Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,202 การบ่มเพาะแก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,202 การบ่มเพาะแก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่หลินหมิงได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มผิวคล้ำ เขาก็หัวเราะ
และมีท่าทีที่สบประมาท
จากการกวาดล้างพวกเขาเมื่อครู่ และด้วยใบหน้าที่ยิ้มเช่นนี้ เขาก็
ตกใจมาก ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็หลอมรวมความกล้าหาญและกล่าวว่า
“มันตลกอันใด? เจ้าหัวเราะอันใดกัน?” จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังสัญลักษณ์บน
เสื้อคลุมของตนเอง “นี่คือสัญลักษณ์ของนิกาย มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถ
ปลอมแปลงได้ ในมิติโลกแห่งความฝันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะเหมือนกับใน
ความเป็นจริง และเจ้าสามารถดูด้วยตัวเองได้ ตราบเท่าที่เจ้าถ่ายเท
ปราณแท้ลงไป เจ้าจะรู้ว่ามันเป็นความจริง!”
หลินหมิงเย้ยหยัน “ข้าหัวเราะที่เจ้ากำลังพ่นเรื่องไร้สาระต่างหาก
เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาจากแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง?”
“เจ้า…” ชายหนุ่มผิวคล้ำตัวแข็งที่อ เขากล่าวอย่างมืดมนว่า “แดน
ศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงคือขุมกำลังที่ควบคุมเมืองนักสู้ที่แท้จริง ถ้าเจ้าฆ่า
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง เจ้าจะถูกสังหารในอนาคต! เจ้าคิด
จริงหรือว่าเจ้าสามารถเผชิญกับแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงด้วยตัวเอง
ได้!? ชีวิตของเราไม่มีค่าเลยแม้ว่าเราจะตายไป และเราก็จะไม่สูญเสียแต้ม
เกียรติยศมากนัก แต่เจ้านั้นแตกต่างกัน แต้มเกียรติยศของเจ้าเพียง
พอที่จะติด 50 อันดับแรกของโลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่!”
ชายหนุ่มผิวคล้ำข่มขู่อย่างเห็นได้ชัดเจนในคำพูดของเขา
“เผชิญหน้ากับทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง?” หลินหมิงลูบคางของ
เขา “ถ้าเจ้าไม่ได้พูดเช่นนี้ ข้าก็คงไม่คิดถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เจ้าพูดถึงมัน
แล้วนี่ก็เป็นความคิดที่ดี ตอนนี้ข้าขาดแต้มเกียรติยศอยู่มาก ดังนั้นถ้าเจ้า
วางแผนที่จะส่งขนมขบเคี้ยวมาให้กับข้า ข้าก็จะยินดีต้อนรับทุกคน”
“เจ้า!”
สีหน้าของชายหนุ่มผิวคล้ำมืดมนยิ่งกว่าเดิม ทันใดนั้นเขาก็กล่าวว่า
“เจ้าไม่รู้จักความตายหรืออันตรายอย่างแท้จริง!”
“โจมตีพร้อมกัน!” ชายหนุ่มผิวคล้ำตะโกน หลังจากมาสะดุดกับคน
บ้าเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้หวังว่าจะรอดไปได้ การโจมตีครั้งสุดท้ายของทั้งสาม
นั้นรุนแรงมาก แต่ต่อหน้าหลินหมิงแล้ว มันก็ไม่มีอันใดเลย
หอกโลหิตฟีนิกซ์กวาดออกไป การโจมตีของทั้งสามจึงถูกบดขยี้อย่าง
สมบูรณ์!
“เจ้าจะต้องชดใช้สำหรับสิ่งนี้!”
หนุ่มผิวคล้ำตะโกน กระบี่ของเขาฟันไปยังลำคอของหลินหมิง แต่
หอกโลหิตฟีนิกซ์แทงทะลุหัวใจของเขาก่อน
ไม่นานหลังจากนั้น หอกก็พุ่งไปจัดการอีกสองคน!
“ข้าจะ… ข้าจะจำเรื่องนี้ไว้…”
ชายหนุ่มผิวคล้ำมองหลินหมิงขณะที่ร่างของเขาล้มลง
ในเวลาเพียง 10 ลมหายใจ นักสู้ทั้งหกคนก็ถูกกวาดล้างอย่าง
สมบูรณ์ ร่างกายของพวกเขากลายเป็นพลังงานโลกแห่งความฝันอัน
บริสุทธิ์ หลอมรวมเข้ากับร่างกายของหลินหมิง ซึ่งถูกดูดกลืนไปโดยตรา
ประทับนิมิตฝันเทวะในวิญญาณของเขา
“หกคนรวมกันข้าได้ล้านแต้มเกียรติยศ ไม่เลวเลย”
หลินหมิงมองดูแต้มเกียรติยศของตัวเอง และเห็นว่าในที่สุดเขาก็มี
เกิน 10 ล้าน เขาเดาว่าคนเหล่านี้อยู่ 200 อันดับแรกของโลกนักสู้ที่
แท้จริงอันยิ่งใหญ่ สำหรับชายหนุ่มผิวคล้ำ เขาเพียงคนเดียวก็ให้หลินหมิ
งมากถึง 500,000 แต้ม ส่วนอีกห้าคนรวมกันได้ 500,000 แต้ม เมื่อเทียบ
กับรอบแรกของการคัดออก แม้ว่าผู้เข้าร่วมเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่
คล้ายคลึงกัน แต่จำนวนแต้มเกียรติยศก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย มิเช่นนั้น
ถ้าหลินหมิงฆ่าผู้เข้าร่วมในระดับนี้ แต้มเกียรติยศของเขาก็ไม่ควรจะสูง
มาก
“ตราประทับนิมิตฝันเทวะของข้าสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น… แต่ สองตรา
ประทับนิมิตฝันเทวะล่าสุดนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานโลกแห่ง
ความฝันมากกว่าสองอันแรก ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ข้าจะสร้างตราประทับ
นิมิตฝันเทวะอีกครั้ง ข้าจะต้องใช้พลังงานโลกแห่งความฝันมากขึ้น… ข้า
สงสัยว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปถ้าข้ายังบ่มเพาะเช่นนี้? ข้าไม่มีพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ และสามารถพึ่งพาได้
เพียงกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เพื่อช่วยให้ข้ารับรู้ถึงความสามารถที่น่า
อัศจรรย์นี้ แม้ว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจะเป็นเครื่องมือที่ท้าทาย
สวรรค์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ มันอาจจะสามารถช่วยข้าได้ในเริ่มแรก แต่
หลังจากนั้นมันจะมีประโยชน์น้อยลง”
หลินหมิงค่อยๆตระหนักว่ากฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เป็นเพียง
ระบบกฎอิสระ แต่อาจเป็นระบบการบ่มเพาะที่เป็นอิสระ!
ปัจจุบันหลินหมิงได้ฝึกฝนในระบบการบ่มเพาะ 2 ประเภท หนึ่งคือ
ระบบกายผันแปร และอีกหนึ่งคือระบบการหลอมรวมปราณ
ขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ กายผันแปรได้ฝึกฝนร่างกาย ในแง่ของ
แก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้จะเรียกว่าเนื้อหนังและโลหิต ‘แก่น
สาร’ กายผันแปรคือการเสริมสร้างเนื้อหนังและโลหิต และเสริมสร้างแก่น
สารของตัวเอง ในที่สุด ร่างกายคนเราก็จะคล้ายกับสัตว์อสูร ซึ่งมีพลัง
ป้องกันที่ไร้เปรียบ เพียงย่างก้าวเดียวผู้หนึ่งก็จะสามารถแยกปฐพีได้
สำหรับระบบการหลอมรวมปราณ นั่นคือการบ่มเพาะตันเถียนและ
บ่มเพาะโลกภายในของตัวเอง มีการหลอมรวมพลังงานอยู่ตลอดเวลา ใน
แก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้เป็นตัวแทนของพลังงาน พลังงานต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพีคือ ‘พลังงาน’ และการหลอมรวมพลังปราณ คือ
การบ่มเพาะทักษะการหายใจที่สามารถหลอมรวมพลังงานจิตวิญญาณ
ของโลก และกลายเป็นสอดคล้องกับพลังแห่งธรรมชาติมากขึ้น
แต่ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนร่างกายหรือการฝึกฝนตันเถียน มันก็มีบาง
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะบ่มเพาะ นั่นคือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
โดยปกติแล้ว นักสู้จะเพิ่มพลังวิญญาณของพวกเขาด้วยการศึกษา
ทักษะสนับสนุนบางอย่างเช่น การเล่นแร่แปรธาตุ การกลั่น รูปแบบค่าย
กลและอื่นๆ ยิ่งผู้หนึ่งศึกษาทักษะเหล่านี้ พวกเขาก็จะยิ่งสามารถเพิ่ม
พลังวิญญาณได้มากขึ้นเท่านั้น
มีแม้แต่นิกายบางแห่งที่พัฒนาทักษะเร้นลับจำนวนมากเพื่อฝึกฝน
