Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,229 ยากจะหาตั๋วเข้าชม
“เสี่ยวเต๋าจื่อคิดจริงหรือว่าไม่มีใครในพวกเราจะสามารถไปถึง
ด้านบนได้ มันเหมือนกับว่าเขาไม่คิดว่าเราจะมีค่าอันใดเลย”
นักสู้ชุดคลุมที่มีดาบยาวบนไหล่กล่าวขึ้นว่า
“ฮ่าๆ ศิษย์พี่เสี่ยวเต๋าจื่อย่อมถูกต้อง ถ้าเขาคิดว่าไม่มีใครในพวกเรา
จะสามารถไปถึงด้านบนได้ บางทีความยากคง… มากมายเกินไป”
ผู้เข้าร่วมอีกคนหนึ่งกล่าวว่าไม่เห็นด้วย
คำพูดของเขาได้กระตุ้นความโกรธและการจ้องมองจากหลายคน
ในทันที่ “อย่าตัดสินผู้อื่นๆด้วยมาตรฐานที่จำกัดของเจ้าเอง ศิษย์พี่ของ
เราเป็นผู้ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลกพิมานนวชาต! นอกจากนี้เขา
ยังเป็นยอดอัจฉริยะของแดนศักดิ์สิทธิ์พิมานนวชาตในรอบหลายล้านปีที่
ผ่านมา! ในระหว่างรอบเบื้องต้น ศิษย์พี่ของเราก็ยังได้รับความสนใจเป็น
อย่างมากจากโลกอันยิ่งใหญ่ แม้ว่าศิษย์พี่จะฆ่าคนนับไม่ถ้วนในรอบ
เบื้องต้นก่อนหน้านี้ แต่ดาบของเขาไม่ได้เปื้อนโลหิตแม้เพียงหยดเดียว
เขาถูกเรียกว่าเจี้ยนหวูเสวี้ย ดาบสู่สวรรค์ใหม่ แล้วคนเช่นเจ้าจะเข้าใจได้
อย่างไร?”
นักสู้อีกคนกล่าวจากด้านหลัง เขายืนอยู่กับคนอื่นๆ ทุกคนสวมชุด
เดียวกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นศิษย์หลักของแดนศักดิ์สิทธิ์พิมาน
นวชาต และศิษย์พี่ของพวกเขาก็คือคนที่เรียกว่า เจี้ยนหวูเสวี้ย และนักสู้
ยืนที่อยู่ท่ามกลางพวกเขาที่โดดเด่นโดยเฉพาะ เขาคือเจี้ยนหวูเสวี้ย
สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพ มันก็ไม่แปลกที่จะมีศิษย์หลายร้อย
คนผ่านรอบเบื้องต้นมาได้
“อัจฉริยะในรอบล้านปีของแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพ!”
นักสู้ที่กล่าวออกมาก่อนหน้านั้นแข็งค้างไป ถ้านี่ไม่ใช่คำกล่าวไร้
สาระแล้วล่ะก็ มันจะน่าทึ่งอย่างยิ่ง “ถ้าเจาเป็นอัจฉริยะในรอบล้านปีแล้ว
เช่นนั้นเขาอาจมีโอกาสที่จะกลายเป็นราชันพิภพสามัญในอนาคต!”
นักสู้หลายคนต่างก็หวาดกลัวในสายตาของพวกเขาขณะที่พวกเขา
มองไปยังเจี้ยนหวูเสวี้ยผู้นี้
“มีโอกาสที่จะกลายเป็นราชันพิภพสามัญ?” คิ้วของเจี้ยนหวูเสวี้ยชัน
ขึ้น “เขาหัวเราะ กล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันว่า คางคกย่อมไม่มีวันเข้า
ใจความทะเยอทะยานของหงส์…”
ในเวลานี้ ภายในดาวสุสานจันทรา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมนับแสน มีอัจฉริยะ
นับไม่ถ้วนที่มีความมั่นใจเช่นเจี้ยนหวูเสวี้ย
จากคนจำนวนมาก มีหลายคนที่มีโชคร้ายในรอบเบื้องต้นและไม่
สามารถได้รับเหรียญเคลื่อนย้ายไปโลกอื่น ด้วยเหตุนี้ แต้มเกียรติยศของ
พวกเขาจึงถูกจำกัด
มีบางคนที่ยังจงใจซ่อนความแข็งแกร่งของพวกเขาไว้เช่นกัน ตอนนี้
พวกเขาทั้งหมดต่างตื่นเต้นที่จะต่อสู้ ทุกคนต้องการที่จะรีบเร่งไปยังแท่น
ผนึกเทวะแห่งนี้!
