Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,184 ผู้ใดให้ความกล้าหาญเช่นนี้กับเจ้า?
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,184 ผู้ใดให้ความกล้าหาญเช่นนี้กับเจ้า?
“เป็นอย่างไรบ้าง? สหายฮั่ว อันดับของหลานชายหลินได้เคลื่อนไหว
แล้วเช่นนั้นหรือ?” ชายชราคนหนึ่งในชุดสีน้ำเงินเขียวที่มีเขามังกรคู่และ
เครายาวกล่าวออกมาช้าๆด้วยรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้า เขาเป็นผู้อาวุโส
จากเผ่ามังกรโบราณ และฮั่วเล่ยสือได้ตั้งชื่อเล่นให้สหายเขาว่า – มังกรน่า
ขัน
เมื่อทั้ง 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะรวมตัวกันอย่างสมบูรณ์ พวกเขาก็
ยิ่งใหญ่กว่าแม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพ แต่ระหว่างทั้ง 4 เผ่าต่างก็มี
การแข่งขันที่รุนแรงอย่างมาก แต่ละเผ่าหวังว่าคนของตัวเองจะได้รับการ
ยกย่องมากกว่าอีก 3 เผ่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่
ทั้ง 4 เผ่าเข้าร่วมการแข่งขัน ผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าคือเผ่ามังกรโบราณ
เมื่อฮั่วเล่ยสือเห็นหลินหมิงเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะ เช่นเดียวกับเซี่ยวผิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ ชายชรารู้สึก
ภาคภูมิใจและมีความสุขอย่างมาก เขารู้สึกว่าช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรือง
ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณได้มาถึงแล้ว เขาเริ่มโม้และโอ้อวดต่อหน้ามังกรน่า
ขันอย่างพอใจ
แต่ผลก็คือไม่มีอะไรเหมือนดั่งที่โม้ไว้เลย
ขณะที่ฮั่วเล่ยสือโกรธขึ้น มังกรน่าขันก็ยิ้มอย่างพอใจ เขามองไปยัง
แต้มของหลินหมิง จากคำกล่าวของเขาชัดเจนว่ามีการเยาะเย้ยอยู่ภายใน
เขาเองยังคาดเดาว่าหลินหมิงไม่ได้เคลื่อนไหว เนื่องด้วยเพราะ
เหตุผลบางประการ แต่ผลที่ได้คือ ความแตกต่างยิ่งใหญ่เกิดขึ้นระหว่าง
เขาและคนอื่นๆ ถ้ากล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าคนใดคนหนึ่งล้มลงตั้งแต่เริ่มแรก
มันก็จะยากที่จะตามทันคนอื่นได้ ผู้หนึ่งจะต้องทุ่มความพยายามอย่าง
มาก มันจะเป็นเรื่องยากมากที่จะเปรียบเทียบกับมังกรหนึ่งคนใหม่ของ
พวกเขา สำหรับมังกรหนึ่งคนนี้ หลังจากที่มังกรหนึ่งคนเก่าตายไป มังกร
สองก็ย่อมครองตำแหน่งของเขาโดยธรรมชาติ
ตอนนี้ จาก 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ เผ่ามังกรโบราณยังคงครองอันดับ 1
มังกรหนึ่งได้รับอันดับที่ 72 ของโลกแสงโลหิต และเหยียนเยว่เอ่อร์ได้รับ
อันดับที่ 97 ในโลกแสงโลหิต
ฮั่วเล่ยสือเก็บแผ่นหยกนิมิตฝันเทวะไปทันที่ เขาไม่ได้สนใจที่มองไป
ยังมังกรน่าขัน ในขณะที่เขากล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ผลลัพธ์ของหลินห
มิงเพิ่งจะเริ่มต้น มันคงจะเร็วไปที่จะตัดสินมิใช่หรือ!?”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องรีบร้อน เหลืออีกแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น หลานชายหลิน
อดทนอย่างแท้จริง ช่างใจเย็นยิ่งนัก แต่ด้วยพรสวรรค์ของหลานชายหลิน
เขาก็ยังจะสามารถผ่านรอบคัดเลือกได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับ
มังกรหนึ่ง เขาก็ยังห่างไกลมาก!”