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ตัวอย่างเช่น อำนาจครอบงำวิญญาณที่หลินหมิงเคย
ฝึกฝนมาเป็นเวลานาน มันก็เป็นทักษะเช่นนี้ แต่ทักษะนี้ไม่อาจหลอมรวม
ปราณแท้เข้ากับวิญญาณได้
มีความแตกต่างระหว่างอำนาจครอบงำวิญญาณ และกฎแห่งความ
ฝันศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งใหญ่ ถ้าจะเปรียบเทียบก็คือ อำนาจครอบงำ
วิญญาณถือเป็นทักษะการออกกำลังกายของมนุษย์ ถ้าพวกเขาวิ่งเหยาะๆ
ทุกวัน ยกน้ำหนักและฝึกร่างกาย ต่อมาร่างกายของพวกเขาจะแข็งแกร่ง
ขึ้น และพวกเขาก็จะได้เปรียบในการต่อสู้
สำหรับกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือการฝึกฝนที่แท้จริงของนักสู้
ผู้หนึ่งสามารถเพิ่มพูนการบ่มเพาะของตนและบรรลุในสิ่งมหัศจรรย์ พวก
เขาสามารถแยกมหาสมุทรและทลายภูเขา ความแตกต่างระหว่างสอง
ทักษะนี้จึงสามารถจินตนาการได้
ดังนั้น ถ้าคนใดคนหนึ่งมีความคิดในการฝึกฝนต่อไป เช่นนั้นถ้าผู้หนึ่ง
สามารถบ่มเพาะกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ผู้นั้นก็จะ
สามารถเรียนรู้ระบบการบ่มเพาะใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ – นั่นคือ
ระบบการบ่มเพาะวิญญาณ!
กายผันแปร, หลอมรวมพลังปราณ, กลั่นศักดิ์สิทธิ์ ถ้าผู้หนึ่งสามารถ
ฝึกทั้งสามระบบเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาก็จะสามารถฝึกใน แก่น
สาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์!
ถ้านักสู้สามารถบ่มเพาะทั้งสามระบบได้ ขอบเขตใดที่จะสามารถไป
ถึงได้ในอนาคต?
ในขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ จิตใจของเขาก็วุ่นวายด้วยความ
คาดหมาย
สำหรับนักสู้ แก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ถ้า
ผู้ใดบ่มเพาะเพียงกายผันแปรหรือหลอมรวมพลังปราณ พวกเขาก็มักจะมี
จุดอ่อน
นักสู้หลอมรวมพลังปราณจะมีร่างกายอ่อนแอ พวกเขาต้องสร้างโล่
ปราณแท้ปกป้องร่างเพื่อป้องกันตัวเองอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปราณแท้
ปกป้องร่างนี้แตกออกแล้ว ร่างกายมนุษย์ก็จะถูกฉีกขาดออกจากกันได้
อย่างง่ายดาย
ตัวอย่างเช่น ถ้าหลินหมิงฆ่าผู้อื่นตอนนี้ แม้ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้น
เทพสมุทร หากว่าเขาฉีกหัวใจหรือตัดหัวออก พวกเขาก็จะตายไม่ว่าพวก
เขาจะแข็งแกร่งเพียงใด
แต่ถ้าเป็นนักสู้กายผันแปรเพียงอย่างเดียว ร่างกายที่แข็งแกร่งก็จะ
ขาดความคล่องตัว หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากระบบหลอมรวมพลัง
ปราณ พวกเขาก็จะไม่สามารถแสดงความเร็ว พลังโจมตี หรือระเบิดพลัง
ได้จนถึงขีดจำกัด
แต่ถึงแม้จะเป็นนักสู้ที่บ่มเพาะร่างกายและพลังงาน แต่ก็ยังมี
ข้อบกพร่องอยู่ดี
ตัวอย่างเช่น มู่เชียนเสวีย นางเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์หาได้ยาก
ซึ่งจะกลายเป็นมหาราชันพิภพได้ในอนาคต แม้ว่านางจะได้รับการฝึกฝน
ร่างกายและพลังงาน และนางก็ยังก้าวไปสู่กึ่งราชันพิภพได้ในวัยเด็ก นาง
เกือบจะก้าวเข้าสู่ตำนานอย่าง 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า แม้กระทั่ง
สำหรับคนที่มีพรสวรรค์เช่นนาง เมื่อร่างกายของนางพังทลาย และโลก
ภายในของนางได้แตกสลายไป นางจึงอ่อนแอลงอย่างมาก ความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้ของนางลดลงไปจนถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้น
นอกจากนี้ ถ้านางใช้พลังงานมากเกินไปวิญญาณของนางจะได้รับความ
เสียหาย และนางอาจตกอยู่ในอาการหลับลึกอีกครั้ง
ทั้งหมดเกิดจากวิญญาณที่เปราะบางของมู่เชียนเสวีย ถ้านาง
สามารถบ่มเพาะวิญญาณจนถึงขอบเขตที่สูงมาก และสามารถใช้วิญญาณ
ของนางเคลื่อนย้ายพลังงานได้โดยตรง นางก็จะไม่มีวันจบลงในสภาพเช่น
ทุกวันนี้ ถึงแม้จะเผชิญกับผู้ปกครองเทวะ แต่ร่างวิญญาณที่เหลืออยู่
ของมู่เชียนเสวียก็ยังจะสังหารพวกเขาได้ทันที!
ถ้าจะมีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของนักสู้ในโลกนี้ เช่นนั้นบุคคลที่
สามารถปีนขึ้นไปสู่ยอดเขานั้น ก็อาจเรียกได้ว่า ‘เทพแท้จริง’ ซึ่งเป็น
สิ่งมีชีวิตที่มีอายุขัยมากเกินดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ และกระทั่ง
จักรวาลไร้สิ้นสุด ตัวตนเช่นนั้นอาจจะมีความสามารถในทั้งสามด้านของ
แก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ไปถึงจุดสูงสุดของสรรรพสิ่ง!
ถ้าสามารถบ่มเพาะ แก่นสาร พลังงาน และศักดิ์สิทธิ์จนถึงจุดสูงสุด
มันจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพหรือไม่?
ในขณะที่หลินหมิงคิดเรื่องนี้ เขาก็ถอนหายใจด้วยอารมณ์เท่านั้น
เขายังไม่สามารถฝึกฝนร่างกายและพลังงานได้ถึงจุดสูงสุดเลย และตอนนี้
ยิ่งมีระบบการบ่มเพาะอีกแบบหนึ่งเข้ามาอีก – นั่นคือการบ่มเพาะ
วิญญาณ!
ถ้าเขาบ่มเพาะทั้งสามระบบให้สมบูรณ์แบบ หลินหมิงอาจกลายเป็น
นักสู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่เคยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาล้มเหลวในการบ่มเพาะทั้งสามระบบให้สมบูรณ์
แบบแล้ว เขาก็จะสูญเสียพลังงานและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อย่าง
แท้จริง
แน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นที่หลินหมิงจะต้องคิดพิจารณาอีกต่อไป
ด้วยตัวตนของเขา เขาถูกกำหนดไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้โชคอันใดหลุดมือไป
เขาจะบ่มเพาะ แก่นสาร พลังงานและศักดิ์สิทธิ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหลินหมิงได้ครอบครองเครื่องมือในการโกงที่
เรียกว่า กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า!
ตลอดทั้งวัน หลินหมิงสังหารสัตว์อสูรฝันร้ายในสันเขาผนึกปีศาจจน
คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ด้วยพลังวิญญาณที่ทรงพลังสนับสนุน
ตลอดจนความเข้าใจในปัจจุบันของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ เขาจึง
สามารถสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรฝันร้ายที่ทรงพลัง และผู้เข้าร่วมภายใน
ระยะทาง 100-200 ไมล์ โดยไม่มีใครสามารถหนีจากสัมผัสของหลินหมิง
ได้ หลินหมิงสามารถรู้สึกถึงสัมผัสรับรู้ของพวกเขาได้ แต่พวกเขาไม่
สามารถรู้สึกถึงสัมผัสรับรู้ของเขาได้ นี่ทำให้หลินหมิงมีความเหนือกว่า
อย่างมาก
ขณะที่หลินหมิงล่ามากขึ้นเรื่อยๆ เขาได้รวบรวมพลังแห่งความฝัน
ภายในร่างกายได้มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
หนึ่งวันผ่านไป ในที่สุดหกนักสู้ของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงซึ่งถูก
ฆ่าโดยหลินหมิงก็ฟื้นขึ้นมา…
ในความมืดมิด ดวงตาของชายผิวคล้ำสาดประกายความเกลียดชัง
และความโกรธ “เจ้าสารเลว เจ้าต้องตาย!”