Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,183 เริ่มการล่า
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? เจ้าเต่าหัวหดหลินหมิงผู้ที่ซื้อโอสถโลกไพศาลโผล่
ออกมาจากกระดองแล้วเช่นนั้นหรือ?” จงเหวินซูยิ้มขณะที่เขาได้ยินข่าวนี้
“ใช่แล้วขอรับ! นายน้อย สองคนที่ข้าพบไม่แข็งแกร่งมากก็จริง แต่ใน
แง่ของการเฝ้าระวังพวกเขาเป็นมือดีที่สุด! และหลินหมิงก็เริ่มไปล่าสัตว์
อสูรฝันร้ายในป่าใกล้เมืองแล้ว!”
“ดี! ทำได้ดีมาก!” จงเหวินซูตะโกนออกมาขณะที่อารมณ์ของเขาดีขึ้น
อย่างมาก “มันได้เวลาแล้ว นานกว่าสองเดือน และเจ้าเต่านั่นในที่สุดก็
ออกจากเมือง ฮ่าๆ การคัดออกรอบแรกใกล้จะสิ้นสุดลงในเร็วๆนี้ ถ้ามัน
ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเมือง มันก็จะรอเวลาถูกขับออกไปเท่านั้น!”
“ในเมื่อมันออกมาแล้ว เราจะไปฆ่ามันเล่นสัก 2-3 ครั้ง แม้ว่าการฆ่า
มันจะไม่ได้แต้มเกียรติยศใดๆ แต่มันก็จะรู้สึกดีอย่างมาก!” จงเหวินซูยิ้ม
อย่างชั่วร้าย ในหลายวันที่ผ่านมาสิ่งที่เขาทำคือการล่าสัตว์อสูรฝันร้าย
เมื่อเดือนที่แล้ว เขาได้ฆ่าผู้ท้าชิงไป 2-3 คนเพื่อความสนุกสนาน และ
เนื่องจากแต้มเกียรติยศที่โดดเด่นที่ได้มากกว่าการฆ่าสัตว์อสูรด้วย จะมี
สิ่งใดที่รู้สึกดีกว่าการปล้นชิงความพยายามทั้งหมดที่ได้มาอย่าง
ยากลำบากของผู้อื่นอีกหรือไม่?
แต่เมื่อจงเหวินซูได้รับแต้มเกียรติยศมากขึ้น การฆ่าผู้เข้าร่วมสามัญ
คนอื่นๆก็จะไม่มีผลอีกต่อไป สำหรับผู้เข้าร่วมที่แข็งแกร่ง เขารู้สึก
หวาดกลัวอย่างมากหรืออย่างน้อยก็เกรงว่าทั้งสองฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ
เขาจึงล่าเพียงสัตว์อสูรฝันร้าย เมื่อฆ่าพวกมันผู้หนึ่งจะได้รับแต้ม
เกียรติยศเท่ากันไม่ว่าอย่างไร
แต่นี่เป็นสิ่งที่เหนื่อยเกินไป หลังจากที่ฆ่าพวกมันมากว่า 2 เดือน จง
เหวินซูก็รู้สึกเบื่อหน่าย
เพื่อที่จะให้ได้ระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นได้ในโลกนักสู้ที่แท้จริง จงเห
วินซูได้ทำงานอย่างขยันขันแข็ง เขาได้เข้าสู่อันดับ 19 ของที่นี่แล้ว!