มังกรน่าขันยิ้มในขณะที่เขาหัวเราะออกมาดังๆ ก่อนหน้านี้ ฮั่วเล่
ยสือได้โอ้อวดว่าหลินหมิงจะเหนือมังกรหนึ่งดั่งผู้ใหญ่ที่เล่นกับเด็กเล็ก
ดังนั้น มังกรน่าขันจึงต้องการแก้แค้น เขาค่อยๆหยิบแผ่นหยกนิมิตฝันเท
วะออกมาจากแหวนมิติ เมินต่อการจ้องมองที่มืดมนและจอมปลอมของ
ฮั่วเล่ยสือ และเริ่มตรวจสอบผลลัพธ์ของหลินหมิงด้วยตนเอง
……………
โลกนิมิตฝันเทวะ –
วูซซซ!
ลำแสงพุ่งผ่านป่า อีกหนึ่งสัตว์อสูรฝันร้ายก็ได้ถูกเด็ดหัวโดยหลินหมิง
“ข้าสังหารพวกมันไปหลายสิบตัวแล้ว แต่แต้มที่ได้รับก็ยังน้อยมาก
อันดับของข้ายังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ 1%!”
ในระยะเวลาสั้นๆเช่นนี้ แม้ว่าหลินหมิงสามารถสังหารสัตว์อสูรฝัน
ร้ายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้ากว่าที่คนอื่นๆที่สะสมมานานกว่าสองเดือน
“มันมีสัตว์อสูรฝันร้ายในป่านี้จำนวนน้อยและยังในระดับต่ำมาก นี่
ไม่ใช่สถานที่อันเหมาะสมสำหรับข้า เหตุใดพวกกระสอบแต้มเกียรติยศ
ของข้าจึงยังมาไม่ถึง? ข้ารอพวกมันอยู่ในป่าระดับต่ำมานานแล้ว” หลินห
มิงคิ้วขมวด ในเวลานี้ เขาได้ส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปอีกครั้ง และรู้สึกถึง
ความผันผวนของพลังงานที่เขากำลังรอคอยพอดี ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้น
ด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดเหยื่อก็มา
เขาได้สร้างศัตรูมากมายในเมืองหลวงโบราณกาล และพวกใดกันที่
กำลังมา?
“ท่านจง มันอยู่ในป่านั่น เราไม่ควรจะผิด เราได้ติดตามเขามา
ตลอดเวลา”
“ฮ่าๆ เจ้าขยะนั่นไม่รู้ว่าตนถูกติดตามอยู่ตลอด!”
นักสู้สองคนกระโดดออกมาจากป่าขนาดใหญ่ เสื้อคลุมใหญ่ปกปิด
ทั่วร่างของพวกเขา ข้างหลังพวกเขาเป็นจงเหวินซูที่ยิ้มกว้างและสมุนอีก
7-8 คนของเขา
นักสู้ในชุดคลุมใหญ่หัวเราะขณะที่พวกเขามองไปยังทิศทางของ
หลินหมิง “เจ้าโง่นั่น มันไม่รู้ว่าเจ้าเฝ้าติดตามจริงใช่หรือไม่? ฮ่าๆๆ!”
“การถูกหลอกโดยเราสองพี่น้องไม่ใช่ความอยุติธรรม!”
“ยอมรับชะตากรรมของเจ้าเถิด เมื่อพี่น้องเรากำลังเฝ้าติดตามใครสัก
คน พวกเขาจะไม่สามารถหลบหนีได้ แม้ว่าจะแข็งแกร่งกว่าถึง 10 เท่าก็
ตาม”
หลินหมิงมองไปยังตัวตลกที่ติดตามมาซึ่งกระโดดออกจากพุ่มไม้ เขา
ถอนหายใจและกล่าวว่า “ผู้ใดให้ความกล้าหาญเช่นนี้กับเจ้า?”
