Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,228 แท่นผนึกเทวะ
“เราจะไปถึงดาวสุสานจันทราในเร็วๆนี้ ผู้เข้าร่วมทุกคนโปรด
เตรียมพร้อมที่จะออกจากเรือรบจิตวิญญาณ และใน 10 วันนับจากนี้
รอบรองชนะเลิศจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ!”
หลังจากสามเดือนที่ผ่านมา เสียงไม่แยแสก็ได้สะท้อนไปทั่วเรือรบจิต
วิญญาณ
ในที่สุดผู้เข้าร่วมทั้งหมดของโลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่ ได้เดินทาง
มาถึงสถานที่ของรอบรองชนะเลิศการต่อสู้ครั้งแรก
“ในที่สุดเราก็มาถึง…”
หลินหมิงยืนอยู่บนดาดฟ้า จากบนผืนฟ้าที่กว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด
เขาสามารถเห็นดาวเคราะห์เบื้องล่างได้
ดาวเคราะห์ดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางนับร้อยล้านไมล์และพื้นผิว
70% เป็นน้ำ
นี่เป็นดาวเคราะห์ส่วนตัวของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ แม้ว่าดาว
เคราะห์ดวงนี้จะมีชีวิตชีวา แต่ก็ไม่มีมนุษย์แม้แต่คนเดียวปรากฏตัวบน
โลกนี้ เดิมมันเคยอยู่ในสถานะเปลี่ยวร้าง แต่ตอนนี้มันถูกใช้เป็นหนึ่งใน
30 สถานที่ของรอบรองชนะเลิศ
เรือรบจิตวิญญาณผ่านห้วงอวกาศสุดท้ายนี้และร่อนลงสู่ดาวสุสาน
จันทราโดยตรง
“ผู้เข้าร่วมทุกคนโปรดออกจากเรือรบจิตวิญญาณ รอบรองชนะเลิศ
จะเริ่มในอีก 10 วันนับจากนี้”
เสียงที่ไม่แยแสดังก้องออกมาอีกครั้ง ขณะที่หลินหมิงบินลงจากเรือ
รบจิตวิญญาณ เขาเห็นว่ามีเรือรบจิตวิญญาณอีกหลายสิบที่จอดอยู่สูงใน
ท้องฟ้า
ผู้เข้าร่วมกว่า 100 โลกอันยิ่งใหญ่ได้มารวมตัวกันที่ดาวสุสานจันทรา
ทุกโลกอันยิ่งใหญ่มีราชทูตและเรือรบจิตวิญญาณที่ถูกส่งไปเพื่อรับ
ผู้เข้าร่วมโดยเฉพาะ
ขณะนี้เรือรบจิตวิญญาณจำนวนมากจอดในท้องฟ้ารวมตัวกันเหมือน
ภูเขา มีนับร้อยนับพันศิษย์ที่บินลงมาจากเรือรบจิตวิญญาณเหล่านี้ จาก
ระยะไกล พวกเขาดูเหมือนฝูงของมดที่ตกลงมาจากฟากฟ้า
“มีผู้คนเข้าร่วม 300,000 คนที่นี่ ข้าสงสัยนักว่าเราจะแข่งขันกัน
อย่างไร” หลินหมิงพูดกับตัวเอง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้วางแผนที่จะใช้
โลกนิมิตฝันเทวะ และกับผู้คนจำนวนมากที่นี่ หากต้องการให้ทุกคน
แข่งขันกันบนสนามแข่งขันอย่างเท่าเทียมกันก็จะเป็นเรื่องยาก
“หืม… นั่นอะไร?”
หลินหมิงก็ค้นพบว่าที่ด้านหน้าของเรือรบจิตวิญญาณจำนวนมาก
มันมีที่ราบกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด บนที่ราบกว้างใหญ่นี้ มันเป็นแท่นสี
ม่วงทองขนาดใหญ่ที่สูงนับร้อยนับพันหรือนับล้านฟุต! แท่นนี้ยิ่งใหญ่มาก
จนดูเหมือนจะแผ่ขยายออกไปเป็นอนันต์ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะวัดด้วย
สายตามนุษย์ เรือรบจิตวิญญาณวนรอบแท่นศักดิ์สิทธิ์นี้ ถึงแม้เรือรบจิต
วิญญาณที่อยู่ตรงหน้าจะมีขนาดใหญ่มาก แต่เมื่อมันอยู่ต่อหน้าแท่น
ศักดิ์สิทธิ์นี้ เรือรบจิตวิญญาณขนาดมหึมาก็ดูเหมือนกับแมลงเล็กๆเท่านั้น
“มันดูใหญ่เกินไป นั่นคือแท่นอันใดกัน?”
