Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,245 เนตรประหลาด
โลกเอกภพอนันต์อันยิ่งใหญ่, ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์
กว่าสองร้อยผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดแห่งแดนเทวะมารวมตัวที่นี่ ผ่าน
กระจกคริสตัลขนาดใหญ่จำนวน 30 บาน พวกเขาสามารถเห็นทุกสิ่งทุก
อย่างที่เกิดขึ้นภายใน 30 สนามของรอบรองชนะเลิศได้
30 สนามของรอบรองชนะเลิศได้ใช้วิธีการต่างๆในการแข่งขัน มี 10
แห่งที่ได้ผลสรุปแล้วและทุกแห่งมี 300 คนผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ
“ขวงจ้าน, อวี่ม่อ, ตี๋หรง, หยู่เหวินปั่ว… ทั้ง 4 คนนี้เป็นอัจฉริยะที่หา
ได้ยากอย่างยิ่ง งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะครั้งนี้เป็น
การรวมผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดอย่างแท้จริง!”
ฮั่วหยู่จื่อหัวเราะ คนเหล่านี้ประสบความสำเร็จเป็นอันดับหนึ่งใน
รอบรองชนะเลิศ มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะไปถึง 20 อันดับแรกของ
รอบชิงชนะเลิศ
“ฮ่าๆ พวกเขาก็ยังคงไม่สามารถเทียบกับผู้สืบทอดของราชันสวรรค์
ได้” ราชันโลกเอกภพไพศาลยิ้ม หยู่เหวินปั่วเป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์
เอกภพไพศาล
“พวกเขาก็ค่อนข้างดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีหลายคนที่มี
ความแข็งแกร่งคล้ายกับผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ หากพวกเขาอ่อนแอ
นั่นก็เป็นเพราะทรัพยากร มรดกและพรสวรรค์ของพวกเขาด้อยกว่า” ฮั่ว
หยู่จื่อได้ประเมิน นี่เป็นคำชมเชยที่สูงมากแล้ว ทรัพยากรที่ผู้สืบทอดของ
ราชันสวรรค์ใช้นั้นค่อนข้างห่างชั้นกัน ตัวอย่างเช่นพวกเขาจะใช้โอสถโลก
ไพศาลในช่วงขั้นเทพสมุทร เป็นสิ่งที่อาจทำให้แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์มหา
ราชันพิภพยังต้องรู้สึกเจ็บปวดใจ แต่สำหรับผู้สืบทอดของราชันสวรรค์
สิ่งเหล่านี้เป็นของที่ต้องมีอยู่แล้ว
“คราวนี้ ข้าจะแนะนำให้ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์เพิ่มที่นั่งของคนที่
จะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์เพิ่มอีก ขวงจ้าน, หยู่
เหวินปั่ว และคนอื่นๆควรมีโอกาสเข้ามาบ้าง”
ขณะที่ฮั่วหยู่จื่อกล่าว มหาราชันพิภพหลายคนก็เต็มไปด้วยความสุข
การเพิ่มจำนวนที่นั่งพิเศษหมายความว่าต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้น แม้ว่า
ราชันสวรรค์จะมั่งคั่ง แต่พวกเขาก็ไม่อาจสูญเสียทรัพยากรที่สะสมไว้ได้
อย่างอิสระ
ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าการได้เข้าสู่ตำหนักของราชันสวรรค์ คือสิ่งแม้แต่
มหาราชันพิภพก็ไม่สามารถเทียบได้ นี่เป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อการ
เติบโตของอัจฉริยะ ทุกคนหวังว่าพวกเขาจะสามารถส่งศิษย์จากนิกาย
ของตนเอง เพื่อเข้าไปรับประสบการณ์ในตำหนักของราชันสวรรค์ แม้ว่า
จะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆก็ตาม
“อืม ตอนนี้โยวหวูจิ่นของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬกำลังทำสิ่งใดอยู่?”