ทั้งสองนักสู้ต่างตกใจ เหตุใดหลินหมิงจึงไม่แปลกใจและหวาดกลัว?
เหตุใดเขาจึงสงบถึงเพียงนี้?
หลินหมิงไม่ได้สนใจพวกเขาเลย เขามองไปยังจงเหวินซูและกล่าวว่า
“เป็นเจ้าเอง ข้าไม่ได้คิดเลยว่าจะสามารถจับปลาตัวใหญ่ได้”
จงเหวินซูตกใจเล็กน้อย เขาลูบคางและมองไปยังหลินหมิง “เจ้า
กำลังบอกว่าเจ้าได้ค้นพบว่าตนเองถูกติดตามแล้ว และจงใจรอข้าอยู่ที่นี่
เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงไม่ตอบ เขาเพียงดึงหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกมา เจตนาของเขา
นั้นชัดเจน
ใบหน้าคู่หูที่ติดตามเขากลายเป็นสีแดง พวกเขารีบกล่าวว่า “ท่านจง
เจ้าเด็กนี่รู้อย่างชัดเจนว่ามาถึงจุดจบแล้ว! เขากำลังพยายามสร้างข้อ
โต้แย้งแบบสุ่มๆ ถ้ามันรู้ว่าตนถูกติดตามจริง แล้วเหตุใดจึงไม่วิ่ง?”
“ใช่แล้ว! พี่น้องทั้งหลาย มันมีเพียงขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางหรือ
ช่วงปลายเท่านั้นที่สามารถมองการติดตามของเราออก มิเช่นนั้นมันก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะค้นพบพวกเรา!”
จงเหวินซูไม่สนใจกับทั้งสองคนนี้ เขามองไปยังหลินหมิงด้วยการดู
ถูก “ดูเหมือนว่าเจ้าจะค้นพบพวกเขาจริงและตัดสินใจที่จะรอข้าที่นี่ เจ้ามี
ความเชื่อมั่นในตัวเองจนเกินกว่าจินตนาการของข้า เจ้าคงจะไม่คิดว่าข้า
มายังที่นี่โดยจะเป็นเพียงถุงแต้มเกียรติยศให้เจ้าปล้นหรอกใช่หรือไม่?”
ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาหัวเราะเบาๆ “ข้าคิดว่า
เจ้าโง่เขลา แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีดีพอตัว สองสามคำสุดท้ายของเจ้านั้น
ถูกต้อง แต่เจ้าไม่ควรกล่าวคำว่า ‘คิดว่า’ เพราะเหตุผลที่เจ้าอยู่ที่นี่ก็เพื่อ
มอบแต้มเกียรติยศให้แก่ข้า ข้าสงสัยว่าเจ้าจะมีแต้มเกียรติยศมาก
เพียงใด?”
“หึ!” ดวงตาของจงเหวินซูเปลี่ยนเป็นเย็นชา
สมุนของจงเหวินซูโกรธขึ้นในทันที่ “เจ้ามีความคิดที่อันตรายและไร้
สาระอย่างยิ่ง! เมื่อคิดว่าเจ้ายังสามารถหัวเราะในสถานการณ์เช่นนี้ได้
เจ้าต้องมีอาการป่วยทางจิตเป็นแน่! นายน้อย อย่ารำคาญกับเรื่องไร้สาระ
ของมันอีกเลย!”
“พี่ชาย มาตัดมือและเท้าของมัน และดูว่ามันยังคงสามารถหยิ่งได้อีก
หรือไม่!”
สมุนเหล่านี้เป็นนักสู้เก้าวิบัติขั้นเทพสมุทรทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมี
ถึง 8 คน และทั้งหมดอยู่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางและช่วงปลาย
8 นักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางและช่วงปลาย ร่วมกันจัดการกับ
หลินหมิงที่อยู่เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงต้น แม้ว่าพวกเขาจะได้เห็นรากฐาน
ของหลินหมิงว่าแข็งแกร่งและมีออร่าที่ดุดันก็ตาม
“สร้างรูปแบบจู่โจม”
พวกเขาไม่ได้ประมาทฝ่ายตรงข้าม พวกเขาจัดรูปแบบค่ายกลต่อสู้
ทันที!