อัจฉริยะมักจะภาคภูมิและหยิ่ง
บนยอดเขาสีดำ นักสู้สวมหน้ากากสีดำได้ยืนปะทะสายลม ห่าง
ออกไปหนึ่งร้อยไมล์จากแท่นผนึกเทวะ ผิวของเขาซีด นัยน์ตาแดงก่ำ
และมีออร่าที่น่าสะพรึงกลัวไหลออกมาจากร่างกายของเขา เขาเป็นผู้สืบ
ทอดของเทียนหมิงจื่อ โยวหวูจิ่น
“ไม่มีใครสามารถไปถึงด้านบน? น่าสนใจยิ่ง! ข้าไม่กลัวว่าข้าจะพบ
กับความท้าทายที่ยากเกินไป เพียงแต่กลัวว่าความยากลำบากจะต่ำ
เกินไปมากกว่า! ท่านปู่ รอดูให้ดี ข้าจะทำให้ทั้งจักรวาลตกตะลึงและ
ทะยานสู่สวรรค์ ดึงดูดความสนใจของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจให้จงได้!”
โยวหวูจิ่นลูบดาบในมือของเขา เขานั่งลงบนยอดเขาและเข้าฌาน
อย่างรวดเร็ว นี่แสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์นักสู้ของเขาแตกต่างจากตัวตน
สามัญมากเพียงใด คนเช่นนี้จะไม่เสียเวลาไปเปล่า และมักจะบ่มเพาะถึง
ขีดจำกัดของพวกตน
ในเวลานี้ หลินหมิงจ้องมองไปยังแท่นผนึกเทวะอย่างเงียบๆ
ความคิดของเขาสะท้านอย่างฉับพลัน เขาหันกลับไปมองดูกลุ่มคนนับไม่
ถ้วนก็ได้เห็นชายหนุ่มที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า คนผู้นี้คือเขี้ยวมังกร
ทั้งสองคนจ้องมองกันและกัน แม้ว่าพวกเขาจะถูกแยกออกจากกัน
ด้วยระยะไกล แต่พวกเขาก็สามารถมองเห็นความต้องการต่อสู้ในสายตา
ของกันและกันได้อย่างชัดเจน
“ถ้าข้าสามารถไต่ไปถึงชั้น 32 ได้ ข้าสงสัยว่าจะมีผู้ใดสามารถเป็น
คู่มือของข้าได้หรือไม่…” เสียงของ เขี้ยวมังกรดังเข้ามาในหูของหลินหมิง
“ถ้าไม่มีคู่ต่อสู้ ข้าสงสัยว่าจะเกิดอันใดขึ้น… บางทีอาจจะมีร่างจิต
วิญญาณปรากฏขึ้น”
หลินหมิงยิ้ม เพื่อที่จะปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะ ผู้หนึ่งยังต้องทนต่อ
แรงกดดันของราชันสวรรค์ให้ได้
แต่แรงกดดันของราชันสวรรค์นั้นใช้เพียงเพื่อทดสอบเจตจำนง
พรสวรรค์ และรากฐานของผู้หนึ่งเท่านั้น เพื่อที่จะได้เห็นว่าอัจฉริยะที่
แท้จริงมีศักยภาพมากเพียงใด มันก็จะทดสอบพวกเขาด้วยการต่อสู้จริง!
ดังนั้นกฎของรอบรองชนะเลิศจึงไม่เพียงแต่ต้องทนต่อแรงกดดันจาก
แท่นผนึกเทวะ แต่เพื่อที่จะไปต่อ พวกเขายังจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ในทุก
ชั้น!