ถึงแม้ว่าเขาจะยังห่างไกลจากการเข้าสู่ 5 อันดับแรกได้ แต่ความจริงก็คือ
ผลลัพธ์ตอนนี้ก็ดีมากแล้ว เนื่องจากโลกนักสู้ที่แท้จริงมีหลายแดน
ศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ และมีผู้สืบทอดของตระกูลที่ซ่อนตัวอยู่หลาย
คน รวมถึงศิษย์ของผู้เชี่ยวชาญที่ปกปิดตัวตนด้วย นอกเหนือจากนั้นมัน
ยังมียักษ์ใหญ่อย่างแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง
ความสามารถในการติด 19 อันดับแรกที่นี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่สามารถ
ดึงดูดความสนใจของทั้งแดนเทวะได้แล้ว หากนักสู้อิสระได้รับผลลัพธ์
เช่นนี้ พวกเขาก็จะดึงดูดความสนใจจากขุมกำลังใหญ่มากมาย แม้แต่บาง
แดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพก็ยังจะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อเอาชนะใจคน
ผู้นั้น
ในเวลานี้ ใต้ม้วนคัมภีร์สีทองขนาดใหญ่ ผู้อาวุโสของตำหนัก
แม่เหล็กคู่ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลจงและผู้นำตระกูลจง
ต่างก็มีรอยยิ้ม จงเหวินซูเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลจงของพวกเขา
ถ้าเขาสามารถรักษาผลงานได้จนกว่าจะจบรอบแรก เขาจะอยู่ใน 20
อันดับแรกได้แน่ ผลลัพธ์ดังกล่าวจะทำให้เขาสามารถมีส่วนร่วมในรอบชิง
ชนะเลิศและได้รับความรุ่งโรจน์
“อนาคตเหวินซูจะเป็นที่ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งมีโอกาสที่เขาจะ
กลายเป็นราชันพิภพในอนาคต ฮ่าๆ!” ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมหลวมๆ
กล่าว
“พี่ชายจาง ท่านเยินยอข้ามากเกินไป! แม้ว่าการเป็นราชันพิภพอาจ
เป็นงานที่ยากเกินไปสำหรับเหวินซู แต่การกลายเป็นผู้ปกครองเทวะ
สูงสุดหรือแม้แต่กึ่งราชันพิภพก็เป็นไปได้!” แม้ผู้นำตระกูลจงจะรู้ว่าคำพูด
เหล่านี้เป็นคำเยินยอ แต่เขาก็ยังมีความสุขมาก
ในเวลานี้ ในป่าที่อยู่ใกล้เมืองหลวงโบราณกาล หลินหมิงวิ่งพุ่งผ่าน
ป่าเหมือนเสือชีตาร์ที่พริ้วไหว บนชั้นของพุ่มไม้และมีใบหนาแน่น เขาพุ่ง
ผ่านไปเป็นดั่งภาพเงายามค่ำคืน
วูซซซ!
ลำแสงปราณแท้หลอมรวมกับจิตวิญญาณต่อสู้ถูกยิงออกไป สัตว์
อสูรฝันร้ายรูปร่างเสือถูกเด็ดหัวในทันทีโดยหลินหมิง
มันกลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลเข้าสู่หลินหมิง หลินหมิงเอื้อมมือ
ออกไปและแสงขนาดเล็กสาดประกายขึ้นบนนิ้วมือของเขาเหมือน
ดวงดาว พลังงานของสัตว์อสูรฝันร้ายรูปร่างเสือกลายเป็นเส้นสายสี
เหลืองจางๆที่ถูกดูดซับโดยหลินหมิง
เส้นสายสีเหลืองเลือนรางเหล่านี้ไหลเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิง ภายใต้การควบคุมของกฎในโลกแห่งความฝัน พวกมันเริ่มหล่อ
เลี้ยงตราประทับกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ในวิญญาณของเขา
“สัตว์อสูรฝันร้ายรูปร่างเสือทรงพลังกว่า 5 เท่าของสัตว์อสูรฝันร้าย
รูปร่างเสือดาวและยังมีแต้มสะสมมากว่า 5 เท่าด้วย สัตว์อสูรฝันร้าย
รูปร่างเสือมีค่าประมาณ 100 แต้มเกียรติยศ แต่สัตว์อสูรที่มีเสือดาวมีค่า
เพียง 20 แต้มเกียรติยศเท่านั้น ดูเหมือนว่าความสำคัญหลักแต้ม
เกียรติยศที่ได้รับเหล่านี้คือปริมาณพลังงานของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
ที่ก่อกำเนิดเป็นพวกมัน”
หลินหมิงได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในความเป็นจริง มันเป็น
การดูว่าใครจะสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้มากที่สุด และสะสม
