่งของกองกำลัง
ของพวกเขาอยู่ในเมืองหลวงโบราณกาล ศูนย์ใหญ่ของพวกเขาไม่ได้อยู่
ที่นี่ แต่นี่คือสิ่งที่มันเป็น มันน่าทึ่งมากพอแล้วที่สองแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับ
ราชันพิภพมีฐานตั้งอยู่ในเมืองเดียวกัน แม้กระทั่งทั่วทั้งแดนเทวะ เมืองนี้
อาจถือได้ว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง
“ข้าได้ให้สมุนเก็บรวบรวมวัสดุทั้งหมดสำหรับน้องชายหลินแล้ว
น้องชายหลิน ถ้าเจ้าว่าง ตามข้าไปยังสถานที่ของมหางานประลอง
ศักดิ์สิทธิ์ และไปดูอัจฉริยะเหล่านี้เมื่อพวกเขาสู้กันเป็นอย่างไร? มหางาน
ประลองศักดิ์สิทธิ์กำลังใกล้เข้ามาถึงช่วงหลังแล้ว ดังนั้นคนที่ก้าวขึ้นไป
บนเวทีก็ย่อมเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของเมืองหลวงโบราณกาล มีอัจฉริยะ
ที่น่าทึ่งจากสองแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ! การต่อสู้จะต้องเป็นที่น่า
อัศจรรย์!”
เมื่อหลินหมิงได้ยินเจียงอวี่ เขาก็ถูกล่อลวงใจอยู่บ้าง จนถึงตอนนี้
แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพที่เขาเคยประสบมาคือ เผ่ามังกรโบราณ
อย่างไรก็ตาม เผ่ามังกรโบราณไม่ได้มีนักสู้ระดับขั้นราชันพิภพแล้ว หลินห
มิงไม่รู้ว่าระดับความแข็งแกร่งสามัญของอัจฉริยะแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับ
ราชันพิภพเป็นเช่นไร
“ดี ไปดูกันเถอะ”
หลินหมิงตามเจียงอวี่ไปจนถึงสถานที่ของมหางานประลองศักดิ์สิทธิ์
ยิ่งพวกเขาใกล้ถึงสนามเท่าใด รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นกว่าในระหว่างทางยิ่งมี
จำนวนมากขึ้นเท่านั้น หลายคนเหล่านี้มีพรสวรรค์มากกว่าคนเช่นไป่เต๋า
หง
นักสู้เหล่านี้มาจากทั่วทั้งโลกหลักนักสู้ที่แท้จริง ซึ่งข้ามหลายไมล์เพื่อ
มายังที่นี่ พวกเขาหวังที่จะแสดงทักษะของเขาในเมืองหลวงโบราณกาล
ได้รับเกียรติยศและความมั่งคั่ง!
“รางวัลของงานนี้เป็นเช่นไร?” หลินหมิงถาม
คำถามนี้ทำให้เจียงอวี่ตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น เขาอธิบายว่า “รางวัลนั้นน่า
อัศจรรย์ยิ่ง! รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ คือโอสถเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์! นี่คือ
โอสถระดับสวรรค์ชั้นสูงที่ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรใช้เพื่อช่วยในการ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ด้วยการใช้มัน ผู้หนึ่งจะสามารถพัฒนา
โลกภายในของตัวเองได้ ถ้าพวกเขากินมันแล้ว เช่นนั้นในขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นขนาดของโลกภายในของพวกเขา จะยิ่งใหญ่กว่ากระทั่ง
โลกภายในของนักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลาง!”
“รางวัลนี้สามารถใช้เพื่อให้นักสู้ขั้นเทพสมุทร ทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นหรือ?” หลินหมิงลูบคางของเขา มันคงจะอีกนานจนกว่า
เขาจะสามารถใช้บางสิ่งเช่นนี้ได้
“อืม… โดยปกติในการแข่งขันของอัจฉริยะ จะมีเพียงนักสู้ขั้นเทพ
สมุทรเท่านั้นที่จะมีส่วนร่วมได้ และหลายคนก็เป็นอัจฉริยะเก้าวิบัติมา
ก่อนทั้งนั้น นักสู้ขั้นทำลายชีวิตจะยุ่งอยู่กับการสะสมพลังงาน และการ
รับรู้กฎอย่างไม่หยุดหย่อน หลายคนกำลังยับยั้งการบ่มเพาะของตัวเองให้
มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จนกว่าพวกเขาจะทะลวงเข้าสู่เก้าวิบัติ และ
ทำให้โลกต้องประหลาดใจด้วยพลังของพวกเขา! เมื่อเข้าถึงเก้าวิบัติ พวก
เขาจะมีความสุขผ่านการสันดาปจากกฎจำนวนมาก!”
เพื่อแสวงหาเก้าวิบัติและเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดของ
18 ขอบเขตเหล่านี้คือเก้าวิบัติ นั่นคือกำแพงที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากขั้น
พลังอื่น ถ้าอัจฉริยะสามารถเข้าถึงเก้าวิบัติ ยิ่งทำได้ยิ่งใหญ่ ความแตกต่าง
ดังกล่าวก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นตามมาภายหลังด้วย! นี่คือเหตุผลที่เก้าวิบัติมี
ความสำคัญกับอัจฉริยะก่อนทะลวงขั้นเทพสมุทร!
หลินหมิงพยักหน้า มันเป็นจริง ความสำเร็จในอนาคตของอัจฉริยะ
และระดับพรสวรรค์ของพวกเขา จะมองเห็นได้ชัดเจนและถูกต้องมาก
ที่สุดในช่วงขั้นเทพสมุทร ถ้าอัจฉริยะไม่สามารถสร้างรากฐานเก้าวิบัติได้
มันก็ไม่มีทางใดที่พวกเขาจะเป็นผู้ปกครองเทวะได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขา
จะไปสะดุดกับโชคที่สามารถสั่นสะเทือนสวรรค์
ขณะที่ทั้งสองพูดกัน พวกเขามาถึงแท่นขนาดมหึมาที่ทอดยาวหลาย
ร้อยไมล์ โดยไม่จำเป็นต้องให้เจียงอวี่บอก หลินหมิงรู้ได้ว่านี่เป็นเวที
สำหรับมหางานประลองศักดิ์สิทธิ์ นักสู้โดยรอบได้แยกฝั่งที่นั่งของตน
จากคนที่เข้ามาและออกไปส่วนใหญ่เป็นผู้ชม
“น่าตื่นเต้นยิ่ง!” หลินหมิงสรรเสริญ ถึงแม้ว่านี่เป็นแค่การแข่งขัน
ระหว่างอัจฉริยะในเมือง แต่ก็ยังยิ่งใหญ่ไม่น้อย
“ฮ่าๆ แน่นอน! เมืองหลวงโบราณกาลของข้า เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด
แห่งหนึ่งของโลกหลักนักสู้ที่แท้จริง และคฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังเป็น
แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพอย่างแท้จริง การแข่งขันของอัจฉริยะ
เหล่านี้ย่อมด้อยกว่าเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง!” เจียงอวี่กล่าว เขา
พอใจสำหรับการสรรเสริญของหลินหมิง
แต่เมื่อเจียงอวี่เปิดเผยรอยยิ้มที่มีความสุข ครู่ต่อมาเขาก็ต้องใบหน้า
แข็งค้างไป ตรงหน้าเจียงอวี่ มีชายหนุ่มชุดฟ้าเดินเข้ามาโอบกอดหญิงสาว
ข้างกายของเขา ชายหนุ่มชุดฟ้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มล้อเลียนขณะที่มอง
มายังเจียงอวี่
ผู้หนึ่งสามารถบอกได้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญได้เพียงมอง และเป็นผู้ที่
แข็งแกร่งกว่าเจียงอวี่มากนัก!
รุ่นเยาว์ผู้นี้ไม่ค่อยใส่ใจกับหลินหมิง เขาเพียงมองไปยังเจียงอวี่
เท่านั้นและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นมิใช่ว่าเป็นน้องชายตัวเล็กของข้าเอง
หรอกหรือ? เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ครั้งล่าสุดที่ข้าได้ยินมาคือเจ้าถูกคัดออก
จากการแข่งขันช่วงต้นใช่หรือไม่? แล้วเหตุใดเจ้าจึงมายังเวทีหลักอีก?
หรือเจ้ามาที่นี่เพื่อดูข้าแข่งขันกัน?” ชายหนุ่มชุดฟ้าหัวเราะ เสียงของเขา
ทำให้เจียงอวี่ปวดใจ
หลินหมิงยังคงเงียบงัน เขาสามารถแยกแยะสถานการณ์ได้อย่าง
รวดเร็ว รุ่นเยาว์ชุดฟ้านี้คือพี่ชายของเจียงอวี่ ในโลกมนุษย์ พี่น้องจะดูแล
และสนับสนุนซึ่งกันและกัน แต่ในตระกูลนักสู้ มันจะมีการแข่งขันที่สูง
อย่างมาก การต่อสู้เหล่านี้อาจเปลี่ยนโศกนาฏกรรมและความสัมพันธ์
ของพี่น้องก็จะกลายเป็นเช่นน้ำและไฟ ดังนั้น การเย้ยหยันกันในที่ต่างๆ
จึงเป็นเรื่องปกติ
“ฮ่าๆ เจียงอวี่ ถ้าเจ้าฉลาดข้าก็แนะนำให้เจ้าอย่าได้ต่อสู้กับข้า ไม่ว่า
จะเป็นพลังหรือจำนวนผู้ที่อยู่ภายใต้บัญชาของเจ้า มันต่างก็ด้อยกว่าข้า
ในมหางานประลองศักดิ์สิทธิ์ ข้าเองก็ยังเป็นคนเดียวในตระกูลที่ผ่านรอบ
คัดเลือกเบื้องต้น และสามารถเข้าร่วมรอบชิงชนะเลิศได้! ในการแข่งขัน
ครั้งนี้ ผู้ที่สามารถก้าวขึ้นไปบนเวทีส่วนใหญ่ล้วนเป็นอัจฉริยะของแดน
ศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ ถ้าข้าสามารถเอาชนะเพียงหนึ่งในนั้นได้
สถานะของข้าในตระกูลจะสูงขึ้นอย่างมาก!”
ภาค 15 งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะของเหล่าอัจฉริยะ