แต่ที่ยิ่งไปกว่านี้อีกคือ ยิ่งสูงขึ้นไป มันก็จะหาคู่ต่อสู้ได้ยาก ถ้าไม่มี
ใครสามารถทนต่อแรงกดดันได้ มันก็จะไม่มีใครให้ต่อสู้
10 วันเป็นช่วงเวลาสั้นๆสำหรับนักสู้ ในช่วงเวลา 10 วันนี้ เกือบทุก
คนได้กลับไปยังเรือรบจิตวิญญาณเพื่อปิดด่านและบ่มเพาะต่อ
หลินหมิงเองก็ไม่มีข้อยกเว้น
แท่นผนึกเทวะจะเป็นสงครามแห่งความทนทานที่ยาวนาน มันไม่
สามารถบินได้ พวกเขาต้องปีนขึ้นไปนับล้านฟุตด้วยมือและขาของตัวเอง
ทีละชั้น!
นั่นหมายความว่าการแข่งขันครั้งนี้จะใช้เวลาหลายวัน!
ในการต่อสู้ครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างเก็บแรงและปรับตัวให้ตนอยู่ใน
สภาวะที่ดีที่สุด
และใน 10 วันนี้ มันก็มีคนนับไม่ถ้วนมาจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อชมการ
แข่งขันนี้
มีเรือรบจิตวิญญาณเดินทางอยู่ตลอดเวลา และบินต่อไปยังดาว
สุสานจันทรา
และในเวลาเดียวกัน ทางด้านตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ เสี่ยว
เต๋าจื่อก็ได้รวบรวมศิษย์หลายคนที่มีทักษะทางกฎแห่งปฐพีเพื่อสร้างอัฒ
จรรย์มหึมาอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นรอบแท่นผนึกเทวะ
อัฒจรรย์นี้เกิดขึ้นบนท้องฟ้า รูปแบบหลักของอัฒจรรย์ได้สร้างจาก
ทั้งภูเขา มันยังไม่มีที่นั่ง แต่มีรูปร่างคราวๆเท่านั้น
เพียงชั้นเดียวก็สามารถจุคนได้นับหมื่น ทุกพื้นที่นั่งกว้างและสูงกว่า
พันไมล์ ซึ่งทั้งหมดสามารถจุคนได้พันล้าน!
ตั๋วเข้าชมถูกจำหน่ายโดยตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ หากต้องการ
ซื้อตั๋วก็จะเป็นเรื่องยากมาก!
ตั๋วหลายพันล้านฟังดูคล้ายกับตั๋วจำนวนมากมาย แต่ผู้เข้าร่วมต่าง
มาจากหลายร้อยโลกอันยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีโลก
ขนาดกลางและโลกใบเล็กนับไม่ถ้วน ทั้งยังมีแดนเร้นลับที่ซ่อนอยู่ แม้แต่
โลกอันยิ่งใหญ่ก็สามารถขายได้ 10-20 ล้านใบแล้ว
มีตั๋วที่ต้องมอบให้กับหลายแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพ ซึ่งได้แก่ ตระกูล
ของนักสู้ ผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงของโลกนักสู้และอีกทั้งยังมีญาติและสหาย
ของผู้เข้าร่วมอีกด้วย
ดังนั้น จำนวนตั๋วที่มีขายในโลกอันยิ่งใหญ่แต่ละแห่งจึงมีเพียง 10
ล้านเท่านั้น และโลกลำดับสามจะมีเพียงไม่กี่ล้าน
ในแดนเทวะมีคนนับไม่ถ้วนซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะนับ เพราะเพียง
ผู้เข้าร่วมในโลกอันยิ่งใหญ่แต่ละแห่งก็มีนับล้านล้านแล้ว
และตอนนี้ยิ่งมีคนอีกนับไม่ถ้วนซึ่งต้องการเข้าชมรอบรองชนะเลิศ
จากคนเหล่านี้ แดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่หลายแห่งต่างเป็นผู้ซื้อหลัก
ตัวอย่างเช่น ยักษ์ใหญ่อย่างเผ่ามังกรโบราณที่มีตำหนักสาขากว่า 800
แห่ง และแต่ละตำหนักก็มีระบอบการปกครองของตนเองโดยตัวตน
ระดับสูง นอกจากนี้ กองบัญชาการของเผ่ามังกรโบราณมีผู้เชี่ยวชาญและ
ศิษย์หลักอีกมากมาย! หากพวกเขาต้องการตั๋ว พวกเขาจะต้องใช้อย่าง
น้อยหลายหมื่นเพื่อให้มั่นใจว่าตัวตนระดับสูงจะได้ไป แต่นี่ก็เป็นไปไม่ได้
เลย
ดังนั้น ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์จึงมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากใน
การซื้อตั๋ว ไม่เพียงแต่ต้องมีความมั่งคั่งมหาศาล แต่ยังต้องมีสถานะหรือ
ภูมิหลังหรือรากฐานการบ่มเพาะอย่างน้อยที่สุดในขั้นผู้ปกครองเทวะ
มีเจ้าของธุรกิจที่มั่งคั่งหลายคนอยากซื้อตั๋ว แต่ก็พบว่ามันเป็นไป
ไม่ได้
นอกจากนี้ เมื่อบัตรเข้าชมถูกขาย ผู้หนึ่งต้องวางตราประทับจิต
วิญญาณไว้ในนั้น ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถขายต่อได้ ดังนั้น การได้รับตั๋วจะ
เป็นสัญลักษณ์ของสถานะและอำนาจ!