พลังงานแห่งความฝันได้มากที่สุด ยิ่งสะสมพลังงานโลกแห่งความฝันได้
มากเพียงใด พวกเขาก็จะได้รับแต้มเกียรติยศมากเท่านั้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น
เนื่องจากกฎของมิติโลกแห่งความฝันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะก็คิดได้ นี่เป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการช่วยประหยัดเวลา
และความพยายาม
แต่ผู้ที่ไม่เข้าใจกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ แค่สามารถทำให้พลังงาน
ในโลกแห่งความฝันรวบรวมอยู่ในร่างกายของพวกเขาได้เท่านั้น ไม่ได้
หมายความว่าจะใช้ประโยชน์จากมันได้ นี่อาจอธิบายได้ว่าเจอภูเขาที่เต็ม
ไปด้วยสมบัติและยังต้องกลับไปมือเปล่ามันน่าเสียดายอย่างแท้จริง
ในขณะที่หลินหมิงคิดได้เช่นนี้ เขาก็รู้สึกขอบคุณกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าอย่างแท้จริง ถ้าเขาไม่ได้มีกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า หากอยากจะ
รับรู้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ มันก็ไม่
จำเป็นต้องพูดถึง
“กล่องปัญญาแห่งพระเจ้านี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจอย่างแท้จริง แต่น่า
เสียดายที่ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้ ถ้าข้าต้องการใช้กล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าตอนนี้ ข้าจะต้องขอให้แม่นางมู่ช่วยทำเช่นนั้น แต่แม่นางมู่เหลือ
เพียงร่างวิญญาณ…” หลินหมิงคิดออกมาดังๆ
จากนั้น เขาจมจิตสำนึกเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของตน
เพราะเขากำลังดูดพลังงานกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของ
เขาจึงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก และความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นรวดเร็วกว่าในโลก
ภายนอกมากนัก นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะมันคือพลังศักดิ์สิทธิ์
แห่งเทพ
“ปัจจุบัน ข้ามีเพียง 960 แต้มเกียรติยศเท่านั้น ถ้าข้าฆ่าสัตว์อสูรฝัน
ร้ายอีก 1-2 ตัว ข้าควรจะสามารถที่จะผ่านไปสู่ 1000…”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าสัตว์อสูรฝันร้ายตัวอื่น
อยู่ไม่ไกลนัก เขารีบวิ่งผ่านป่าเหมือนลูกธนูก่อนที่จะจัดการพวกมันลงได้
อย่างง่ายดาย
แต้มเกียรติยศของเขาในที่สุดก็เกิน 1000!
ในเวลานี้ หลินหมิงรู้สึกว่ามีบางอย่างวิ่งเข้าไปในทะเลจิตวิญญาณ
ของเขา ด้วยความเข้าใจในปัจจุบันของกฎแห่งความฝัน เขาก็สามารถ
ผลักดันมันออกไปได้ทันที่ แต่หลังจากที่รู้สึกว่ามันไม่ได้มีความตั้งใจชั่ว
ร้ายใดๆ เขาจึงอนุญาตให้มันเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาซึ่งมัน
ได้กลายเป็นภาพฉาย
“หืม ข้าสามารถตรวจสอบอันดับของตัวเองได้?” หลินหมิงรู้สึก
ประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าหลังจากที่แต้มเกียรติยศเกินหนึ่งพัน ผู้
หนึ่งก็สามารถรู้อันดับของตนได้ เป็นเช่นนี้ ผู้เข้าร่วมจะสามารถรู้ว่าพวก
เขากำลังจะถูกคัดออกหรือไม่
ข้อมูลที่แสดงในการภาพฉายนั้นคือ – “เผ่าฟีนิกซ์โบราณ หลินหมิง
แต้มเกียรติยศ 1060 แต้ม อันดับเกิน 100 ล้าน ดังนั้นจึงไม่สามารถ
คำนวณได้ อันดับปัจจุบันยังไม่ถึง 1% ดังนั้นจะไม่สามารถผ่านการ
คัดเลือกรอบแรกได้”
เมื่อหลินหมิงได้เห็นอันดับนี้ เขาก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “อันดับเช่นนี้
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเล็กน้อย”
ดูเหมือนว่าจะไม่มีอันดับสำหรับผู้ที่เกิน 100 ล้าน นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 ล้านคนจากโลกนักสู้ที่แท้จริง มีเพียง 1 ใน
10,000 เท่านั้นที่จะสามารถเข้าสู่ 100 ล้านอันดับแรกของแดนเทวะได้
เขาไม่เคยคิดเลยว่าโลกนิมิตฝันเทวะจะแสดงให้เห็นว่าตนจะผ่าน
รอบคัดเลือกเช่นนี้หรือไม่ ด้วยการให้ผู้เข้าร่วมสามารถเห็นตัวเลข
ดังกล่าวในใจได้ มันก็เป็นกฎที่มีประโยชน์และสะดวกมาก
ในเวลานี้ภายใต้ม้วนคัมภีร์สีทองของโลกแสงโลหิต มีตำหนักลอยฟ้า
ขนาดใหญ่อยู่ ตำหนักนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์จิตวิญญาณขนาดยักษ์ เนื่องจาก
รอบแรกของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะดำเนินต่อไปเป็นเวลา 9
เดือน และเนื่องจากตัวตนระดับสูงของขุมกำลังใหญ่ที่มาดูไม่อยากถูกใคร
พบเห็น ดังนั้นพวกเขาจึงได้นำตำหนักสิ่งประดิษฐ์จิตวิญญาณนี้มาด้วย
มีผู้อาวุโสหลายคนที่เป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่ พวกเขาเป็นตัวตนระดับ
สูงสุดจากแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด และแม้แต่บุคคลสำคัญของแดนศักดิ์สิทธิ์
ระดับราชันพิภพก็มา แน่นอนว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้มีเพียงแค่การ
บ่มเพาะกึ่งราชันพิภพเท่านั้น ราชันพิภพที่แท้จริงจะยังไม่มาในตอนนี้
เฉพาะรอบชิงชนะเลิศของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจึงจะเพียงพอ
ต่อการดึงดูดตัวตนอันยิ่งใหญ่ดังกล่าวได้
ในหมู่คนเหล่านี้ มีหนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ฮั่วเล่
ยสือ
“ผู้อาวุโสฮั่ว ศิษย์น้องหลิน แต้มเกียรติยศของศิษย์น้องหลินในที่สุดก็
เคลื่อนไหวแล้ว!” เผ่าฟีนิกซ์โบราณซื้อแผ่นหยกแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์มา
ด้วยเช่นกัน หนึ่งอยู่ในมือของฮั่วเล่ยสือ และคนอื่นๆก็กำลังเฝ้าดูศิษย์ของ
เผ่าฟีนิกซ์โบราณตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ศิษย์หลายคนทำหน้าที่ติดตาม
การเปลี่ยนแปลงของผู้เข้าร่วมทุกคนจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณและอันดับของ
พวกเขา ชื่อของหลินหมิงได้ถูกรวมไว้ในการเฝ้าจับตานี้เป็นธรรมดา
ในตอนเริ่มแรก ฮั่วเล่ยสือมีความสุขมากที่สามารถค้นหาหลินหมิงใน
งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกในครั้งนี้เจอ เมื่อเห็นเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
นำหน้าชื่อของหลินหมิง มันทำให้เขาพอใจอย่างมาก เขารอที่จะเห็น
หลินหมิงเอาชัยชนะมาให้เผ่าฟีนิกซ์โบราณ!
แต่ผลก็คือหลังจากรอบแรกของการลงทะเบียนเริ่มต้นขึ้น หลังจาก
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง คนอื่นๆก็ได้รับแต้ม 2000-3000 แต้มเกียรติยศไปแล้ว
แต่ว่าหลินหมิงก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอันใดเลย
ฮั่วเล่ยสือ เริ่มคิดว่าหลินหมิงกำลังล่าสัตว์อสูรฝันร้ายบางอย่าง
โดยเฉพาะ และไม่ต้องการรำคาญกับสัตว์อสูรที่อ่อนแอกว่า เขา
สันนิษฐานว่าหลินหมิงต้องการสังหารสัตว์อสูรฝันร้ายที่ทรงพลังและ
ทะยานขึ้นสู่สวรรค์ด้วยความสำเร็จเพียงครั้งเดียว
ฮั่วเล่ยสืออดทนรอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากหลินหมิงทะยานขึ้น
สู่สวรรค์และทำให้โลกประหลาดใจ เขาก็จะออกไปดื่มกับสหายบางคนซึ่ง
เขาสามารถคุยเรื่องศิษย์ที่ตนรับเลี้ยงดูได้
เขาได้รอคอยผลลัพธ์มาจนถึงทุกวันนี้!
ฮั่วเล่ยสือรอมานานจนใบหน้าของเขาเกือบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
แล้ว แต่แต้มเกียรติยศของหลินหมิงยังไม่ได้เคลื่อนไหวเลย
เจ้าเด็กนั่นทำอะไรอยู่กันแน่!
ฮั่วเล่ยสือไม่รู้ว่าหลินหมิงได้รับกระดูกมังกรเทวะ และไม่รู้ว่าหลินห
มิงได้ทำลายชีวิตเก้าสู่เก้า และต้านทานทัณฑ์สวรรค์ 9 ระดับ นอกจากนี้
เขายังไม่รู้ว่าหลินหมิงได้ซื้อโอสถโลกไพศาลและเปิดประตูแห่งชีวิตแล้ว
แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้ทุกสิ่งเหล่านี้ แต่เขาก็จดจำหลินหมิงที่เสร็จสิ้น
การสังหารหนึ่งพันคนในด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณได้
พรสวรรค์ของเขาเหนือยิ่งกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ทำ
สิ่งใดอยู่ในช่วงที่ผ่านมา!
ฮั่วเล่ยสือโกรธมาก เขาจะตรวจสอบผลลัพธ์ของหลินหมิง และ
ตอนนี้ หลังจากผ่านไปสองเดือน หลินหมิงก็ยังคงเป็นคนตายที่ไม่มีการ
ตอบสนองใดๆเลย
แต่ในวันนี้ ในที่สุดเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว
“เจ้าคนขี้เกียจ ในที่สุดเจ้าก็ทำอะไรบางอย่างแล้ว เจ้าต้องการที่จะ
ให้ชายชราผู้นี้หัวใจวายตาย?” ฮั่วเล่ยสือสบถออกมา เขาตรวจสอบแผ่น
หยกกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์และ…
1060…
ใบหน้าของฮั่วเล่ยสือเกือบเปลี่ยนเป็นสีดำ
ดี! แทบจะต่ำที่สุด!
ฮั่วเล่ยสือปะทุขึ้นในที่สุด
“เจ้าสารเลวนั่น! เขากำลังพยายามเล่นแผนอันใดกับข้ากันแน่! ข้าไม่
เชื่อว่าเขาจะใช้เวลาสองเดือนและแสดงให้ข้าเห็นผลลัพธ์เพียงเท่านี้!” ฮั่ว
เล่ยสือพบว่าไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าหลินหมิงไม่ได้ออกจากเมืองไปฆ่า
ศัตรู แล้วเขากำลังทำสิ่งใดอยู่? นั่นคือมิติแห่งความฝัน ไม่ใช่โลกแห่ง
ความเป็นจริง! เขาไม่ได้มีร่างกายที่แท้จริงในนั้น เขาจะไม่สามารถทำ
อะไรที่ไร้สาระเช่นการบ่มเพาะในมิติแห่งความฝันใช่หรือไม่?
แล้วถ้าเขาไม่ได้บ่มเพาะอยู่เล่า? เขารู้หรือไม่ว่าเขาจะไม่สามารถผ่าน
รอบคัดเลือกและตั้งใจทำเช่นนี้?
ฮั่วเล่ยสือไม่สามารถเข้าใจได้ มันต้องรู้ด้วยว่า นิสัยของฮั่วเล่ยสือ
เยือกเย็นตราบเท่าที่เขาออกไปภายนอก เขามักจะพูดกับคนภายนอกว่า
ตระกูลของเขาน่ากลัวและน่าทึ่งเพียงใด
ก่อนที่การแข่งขันครั้งนี้จะเริ่มขึ้น ฮั่วเล่ยสือได้กล่าวถึงผลงานที่น่า
ประทับใจของหลินหมิงว่าจะเป็นอย่างไร แต่ผลก็คือ หลินหมิงไม่ได้ทำ
อะไรเลยและเหล่าสหายต่างก็ได้สบประมาทเขา