Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,185 กระบี่คู่หยินหยาง
“จานหลัก? ฮ่าๆๆๆๆ!”
จงเหวินซูหัวเราะเสียงดัง “ตลอดเวลาที่ข้าจงเหวินซูเดินทางไปทั่ว
โลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ถูกปฏิบัติเหมือนดั่ง
อาหาร! เจ้านั้นบ้าอย่างแท้จริง! เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้ามีความสามารถ
ในการสังหารสมุนของข้า และจะนั่นหมายความว่าเจ้าแข็งแกร่งจนกดดัน
ข้าได้เช่นนั้นหรือ?”
ความโกรธของจงเหวินซูมาถึงขีดสุดแล้ว เขาต้องการที่จะฉีกหลินห
มิงด้วยมือเปล่า
“หลินหมิง แม้ว่าข้าจะไม่สามารถสังหารเจ้าได้ในมิติโลกแห่งความ
ฝัน แต่เมื่อการแข่งขันครั้งนี้สิ้นสุดลง ข้าจะระดมกำลังของตำหนัก
แม่เหล็กคู่ที่ข้ามีเพื่อสังหารเจ้า เจ้าเป็นเพียงคนไร้ชื่อที่มีสมบัติล้ำค่า
มากมายบนตัว เป็นเหมือนดั่งเด็กที่ถือทองคำวิ่งตามท้องถนนที่
พลุกพล่าน เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนนับไม่ถ้วนที่ต้องการจะสังหารเจ้า? แม้ว่า
เจ้าจะมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าก็ยังอยู่ห่างไกลที่โลก
แสงโลหิต ดังนั้นพวกเขาจะสามารถมาช่วยเจ้าที่นี่ในโลกนักสู้ที่แท้จริงได้
อย่างไร? ตราบเท่าที่ไม่มีหลักฐานใดๆ เผ่าฟีนิกซ์โบราณจะไม่มีทางเลือก
อื่นนอกเหนือจากการบ่นอย่างขับข้องใจเท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่
ยินยอม แต่พวกเขาจะทำสิ่งใดกับตำหนักแม่เหล็กคู่ของข้าได้? ฮ่าๆๆๆ!”
ขณะที่จงเหวินซูกล่าวออกมา เขาก็เอาสองกระบี่จากแหวนมิติ
ออกมา กระบี่ทั้งสองเล่มนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ แม้ว่า
คุณภาพของพวกมันจะต่ำกว่าหอกโลหิตฟีนิกซ์ของหลินหมิง แต่มันก็มีถึง
สองเล่ม สิ่งประดิษฐ์ระดับวิญญาณที่สามารถใช้โดยนักสู้ขั้นเทพสมุทรนั้น
มีราคาแพงมาก ถ้ามันยิ่งเป็นคู่ มันก็ยิ่งหายากขึ้นไปอีก
มันเป็นกระบี่สีดำและสีขาว!
จงเหวินซูไขว้มือ กระบี่แสงที่เย็นยะเยือกสาดประกายออกมา กระบี่
ในมือซ้ายของเขาเริ่มลุกโชนด้วยแสงสีขาว และกระบี่ในมือขวาของเขาก็
เปลี่ยนเป็นสีดำโดยไม่ส่องแสงแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม มีแสงเลือนราง
รอบกระบี่สีดำก่อนที่จะถูกดูดเข้าไป กระบี่สีดำดูเหมือนดั่งหลุมดำที่กลืน
พลังงานโดยรอบเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
“กระบี่สีขาวของข้ามีชื่อว่า สะบั้นสุริยัน และกระบี่สีดำของข้าชื่อ
ศิลาทมิฬ การที่ข้านำมันออกมาเช่นนี้ เจ้าควรจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง
แล้ว”
“กระบี่คู่ดำและขาว? กฎหยินหยาง?”
หลินหมิงตกใจเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงความผันผวนของกฎหยินหยาง
โดยรอบกระบี่คู่ของจงเหวินซู นอกจากนี้ จงเหวินซูดูเหมือนว่าจะเข้าใจ
วิถีแห่งกฎหยินหยางระดับที่ 4 แล้ว
กฎหยินหยางอาจถือได้ว่าเป็นกฎระดับสูงในจักรวาล ถึงแม้ว่าพวก
มันจะด้อยกว่ากฎอนุภาคแรกกำเนิด แต่พวกมันยังอยู่เหนือกฎห้าธาตุ
จงเหวินซูเป็นผู้ที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ แต่ผู้สืบทอด
ของราชันพิภพ หรือผู้สืบทอดราชันพิภพสามัญ พวกเขาก็มีความสามารถ
ในการติด 10 อันดับแรกของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเท
วะ และบางทีอาจกระทั่งติด 5 อันดับแรกได้ พวกเขาเป็นตัวตนที่ด้อย
กว่าเพียงผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ มีแม้แต่บางคนในหมู่พวกเขาที่
สามารถเอาชนะผู้สืบทอดของราชันสวรรค์บางคนได้ ไม่ว่าอย่างไร มันก็
มิใช่ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ทุกคนที่จะสามารถเติบโตขึ้นมาพร้อมกับ
พรสวรรค์และโชคที่ไร้ขีดจำกัด!
สำหรับอัจฉริยะ ความสามารถในการรับรู้กฎของพวกเขาก็ไม่
สามารถคาดเดาได้
หลินหมิงกลายเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย แต่นี่เป็นเพียงแค่เล็กน้อย
เท่านั้น
ถ้าเขาไม่สามารถสังหารคนเช่นจงเหวินซูได้ เขาก็คงไม่ต้องพยายาม
ต่อสู้เพื่อเป็น 5 อันดับแรกของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกให้เสียเวลา
“ตาย!”
จงเหวินซูตะโกนออกมา ร่างของเขากลายเป็นเลือนรางก้าวไป
ข้างหน้าพร้อมกระบี่สะบั้นสุริยันแทงไปยังคอของหลินหมิง
ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อนี้ ร่างของหลินหมิงถูกแทงทะลุ หลังจากที่
กระบี่แสงแทงทะลุเข้าไปในร่างกายของหลินหมิง มันทะลวงเข้าสู่ป่า
ด้านหลังเขา ป่าเบื้องหลังหลินหมิงถูกกวาดล้างเป็นทาง ต้นไม้ที่สูง
ตระหง่านนับไม่ถ้วนถูกรื้อถอนและถูกทำลาย กลายเป็นแสงสีขาวและ
กลายเป็นเถ้าถ่าน!
เป็นเช่นนี้ ที่โล่งขนาดใหญ่จึงปรากฏในขึ้นในป่า
“อ่าา!”
ทั้งสองผู้เฝ้าติดตามหลินหมิงได้ส่งเสียงร้องออกมา หลินหมิงถูก
สังหารด้วยกระบี่เมื่อครู่แล้วหรือไม่?
ก่อนที่พวกเขาจะมีเวลาได้วิเคราะห์อย่างเต็มที่ เสียงหนึ่งเปล่ง
ออกมาจากด้านหลังพวกเขา “ความเร็วของเจ้าค่อนข้างดี แต่ในสายตา
ของข้าก็ถือว่าค่อนข้างแย่”
เสียงนี้เป็นของหลินหมิง
ทั้งสองกระโดดขึ้นด้วยความตกใจ ขนบนร่างกายของพวกเขาลุกขึ้น
แขนและขาของพวกเขาสั่นสะท้าน หลินหมิงปรากฏตัวห่างเพียง 3 ฟุตที่
ด้านหลังพวกเขา
ในการโจมตีครั้งนี้ หลินหมิงได้หลบกระบี่ของจงเหวินซู และยัง
สามารถมาถึงพวกเขาได้โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นด้วย
ทั้งสองล่มลงบนพื้น พวกเขาคลานออกไปโดยใช้มือและเท้า กลัวว่า
จะได้รับลูหหลงจากการต่อสู้
“โอ้อวดไร้สาระ เจ้าจะไม่โชคดีอีกครั้งแน่!”
ใบหน้าของจงเหวินซูมืดมนลง เขาเปลี่ยนเป็นมือขวาเพื่อโจมตี ใน
มือของเขา กระแสวังวนสีดำเริ่มหมุนรอบกระบี่ศิลาทมิฬ แม้แต่แสง
เล็กน้อยในป่าก็ดูเหมือนจะถูกดูดไปโดยกระบี่สีดำนี้ เป็นเวลาครู่หนึ่งที่ดู
เหมือนว่าจะไม่มีอะไรเหลืออยู่ในโลกนี้ก่อนที่มันจะฟันลงมายังหลินหมิง
หลินหมิงรู้สึกร่างกายของตัวเองถูกดึงเข้าไปด้วยพลังแปลกๆ ทำให้
ยากที่จะแสดงความเร็วของตัวเองได้ นี่คือวิถีแห่งการกลืนกินจากกฎแห่ง
ความมืด มันสามารถบิดเบือนมิติและขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขาได้
แต่หลินหมิงไม่ได้ตื่นตระหนก เขาชี้หอกโลหิตฟีนิกซ์เพื่อเผชิญกับ
กระบี่แสงของจงเหวินซู ถ้าเจ้าสามารถรวมพลังของหยินกับหยางไว้
ด้วยกันได้ เจ้าก็พอจะสามารถสร้างปัญหาให้กับข้าได้ แต่เนื่องจากเจ้า
สามารถใช้ได้เพียงกระบี่เดียวในแต่ครั้ง การกระทำของเจ้าจึงไร้
ความหมาย!
ประกายแสงสว่างขึ้นในดวงตาของหลินหมิง ปราณเทพทรราชคลั่ง
เปิดออกและเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำจากต้นกล้าเทพทรราชก็ปะทุ
ออกมา กลายเป็นเปลวเพลิงที่เผาผลาญท้องฟ้าให้สว่างไสวขึ้นในความ
มืด บนหอกโลหิตฟีนิกซ์ ดอกบัวครามเริ่มเบ่งบานอย่างช้าๆจนบาน
สะพรั่ง ภายในใจกลางของดอกบัวครามแสงสีแดงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าฉีกขาด
ความมืดออกจากกัน
ระบำบัวครามอัคคี!
หลินหมิงได้หลอมรวมวิถีแห่งเพลิง 4 ระดับแรก ในขณะที่เขาถ่ายเท
พลังของสายฟ้าเข้าไปในการโจมตีของเขาด้วย หอกโลหิตฟีนิกซ์พุ่งไป
พร้อมกับพลังงานที่ไม่อาจหยุดยั้ง แผ่นดินไหวจนแตกระแหงเป็นเหวลึก
ในกลางป่า ต้นไม้นับไม่ถ้วนถูกเผาเป็นกองเถ้าถ่านในกองเพลิง!
บึมม!
การโจมตีของจงเหวินซูและหลินหมิงได้ปะทะกัน เป็นเวลาหนึ่ง วัง
วนสีดำถูกสลายกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ภายในวังวนสีดำนั้น ดอกบัว
ครามตั้งตระหง่านอยู่!
ผลกระทบที่รุนแรงได้กระแทกเข้าที่ร่างของจงเหวินซู ทำให้รสชาติ
ของโลหิตเกิดขึ้นในลำคอของเขา
“บัดซบ!”
จงเหวินซูโกรธอย่างยิ่ง เมื่อเขาเห็นหลินหมิงสังหารสมุน 5 คนของ
ตน เขาก็เข้าใจว่าการจัดการกับหลินหมิงย่อมจะเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่
ตอนนี้ เมื่อเขาต่อสู้หลินหมิงอย่างจริงจัง เขาก็ค้นพบว่าความยากลำบาก
ในการเอาชนะหลินหมิงสูงกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มาก
การโจมตีกระบี่ศิลาทมิฬเมื่อครู่ของเขามิใช่การโจมตีที่รุนแรงที่สุด
แต่มันเกือบจะที่สุดของเขาแล้ว ถึงกระนั้น ผลที่ได้กลับเป็นเช่นนี้
“การโจมตีเมื่อครู่ของมันต้องใช้พลังทั้งหมดไปแล้ว ข้าต้องใช้โอกาส
นี้และเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อจัดการ!”
ด้วยเพลิงที่ยังโหมกระหน่ำอยู่บนท้องฟ้า จงเหวินซูได้เปลี่ยนเส้นทาง
และพยายามโคจรปราณแท้ เขาพุ่งเข้าสู่เปลวเพลิง เขารู้สึกว่าความหนา
ของปราณแท้ด้อยกว่าหลินหมิง ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ประโยชน์จากคลื่น
กระแทกหลังการโจมตีเพื่อลอบโจมตี เพื่อที่จะเปลี่ยนความพ่ายแพ้ไปสู่
ชัยชนะได้
บึม บึม บึม!
พลังงานรุนแรงปะทะกับปราณแท้ปกป้องร่างของจงเหวินซู ทำให้
โลหิตชีวิตภายในร่างกายของเขายิ่งปั่นป่วนมากขึ้น แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจ
เรื่องนั้นแล้ว
“กระบี่กลืนสุริยันจันทรา!”
จงเหวินซูไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตน และใช้กระบี่ศิลาทมิฬโจมตี
ฉีกทางผ่านเปลวเพลิงโดยตรง นี่คือการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว
ด้วยการพึ่งพาความเข้าใจในความลึกลับของกระบี่ศิลาทมิฬ มันสามารถ
กลืนพลังงาน เนื้อหนังและวิญญาณได้ และแม้แต่กลืนดวงดาวก็อาจทำได้
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถบรรลุขอบเขตนั้นได้ในตอนนี้ แต่ด้วยการ
โจมตีจากทักษะกระบี่กลืนสุริยันจันทรา เขาก็ยังคงไร้เทียมทานในขั้นพลัง
ของตน
วูป วูป วูป –
กระบี่ศิลาทมิฬของจงเหวินซูเกือบจะกลายเป็นหลุมดำ พลังงานจาก
คลื่นพลังกระแทกจำนวนมหาศาลถูกกลืนหายไปโดยหลุมดำ และ
กลายเป็นส่วนหนึ่งในการการโจมตีของจงเหวินซู!
ระลอกพลังงานคลื่นกระแทกได้แตกออกจากกัน เมื่อพลังงานจาง
หายไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่เบื้องหลังกลับเป็นสีหน้าที่เย็นชาของหลินหมิง!
“เจ้าจบสิ้นแล้ว!” จงเหวินซูตะโกนอย่างดุดัน
หลังจากใช้กระบี่กลืนสุริยันจันทรา ร่างกายของจงเหวินซูไม่สามารถ
ทนต่อภาระได้ บนแขน หน้าผากและทั่วร่างกายของเขา หลอดเลือดเริ่ม
พองขึ้นจากแรงกดดัน จงเหวินซูทำให้ตนเองบาดเจ็บสาหัสเพื่อที่จะใช้
การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขา!
หลุมดำพลังงานนี้พุ่งเข้าหาหลินหมิง
“กลืนกินทุกสิ่ง! กลืนกินเนื้อหนังและโลหิตของมันซะ!” จงเหวินซู
ตะโกนออกมาจากหัวใจของเขา อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลุมดำนี้กำลัง
จะสัมผัสร่างของหลินหมิง ที่ด้านหลังของหลินหมิง ดอกบัวโลหิตเริ่มแบ่ง
บานขึ้น
บัวบานจักรพรรดิสูงสุด – มิติอนุภาคแรกกำเนิด!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
เมื่อหลุมดำเข้าสู่มิติอนุภาคแรกกำเนิด การปะทะกันของพลังงานอัน
รุนแรงก็เกิดขึ้น ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ หลินหมิงพุ่งหอกโลหิตฟีนิกซ์ไปยัง
ศูนย์กลางของหลุมดำ
“เจ้าโง่! ถ้าเจ้าโจมตีกฎแห่งการกลืนกินของข้า เจ้าจะถูกกลืนกินไป
เร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น!”
