Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,170 ออกจากการปิดด่าน
แครก แครก แครกก!
ในดินแดนมิติ รังไหมยักษ์แตกตัวและหลินหมิงได้โผล่ขึ้นมายืนอยู่
บนสายลม เขาสวมชุดสีขาวดั่งหิมะที่เกิดขึ้นจากพลังงาน มันขาวบริสุทธิ์
ราวกับว่าไม่สามารถทำให้หม่นหมองได้
หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว ออร่าของหลินหมิงก็กลาย
เป็นซ่อนเร้นยิ่งขึ้น และแสงที่เฉียบคมก็ค่อยๆรวมตัวกันในดวงตา ทำให้
เขาดูอ่อนโยนและนุ่มนวลขึ้น
“หลินหมิง เข้าสู่มิติย่อยของเจ้า!”
มู่เชียนเสวียกลายเป็นลำแสงและจมลงในร่างของหลินหมิง หลินหมิ
งตามนางเข้าสู่มิติย่อยที่เปิดขึ้นภายในตัวเขา
ฉากต่างๆได้เปลี่ยนไป มิติย่อยที่ทั้งสองเข้ามามีพื้นดินและมีท้องฟ้า
ที่สงบลอยอยู่เหนือพวกมัน ในโลกนี้ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
รวมตัวกัน ล่องลอยและสร้างรูปแบบที่เจิดจ้าในท้องฟ้า
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเหล่านี้ มาจากบอลพลังงานนับไม่
ถ้วนที่หลินหมิงได้ดูดซับเมื่อเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร บอลแสงพลังงานต้น
กำเนิดเหล่านี้ถูกรวบรวมอยู่ในโลกของหลินหมิง และกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของพลังในโลกภายในตัวเขา ถ้าเขาต่อสู้ในอนาคต เขาจะสามารถใช้
พลังงานนี้ได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรจึงแข็งแกร่งกว่านักสู้ขั้น
ทำลายชีวิต นั่นเพราะเมื่อพวกเขาต่อสู้กัน นักสู้ขั้นเทพสมุทรจะสามารถ
ดึงการสนับสนุนจากโลกภายในของตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแกร่ง
ตอนนี้ หลินหมิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว ความแข็งแกร่งของเขา
จึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
นอกจากนี้ เนื่องจากมีโอสถโลกไพศาล หลังจากหลินหมิงทะลวงเข้า
สู่ขั้นเทพสมุทร เขาจึงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้นอย่างมั่นคง ห่าง
เพียงเล็กน้อยจากการเข้าถึงจุดสูงสุดของขั้นเทพสมุทรช่วงต้นได้
ความเร็วนี้รวดเร็วกว่านักสู้ทั่วไป
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมู่เชียนเสวียกระจายออกไป กวาดผ่านทั่วทั้งมิติ
ย่อยของหลินหมิง นางยิ้มอย่างพึงพอใจและบอกกับหลินหมิงว่า “หลินห
มิง มิติย่อยภายในของเจ้ามีเส้นผ่านศูนย์กลาง 800 ไมล์ในทันทีเมื่อเจ้า
ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร โลกภายในของเจ้ามีขนาดใหญ่กว่าของนักสู้ขั้น
เทพสมุทรช่วงปลายที่อ่อนแอบางคนด้วยซ้ำ!”
“ใหญ่กว่าของนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่อ่อนแอบางคนเท่านั้น
หรือ?” หลินหมิงถามอย่างแปลกใจ แต่ดูเหมือนไม่พอใจมากนัก ด้วยการ
บ่มเพาะที่มั่นคง รากฐานที่มั่นคง และยังมีโอสถโลกไพศาลเพิ่มเข้ามาช่วย
เช่นนั้นแล้ว ถ้าโลกภายในของเขาไม่เหนือกว่าของนักสู้ทั่วไป เขาคงต้อง
ฆ่าตัวตายด้วยความอับอาย แต่ตอนนี้ ขณะที่เขาฟังมู่เชียนเสวียกล่าว
โลกภายในของเขาใหญ่กว่าของนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่อ่อนแอบาง
คนเท่านั้น เขาจึงไม่พอใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
มู่เชียนเสวียหัวเราะเบาๆ “เจ้าต้องการขนาดเท่าใดจึงจะพอใจ?”
ขนาดของโลกภายในขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งในรากฐานของนักสู้ ขนาด
โลกภายในของเจ้าเหนือกว่านักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่อ่อนแอ
กล่าวคือ โดยไม่คำนึงถึงด้านอื่นๆ เพียงแค่การบ่มเพาะของเจ้า มันก็ไม่
ด้อยไปกว่าของนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่อ่อนแอ อีกอย่าง ด้วยกฎ
ของเจ้า จิตวิญญาณต่อสู้ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ร่างกายบ่มเพาะคู่ ปราณ
แท้ที่หนาแน่น และปัจจัยอื่นๆ พวกเขาจะไม่แตกต่างจากมดเมื่อเทียบกับ
เจ้า
“เป็นเช่นนี้เอง…”
ถ้าโลกภายในของเจ้าเหนือกว่านักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่
อ่อนแอ นั่นหมายความว่าการบ่มเพาะของเจ้าก็เท่ากับพวกเขา!
การบ่มเพาะเป็นจุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลินหมิงเสมอมา หาก
การบ่มเพาะของเขาเท่าเทียมกัน เช่นนั้นการฆ่าคนเหล่านั้นก็จะไม่ยาก
มากไปกว่าการเหยียบมด
นอกจากนี้ โลกภายในของหลินหมิงก็ยังมีเสถียรภาพมากกว่าโลก
ภายในของนักสู้ขั้นเทพสมุทรคนอื่นๆ นี่เป็นเพราะโอสถโลกไพศาล
เนื่องจากเขาได้รับโอสถโลกไพศาล มันจึงทำให้โลกภายในของเขามี
ลักษณะของโลกแห่งความเป็นจริง จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว แม้ว่าขนาด
โลกภายในของพวกเขาจะเหมือนกันก็ตาม แต่โลกภายในของหลินหมิงจะ
มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่า!
“หลินหมิง ถึงเวลาที่เราจะจากไปแล้ว!”
มู่เชียนเสวียกล่าวออกมาอย่างกะทันหัน
“ออกไป? ข้าไม่จำเป็นต้องฝึกฝนอีกเดือนสองเดือน เพื่อรักษา
เสถียรภาพการบ่มเพาะของข้าหรอกหรือ?” หลินหมิงถามอย่างแปลกใจ
ยังมีเวลาอีกมากที่เขาจะฝึกฝนที่นี่
“ไม่จำเป็น เราไปกันเถอะ ยังคงมีเวลาจนกว่างานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรกจะเริ่มขึ้น การฝึกฝนเป็นเวลานานเกินไป ในการไหลเวียนของ
เวลาที่ผิดแปลกจะมีผลเสียต่อความเข้าใจในกฎของเจ้า เนื่องจากเราไม่
จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ เราออกไปจะดีกว่า!”
“ได้”
หลินหมิงพยักหน้า ในวินาทีถัดมา ร่างของเขากลายเป็นลำแสงที่ตรง
ไปยังทางออกของพื้นที่ฝึกฝนนี้
หลังจากได้รับการฝึกมาเป็นเวลานานแล้ว หลินหมิงก็ต้องเข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ!
………
“ท่านหลิน ท่านออกมาเร็วมาก! ท่านยังคงมีเวลาอีกสองเดือนครึ่งใน
ห้องฝึกฝน” ในทางเดินของหอประมูลแห่งเมืองหลวง หญิงงามคนหนึ่งพูด
อย่างสุภาพกับหลินหมิงขณะที่เห็นเขาปรากฏตัว
พนักงานต้อนรับของหอประมูลแห่งเมืองหลวงส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้หรือขั้นทำลายชีวิต แม้ว่าพรสวรรค์ของพวกนางไม่ได้ดี
มากนัก แต่พวกนางทั้งหมดก็มีความงดงามเป็นพิเศษและน่าอัศจรรย์ใจ
บางคนที่โชคดีอาจได้เป็นสนมของนักสู้ชั้นสูง
“ข้าเข้าใจ เจ้าช่วยให้ข้าชำระค่าบริการเลยได้หรือไม่?” หลินหมิงกล่า
วอย่างราบเรียบ จากนั้นเขาก็ถามว่า “เจ้ารู้ถึงข่าวพิเศษที่เกี่ยวกับงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกบ้างหรือไม่?”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาสะบัดมือและขวดโอสถขนาดเล็กที่มี
ประโยชน์สำหรับนักสู้ขั้นทำลายชีวิตก็ได้ลอยไปอยู่ในมือของพนักงาน
ต้อนรับ
หญิงสาวรับเอาขวดโอสถ แม้ว่านางจะมองไม่เห็นว่าเป็นโอสถใดอยู่
ภายใน แต่นางก็ทำงานในหอประมูลมามากพอ ที่จะตัดสินได้ถึงมูลค่า
ทั่วไปจากขวดโอสถ ขณะที่ขวดอยู่ในมือ นางก็ปลื้มใจในทันที่ ดวงตาของ
นางกลายเป็นอ่อนโยนและน่าหลงใหลขณะที่นางมองไปยังหลินหมิง
“รายงานต่อผู้กล้าหลิน เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานประลอง
ร่วมชุมนุมครั้งแรก งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะที่จัดขึ้น
ในปัจจุบัน มีข้อจำกัดในการลงทะเบียนไม่มากนัก มันแตกต่างไปจากงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกในครั้งก่อนๆ…”
“โอ้? มันแตกต่างกันอย่างไร?” หลินหมิง
หญิงสาวคนยิ้มและกล่าวว่า “ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกที่
ผ่านมา นอกเหนือจากข้อจำกัด ด้านอายุและการบ่มเพาะ มันยังมี
ข้อกำหนดสำหรับภูมิหลังของผู้หนึ่งอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้หนึ่งต้อง
เป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์ของตระกูลนักสู้ระดับ 9 หรือลูกหลาน
ของผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองเทวะ ก่อนงานประลองชุมนุม จำนวนที่นั่ง
จำกัดจะถูกส่งให้กับแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่งในแดนเทวะ มันมีนิกายระดับ
8 จำนวนมากที่ไม่สามารถได้รับที่นั่งเหล่านี้ เว้นแต่พวกเขามีคำแนะนำ
ของผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองเทวะหรือสูงกว่า ดังนั้น นักสู้สัญจรหลายคน
จึงไม่สามารถที่จะเข้าร่วมได้”
ขณะที่หลินหมิงได้ยินหญิงสาวกล่าวเช่นนี้ เขาก็รู้สึกประหลาดใจชั่ว
ครู่ก่อนที่จะเข้าใจเรื่องนี้ได้ทันที่ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมที่จะ
ปฏิเสธนักสู้อิสระ และแม้แต่คนที่มาจากนิกายที่อ่อนแอก็ตาม มันก็ถือว่า
เหมาะสมอยู่ หากไม่มีเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการลงทะเบียนและให้นัก
สู้ทุกคนเข้าร่วมแล้ว จำนวนผู้ที่เข้าร่วมอาจมีถึงล้านล้านคน ด้วยคน
จำนวนมากเช่นนั้น มันจะจัดการแข่งขันได้อย่างไร?
ดังนั้น มีเพียงนิกายที่ทรงพลังมากพอจึงสามารถแนะนำศิษย์ของตน
ให้เข้าร่วมได้ ความแข็งแกร่งของบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกย่อมสูงกว่านัก
สู้ทั่วไป
ในความเป็นจริง ถ้าหากไม่มีนิกายหรือผู้ปกครองเทวะอยู่เบื้องหลัง
มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่นักสู้ทั่วไปจะได้รับผลงานที่ดีในงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรก
หลินหมิงได้เข้าใจเรื่องนี้ทั้งหมด เขาถามว่า “งั้น กฎการลงทะเบียน
เปลี่ยนไปอย่างไร?”
“ใช่แล้ว… งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนี้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับอายุ
และการบ่มเพาะเท่านั้น มันไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับภูมิหลังและจำนวนที่นั่ง
อีกต่อไป อัจฉริยะทุกคนที่มีอายุและการบ่มเพาะตรงตามกฎเกณฑ์ก็
สามารถเข้าร่วมได้
“หืม?” หลินหมิงตกตะลึง ถ้าเงื่อนไขในการลงทะเบียนหละหลวม
เช่นนี้ จำนวนคนลงทะเบียนจะไม่มากมายเกินไปหรอกหรือ? ในกรณี
ดังกล่าว แม้บางคนจะรู้ชัดเจนว่าตนจะไม่ได้อันดับใดๆ แต่ก็ยังอยาก
สัมผัสกับประสบการณ์อันยิ่งใหญ่!
เพราะไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบหลายพันปี
เท่านั้น ถ้าพวกเขามีอายุและการบ่มเพาะที่ตรงตามข้อจำกัด แล้วพวกเขา
จะไม่เข้าร่วมได้อย่างไร?
“มีกี่คนที่ได้ลงทะเบียนแล้ว?” หลินหมิงถาม
หญิงสาวคนนี้คิดครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “มีการกล่าวว่าภายในโลก
นักสู้ที่แท้จริง มีผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว 1.5 ล้านล้านคน แต่ยังเหลืออีกสอง
เดือนถึงจะใกล้เส้นตายในการปิดลงทะเบียน ในตอนท้าย ข้าคาดว่า
ตัวเลขทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอีกมาก”
“นี่…” หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น เขาได้เตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยิน
จำนวนผู้เข้าร่วมที่แท้จริงเขาก็ยังตกใจมากอยู่ดี
นอกจากนี้ นี่เพียงแค่ครึ่งเดือนของการลงทะเบียน!