หลินหมิงตกตะลึง ถ้าเขาเปรียบแท่นนี้เป็นภูเขาแล้ว มันจะเป็นภูเขา
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเห็นมา!
แท่นศักดิ์สิทธิ์นี้มีหลายชั้น ทุกชั้นมีความสูง 100,000 ฟุตและกว้าง
100,000 ฟุต แต่ละชั้นดูเหมือนราวกับว่ามันเป็นโลกของตัวเอง
สิ่งที่ทำให้หลินหมิงสับสนมากที่สุดคือ บนแท่นศักดิ์สิทธิ์นี้ พลังงาน
ต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีมีความหนามากจนกลายเป็นปราณ รวมกัน
เป็นฟองนับไม่ถ้วนที่ไหลลงเป็นสายธาร ในชั้นสูงสุดของแท่น ลำธารของ
ปราณที่รวมกันจนกระทั่งพวกมันเริ่มหล่นลงมาดั่งน้ำตก!
แม่น้ำและน้ำตกเหล่านี้เกิดขึ้นจากพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพี พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีนี้ไม่ได้มาจากดาวสุสานจันทรา
แต่ถูกบรรจุไว้ภายในแท่นศักดิ์สิทธิ์นี้ ถ้าพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพีทั้งหมดนี้ถูกแปลงเป็นปราณแท้และใช้ในการโจมตีแล้ว พลังโจมตีก็
จะสามารถจินตนาการได้!
ในท้องฟ้า นักสู้หลายคนได้ค้นพบแท่นศักดิ์สิทธิ์อันงดงามและแปลก
ตานี้
นักสู้บางคนอยากรู้อยากเห็นและอยากจะบินไปดู แต่ก่อนที่พวกเขา
จะได้เข้าใกล้ แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวอย่างเหลือเชื่อก็เข้าปกคลุมพวก
เขา เหล่าอัจฉริยะเป็นเหมือนแมลงที่ถูกตัดปีก พวกเขาหมดแรงที่จะบิน
หนีไป และความเร็วของพวกเขาก็ลดลงอย่างช้าๆจนตกลงมาจากฟากฟ้า!
โชคดีที่เหล่านักสู้มีความแข็งแกร่งและมีปราณแท้ปกป้องร่างที่
หนาแน่น มิเช่นนั้นพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“มีแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวมาจากแท่นศักดิ์สิทธิ์นั่น!”
หลายคนต่างมองไปยังแท่นศักดิ์สิทธิ์นี้
แท่นศักดิ์สิทธิ์นี้สร้างจากหินที่แปลกและไม่รู้จัก หินนี้ไม่ราบเรียบ
กลับกัน มันปกคลุมด้วยเส้นสายที่หยาบ ราวกับทุกตารางนิ้วได้ถูกตัด
อย่างรุนแรงจากพื้นดิน แต่เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม มันจะได้เห็นว่าเส้นสาย
เหล่านี้ไม่ได้เกิดแบบสุ่มๆเลย แต่ละเส้นดูเหมือนจะมีความลับของตัวเอง
เช่นเดียวกับเส้นบนหินกลียุค!
แต่ละชั้นจะมีเส้นที่ดูแตกต่างกัน แท่นศักดิ์สิทธิ์มีจำนวนทั้งสิ้น 33
ชั้น!
แท่นศักดิ์สิทธิ์ 33 ชั้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 33 ชั้นสวรรค์!
เมื่อได้เห็นเลขนี้ ความคิดของหลินหมิงก็สะท้าน เขาได้ข้าม 33 ชั้น
สวรรค์เก้าวิบัติ และแท่นศักดิ์สิทธิ์นี้เองก็ยังมี 33 ชั้น
“ข้าเคยได้ยินถึงตำนานที่ว่าสวรรค์มี 33 ชั้น แต่ 33 สวรรค์หมายถึง
สิ่งใด? ในทวีปนภารินไหล กล่าวกันว่าสวรรค์มี 6 ชั้น และเมื่อข้าบินขึ้น
ไปบนฟากฟ้าก็จะได้พบสวรรค์ 6 ชั้น ทุกชั้นจะมีทัศนียภาพที่แตกต่างกัน
แต่ดาวเคราะห์ทวีปนภารินไหลเป็นเพียงดาวเคราะห์น้อยที่ไม่มีนัยสำคัญ
ท่ามกลางแดนเบื้องล่างนับพันล้าน มันมีความสำคัญเพียงใดที่แดนเทวะมี
33 ชั้นสวรรค์? มันเป็นสถานที่พิเศษหรือไม่?”