ร่างกายของจงเหวินซูปกคลุมไปด้วยโลหิต เขาถือกระบี่สะบั้นสุริยัน
ไว้ในมือซ้าย พร้อมที่จะโคจรรีดปราณแท้หยดสุดท้ายสำหรับการโจมตีซ้ำ
เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับชัยชนะ
แต่ในขณะนี้ ฉากที่น่างงงวยอย่างสมบูรณ์ก็เกิดขึ้น
หลุมดำที่เขาส่งออกมาได้ถูกฉีกขาดด้วยหอกของหลินหมิง แม้แต่
พลังงานสีดำก็ยังถูกกลืนหายไปด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น!
การโจมตีด้วยกระบี่ของเขาที่กล่าวได้ว่าสามารถกลืนกินได้แม้แต่
ดวงดาวก็ยังถูกกลืนกินโดยกฎอื่นๆ!
ความโกลาหลให้กำเนิดหยินและหยาง หยินและหยางก็แบ่งแยก
ออกเป็นห้าธาตุ แม้ว่ากฎแห่งหยินหยางจะอยู่เหนือกฎแห่งห้าธาตุ แต่ก็
ยังอยู่ภายใต้กฎแห่งอนุภาคแรกกำเนิด แม้ว่าจะเป็นหลุมดำที่แท้จริงที่
สามารถทำลายล้างและการสร้างจักรวาลใหม่ แต่มันก็จะยังคงถูกกลืนกิน
โดยกฎแห่งอนุภาคแรกกำเนิด!
นอกจากนี้การโจมตีด้วยกระบี่ของจงเหวินซูยังห่างไกลจากการเป็น
หลุมดำที่แท้จริงอีกด้วย มันจึงไม่มีอันใดไปมากกว่าของปลอม!
“มันเป็นไปได้อย่างไร!?” ความสามารถอันใดกัน?”
จงเหวินซูพบว่าสิ่งนี้ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง เขาต้องการที่จะโจมตีด้วย
กระบี่สะบั้นสุริยันของเขา แต่ก็ยังต้องยั้งมือไว้ เพราะแม้แต่การโจมตีที่
แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่สามารถทำอันใดกับหลินหมิงได้ อย่างอื่นจึงมิต้อง
กล่าวถึง
ในเวลานี้ หลินหมิงได้มาถึงด้านหน้าของจงเหวินซู หอกโลหิตฟีนิกซ์
ปรากฏขึ้นห่างเพียง 3 ฟุตเหนือหัวจงเหวินซูขณะที่ผ่าลงมา!
แสงเย็นยะเยือกของหอกโลหิตฟีนิกซ์สะท้อนให้เห็นอยู่ในแววตาของ
จงเหวินซู ความรู้สึกของความสิ้นหวังเพิ่มขึ้นภายในหัวใจของเขา เขายก
กระบี่ขึ้นเพื่อตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ แต่มันก็ไร้ประโยชน์
ฉึบ!
หอกโลหิตฟีนิกซ์ฉีกที่ไหล่ซ้ายของจงเหวินซูและตัดผ่านซี่โครงของ
เขา โลหิตอาบท้องฟ้า ร่างของจงเหวินซูถูกผ่าครึ่งโดยหลินหมิง!
ขณะที่ร่างของจงเหวินซูถูกผ่าครึ่ง ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วย
ความไม่เชื่อและไม่เต็มใจ แต้มเกียรติยศที่เขาได้สะสมไว้จากการทำงาน
หนักเป็นเวลา 2 เดือนและความฝันที่จะติด 20 อันดับแรกของโลกนักสู้ที่
แท้จริงอันยิ่งใหญ่ได้แตกออกเหมือนฟองสบู่ ความพยายามทั้งหมดของ
เขาได้กลายเป็นของขวัญให้กับผู้อื่น!
ความรู้สึกนี้ทำให้จงเหวินซูต้องการที่จะตายจากความเศร้าโศกและ
ความโกรธ!
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความคิดสุดท้ายของเขา ในวินาทีต่อมา หัวของ
เขาถูกเจาะด้วยหอกโลหิตฟีนิกซ์ ร่างครึ่งหนึ่งของจงเหวินซูได้ดิ้นอยู่ชั่ว
ครู่ก่อนจะตกลงไปบนพื้นและตายไป!
จงเหวินซูกลายเป็นแสงที่กระจายตัวไปในอากาศ