เมื่องานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกเริ่มต้นอย่างแท้จริง มันจะมี
ผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 10–20 ล้านล้านล้านคน ด้วยคนจำนวนมาก การ
จัดการแข่งขันจะทำได้ยากเกินไป! ไม่ต้องพูดถึงตัวเลขที่สูงเช่นนี้ เพียงแค่
10 ล้านล้านล้านคนก็ยังเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว อาจจะต้องใช้อย่าง
น้อยหมื่นล้านเรือรบจิตวิญญาณ! ไม่ว่าราชันสวรรค์เอกภพอนันต์และ
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ จะมีความมั่งคั่งหรือกำลังคนเพียงใด แต่ก็ยัง
เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะสามารถจัดงานชุมชุมในระดับนั้นได้
แม้ว่าพวกเขาจะสามารถจัดงานดังกล่าวได้ แต่พวกเขาจะจัดใน
สถานที่ใด? นี่คือ 10 ล้านล้านล้านคน! แม้แต่ดาวเคราะห์ขนาดมหึมาก็ยัง
ไม่สามารถบรรจุคนจำนวนมากถึงเพียงนั้นได้
ตามที่เขาคิด มันควรจะมีการแข่งขันคัดผู้มีคุณสมบัติในพื้นที่ของ
ตัวเองก่อน ตัวอย่างเช่น เมืองหลวงโบราณกาล ซึ่งจะเป็นสถานที่แข่งขัน
คัดผู้มีสมบัติเหมาะสม ผู้ชนะจะได้รับเลือกจากที่นี่เพื่อเข้าสู่รอบถัดไป
ซ้ำๆ ใครจะรู้ว่าต้องแข่งหลายรอบเพียงใด? นอกจากนี้ มันก็ยังเป็นไป
ไม่ได้ที่จะแข่งเสร็จทันเวลา และมันมีบางพื้นที่ซึ่งมีผู้มีคุณสมบัติมาก
เกินไป และก็มีบางพื้นที่ซึ่งมีผู้มีคุณสมบัติน้อยเกินไปด้วย การตัดสินใจ
จัดสรรจำนวนผู้เข้าร่วมจะเป็นปัญหาใหญ่
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็ถามว่า “มันจะมีการแข่งขันแบ่งฝ่าย
หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ใครที่ลงทะเบียนในเมืองหลวงโบราณกาลจะ
แข่งขันกันที่เมืองหลวงโบราณกาลใช่หรือไม่?”
พนักงานต้อนรับส่ายหัว “ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น ข้าได้ยินมาว่า
ทุกคนที่ลงทะเบียนจะแข่งขันร่วมกัน”
“แข่งขันร่วมกัน? มันจะเป็นไปได้อย่างไร?” หลินหมิงพบว่าสิ่งนี้ไม่น่า
เชื่อเลย ไม่ว่าทั้งสองราชันสวรรค์จะมีความมั่งคั่งหรือมีอำนาจเพียงใด แต่
ก็ยังคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น
“นี่คือสิ่งที่ทุกคนพูด ดังนั้นจึงไม่ควรผิด นอกจากนี้ สถานที่จัดการ
แข่งขันก็ยังพิเศษมาก… มันเป็นโลกนิมิตฝันเทวะ” หญิงสาวกล่าวอย่าง
มั่นใจ
หลินหมิงยังไม่เข้าใจ สามเดือนก่อน เมื่อเสียงดังก้องกังวานทั่วเมือง
หลวงโบราณกาล ได้กล่าวไว้ว่า –
“3 เดือนนับจากนี้ งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะจะ
จัดขึ้นในโลกนิมิตฝันเทวะ ซึ่งจัดขึ้นโดยราชันสวรรค์เอกภพอนันต์และ
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ! รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทุกคนในแดนเทวะสามารถ
เข้าร่วมได้!”
โลกนิมิตฝันเทวะ จะเป็นเขตแดนของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะใช่
หรือไม่? แต่จะจัดระเบียบอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้านที่จะแข่งขันกัน
อย่างไร?
ขณะที่หลินหมิงกำลังขบคิดเช่นนี้ มู่เชียนเสวียก็กล่าวว่า “หลินหมิง
ข้าสงสัยว่าโลกนิมิตฝันเทวะไม่ได้เป็นโลกจริงในแดนเทวะ แต่เป็นโลก
พิเศษที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสร้างขึ้นโดยกฎของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพ – โลกนิมิตฝันเทวะที่แท้จริง!”
“หืม? โลกที่สร้างขึ้นโดยกฎของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ?” หลินหมิ
งถาม ด้วยความรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก