Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,171 มู่เชียนหยี่, ฉินซิงเซวียน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,171 มู่เชียนหยี่, ฉินซิงเซวียน
“มันเป็นเพียงการคาดเดาของข้า ข้าไม่รู้แน่ชัด ข้าควรจะบอกเจ้า
เช่นนี้ แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเป็นบุคคลที่โดดเด่น แม้กระทั่งในหมู่
ราชันสวรรค์ นางเป็นคนที่ลึกลับมาก และกระทั่งขุมกำลังระดับราชัน
สวรรค์ที่นางสร้างขึ้น ‘ตำหนักนิมิตฝันเทวะ’ มันก็ลึกลับดั่งเช่นนาง มีการ
กล่าวกันว่าตำหนักนิมิตฝันเทวะอนุญาตให้ผู้หญิงเท่านั้นที่เข้าร่วมได้ และ
ก็ยังมีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น แต่ละคนจะแข็งแกร่งหรือมีพรสวรรค์ยอด
เยี่ยม! แม้ว่าจะเป็นมหาราชันพิภพที่ไปยังตำหนักนิมิตฝันเทวะ พวกเขาก็
ยังคงต้องเคารพบุคคลใดก็ตามที่นั่นด้วย พวกเขาไม่กล้าที่จะยั่วยุต่อ
ผู้เยาว์คนใดที่นั่น!”
“มีเพียงไม่กี่ร้อยคน…” หลินหมิงตกใจ หลังจากขึ้นมายังแดนเทวะ
เขาก็เริ่มเข้าใจว่ามหานิกายมีขนาดใหญ่เพียงใด แม้แต่เผ่าฟีนิกซ์โบราณก็
ยังมีผู้นับแสนล้าน และเผ่ามังกรโบราณยิ่งมีผู้คนนับล้านล้าน!
คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์และแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง ของเมือง
หลวงโบราณกาลก็ยังยิ่งใหญ่อย่างมากแล้ว และยังมีเพียงส่วนน้อยของ
นิกายเท่านั้นที่ตั้งอยู่เมืองหลวงโบราณกาล
และตอนนี้ มู่เชียนเสวียได้กล่าวว่าตำหนักนิมิตฝันเทวะซึ่งเป็นขุม
กำลังระดับราชันสวรรค์กลับมีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น แล้วหลินหมิงจะ
ไม่ตกใจได้อย่างไร? แม้ว่าตัวเลขนี้อาจจะไม่ถูกต้องเนื่องจากตำหนักนิมิต
ฝันเทวะนั้นลึกลับ แต่เขาก็ยังสามารถสรุปได้ว่าตำหนักนิมิตฝันเทวะ คง
จะมีคนจำนวนน้อยมาก
ตำหนักนิมิตฝันเทวะมีเพียงไม่กี่ร้อยคน กลับสามารถจัดอยู่ในอันดับ
สูงที่สุดของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันสวรรค์ได้ นอกเหนือจากราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะซึ่งเป็นผู้สั่งการ เหล่าศิษย์คนอื่นๆก็ย่อมต้องเป็นสัตว์
ประหลาดอัจฉริยะ ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด พวกเขาอาจเหนือกว่าแม้แต่
มหาราชันพิภพ!
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า ” สำหรับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ที่ได้จัดงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกด้วยตัวเองก็เป็นสิ่งที่ข้าประหลาดใจแล้ว นี่
เป็นเพราะราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะค่อนข้างถ่อมตน และไม่ออกเสียง
หรือปรากฏตัวบ่อยนัก ถึงกระนั้น สำหรับนางที่จัดงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรก ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ว่า… ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์นิมิตฝัน
เทวะจะถือกำเนิดขึ้นในอีกไม่นาน…”
“ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ…!” หลินหมิงสูดลมหายใจ
เย็น ไม่ว่าบุคคลผู้นี้จะเป็นใคร แต่พรสวรรค์ของนางจะต้องอยู่ในระดับที่
ไม่น่าเชื่อ!
บุคคลผู้นี้ต้องมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็ย่อม
ได้เรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสร้างขึ้นเอง!
นอกจากนี้ การเติบโตของคนผู้นี้ก็ย่อมใช้ทรัพยากรที่ดีที่สุด เมื่อ
เทียบกับหลินหมิง นอกเหนือจากกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าที่เขายังไม่
สามารถเปิดใช้งานได้ด้วยตัวเอง นางก็จะไม่ด้อยกว่าเขาในด้านอื่นๆ
สำหรับผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ จึงย่อมมิต้องกล่าวถึงการรับรู้ของนาง สิ่ง
เหล่านี้เป็นข้อดีขั้นพื้นฐานที่สุดที่ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์จะได้รับ
มู่เชียนเสวียขมวดคิ้ว นางบอกว่า “ถ้าเจ้าและนางอายุเท่ากัน เจ้าก็
จะไม่ต้องกลัวนางเลย แต่ถ้านางอายุมากกว่าเจ้าถึง 5 ปี…”
คำพูดของมู่เชียนเสวียขาดหายไป ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะ ความอยุติธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออายุ ผู้เข้าร่วมที่มีอายุ
มากกว่าแน่นอนว่าจะมีความได้เปรียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แต่ 5 ปีต่อจากนี้ ความสามารถในการต่อสู้ของ
หลินหมิงก็ย่อมยากที่จะคาดคิดแล้วมิใช่หรือ? แล้วยิ่งอีก 10 ปีเขาจะ
แข็งแกร่งถึงเพียงใด? มันยากที่จะจินตนาการได้อย่างแท้จริง!
ในแง่ของพรสวรรค์ หลินหมิงมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาไม่กลัวใคร!
แต่เนื่องจากเขาเพิ่งได้ฝึกฝนการต่อสู้มาไม่นาน มันจึงเป็นการยากที่
จะบอกว่าเขาจะได้อันดับใดในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเท
วะโดยที่ยังไม่ได้พบกับฝ่ายตรงข้ามคนแรกก่อน ไม่มีทางที่เขาจะสุ่มหา
ผลลัพธ์ได้
“ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ… ข้าสงสัยว่านางเปรียบเทียบกับราชัน
สวรรค์บรรพกาลได้มากเพียงใด ทั้งสองคน ผู้ใดจะแข็งแกร่งกว่า?” หลินห
มิงคิดเสียงดังในใจ แต่สำหรับเรื่องเช่นนี้ มันอาจมีเพียงราชันสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะและราชันสวรรค์บรรพกาลเท่านั้นที่รู้
ขณะที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ถือได้ว่าเป็นเพียงกึ่งผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์บรรพกาล แน่นอน มรดกที่แท้จริงของราชันสวรรค์บรรพกาล
ยังคงอยู่ในอเวจีปีศาจอมตะ ซึ่งเขายังไม่ได้รับมา
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกได้ว่าคู่แข่งน่ากลัวแค่ไหน หลินหมิงก็ยังรู้สึกว่า
โลหิตเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้นด้วยเช่นกัน ถ้าทุกคนในงานประลอง
ร่วมชุมนุมครั้งแรกอยู่ในระดับเดียวกับสามอัจฉริยะของคฤหาสน์นักสู้
ศักดิ์สิทธิ์ มันจะไม่มีเหตุผลใดในการเข้าร่วมงานนี้เลย
ฝ่ายตรงข้ามที่น่ากลัว, ผลลัพธ์ที่อาจไม่รู้จัก เฉพาะการต่อสู้ประเภท
นี้เท่านั้นที่จะกระตุ้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของหลินหมิงได้!
เป้าหมายสูงสุดของหลินหมิงในการมีส่วนร่วม ไม่เพียงต้องการ
เรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แต่ยังเป็นการทดสอบตัวเองกับยอด
อัจฉริยะของแดนเทวะอีกด้วย เขาจะสามารถสร้างความก้าวหน้าผ่านการ
ต่อสู้เหล่านี้เท่านั้น!
“มาเถิด เราจะไปลงทะเบียนกัน!”
หลินหมิงเดินออกจากหอประมูลแห่งเมืองหลวง ทันทีที่เขาออกจาก
หอประมูล เขาก็ไม่ต้องการคำเตือนของมู่เชียนเสวีย สัมผัสศักดิ์สิทธิ์
จำนวนมากได้มุ่งเป้ามาที่เขา การค้นพบหลินหมิงได้โดยง่าย การบ่มเพาะ
ของคนเหล่านี้ต้องอยู่ในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
“หนึ่ง, สอง, สาม, สี่… สี่ขยะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์คิดที่จะตรวจสอบ
ข้า คนเหล่านี้ค่อนข้างอดทนรอไม่เบา พวกมันรอคอยข้ามาตลอดเวลา”
คนเหล่านี้ทุกคนมีการบ่มเพาะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้น
ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์เป็นขั้นพลังที่จำเป็น สำหรับการเดินทางไปทั่ว
แดนเทวะอันกว้างใหญ่ อย่างน้อยก็ทำให้มีความมั่นใจด้านความปลอดภัย
ได้ หากเป็นบนดาวเคราะห์เล็กๆที่ห่างไกล พวกเขาสามารถเป็น
ผู้ปกครองสูงสุดได้ สำหรับขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์นั้น มันแตกต่างกัน พวก
เขาสามารถได้รับตำแหน่งในแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ตัวอย่างเช่น ในนิกายระดับ
8 เช่นเกาะวิญญาณสัญจร พวกเขาสามารถกลายเป็นผู้อาวุโสได้
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา เมื่อเขาอยู่ในเก้าวิบัติ เขาก็ยังสามารถ
เอาชนะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอได้ ตอนนี้ เขาได้เปิดประตูแห่งชีวิต
และก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว คนเหล่านี้จึงไม่ควรค่าในการกล่าวถึงด้วย
ซ้ำ
มู่เชียนเสวียกล่าว “ไม่ต้องกังวลกับคนเหล่านี้ ไปลงทะเบียนกัน
เถอะ”
“อืม” หลินหมิงพยักหน้า ไม่ว่าคนเหล่านี้จะเป็นกบในกะลาที่ไม่รู้จัก
ความกว้างใหญ่ของสวรรค์หรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสามอัจฉริยะของ
คฤหาสน์นักสู้ศักดิ์สิทธิ์หรือสมุนของจงเหวินซู เขาก็ย่อมไม่ใสใจ และถ้า
เมืองหลวงโบราณกาลไม่ได้มีข้อห้ามต่อสู้ในเมืองแล้ว เขาก็จะสั่งสอน
บทเรียนที่พวกมันจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน
ขณะที่หลินหมิงเคลื่อนไหว คนเหล่านี้ก็ตามไปอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้
ว่าหลินหมิงได้ค้นพบพวกเขาแล้ว นอกจากไม่กี่คนเช่นเยวี่ยเถี่ยเหยียน
และเจียงอวี่ มันไม่มีใครรู้ว่าหลินหมิงมีความแข็งแกร่งเพียงใด พวกเขารู้
เพียงว่าหลินหมิงมีฐานะร่ำรวยอย่างน่าขัน และไม่น่าจะมีภูมิหลังที่ดีนัก
มิเช่นนั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะนั่งอยู่ในชั้นสามัญได้
หลินหมิงไม่จำเป็นต้องถามทาง เขาเพียงต้องหาตรงที่มีกลุ่มคน
เยอะๆก็จะเห็นที่ลงทะเบียน
ในเมืองหลวงโบราณกาลที่กว้างหลายพันไมล์ จุดลงทะเบียนมีนับ
พัน!
และนี่เพียงแค่ที่เมืองหลวงโบราณกาลเท่านั้น ในเมืองที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ
ของโลกนักสู้ที่แท้จริง ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆและอาณาจักรเร้นลับ มันก็มี
จุดลงทะเบียนนับไม่ถ้วน ตราบเท่าที่ผู้หนึ่งตรงตามข้อกำหนดอายุและ
การบ่มเพาะ เขาก็จะสามารถลงทะเบียนได้อย่างอิสระ!
ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตที่จะกล่าวได้ว่าในช่วงหลายล้านปีที่ผ่านมาของ
ประวัติศาสตร์ นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุด!
นอกจากนี้ ตัวตนของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ยิ่งช่วยเพิ่มความ
ลึกลับ ให้กับงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนี้ขึ้นไปอีก
ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกทุกครั้ง ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์
จะถือกำเนิด
และผู้สืบทอดของราชันสวรรค์นั้น หากไม่มีอุบัติเหตุใดๆ พวกเขาจะ
กลายเป็นมหาราชันพิภพที่แข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน!
ความจริงก็คือ ชื่อเสียงและเกียรติยศที่เกิดขึ้น จากการเป็นผู้
ชนะเลิศของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ จะเหนือกว่า
การเป็นมหาราชันพิภพ!
มหาราชันพิภพของ 3000 โลกแห่งแดนเทวะมีจำนวนสะสมมาหลาย
ล้านปีแล้ว รุ่นใหม่จะปรากฏขึ้นทุกๆ 1000–2000 ปี สำหรับงานประลอง
ร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะจะมีขึ้นทุกๆ 4000–5000 ปีเท่านั้น
แน่นอน นั่นก็หมายความว่ายังมีอัจฉริยะหลายคนที่ไม่สามารถเข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกได้ เนื่องจากช่วงเวลาที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกทุกครั้ง มันจะ
ปรากฏผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ หรืออาจมีหลายคนด้วยซ้ำ ในอนาคต
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์เหล่านี้จะไปถึงขั้นมหาราชันพิภพ แต่ก็จะไม่ได้
รับการพิจารณาให้เป็นส่วนหนึ่งของมหาราชันพิภพของ 3000 โลกแห่ง
แดนเทวะ
“เจ้ามาที่นี่เพื่อลงทะเบียน?”
หลินหมิงต่อแถวรอคอยเป็นเวลานาน และในที่สุดก็ถึงคราวเขาแล้ว
และต้องก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนรูปแบบค่ายกลที่แปลกประหลาด รูปแบบ
ค่ายกลนี้เปล่งสีฟ้าจางๆปกคลุมตัวเขา
“นี่คือการตรวจสอบอายุโครงกระดูกของเจ้า” เสียงของมู่เชียนเสวีย
ดั่งออกมาในหูของหลินหมิง อายุโครงกระดูกของคนมีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกับชีวิต สิ่งนี้เชื่อมโยงกับกฎแห่งเต๋าสวรรค์ ที่เรียกว่ากาลเวลา
กรรมและวัฏสงสาร ชีวิตและความตาย การจางหายของความงาม…
นี่เป็นกฎที่แม้แต่ราชันสวรรค์ก็ไม่สามารถควบคุมได้ ใน 100 ล้านปี
ทุกอย่างจะกลายเป็นฝุ่นผง
“ขอรับ”
“โปรดบันทึกชื่อ การบ่มเพาะ ตลอดจนถึงนิกาย ตระกูลที่เจ้าจากมา
นอกจากนี้ โปรดทิ้งความผันผวนของปราณแท้ไว้ด้วย” ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเป็นชายชราที่ตัวสูงและผอม ชายชราได้ส่งแผ่นหยกให้กับ
หลินหมิง เพื่อที่เขาจะสามารถบันทึกข้อมูลและความผันผวนของปราณ
แท้ลงไปภายในได้ สิ่งเหล่านี้คล้ายกับลายนิ้วมือของบุคคล เมื่อมีการ
บันทึกไว้ภายในแล้ว รวมกับชื่อ อายุและข้อมูลอื่นๆ มันก็สามารถใช้เพื่อ
กำหนดและระบุตัวตนได้
หลินหมิงได้บันทึกชื่อและการบ่มเพาะไว้ในแผ่นหยก จากนั้น เมื่อ
เขากรอกชื่อของนิกาย เขาบันทึกชื่อเผ่าฟีนิกซ์โบราณ เขารู้ว่าการมีส่วน
ร่วมในงานนี้ มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะต้องแสดงความแข็งแกร่งและ
ความรุ่งโรจน์ออกมา มิต้องกล่าวถึง 3 อันดับแรกหรือแม้แต่ 10 อันดับ
แรก แม้กระทั่ง 10,000 อันดับแรกก็ยังจะเป็นที่สนใจไม่รู้จบจากทั้งแดน
เทวะ และยังกระตุ้นความสนใจของขุมกำลังอีกนับไม่ถ้วน นิกายที่เขา