หลินหมิงได้สงสัยมานานแล้ว มีความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับ 33
ชั้นสวรรค์ แต่ก็ยังไม่มีมุมมองที่ชัดเจน
ในเวลานี้ จากทะเลแห่งจิตวิญญาณหลินหมิง มู่เชียนเสวียกล่าวว่า
“การจะอธิบายเกี่ยวกับ 33 ชั้นสวรรค์และมันเป็นอย่างไรกันแน่นั้น
แม้กระทั่งข้าก็ยังไม่อาจรู้ สำหรับแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่ด้านหน้าของเรา ข้ารู้สึก
ว่ามีบางอย่างแปลกประหลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้ วัสดุที่ใช้ในการสร้างแท่นนี้
เป็นหนึ่งในสามหินพิศวงของแดนเทวะ หินเทพไร้เวลา! นั่นเป็นวัสดุที่
สามารถสร้างอาวุธที่คุ้มค่ากับเต๋าสวรรค์!”
“หืม? หินเทพไร้เวลา?”
หลินหมิงรู้สึกทึ่งเมื่อรู้เรื่องนี้ ในเวลานี้ เสียงที่ไพเราะได้แผ่ซ่านไปทั่ว
ทั้งดาวสุสานจันทรา
“รอบรองชนะเลิศของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะอยู่บนแท่น
ที่เจ้าเห็นตรงหน้า ‘แท่นผนึกเทวะ!’ แท่นผนึกเทวะเป็นเทวภัณฑ์ที่สร้าง
โดยราชันสวรรค์ชั้นยอดในยุคโบราณที่ห่างไกล! ว่ากันว่าผู้ใดก็ตามที่
สามารถก้าวไปบนยอดของแท่นนี้จะสามารถกลายเป็นเทพ!”
บรรดาผู้ที่สามารถปีนขึ้นไปถึงยอดของแท่นนี้จะเป็นเทพได้! นั่น
คำพูดแบบใดกัน?! จากผู้เข้าร่วมนับร้อยนับพันทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ต่าง
ตกตะลึง
“แต่ เทวภัณฑ์นั้นหายไปนานแล้ว แท่นผนึกเทวะที่เจ้าเห็นตรงหน้า
ของเจ้าได้ถูกสร้างใหม่จากท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ – ราชันสวรรค์เอกภพ
อนันต์! ด้วยเวลา 100,000 ปี ท่านได้รับรู้เต๋าสวรรค์และได้ศึกษาอย่าง
ละเอียดเกี่ยวกับแท่นผนึกเทวะ เพื่อสร้างสมบัติจิตวิญญาณระดับราชัน
สวรรค์ขึ้น
“สมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์นี้ได้ใช้ทั้งดาวเคราะห์เป็นวัสดุ
หลัก มันถูกสร้างขึ้นอย่างช้าๆเป็นเวลากว่า 10,000 ปี และสร้างขึ้นด้วย
หินเทพไร้เวลาตลอดจน 33 วัสดุสวรรค์อันล้ำค่าก่อนที่จะถูกสร้างขึ้น
สำเร็จ!”
บุคคลที่พูดคือศิษย์สายตรงอันดับ 76 ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
เขาเป็นผู้ทรงพลังขั้นราชันพิภพที่ได้ส่งร่างจำแรงมารับหลินหมิงและคน
อื่นๆ เพื่อพาพวกเขามายังดาวสุสานจันทรา!
แต่คราวนี้ ร่างที่ดาวสุสานจันทราของเขาไม่ได้เป็นร่างจำแลง แต่
เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา!
บุคคลที่เป็นประธานในรอบรองชนะเลิศที่ดาวสุสานจันทราคือศิษย์
อันดับ 76 ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์!
สำหรับผู้ทรงพลังขั้นราชันพิภพที่มาเป็นประธานในรอบรองชนะเลิศ
ก็ย่อมเป็นฉากที่น่าทึ่งมากพอ
“เมื่อคิดว่าทั้งดาวเคราะห์ได้เป็นรูปแบบหลักของสมบัติจิตวิญญาณ
ราชันสวรรค์เช่นนี้ ทักษะของราชันสวรรค์นั้นก็เหนือจินตนาการอย่าง
แท้จริง! อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่ข้าได้ยิน มันดูเหมือนว่าสมบัติจิตวิญญาณ
ระดับราชันสวรรค์นี้ตั้งอยู่บนแท่นผนึกเทวะโบราณ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
แท่นศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นแบบจำลอง แต่ก็เป็นแบบจำลองที่เป็นสมบัติจิต
วิญญาณระดับราชันสวรรค์
“เพียงแบบจำลองก็ยังน่าตื่นตาตื่นใจมากแล้ว เช่นนั้นแท่นผนึกเทวะ
ของจริงจะเป็นเช่นไร? มันกระทั่งบอกไว้ว่าผู้ใดก็ตามที่สามารถไปถึง
ด้านบนของแท่นนี้จะกลายเป็นเทพได้! และ… ชื่อแท่นผนึกเทวะนี้… เป็น
แท่นผนึกเทวะโบราณที่ได้รับการสร้างโดยราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
หรือไม่?”