“ผู้อาวุโสสูง เราไม่สามารถซื้อตั๋วได้เลย!”
ศิษย์ของนิกายพันธนาการฟ้ารีบรายงานกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ผู้อาวุโสสูงถอนหายใจ รู้สึกท้อแท้ นิกายพันธนาการฟ้าของพวกเขา
ไม่ถือว่าเป็นนิกายระดับ 8 ชั้นสูง ในแดนเทวะมีขุมกำลังมากมาย นิกาย
ระดับ 8 จึงเป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทร อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดที่นิกาย
ของพวกเขาเคยสร้างมาก็มีเพียงหยูโหย่วหมิง ซึ่งติดหลายแสนอันดับ
หลังๆในโลกอันยิ่งใหญ่เท่านั้น ในอดีต ก็ดีมากอยู่แล้วถ้าพวกเขาสามารถ
มีศิษย์ที่ติดล้านอันดับแรกได้
ถ้านี่เป็นดินแดนของตัวเอง พวกเขาก็สามารถปกครองผู้คนได้ตาม
ต้องการ แต่เมื่อพวกเขามาถึงดาวสุสานจันทรา ซึ่งมีขุมกำลังมากมาย
กระทั่งตั๋วพวกเขาก็ยังไม่สามารถหาซื้อได้
ถ้านิกายของพวกเขามีผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองเทวะแล้ว พวกเขาก็
จะไม่อยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้
“ไม่เป็นไร ข้าได้ยินมาว่ารอบรองชนะเลิศทั้งหมดจะถูกบันทึกลงใน
แผ่นค่ายกลต่อสู้ที่พวกเขาจะขายต่อสาธารณชนที่หลัง ข้าคิดว่าเราต้อง
รอจนถึงเวลานั้นเท่านั้น มันไม่มีทางอื่นแล้ว หากต้องการที่จะเข้าสู่เรือรบ
จิตวิญญาณของโลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เลยทีเดียว”
ในขณะที่ผู้อาวุโสสูงได้กล่าวเช่นนี้ มู่เชียนหยี่ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้เห็นหลินหมิงในขณะนี้ พื้นที่ 100 ไมล์
โดยรอบเป็นเรือรบจิตวิญญาณของโลกอันยิ่งใหญ่ ซึ่งทุกแห่งเป็นเขตห้วง
ห้ามไม่ให้ผู้ใดได้รับอนุญาตเข้าไป ไม่แม้แต่ตัวระดับสูงของขุมกำลังอื่น
แต่นี่คือสิ่งที่มันเป็น ด้วยผู้เข้าร่วมหลายแสนคน มันต้องมีสหายและ
ญาติจำนวนมาก ถ้าคนเหล่านี้บินไปมาระหว่างเรือรบจิตวิญญาณแล้ว
กระทั่งทางเข้าก็จะพังลง
“ใช่แล้ว ถ้าเราไม่สามารถเห็นสามีของเราได้ เราก็จะหาเผ่าฟีนิกซ์
โบราณเพื่อยืนยันเรื่องนี้โดยตรงได้ ถ้าชื่อในประกาศิตตราประทับเทพ
เป็นสามีของเราจริง มันก็อาจจะเป็นไปได้ที่เราจะได้รับบัตรจากเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณ
มู่เชียนหยี่ถอนหายใจอย่างมืดมน หัวใจของนางอยู่ในความสับสน
วุ่นวาย เผ่าฟีนิกซ์โบราณเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด และมีหลายตำหนักที่มี
ผู้ปกครองเทวะ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถได้รับตั๋วอย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ เผ่าฟีนิกซ์โบราณยังมีศิษย์ที่เข้าร่วมในรอบรองชนะเลิศ ดังนั้น
พวกเขาจึงควรจะได้รับบัตรเข้าชมเพิ่มขึ้นอีก
ในขณะที่มู่เชียนหยี่แนะนำวิธีนี้ นัยน์ตาของผู้อาวุโสสูงก็สว่างขึ้น
และเขาถามอย่างฉับพลันว่า “เจ้ารู้จักใครบางคนจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
เช่นนั้นหรือ?”