นักสู้ทั้ง 8 คนยืนอยู่ในแต่ละมุมเป็นรูปแปดเหลี่ยม มันเป็นค่ายกล
หยินหยาง เป็นช่วงเวลาหนึ่ง พลังงานได้ปะทุออกมา พลังของ 8 คน
รวมกันขณะที่พวกเขาโจมตีอย่างไร้ความปราณีเข้าใส่หลินหมิง!
วูซ! วูซ! วูซ!
แสงจากแปดอาวุธรวมตัวกัน สร้างเป็นกระแสพลังงาน!
“ไม่เป็นไร ข้าจะเอาแต้มเกียรติยศของพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน และ
พวกเจ้าควรจะมีไม่น้อย!” หลินหมิงยิ้ม คนเหล่านี้ แม้ว่าพวกเขาจะ
ห่างไกลจากการเปรียบเทียบกับเจ้านายของพวกเขา แต่ก็ควรมี
ความสามารถในการผ่านการคัดเลือกรอบแรกไปได้ นั่นหมายความว่า
พวกมันจะต้องมีแต้มที่เหมาะสม
ด้วยความคิดที่สัมผัสต้นกล้าเทพทรราช พลังแห่งเพลิงและสายฟ้าได้
ทะลักออกมา แสงสีม่วงและสีแดงไหลเวียนบนหอกโลหิตฟีนิกซ์
สายรุ้งทะลวงสวรรค์!
พลังงานเพลิงและสายฟ้าพุ่งออกไป เปล่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์และ
คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวกวาดออกมา เดิมทีมันเป็นหนึ่งในการโจมตี
ปิดฉากสำหรับหลินหมิง แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงการโจมตีปกติ
บึมม!
ด้วยการระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว หอกแสงสีม่วงแดงพุ่งเข้าสู่คลื่น
พลังงานที่เกิดขึ้นจากแปดอาวุธ คลื่นพลังนั้นได้ถูกฉีกขาดออกทันทีเมื่อ
หอกแสงสีม่วงแดงปะทะกับมัน ทำลายค่ายกลที่สร้างขึ้นจากสมุนของจง
เหวินซู
“อะไรกัน!?”
ทั้งแปดคนหน้าซีด พวกเขาโคจรพลังงานในร่างกายจนถึงขีดสุด
ต้องการที่จะป้องกันหอกแสงของหลินหมิง อย่างไรก็ตาม มันไร้ประโยชน์
ค่ายกลถูกฉีกขาดออกจากกันด้วยหอกแสงอย่างสิ้นเชิง เมื่อจงเหวินซูเห็น
สมุนแปดคนของเขากำลังจะถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆตามไป ดวงตาของเขาก็
สว่างขึ้น เขาก้าวไปข้างหน้า ต้องการใช้กระบี่ของตนป้องกันหอกแสงเพื่อ
ช่วยเหล่าสมุน
ในขณะนี้ หลินหมิงได้ยิ้มออกมา เขาตะโกน “ระเบิด!”
บึมม!