หลินหมิงทึกทักเรื่องนี้ขึ้นมา ความคิดแรกของเขาคือราชันสวรรค์
ผนึกเทวะ!
มิต้องสงสัยว่าราชันสวรรค์ผนึกเทวะจะต้องเป็นราชันสวรรค์ที่ทรง
พลังอย่างแท้จริง อย่างน้อยก็ต้องในระดับเดียวกับราชันสวรรค์บรรพกาล
หรือกระทั่งยิ่งกว่าราชันสวรรค์บรรพกาล!
นี่เป็นเพราะหลินหมิงได้เดินทางไปยังใต้เมืองหลวงโบราณกาล และ
ได้พบกับโบราณสถานที่ยังคงมีอยู่ที่นั่น – ผนึกข่ายสวรรค์โบราณ จากนั้น
เขาได้รู้ว่าราชันสวรรค์ผนึกเทวะมีความสัมพันธ์กับภัยพิบัติของโลกเมื่อ
3.6 พันล้านปีก่อน เขาอาจจะเคยเป็นยอดวีรบุรุษในยุคนั้น!
“แท่นศักดิ์สิทธิ์นี้กลับเป็นเทวภัณฑ์ และแท่นผนึกเทวะที่แท้จริงนั้นดู
เหมือนจะเหนือกว่าสมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์ไปแล้ว!”
เมื่อหลินหมิงอยู่ในอเวจีปีศาจอมตะและเดินผ่านเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ เขาก็ได้พบกับเจตจำนงที่เหลืออยู่ของจักรพรรดิปีศาจ จาก
ปากของเขาเอง หลินหมิงก็ได้เรียนรู้ถึงเหตุผลที่ราชันสวรรค์บรรพกาลได้
สร้างเส้นทางแห่งจักรพรรดิขึ้นในอดีต นั่นคือเพื่อสร้างเทวภัณฑ์ที่
สมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดเขาก็ล้มเหลวและกระทั่งเสียชีวิตไป
สำหรับความลับของราชันสวรรค์ จักรพรรดิปีศาจก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
จากสิ่งนี้ จะเห็นได้ว่าเทวภัณฑ์นั้นเหนือยิ่งกว่าสมบัติจิตวิญญาณ
ระดับราชันสวรรค์ไปแล้ว มิเช่นนั้น ด้วยทักษะของราชันสวรรค์บรรพกาล
มันก็ไม่ควรยากที่จะสร้างสมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์และพ่าย
แพ้ในท้ายที่สุด
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดถึงเรื่องนี้ เสียงจากศิษย์อันดับ 76 ของ
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ก็ได้ดังออกมาอีกครั้ง “ตอนนี้ข้าจะประกาศกฎ
การแข่งขันสำหรับรอบรองชนะเลิศ!”
กฎการแข่งขัน?
นักสู้ที่เข้าร่วมต่างตกใจและตั้งใจฟังอย่างมาก นี่คือสิ่งที่เกี่ยวข้อง
โดยตรงกับผลลัพธ์ของพวกเขาในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก และ
แม้แต่ความสำเร็จในอนาคตของพวกเขาในภายหลังด้วย
“ข้าเป็นประธานของรอบรองชนะเลิศที่จัดขึ้นที่นี่ ข้าเป็นศิษย์อันดับ
76 ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ สำหรับพวกเจ้าก็สามารถเรียกข้าว่า
เสี่ยวเต๋าจื่อ!”
“รอบรองชนะเลิศจะจัดขึ้นที่ด้านบนของแท่นศักดิ์สิทธิ์นั้น แท่นผนึก
เทวะมีแรงกดดันของราชันสวรรค์ แม้ว่าแรงกดดันส่วนใหญ่จะถูกยับยั้ง
แต่ก็ยังคงกดดันอย่างมากต่อนักสู้เช่นพวกเจ้า เพื่อที่จะต่อสู้กับแรงกดดัน
นี้ เจ้าจะไม่เพียงแต่ต้องมีการบ่มเพาะที่ลึกล้ำเท่านั้น แต่เจ้าจะต้องมี
ความมุ่งมั่น พรสวรรค์ เจตจำนง ทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้! แท่น
ผนึกเทวะคือการทดสอบที่ครอบคลุมซึ่งจะช่วยให้เจ้าเข้าถึงขีดจำกัดใน
ทุกด้าน ถ้าเจ้าไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้ เช่นนั้นก็มิต้องกล่าวถึงการ
ปีนขึ้นไปบนแท่นศักดิ์สิทธิ์นี้ แม้กระทั่งการยืนบนมันก็ยังจะเป็นไปไม่ได้
“นอกจากนี้ ทุกย่างก้าวบนแท่นผนึกเทวะ เจ้าจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้
ที่ทรงพลัง! รูปแบบค่ายกลได้จัดเตรียมขึ้นใน 21 ชั้นแรกของแท่นผนึกเท
วะเรียบร้อยแล้ว รูปแบบค่ายกลเหล่านี้จะสร้างร่างจิตวิญญาณของความ
แข็งแกร่งที่ต่างกัน โดยการเอาชนะพวกเขา เจ้าจึงจะสามารถปีนไปยังชั้น
ต่อไปได้ ถ้าเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าจะสูญเสียคุณสมบัติทั้งหมดที่จะไปต่อ!
“สำหรับ 12 ชั้นสุดท้าย เจ้าจะไม่ต้องสู้กับร่างจิตวิญญาณ แต่ต้องสู้
กับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ โดยการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นเจ้าจะสามารถ
ก้าวไปสู่ขั้นต่อไปได้ ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าจะถูกส่งกลับลงมาทีละชั้น เจ้าได้รับ
อนุญาตให้พ่ายแพ้ได้เพียง 5 ครั้ง เมื่อเจ้าพ่ายแพ้เป็นครั้งที่ 6 เจ้าจะ
สูญเสียคุณสมบัติที่จะไปต่อ!”
ขณะที่เสี่ยวเต๋าจื่อพูดถึงตรงนี้ เหล่านักสู้ต่างตกตะลึงยิ่งขึ้นไปอีก
พวกเขาจะต้องทนต่อแรงกดดันอย่างมากเพียงแค่ยืนอยู่บนแท่นศักดิ์สิทธิ์
นั่น หากพวกเขากำลังต่อสู้ในสถานการณ์เช่นนั้นแล้ว การผลาญพลังงาน
ในร่างกายของพวกเขาย่อมจะจินตนาการได้!
21 ชั้นแรกจะง่ายกว่ามาก ผู้หนึ่งเพียงจะต้องต่อสู้กับร่างจิตวิญญาณ
จำแลงที่เกิดขึ้นจากรูปแบบค่ายกล สำหรับ 12 ชั้นสุดท้าย ผู้หนึ่งจะต้อง
ต่อสู้กับอัจฉริยะคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ไปถึงชั้นดังกล่าวได้ พวก
เขาก็จะเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคด้วย นั่นจะเป็นที่ซึ่งการต่อสู้ที่
แท้จริงจะเกิดขึ้น!
สำหรับขีดจำกัดที่จะพ่ายแพ้ได้ห้าครั้ง มันเป็นมาตรการเพื่อป้องกัน
โชคร้ายเท่านั้น ถ้าผู้หนึ่งแข็งแกร่งพอที่จะผ่านไปได้ แต่กลับต้องเผชิญกับ
ผู้ทรงพลังที่แข็งแกร่งเกินไป พวกเขาก็จะถูกขับออกทันทีก่อนที่จะ
สามารถก้าวขึ้นไปอีกหลายขั้นได้
“ในการแข่งขันครั้งนี้ เจ้าไม่สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้ หลังจากที่
ฝ่ายตรงข้ามยอมรับความพ่ายแพ้ เจ้าจะถูกห้ามไม่ให้โจมตีพวกเขา ใน
ท้ายที่สุด ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะประสบความสำเร็จแม้ว่าความหวังของ
พวกเจ้าจะริบหรี่ก็ตาม”
คำพูดสุดท้ายของเสี่ยวเต๋าจื่อ ทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของ
เหล่าอัจฉริยะพลุ่งพล่าน พวกเขาต่างเป็นตัวตนที่น่าภาคภูมิที่ได้รับการ
คัดเลือกจากสวรรค์ ถ้ามีคนบอกว่าพวกเขาคงไม่อาจไปถึงด้านบนแล้ว
พวกเขาก็ยิ่งจะปีนขึ้นไปให้ได้!