“ศิษย์นี้รู้จักเพียงคนเดียวเท่านั้น นางคือผู้อาวุโสตำหนักระดับสูง
ที่มารับสามีของเราขึ้นสู่แดนเทวะ นางควรจะมาดูรอบรองชนะเลิศอย่าง
แน่นอน”
เทพธิดาเฟิงเป็นตัวตนที่สำคัญของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน และเป็นผู้
ที่นำหลินหมิงขึ้นสู่แดนเทวะ และช่วยให้เขาเข้าสู่เผ่าฟีนิกซ์โบราณด้วย
มันจึงไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่มาเฝ้าดูการแข่งขัน
“อืม เราควรจะไปพบตัวตนระดับสูงของเผ่าฟีนิกซ์โบราณได้”
ผู้อาวุโสสูงพยักหน้า แต่ด้านข้างเขา หยูโหย่วหมิงดูกังวลเล็กน้อย
เขาอยากจะพูดบางอย่าง แต่ในที่สุดก็ส่ายหัว ในเมื่อพวกเขามาถึงขั้นนี้
มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะถอยกลับ พวกเขาต้องดูเรื่องนี้จนจบ
…………
“หืม? มีใครบางคนอยากพบข้า?” ในเรือรบจิตวิญญาณของเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณ เทพธิดาเฟิงรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้รับข้อความนี้ “มันคือ
ผู้ใด?”
“พวกเขามี 4 คน คนที่อยากพบท่านเป็นผู้หญิงสองคน พวกเขาอ้าง
ว่าได้เคยเจอกับท่านในโลกแดนเบื้องล่างที่มีชื่อว่าทวีปนภารินไหล”
“ทวีปนภารินไหล… ผู้หญิงสองคน… มันอาจจะ…” ความคิดของ
เทพธิดาเฟิงสะท้าน “จงเชิญพวกเขาเข้ามาโดยไว ให้ไปยังห้องโถงของผู้
อาวุโสสูงสุดฮั่วเล่ยสือ และเจ้าตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานจะมาพบพวกเขา
เอง!”
เทพธิดาเฟิงได้คาดเดาแล้วว่าใครเป็นผู้หญิงสองคนนี้ เนื่องจาก
หลินหมิงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นราชันพิภพในอนาคต นางจึงต้องปฏิบัติ
ต่อภรรยาจากแดนเบื้องล่างของเขาอย่างสุภาพและต้อนรับพวกนางอย่าง
ยิ่งใหญ่!
“ขอรับ!”
ศิษย์ผู้รายงานขอตัวลาและจากไป ไม่นานมานัก มู่เชียนหยี่, ฉินซิง
เซวียน, หยูโหย่วหมิงและผู้อาวุโสสูงของนิกายพันธนาการฟ้าก็ได้ถูกเชิญ
เข้าไปในห้องโถงใหญ่บนเรือรบจิตวิญญาณของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
มีอยู่สามคนที่รออยู่ในห้องโถงใหญ่นี้แล้ว นั่นคือ ฮั่วเล่ยสือ เจ้า
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานและเทพธิดาเฟิง