Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,172 ภาระของศิษย์สายนอก
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วคือคนของนิกายพันธนาการฟ้า
ในฐานะที่เป็นผู้พาคนไปสู่แดนเทวะ เขาจึงย่อมนำคนไปสู่นิกาย
พันธนาการฟ้า และให้กลายเป็นศิษย์สายนอกของพวกเขาด้วย
หลังจากที่มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนขึ้นสู่แดนเทวะ พวกนางรู้สึกว่า
มันไม่ง่ายเลยที่จะหาหลินหมิงในโลกที่กว้างใหญ่เช่นนี้ แต่เมื่อพวกนาง
มาถึงนิกายพันธนาการฟ้า พวกนางก็ค้นพบได้ถึงความยากลำบากใน
ภารกิจของพวกนาง
มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนได้เห็นเทพธิดาเฟิง ดังนั้นพวกนางจึง
ตระหนักดีว่าหลินหมิงได้ถูกรับเข้าสู่เผ่าฟีนิกซ์โบราณในฐานะศิษย์ และนี่
เป็นเพียงเงื่อนงำเดียวที่พวกนางต้องใช้หาหลินหมิงในแดนเทวะ
พวกนางคิดว่าตราบเท่าที่พบเผ่าฟีนิกซ์โบราณ พวกนางก็จะสามารถ
หาหลินหมิงพบได้ แต่หลังจากเข้านิกายพันธนาการฟ้า พวกนางก็ลอง
ถามไปรอบๆและมองผ่านเอกสารมากมาย และค้นพบว่าเผ่าฟีนิกซ์
โบราณแบ่งออกเป็น 72 ตำหนักที่กระจายอยู่ทั่วแดนเทวะ และพวกนาง
ไม่รู้ว่าตำหนักใดที่หลินหมิงอยู่
ไม่เพียงแค่นั้น แต่การเดินทางระหว่างโลกที่ยิ่งใหญ่ ผู้หนึ่งก็จำต้องมี
ค่าใช้จ่ายและการใช้เรือจิตวิญญาณมันต้องใช้หินตะวันม่วงอย่างน้อยหนึ่ง
ล้านก้อน สำหรับมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่พวก
นางได้รับจากนิกายพันธนาการฟ้าคือ 10 หินตะวันม่วงเท่านั้น ต่อให้เริ่ม
สะสม พวกนางก็คงจะตายก่อนที่จะสามารถเก็บได้ถึงล้านก้อน
นอกจากนี้ การเดินทางระหว่างโลกที่ยิ่งใหญ่อย่างน้อยต้องอยู่ในขั้น
ผันแปรศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากห้วงมิติระหว่างโลกที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยโจร
และฆาตกร การฆาตกรรมใครบางคน และการขโมยทรัพย์สินล้วนเป็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ยิ่งเป็นหญิงงามชะตากรรมของพวกนางก็จะยิ่ง
น่าสังเวชมาก เป็นไปได้ว่าพวกนางอาจถูกขายเป็น โสเภณี ทาส หรือถูก
ใช้ในการบ่มเพาะทางเพศและดูดเอาพลังชีวิตจนหมดสิ้น
ในสถานการณ์เช่นนี้ มันก็ยากที่มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนจะหา
หลินหมิงได้
“พี่สาวมู่ เราได้อยู่ในแดนเทวะมาประมาณครึ่งปีแล้ว แต่… ถ้ายัง
ดำเนินต่อไปเช่นนี้ เราจะหาหลินหมิงได้อย่างไร?” ฉินซิงเซวียนถาม นาง
ยืนอยู่ในทุ่งของนิกายพันธนาการฟ้าที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์อสูรที่มีค่า นาง
สวมชุดสีฟ้าเรียบง่าย และใบหน้าของนางที่ไม่อาจแปดเปื้อนโดยโลก เส้น
ผมสีดำอ่อนนุ่มของนางผูกติดอยู่กลับผ้าพันคอสีฟ้า และแขนเสื้อของนาง
ก็ถูกดึงขึ้น หยดเหงื่อไหลลงที่หน้าผากของนาง ทำให้นางดูคล้ายกับสาว
ชาวบ้านที่เรียบง่ายและงดงาม
ในเวลานี้ ฉินซิงเซวียนถือกองหญ้าจิตวิญญาณอยู่ในมือ เลี้ยงสัตว์
อสูรจิตวิญญาณที่ดูเหมือนดั่งม้าสีขาว สัตว์อสูรจิตวิญญาณนี้มีรูปลักษณ์
งดงามและมีสีขาวเหมือนหิมะ
ในแดนเทวะ นักสู้ขั้นเทพสมุทรจะได้รับการเลี้ยงดูด้วยความ
พยายามจากนิกาย หากพวกเขาเป็นอัจฉริยะ ยกตัวอย่างเช่นในนิกาย
พันธนาการฟ้า มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนเป็นเพียงศิษย์สายนอกเท่านั้น
เป็นไปไม่ได้ที่จะยกฐานะเป็นศิษย์สายตรง และได้เพลิดเพลินไปกับ
ทรัพยากรที่น่าทึ่ง ศิษย์สายนอกจึงต้องมาทำงานหนัก
นิกายพันธนาการฟ้าคือนิกายที่ค่อนข้างยากจน พวกเขาไม่ได้เป็น
เหมือนเกาะวิญญาณสัญจรที่มีแหล่งทรัพยากร เช่น แดนเร้นลับ
ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย ด้วยเหตุนี้ ศิษย์ของนิกายพันธนาการฟ้าจึง
จำเป็นต้องถูกปฏิบัติต่างกัน ตัวอย่างเช่น ทำสวนสมุนไพร เลี้ยงสัตว์อสูร
จิตวิญญาณและอื่นๆ งานเหล่านี้ทั้งหมดเป็นการสร้างรายได้ให้แก่นิกาย
เพื่อนำมาซึ่งทรัพยากรแก่ผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงมากขึ้น
“ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้ ด้วยระดับการบ่มเพาะของเรา
ถ้าเราพยายามที่จะเดินทางด้วยตัวเอง ข้าเกรงว่าเราจะพบกับความน่า
สังเวชอย่างแท้จริง เราสามารถทำได้เพียงบ่มเพาะอย่างขยันขันแข็ง
จนกว่าเราจะเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ได้ จากนั้น เมื่อเรามีทรัพย์สมบัติ
เพียงพอ เราจะสามารถตามหาหลินหมิงได้”
มู่เชียนหยี่กล่าว นางชั่งน้ำหนักหญ้าจิตวิญญาณต่างๆและผสมมัน
ให้กับสัตว์อสูรดุร้าย
การให้อาหารสัตว์อสูรดุร้ายไม่ง่ายและไม่อาจผ่อนคลาย ผู้หนึ่งต้อง
ตื่นขึ้นมา 5 ชั่วโมงก่อนรุ่งอรุณ ต้มซุปหญ้าจิตวิญญาณ ผสมอาหารสัตว์
และให้อาหารสัตว์อสูรจิตวิญญาณก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้น
ต่อไป พวกนางก็ต้องเข้าสู่สวนสมุนไพร สวนสมุนไพรนี้เต็มไปด้วย
สมุนไพรอันล้ำค่า ผู้หนึ่งต้องใช้ทักษะจิตวิญญาณพิเศษ เพื่อให้อาหาร
และยังต้องเอาหนอนพืชออกจากสมุนไพรด้วยและใช้เวลาตลอดทั้งเช้า
ในตอนบ่าย ทั้งสองก็ต้องกลับมาให้อาหารสัตว์อสูรจิตวิญญาณเป็น
ครั้งที่สอง และในตอนเย็นทั้งสองจึงจะได้รับอนุญาตให้บ่มเพาะได้อย่าง
อิสระ
และในนิกายพันธนาการฟ้า ถ้าต้องการยืมแผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะ
หรือฟังคำสอนของผู้อาวุโส นิกายพันธนาการฟ้ามีศิษย์สายนอกนับหมื่น
คน แต่กลับมีผู้อาวุโสชำนาญการเพียง 20 คนเท่านั้น จึงเป็นธรรมดาที่
เหล่าศิษย์สายนอกจะไม่สามารถได้รับคำสอนทุกครั้งที่พวกเขาต้องการ
ด้วยความแข็งแกร่งของมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียน มันเป็นไปไม่ได้
เลยที่พวกนางจะมีส่วนร่วมในภารกิจต่อสู้ของนิกาย วิธีเดียวที่พวกนางจะ
ได้รับคะแนนสนับสนุนคือการใช้แรงงานหนัก ทั้งสองจึงทำงานมากกว่า
ผู้หญิงทั่วไป
สำหรับสองคน ทุกๆ 10 วัน พวกนางจะสามารถฟังคำสอนหนึ่งครั้ง
และขอดูเคล็ดบ่มเพาะระดับมนุษย์ได้เพียงครั้งเดียว สำหรับการเรียนรู้
มรดกของนิกายพันธนาการฟ้า มันก็ยังเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกนาง
ถึงกระนั้น แม้ว่าทั้งสองคนจะได้ศึกษาและฝึกฝนจนจบวัน พูดคุย
และฝึกซ้อมด้วยกัน ถ้าพวกนางมีคำถาม พวกนางก็จะถามได้เพียงศิษย์
พี่ชายและศิษย์พี่หญิงอาวุโส แน่นอนว่าการช่วยเหลือเช่นนี้ไม่ได้เป็น
อิสระและต้องให้คะแนนสะสมไปจำนวนหนึ่ง
การฝึกฝนเช่นนี้ดูเหมือนจะลำบากมาก แต่ก็เป็นความเร็วในการบ่ม
เพาะที่รวดเร็วกว่าแดนเบื้องล่าง เนื่องจากพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
ภายในแดนเทวะนั้นมากมายกว่าแดนเบื้องล่างอย่างมาก ดาวเคราะห์ของ
ทวีปนภารินไหลถูกปิดกั้นโดยราชันสวรรค์บรรพกาล ดังนั้นการทะลวง
เข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ในแดนเทวะ แม้ว่า
พรสวรรค์นักสู้ของมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนจะไม่ดีนัก แต่พวกนาง
ยังคงมีโอกาสสูงที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ได้ เมื่อพวกนางทำ
ได้ พวกนางก็จะสามารถโดดเด่นและอย่างน้อยก็กลายเป็นผู้ดูแลนิกาย
ค่าใช้จ่ายรายเดือนของพวกนางก็จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และพวกนาง
ก็ยังสามารถมีส่วนร่วมในภารกิจต่อสู้ได้ สำหรับพวกนาง นี่เป็นวิธีเดียวที่
จะหาหลินหมิงเจอในอนาคต
“ข้าสงสัยว่าหลินหมิงกำลังทำสิ่งใดอยู่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ… ด้วย
พรสวรรค์ของเขา เขาควรจะเป็นศิษย์หลัก…”
ทุกครั้งที่มู่เชียนหยี่ได้รำลึกถึงหลินหมิง นางก็ต้องกังวลในหัวใจ ถ้า
นางไม่ได้มายังแดนเทวะแล้ว นางก็คงคิดไม่ออกเลยว่ามันกว้างใหญ่ขนาด
ไหน ตอนนี้ นางสามารถสัมผัสกับขนาดของมันด้วยตัวเองแล้ว เพียง
นิกายพันธนาการฟ้าก็ยังมีขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 30 คน ขั้นผัน
แปรศักดิ์สิทธิ์หลายพันคน และ 70,000–80,000 ขั้นเทพสมุทร
เมื่อเทียบกับในโลกลิขิตสวรรค์ นิกายพันธนาการฟ้าก็ยังมิได้เป็นอัน
ใดไปมากกว่านิกายเล็กๆ แม้แต่โลกลิขิตสวรรค์เองก็ยังเป็นแค่ 1 ใน
3000 โลกอันยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ
เมื่อมองไปยังทั่วทั้งแดนเทวะ เก้าวิบัติก็มิได้เป็นอันใดไปมากกว่า
สุนัขที่มีเกลื่อนกลาด
ดังนั้นแม้ว่าตอนที่หมิงหมิงอยู่ในทวีปนภารินไหลและพรสวรรค์ของ
เขาจะท้าทายเจตจำนงของสวรรค์ แต่มู่เชียนหยี่ก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ มันมี
อัจฉริยะมากมายเกินไปในแดนเทวะ หลินหมิงอาจจะมิได้โดดเด่นเช่นใน
อดีต นอกจากนี้ หลินหมิงก็เข้าสู่นิกายใหญ่ซึ่งแข่งขันกันอย่างโหดร้าย
และป่าเถื่อนกับคนเหล่านั้นอีกด้วย แต่ละวันของหลินหมิงในเผ่าฟีนิกซ์
โบราณจะเป็นอย่างไรกัน? เขาได้ถูกกดดันโดยผู้อื่นเพราะสถานะของเขา
มาจากแดนเบื้องล่างหรือไม่?
ถ้านางและฉินซิงเซวียนพบกับเขา มันจะทำให้เขามีปัญหาแทนด้วย
หรือไม่?
นี่คือสิ่งที่มู่เชียนหยี่กังวลมากที่สุด
“ซิงเซวียน อย่าคิดอะไรอีกเลยนอกจากการฝึกอย่างขยันขันแข็ง
ในตอนนี้ เมื่อเราไปยังเผ่าฟีนิกซ์โบราณจริงๆแล้ว เราจะไม่ยอมเป็นภาระ
ของหลินหมิงอีก”
“อืม” ฉินซิงเซวียนพยักหน้าอย่างแข็งขัน
ในเวลานี้ มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนได้ยินเสียงระฆังดังออกมาจาก
ตำหนักหลังสวนสมุนไพร นี่เป็นสัญญาณการเรียกหาศิษย์ที่ดูแลสวน
สมุนไพร
“ผู้ใดรับผิดชอบสวนสมุนไพรนี้!” มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนรีบวิ่งไป
ตามเสียงเรียก นิกายพันธนาการฟ้ามีกฎที่เข้มงวดมาก ถ้าพวกนางมาช้า
พวกนางจะเสียคะแนนได้ ถ้าโทษของพวกนางหนักแล้วพวกนางก็จะถูก
คุมขัง ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษเรื่องอะไรก็ตาม แต่ไม่ใช่สิ่งที่มู่เชียนหยี่หรือ
ฉินซิงเซวียนสามารถยอมรับได้
“มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับวัสดุโอสถหรือไม่?”
ทั้งมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนต่างก็ตกใจ หากมีปัญหาในสวน
สมุนไพร เช่นนั้นมันก็จะเป็นความรับผิดชอบที่พวกนางไม่สามารถรับ
ไหว!
ขณะที่พวกนางรีบไปยังเสียงเรียก มู่เชียนหยี่ก็ได้เห็นว่ามีศิษย์หญิง
7-8 ได้ยืนอยู่ในที่โล่ง พวกนางเป็นศิษย์สายนอก โดยปกติการจัดการสวน
สมุนไพรจะเป็นงานที่น่าเบื่อซึ่งศิษย์หญิงส่วนใหญ่จะทำ
และที่ยืนอยู่หน้าเหล่าศิษย์หญิง 7-8 คนนี้ก็เป็นหญิงที่สวมชุดสีแดง
ที่มีดวงตาฟีนิกซ์ นางเป็นศิษย์สายในที่มีฐานะโดดเด่นอย่างมาก และยัง
เป็นผู้จัดการสวนสมุนไพรนี้
ในขณะที่หญิงชุดสีแดงได้เห็นมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนรีบมาถึง
นางก็ขมวดคิ้ว นางกล่าวอย่างหยาบคายว่า “มือช้าและเท้าช้า ไม่สงสัย
เลยว่าเหตุใดสวนสมุนไพรจึงยุ่งเหยิง!”
“ยุ่งเหยิง?” ลมหายใจของมู่เชียนหยี่ติดขัดอยู่ที่คอและหัวใจของนาง
ก็เต้นรัว นางคิดว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่สวนสมุนไพร แต่ขณะที่นางมองไป
ยังผู้จัดการ นางก็มองไปยังหญ้าจิตวิญญาณทุกเส้นและไม่เห็นว่ามันมี
ปัญหาใดๆกับพวกมัน…
นางจึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อนางเหลือบมองไปยังศิษย์หญิงคน
อื่นๆ นางพบว่าพวกนางมีสีหน้ามืดมนและเงียบงัน เห็นได้ชัดว่าพวกนาง
เพิ่งถูกเนรเทศมา
เพื่อให้ได้คะแนนสะสม มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนต้องระมัดระวัง
ในการดูแลสวนสมุนไพรอย่างมาก มิเช่นนั้น หากพวกมันผิดพลาด
บางอย่างและพืชสมุนไพรเสียหาย รายได้ทั้งเดือนของการทำงานจะ
หายไปในสายลม
“ไม่มีอะไรให้เจ้าดู!” ผู้หญิงที่สวมชุดสีแดงเค้นเสียงเย็นชา คิ้วบางๆ
ของนางชันขึ้นด้วยความโกรธ “เจ้าคิดว่ามันไม่มีอันใดเพราะแค่ว่าพืช
สมุนไพรไม่ได้ตายเช่นนั้นหรือ? ข้าต้องการให้พืชสมุนไพรบานสะพรั่ง! แต่
เมื่อมองไปยังสมุนไพรที่พวกเจ้าดูแล พวกมันก็ดูเป็นโรค แล้วจะใช้มันได้
อย่างไร!? วันนี้ ผู้อาวุโสสูงแห่งหอโอสถจิตวิญญาณ พร้อมกับผู้อาวุโส
สายในคนอื่นๆอีกสามคนต้องการรวบรวม 36,000 สมุนไพร เพื่อช่วย
กลั่นโอสถ พวกเขาจะใช้หญ้าศักดิ์สิทธิ์เก้าบุปผา เพื่อกลั่นโอสถเก้าบุปผา
หวนกลับ โอสถระดับสวรรค์ชั้นกลาง! นี่ก็เพื่อให้ศิษย์พี่หยูโหย่วหมิงชำระ
ล้างไขกระดูกของเขา เพื่อให้เขาสามารถสร้างความก้าวหน้าได้!”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่สำคัญแค่ไหน? เจ้ารู้หรือไม่ว่าโอสถระดับสวรรค์ชั้น
กลางคือสิ่งใด? โอสถหรือสมุนไพรที่มี ‘สวรรค์’ ในชื่อของมันเป็นสิ่งที่น่า
ทึ่ง! หากเจ้าทำให้การกลั่นโอสถนี้ล่าช้าแล้ว แม้จะฆ่าเจ้า 100 ครั้งก็ยังไม่
เพียงพอที่จะทดแทนมันได้! ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเคยทำงานในอดีตอย่างไร
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนจะไม่มีเวลาว่าง ทุกคนต้องดูแลสมุนไพรทุก
วัน! สมุนไพรทุกชนิดต้องได้รับการดูแลด้วยความเอาใจใส่!”
“ไม่มีเวลาว่าง…” มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนเหลือบมองกันและกัน
มันสามารถมองเห็นได้ถึงแสงอันขมขื่นจากดวงตาของพวกนางได้ ความ
จริงก็คือ นักสู้ขั้นเทพสมุทรจะมีกำลังเพียงพอสำหรับหนึ่งวัน หากเพียงได้
เข้าฌานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากที่
จะพักผ่อน อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาไม่มีเวลาว่าง พวกเขาจะฝึกฝน
อย่างไร?
สำหรับศิษย์สายนอกคนอื่นๆ พวกนางก็ไม่มีความสุขไปมากกว่ากัน
เมื่อได้ยินข่าวนี้ สำหรับพวกนาง โอสถระดับสวรรค์ชั้นกลางเป็นเรื่องที่
ห่างไกลมาก สำหรับชื่อของศิษย์พี่นามหยูโหย่วหมิง นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้
พวกนางรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้า เขาเป็นศิษย์สายตรงชั้นยอดและน่า
ภาคภูมิใจที่ได้รับเลือกจากสวรรค์ ซึ่งนิกายได้ใช้ความพยายามอย่างมาก
ในการเลี้ยงดูเขา สำหรับศิษย์สายนอก เขาก็เหมือนกับเทพเจ้า
“ผู้อาวุโสสูงแห่งหอโอสถจิตวิญญาณพร้อมกับผู้อาวุโสสายในคนอื่นๆ
อีกสามคนจะกลั่นโอสถเพื่อให้ศิษย์พี่หยูโหย่วหมิงชำระล้างไขกระดูกของ
เขา…” ศิษย์หญิงคนหนึ่งพึมพำกับตัวเอง รู้สึกอิจฉาในหัวใจ ทั้งสองต่าง
เป็นศิษย์ขั้นเทพสมุทร ดังนั้นความแตกต่างในชะตากรรมมากมายถึง
เพียงนี้ได้อย่างไร?
“หึ เจ้าไม่ต้องแปลกใจไป ข้าคงบอกเจ้าได้แค่ว่าจะมีเหตุการณ์ที่
ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 4-5 พันปีในแดนเทวะ มันจะเกิดขึ้นในไม่ช้า และ
นั่นก็คืองานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ! งานนี้จะรวม
อัจฉริยะทั้งหมดของแดนเทวะ! ศิษย์พี่หยูโหย่วหมิงเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์
ที่สุดของนิกายพันธนาการฟ้า และเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้รับ
เกียรติยศ! ถ้าเกิดปัญหาขึ้น ข้าจะไม่ยกโทษให้ผู้กระทำความผิด!”
“งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ?” มู่เชียนหยี่และฉิน
ซิงเซวียนอุทานออกมาในเวลาเดียวกัน
ความคิดของฉินซิงเซวียนสะท้าน นางกล่าวกับมู่เชียนหยี่ว่า “พี่สาวมู่
ท่านคิดว่าหลินหมิงจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่?”