Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,173 โลกนิมิตฝันเทวะ
มู่เชียนหยี่ตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของฉินซิงเซวียน หลินหมิงจะเข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะด้วย?
มันมีความเป็นไปได้จริง!
ในสายตาของมู่เชียนหยี่ ด้วยพรสวรรค์และความดื้อรั้นของหลินหมิง
แม้ว่าแดนเทวะจะมีอัจฉริยะนับไม่ถ้วน และหลินหมิงก็ยังอยู่ในเผ่าฟีนิกซ์
โบราณที่มีการแข่งขันสูง แต่เขาก็ยังคงค่อยๆผลิบานสู่ความงดงามได้
จากนั้น มันมีโอกาสที่หลินหมิงจะได้มีส่วนร่วม ในงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรกแห่งแดนเทวะในนามของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ!
ถ้าหลินหมิงเข้าร่วม พวกนางก็จะสามารถหาตัวเขาได้หรือไม่? ไม่ว่า
อย่างไร ศิษย์พี่หยูโหย่วหมิงก็จะเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แม้เขาบอกว่าจะไปคนเดียว แต่ความจริงก็คือมีกลุ่มคนจำนวนมาก
ติดตามเขาไปเพื่อดูงานจำนวนมาก สำหรับงานที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าว นิกาย
จะส่งศิษย์สายนอกบางคนไปเพื่อจัดการเรื่องเบ็ดเตล็ดให้เขา
“ซิงเซวียน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรายังคงต้องจัดการสวนสมุนไพรอยู่
อีกเพียงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ศิษย์พี่หญิงเฟิงนั้นชอบหาปัญหาที่ไม่มีมูล
ถ้าเราทำผิดพลาดใดๆ เราจะถูกหมายหัว และหากมีความประมาทใดๆ
แล้ว เราจะได้รับการลงโทษที่น่าสังเวช! โดยเพียงการจัดการทุกอย่างให้
สมบูรณ์ที่สุด เราจึงจะมีโอกาสได้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
ข้าเกรงว่าจะไม่มีใครอยากพลาดโอกาสพิเศษนี้ ถึงแม้จะเป็นงานหนัก แต่
ก็ยังมีคนจำนวนมากที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้ได้ไปงานนั้นด้วย!”
“อืม… ข้าเข้าใจแล้ว” ฉินซิงเซวียนพยักหน้า
…………
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ วันของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกใกล้เข้า
มาเรื่อยๆ สำหรับหลินหมิง เขายังอยู่ในเมืองหลวงโบราณกาล แต่ยังไม่
เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเดินทางไปยัง ‘โลกนิมิตฝันเทวะ’ เลย
ก่อนหน้านี้ หลินหมิงและมู่เชียนเสวียได้ตั้งสมมติฐานว่า ‘โลกนิมิต
ฝันเทวะ’ เป็นมิติแยก ซึ่งราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสร้างขึ้นเอง มิตินี้มี
ขนาดใหญ่แค่ไหนนั้นมันก็ยากที่จะจินตนาการได้ ไม่ว่าในกรณีใด อย่าง
น้อยก็ต้องเพียงพอที่จะบรรจุอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้านคนลงไปได้
ความจริงก็คือ มันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับราชันสวรรค์ที่จะสร้างมิติ
ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้านคนลงไปได้ แต่สิ่ง
ที่หลินหมิงคิดว่าแปลกก็คือ อัจฉริยะเหล่านี้จะไปรวมตัวกันที่ ‘โลกนิมิต
ฝันเทวะ’ ได้อย่างไร?
มันต้องเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าระยะทางระหว่างโลกอันยิ่งใหญ่แต่ละ
แห่งนั้นมากมายอย่างยิ่ง มันต้องใช้เรือรบจิตวิญญาณที่สามารถใช้
เคลื่อนย้ายทะลวงห้วงมิติ ถึงกระนั้น มันก็ยังคงจะต้องผ่านค่ายกล
เคลื่อนย้ายอีกหลายแห่งด้วย ค่ายกลเคลื่อนย้ายเหล่านี้ต้องใช้หินตะวัน
ม่วงเป็นจำนวนมากเพื่อเปิดใช้งาน หากต้องเดินทางเช่นนี้ พวกเขา
จะต้องใช้หินตะวันม่วงนับล้านก้อน เว้นเสียแต่ว่าผู้หนึ่งจะมาจากภูมิหลัง
ที่มั่งคั่ง มิเช่นนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องจ่ายด้วยเท่าจำนวนนี้
ถ้าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะและราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ จัดการ
เรื่องนี้ด้วยตัวเอง พวกเขาก็จะต้องส่ง 10,000 ล้านเรือรบจิตวิญญาณ
และสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายนับไม่ถ้วนใน ‘โลกนิมิตฝันเทวะ’ นี่เป็นไป
ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ มันยังเหลือเวลาอีกเพียงครึ่งเดือนเท่านั้นที่จะเริ่มงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก ในระยะเวลาเพียงเท่านี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
เดินทางผ่านห้วงอวกาศไปยังโลกอันยิ่งใหญ่อื่นๆ
หลินหมิงยังคงสับสน หลังจากที่เขาฝึกฝนแล้ว เขาก็ได้ไปสอบถาม
เกี่ยวกับสถานการณ์ที่มีคนลงทะเบียนเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรก การสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทำให้เขายิ่งงง ขณะนี้เหลืออีก
เพียง 10 วันก็จะถึงกำหนดเวลาปิดลงทะเบียน และเพียงโลกนักสู้ที่
แท้จริงเองก็ยังมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 2.2 ล้านล้านคน นี่คือ 2 ล้านล้าน
คนในโลกอันยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น! ถ้าผู้เข้าร่วมทั้งหมดทั่วทั้ง
แดนเทวะ มันก็จะเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถคำนวณได้ เมื่อมีผู้คนจำนวน
มาก มันจะคัดเลือกคนอย่างไร?
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า “ข้าคิดว่านี่ไม่น่าเชื่ออย่างมาก แต่… เมื่อท่านปู่
ของข้ายังมีชีวิตอยู่ เขากล่าวถึงหลายครั้งว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะและ
ตำหนักนิมิตฝันเทวะทรงพลังมากเพียงใด งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
นี้อยู่ภายใต้การบริหารงานของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ มันก็ไม่ควรมี
ความจำเป็นสำหรับเจ้าที่จะต้องกังวล”
หลินหมิงกล่าวว่า “ข้ายังไม่คิดว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ และ
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์จะจัดงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดน
เทวะ ในลักษณะที่ยุ่งเหยิงเพื่อให้คนอื่นๆคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก ข้าคิดว่า
มันทำให้เกิดความสับสนในการแข่งขันที่จะมีขึ้น… อย่างไรก็ตาม ข้ารู้สึก
ประหลาดใจเมื่อแม่นางมู่กล่าวว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสามารถ
เทียบเคียงได้กับราชันสวรรค์บรรพกาล… เพราะกฎแห่งความโกลาหล
เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในการก่อตัวของจักรวาล หากราชัน
สวรรค์บรรพกาลได้รับรู้กฎแห่งพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดโกลาหลแล้ว
เช่นนั้นข้ารู้สึกว่ากฎเหล่านั้นมีอันดับสูงสุด และความสำเร็จของเขาก็อยู่
ในจุดสูงสุดแล้วด้วย ภายในโลกของเจตจำนง มันมีพลังงานอนุภาคแรก
กำเนิดที่แท้จริง แต่ข้าไม่มีทางรู้เลยว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะมีความ
เข้าใจมากเท่าใด และนางสามารถเปรียบเทียบกับราชันสวรรค์บรรพกาล
ได้เพียงใด…”
มู่เชียนเสวียกล่าว “นี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้า ดังนั้นย่อมไม่
ถูกต้องแน่ชัด สำหรับผู้ใดที่แข็งแกร่งและอ่อนแอในบรรดาราชันสวรรค์
ข้าเองก็ไม่มีทางรู้…”
ขณะที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวียกำลังพูดคุยกัน ในขอบฟ้าที่ห่างไกล
แสงอันสุกใสประกายขึ้นมาบนท้องฟ้า จากนั้น เสาแสงศักดิ์สิทธิ์ทะลวง
ขึ้นสู่หมู่เมฆ ดูเหมือนจะค้ำยันสรรค์ด้วยตัวมันเอง!
หลินหมิงตกตะลึง เขามองไปไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เขาคาดการณ์
ว่าเสาแสงนี้ได้อยู่ห่างออกไปหลายหมื่นไมล์ แม้จะอยู่ในระยะนั้น แต่
ลำแสงก็ยังคงหนาเท่าแขน ถ้าเขาไปถึงตำแหน่งของลำแสงจริงๆแล้ว เขา
ก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันจะกว้างเพียงใด
เพียงแค่มองไปยังลำแสง หลินหมิงก็รู้สึกว่าร่างกายของเขา
สั่นสะเทือน ราวกับว่าแรงกดดันมหาศาลกำลังผลักดันเขา ทำให้ยากที่จะ
หายใจ!
ไม่เพียงแค่หลินหมิง แต่ทุกคนในเมืองหลวงโบราณกาล แม้กระทั่งผู้
ที่อยู่ใจกลางเมืองและผู้ที่อยู่ในระยะทางนับล้านไมล์ก็ตาม
เสาลำแสงนี้ทำให้ผู้คนแทบจะต้องคุกเข่า และนมัสการราวกับว่ามัน
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้าของเสาลำแสงนี้ แม้แต่การหายใจก็กลายเป็น
เรื่องยากลำบาก
เมื่อลำแสงนี้ปรากฏขึ้น เสียงที่ยิ่งใหญ่และไร้สิ้นสุดที่เขาเคยได้ยินใน
มหางานประลองศักดิ์สิทธิ์ก็ดังออกมาอีกครั้ง –
“ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้ส่งเสาลำแสงนิมิตฝันเทวะไปทั่ว 3000
โลกอันยิ่งใหญ่แห่งแดนเทวะ ผู้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
ต้องเข้าไปใกล้ภายในระยะห่าง 10,000 ไมล์จากลำแสงเหล่านี้ ที่นั่น เจ้า
จะต้องใส่ปราณแท้และพลังวิญญาณลงในลำแสงนิมิตฝันเทวะ ร่างกาย
ของเจ้าจะอยู่ในภาวะหลับลึก แต่จิตสำนึกของเจ้าจะเข้าสู่มิติแห่งความ
ฝัน – โลกนิมิตฝันเทวะ!
“ครึ่งเดือนนับจากนี้ งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะเริ่มขึ้นอย่าง
เป็นทางการในโลกนิมิตฝันเทวะ!
“นอกเหนือจากผู้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก ห้ามผู้ใด
เข้าไปภายในระยะ 10,000 ไมล์จากลำแสงนิมิตฝันเทวะ ถ้าใครกล้าที่จะ
ฝ่าฝืนคำสั่งนี้ วิญญาณของพวกมันจะถูกดูดกลืนโดยลำแสงนิมิตฝันเทวะ
และพวกมันจะพินาศไปชั่วนิรันดร์!”
เสียงที่ยิ่งใหญ่และไร้สิ้นสุดดังก้องอยู่เป็นเวลานานตลอดทั่วทั้งแดน
เทวะ มันเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง ถ้าเดาไม่ผิดแล้ว นี่ก็อาจจะเป็นเสียง
ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์!
เสียงนี้ย้ำอยู่ 3 ครั้งก่อนจะหายไปอย่างช้าๆ เมื่อเสียงนี้หายไป
หลินหมิงก็ฟื้นตัวจากอาการตกใจ เขารู้สึกว่ามีเหงื่อเล็กน้อยทั่วร่าง
ด้านข้างเขา เขาเห็นคนบางคนที่ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันและ
จำต้องคุกเข่าลงกับพื้น
ในขณะที่เขานึกไปถึงคำพูดของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ หลินหมิง
รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่น่าเชื่อเลย เข้าใกล้ลำแสงนิมิตฝันเทวะ ใส่ปราณแท้และ
พลังวิญญาณลงไปในนั้น จากนั้น ร่างกายของเขาจะหลับลึก และ
จิตสำนึกของเขาจะเข้าสู่มิติแห่งความฝัน – โลกนิมิตฝันเทวะ?
โลกนิมิตฝันเทวะไม่ใช่โลกแห่งความจริง แต่เป็นโลกแห่งความฝัน?
ร่างกายของเหล่าอัจฉริยะจะหลับลึกขณะที่จิตใจของพวกเขาจะเข้า
สู่โลกแห่งความฝันนี้ และนี่ก็เป็นที่ซึ่งงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะ
ดำเนินการ?
นี่คือความสามารถของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเช่นนั้นหรือ?
นอกจากนี้ นางยังสามารถส่งเสาลำแสงไปได้มากมายทั่วทั้ง 3000 โลก
อันยิ่งใหญ่แห่งแดนเทวะ โดยมีอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้านคนที่จะเข้าสู่
สภาวะหลับลึก และอยู่ในความฝันเดียวกัน
นี่เป็นความสามารถที่น่ากลัวเกินไปแล้ว!
มู่เชียนเสวียสูดลมหายใจเย็น นางพูดว่า “เป็นเช่นนี้เอง นี่คือ
ความหมายของ ‘โลกนิมิตฝันเทวะ’ ถ้าข้าไม่ผิด นี่คือโลกที่สร้างขึ้นโดย
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเอง และนางใช้ความฝันของนางที่เกี่ยวข้องกับ
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ เพื่อสร้างรากฐานกฎภายในโลกแห่งความฝันนี้ –
นี่คือมิตินิมิตฝันเทวะ ไม่เพียงแต่สามารถบรรจุอัจฉริยะ 10 ล้านล้านล้าน
ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรวบรวมร่างจริงของพวกเขาทั้งหมดมาอยู่ที่เดียวกัน
ด้วย นอกจากนี้ โดยการต่อสู้ในมิติแห่งความฝัน มันก็มิต้องใช้ทรัพยากร
ที่มากเกินไปเลย นี่มันช่าง… เป็นวิธีการที่ไม่น่าเชื่อจนเกินไป…”
“พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ…” หลินหมิ
งพึมพำ เหล่าราชันสวรรค์ล้วนเป็นบุคคลพิเศษ ผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะย่อมได้ศึกษาพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ความแข็งแกร่ง
ของนางจากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวก็สามารถจินตนาการได้แล้ว
หลินหมิงสงสัยว่านางจะใช้รูปแบบการต่อสู้แบบใดกัน…
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ หัวใจของเขาลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่ง
การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะยิ่งใหญ่
กว่าที่เขาคิด และผลลัพธ์ของเขาก็ยังไม่ทราบแน่ชัด
“เข้าไปในมิตินิมิตฝันเทวะกันเถอะ ข้าอยากจะเห็นฉากที่อยู่ภายใน
ว่าจะเป็นเช่นไร…”
……………
ไม่ใช่แค่หลินหมิงเท่านั้น แต่อัจฉริยะของเมืองหลวงโบราณกาลก็
ออกเดินทางไปยังลำแสงนิมิตฝันเทวะขนาดใหญ่
ในไม่นาน ภายในเมืองหลวงโบราณกาล สายธารแห่งฝูงชนก็
หลั่งไหลออกจากเมืองไป บางคนบินไปตามลำพัง บางคนก็บินไปเป็นกลุ่ม
เล็ก บางคนขี่ม้า แต่ก็รวมกันเป็นฝูงชนที่ท่วมท้นไปทั่วสวรรค์และปฐพี
เช่นเดียวกับฝูงตั๊กแตน
ในขณะที่หลินหมิงก้าวเข้าไปในระยะ 10,000 ไมล์ เขาก็รู้สึกว่ากฎ
ของโลกรอบตัวเปลี่ยนไป ราวกับว่าเขาได้เข้าสู่มิติและเวลาที่แยกออก
จากกันอย่างสมบูรณ์
“นี่เป็นข่ายอาคม” มู่เชียนเสวียกล่าวออกมา “มีสนามพลังล้อมรอบ
ระยะ 10,000 ไมล์จากลำแสงนิมิตฝันเทวะ ข้าเชื่อว่าเฉพาะผู้เข้าร่วมที่ได้
บันทึกความผันผวนของปราณแท้ไว้เท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาได้ บรรดา
ผู้ที่พยายามจะเข้ามาจะประสบกับชะตากรรมเลวร้ายดั่งที่อธิบายไว้
วิญญาณของพวกมันจะถูกกลืนหายไป โดยลำแสงนิมิตฝันเทวะตลอดกาล
ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม มิเช่นนั้น ถ้าเจ้ารู้สึกผิดปกติที่
ร่างหลัก ในขณะที่จิตสำนึกของเจ้าอยู่ในมิติแห่งความฝันแล้ว มันจะ
เลวร้ายอย่างมากถ้ามีคนพยายามทำอะไรบางอย่างกับร่างกายของเจ้า”
“ควรจะเป็นเช่นนั้น” หลินหมิงพยักหน้า เดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากเข้าสู่ข่ายอาคมแล้ว ทุกคนก็กลายเป็นระมัดระวังในตอน
เริ่มแรก และเตรียมพร้อมรับมือกับคนอื่นๆทั้งหมด ไม่มีผู้ใดกล้าใส่ปราณ
แท้และพลังวิญญาณลงไปในลำแสงนิมิตฝันเทวะ และรอถูกปล้นทรัพย์ใน
ขณะที่พวกเขาหมดสติ
อย่างไรก็ตาม ความกังวลนี้ได้หายไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาตระหนัก
ว่าเมื่อเชื่อมต่อกับลำแสงนิมิตฝันเทวะ พวกเขาจะหลับลึกและสนามพลัง
จะล้อมรอบร่างกายเพื่อปกป้องพวกเขาเอาไว้
สนามพลังนี้คล้ายคลึงกับสนามพลังที่ล้อมรอบระยะ 10,000 ไมล์
ของลำแสงนิมิตฝันเทวะ ดูเหมือนว่าถ้ามีคนพยายามที่จะเข้าสู่ระยะ
10,000 ไมล์ในลำแสงนิมิตฝันเทวะแล้ว ชะตากรรมของพวกมันจะน่า
สังเวชอย่างแท้จริง!