เขียนลงก็จะได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ และการสรรเสริญด้วย ความรุ่นโรจน์
นี้จะเป็นของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
ไม่ว่าจะเป็นเทพธิดาเฟิงหรือฮั่วเล่ยสือของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ พวกเขา
ทั้งสองก็ได้ปฏิบัติดีต่อเขาอย่างมาก หลินหมิงยังได้รับความประทับใจ
อย่างมากจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณอีกด้วย
แม้ในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานนั้น เมื่อไป่เต๋าหงได้เผชิญหน้ากับหลินห
มิง ผู้ซึ่งเหนือกว่าเขาในพรสวรรค์ ไม่เพียงแต่ไป่เต๋าหงจะไม่รู้สึกอิจฉา
และพยายามจัดการเขา แต่เขากลับให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมอีก
ต่างหาก
สำหรับคนอื่นๆที่แสดงความมีน้ำใจอีกก็คือมู่ฉุ่ยเทียนในเกาะ
วิญญาณสัญจร อย่างไรก็ตาม มู่ฉุ่ยเทียนไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าต่อ
สาธารณชนได้ และเขาไม่ควรดึงความสนใจไปสู่เกาะวิญญาณสัญจรมาก
เกินไป ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบันทึกชื่อใดที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาลงไปได้
ชายชราที่ตัวสูงและผอมได้รับแผ่นหยกมาจากหลินหมิง และ
ตรวจสอบข้อมูลภายใน หลังจากยืนยันอายุและการบ่มเพาะแล้ว เขาก็
กล่าวอย่างช้าๆว่า “คนต่อไป”
สถานะของหลินหมิงยังไม่ดีพอที่จะกระตุ้นความสนใจใดๆ เพราะ
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นเขาที่มีการบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงต้นมีนับ
ล้านล้านคน
ขณะที่หลินหมิงลงทะเบียน เขาก็ไม่สามารถที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่
กำลังเกิดขึ้นในที่ห่างไกลนับล้านล้านล้านไมล์จากโลกนักสู้ที่แท้จริง ใน
โลกอีกแห่งหนึ่งของแดนเทวะ – โลกลิขิตสวรรค์
ในโลกนี้ มีนิกายระดับ 8 แห่งหนึ่งที่เรียกว่า นิกายพันธนาการฟ้า ใน
ปัจจุบัน ผู้ที่อยู่ในนิกายนี้มีผู้หญิงสองคนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับหลินห
มิง…
พวกนางคือมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน!
หลังจากหลายปีผ่านไป ผู้หญิงสองคนนี้ก็ได้บ่มเพาะถึงขั้นเทพสมุทร
แล้ว แน่นอนว่าเหตุผลที่พวกนางเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้อย่างรวดเร็ว ก็เป็น
เพราะผู้อาวุโสจ้าวฮั่ววางอาคมเร่งการไหลเวลา 10:1 และยิ่งระยะเวลา
ในการฝึกฝนของฉินซิงเซวียนนานยิ่งกว่า
ไม่เพียงแค่นั้น ความแข็งแกร่งของพวกนางก็ไม่ธรรมดา เมื่อตอนที่
หลินหมิงกำลังจะขึ้นสู่แดนเทวะ เทพธิดาเฟิงก็ได้ใช้เวลาสามปีในการบ่ม
เพาะของนาง เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์เปลวเพลิง จากโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
เข้าสู่ร่างกายของฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ เมล็ดพันธุ์เปลวเพลิงนี้ยังมี
เสี้ยวของกฎแห่งเพลิงด้วย ช่วยให้พวกนางสามารถผ่านไปสู่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 8 และเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้อย่างราบรื่น
และหลังจากที่ทั้งสองเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร พวกนางก็ได้ถูกช่วยโดยผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วและขึ้นมาสู่แดนเทวะ…