สายฟ้าและเพลิงบิดเข้าหากัน พลังงานที่รุนแรงระเบิดออกมาอย่าง
น่าสะพรึงกลัว
พื้นที่การระเบิดกว้างมาก แม้แต่จงเหวินซูก็ยังไม่สามารถสร้างม่าน
พลังที่ปิดกั้นแรงกระแทกของการระเบิดได้ทัน ในขณะที่เขาฟันกระบี่แสง
ออกไป มันก็สามารถทำลายคลื่นพลังงานได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เขา
สามารถเพียงปกป้องร่างกายของตัวเอง แต่สมุนของเขาอยู่ในสภาพที่น่า
สังเวชอย่างมาก ในสถานการณ์ที่พวกเขาสูญเสียการป้องกันจากรูปแบบ
ค่ายกล คลื่นพลังงานก็ทุบเข้าที่ร่างกายของพวกเขา ปราณแท้ปกป้องร่าง
ของพวกเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ เนื้อหนังและโลหิตระเบิดขณะเสียงโหยหวน
ด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วท้องฟ้า
วูป วูป วูป –
5 คนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ พวกเขากลายเป็นควันที่บินกลับไปยังเมือง
หลวงโบราณกาลอย่างรวดเร็วเพื่อเกิดใหม่
สำหรับอีก 3 คน ร่างกายของพวกเขาก็ย้ำแย่ ยากที่จะหายใจด้วย
ตัวเองด้วยซ้ำ
การโจมตีของหลินหมิงได้ทำลายรูปแบบค่ายกลที่สร้างขึ้นโดยนักสู้ 8
คนได้อย่างง่ายดาย และ 5 คนยังถูกสังหาร และอีก 3 คนก็ปางตาย
นอกจากนี้ มันยังอยู่ในสถานการณ์ที่จงเหวินซูได้เข้าช่วยบ้างแล้ว มิ
เช่นนั้น ทั้ง 3 คนก็จะตายไปด้วย
ในฐานะที่เป็นผู้ติดตามสองคนที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตรงหน้า
พวกเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดกลัว พวกเขานึกถึงคำ
กล่าวก่อนหน้าของตน ค่อยๆก้าวถอยหลังไป
มันต้องเป็นที่รู้กันดีว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความฝันนี้
สามารถแก้ไขได้ในโลกแห่งความเป็นจริง! ในโลกแห่งความฝันนี้ หลินห
มิงจะไม่สามารถสังหารพวกเขาได้ก็จริง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ถ้า
หลินหมิงเปิดเผยถึงความแข็งแกร่งเท่ากับตอนนี้ การสังหารพวกเขาจะ
ทำได้เพียงแค่โบกมือ
ในอีกด้าน สีหน้าของจงเหวินซูมืดมนในยิ่งกว่าเมฆพายุ!
เมื่อครู่ เขาพยายามที่จะช่วยสมุนของตนให้รอดพ้น แต่ก็ถูกใช้
ลูกเล่นโดยหลินหมิง!
หลินหมิงได้ใช้พลังเพลิงและสายฟ้าทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ที่
จงเหวินซูจะไม่สามารถป้องกันทุกคนได้ เขามองอย่างช่วยไม่ได้เมื่อสมุน
ของเขาถูกสังหารโดยหลินหมิง
หลินหมิงไม่ได้รับชัยชนะด้วยพลังแห่งอำนาจ แต่ด้วยความฉลาด
แกมโกงในการกระทำของเขา
ถึงแม้ว่าในกรณีนี้ เมื่อผู้อื่นมอง เขาจะดูเฉพาะความสำเร็จและความ
ล้มเหลวเท่านั้น และสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก็จะทำให้เขาดูด้อยกว่าหลินหมิง เขา
จะไม่โกรธได้อย่างไร?
“เจ้าสารเลว ข้าจะทำลายเจ้าซะ!” จงเหวินซูกัดฟัน
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา ด้วยเพียงการโบกมือ เขาได้ดูดกลืน
พลังงานโลกแห่งความฝันของ 5 สมุนที่ตายไปเข้าสู่วิญญาณของตัวเอง
ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงสองตราประทับวิญญาณของเขา
การคาดเดาของหลินหมิงถูกต้อง หลังจากสังหารทั้งสัตว์อสูรฝันร้าย
หรือผู้เข้าร่วม พลังงานโลกแห่งความฝันจะถูกใช้โดยเขา
เขาตรวจสอบแต้มเกียรติยศที่อยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ ด้วย
รอยยิ้ม เขากล่าวกับจงเหวินซูว่า “ดูเหมือนว่าสมุนของเจ้าไม่เลวร้ายนัก
พวกมันช่วยให้ข้าได้รับแต้มเกียรติยศ 20,000 แต้ม และตอนนี้อันดับของ
ข้าได้ก้าวเข้าสู่ 1% แล้ว อย่างไรก็ตาม พวกมันเป็นเพียงอาหารว่างของ
ข้า – มันถึงเวลาที่จะกินจานหลักแล้ว”