ฮั่วหยู่จื่อถามเทียนหมิงจื่อ
“หวูจิ่นยังไม่จบการแข่งขัน…” เทียนหมิงจื่อตอบ “มีม้ามืดสองตัวที่
ปรากฏอยู่ในสนาม ความแข็งแกร่งและศักยภาพของพวกเขาค่อนข้างดี”
“โอ้?”
ฮั่วหยู่จื่ออุทานอย่างสนใจ เดิมทีพรสวรรค์ของเทียนหมิงจื่อก็สูงมาก
กระทั่งใกล้เคียงกับฮั่วหยู่จื่อ ถ้าเทียนหมิงจื่อกล่าวว่าผู้เข้าร่วมบางคน
ค่อนข้างดีแล้ว มันจึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะต้องเป็นบุคคลที่โดดเด่น
ไม่เพียงแต่ฮั่วหยู่จื่อที่สนใจ แต่มหาราชันพิภพหลายคนต่างมองไป
ยังสนามรบของดาวสุสานจันทราด้วยความสนใจด้วย การแข่งขันบนดาว
สุสานจันทราถือว่าช้ากว่าที่อื่นๆ ถึงกระนั้น พวกเขาก็ใกล้จะจบแล้ว
“โอ้? มีผู้เข้าร่วม 10 คนที่สามารถขึ้นไปถึงชั้น 30 ได้! ไม่เลวเลย! ดี
มาก! บางทีอาจจะมีใครบางคนที่สามารถไต่ขึ้นไปถึงชั้น 32 ได้ แต่ความ
จริงแล้ว การไปถึงด้านบนสุดของชั้น 32 ก็ถือเป็นเรื่องยากเกินไปอยู่ดี”
ฮั่วหยู่จื่อกล่าว รู้สึกพอใจ ในฐานะผู้ที่มาจากตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์ เขาจึงรู้ดีว่าแท่นผนึกเทวะนั้นยากลำบากเพียงใด เขาคาด
โดยประมาณว่าหากมี 4-5 คนที่ขึ้นไปบนชั้น 30 ได้ก็จะน่าทึ่งมากแล้ว
“เทียนหมิงจื่อ ผู้ใดเป็นม้ามืดกัน?”
“มีสองคน หนึ่งเป็นชายหนุ่มที่ใช้หอกเรียกว่าหลินหมิง และอีกคน
เป็นชายหนุ่มที่ใช้กระบี่ชื่อเขี้ยว”
ในขณะที่เทียนหมิงจื่อพูด หลินหมิงและเขี้ยวมังกรก็กำลังต่อสู้กับ
ศัตรูของแต่ละคนอย่างรุนแรง คู่ต่อสู้ของพวกเขาติด 300 ประกาศิตตรา
ประทับเทพ หรือบางคนที่ไม่ได้แสดงความสามารถเต็มที่ในรอบเบื้องต้น
ก่อนหน้านี้การปีนจากชั้น 29 ไปชั้น 30 ซึ่งมี 15 คน แต่ตอนนี้กลับ
เหลือเพียง 10 คนเท่านั้นที่สามารถไต่ไปถึงชั้น 30 ได้ 1 ใน 3 ถูกคัดออก
ในช่วงไต่ขึ้นไป
การต่อสู้กลายเป็นรุนแรงดั่งเพลิงโหมกระหน่ำ
ชั้น 30 ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยแรงกดดันของราชันสวรรค์ที่ทรงพลัง
และหนักหน่วง ถ้าเป็นอัจฉริยะสามัญอยู่ที่นั่น พวกเขาจะพบว่ามันยาก
กระทั่งจะยืน จึงมิต้องกล่าวถึงการต่อสู้เลย เนื่องจากการกำราบของ
บรรยากาศ พวกเขาจะไม่สามารถที่จะใช้ 10% ของความแข็งแกร่งได้
แต่ในปัจจุบัน เมื่อพลังและศักยภาพของเหล่า 10 อัจฉริยะรวมตัว
กัน พวกเขาได้สร้างแสงที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า!
“ฮ่าฮ่า ภายใน 3000 โลกอันยิ่งใหญ่ของแดนเทวะที่มีราวล้านล้าน
ล้านล้านล้านชีวิต มันก็มีอัจฉริยะมากมายอย่างยิ่ง! อย่างไรก็ตาม หลาน
ชายหวูจิ่นเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง ข้าเชื่อว่าหลานชายหวูจิ่นจะมี
โอกาสไปถึงชั้น 32 ได้! ส่วนคนอื่นๆ ก็มีจะมี 3-4 คนที่จะสามารถไปถึง
ชั้น 31 เมื่อบรรลุถึงชั้น 31 ได้ มันก็ถือว่าประสบความสำเร็จที่
สั่นสะเทือนสรรค์แล้ว”
ราชันโลกเอกภพไพศาลได้กล่าวยกย่อง แต่เทียนหมิงจื่อเพียงยิ้ม
อย่างอ่อนโยนโดยไม่ตอบสนอง
ในเวลานี้ บนแท่นผนึกเทวะ การต่อสู้ที่รุนแรงได้ข้อสรุป มี 5 คนที่
เป็นผู้ชนะ หลินหมิง, เขี้ยวมังกร, โยวหวูจิ่นและดาบไร้โลหิต รวมถึงตง
เฉียน ซึ่งเป็นการแสดงผลงานที่น่าประทับใจ
จาก 5 คนนี้ ทั้งหมดของพวกเขาล้วนเป็นผู้ชนะที่มีศักยภาพ
แต่ประเด็นสำคัญก็คือ แม้ว่าทั้งห้าคนนี้จะไปถึงชั้น 30 แล้ว แต่ยังคง
มีอีก 3 ชั้นอยู่เหนือพวกเขา!
ถ้าเป็นอัตราส่วนการคัดออกเป็นเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ บางที
อาจจะไม่มีใครสามารถเข้าถึงชั้น 33 ได้ บางทีชั้น 32 อาจเป็นเรื่องยาก
เกินไป
“สิ่งที่เสี่ยวเต๋าจื่อกล่าวมานั้นถูกต้อง ไม่มีมนุษย์คนใดที่สามารถไปถึง
ชั้น 33 ได้”
“ไม่มีใครควรจะสามารถเข้าถึงชั้นบนสุดได้แม้กระทั่งโยวหวูจิ่น”
ในเวลานี้ ผู้คนในกลุ่มผู้ชมกำลังคุยกันด้วยกระแสเสียงปราณแท้
เมื่อรอบรองชนะเลิศมาถึงจุดนี้แล้ว ผู้คนนับพันล้านในอัฒจันทร์ต่างก็จด
จ่อและอดทนรอการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น เมื่อคนเหล่านี้ไปถึงชั้น
31 โดยไม่คำนึงถึงว่าใครจะต่อสู้กัน มันจะเป็นการต่อสู้อันน่าทึ่งอย่าง
แน่นอน!
ในเวลานี้ ที่ลอยอยู่เหนือแท่นผนึกเทวะ เสี่ยวเต๋าจื่อได้เปิดตาขึ้น
เสียงของเขาแผ่กระจายไปทั่วทั้งอัฒจันทร์
“ถ้ามีจำนวนคนเลขคี่ไปถึงชั้น 31 เช่นนั้นบุคคลที่มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
โยวหวูจิ่น อาจสามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้และขึ้นไปถึงชั้น 32 ได้โดยตรง
ส่วนที่เหลือจะสู้ต่อไปและผู้ชนะจะก้าวขึ้นสู่ชั้น 32”
“ถ้าคนจำนวนเลขคี่ถึงชั้น 31 เช่นนั้นโยวหวูจิ่นก็ไม่จำเป็นต้องสู้?”
“นี่เป็นประโยชน์มากเกินไป ในไม่กี่ชั้นสุดท้าย แม้ว่าจะไม่ได้ต่อสู้ แต่
ก็ยังไม่สามารถประหยัดความแข็งแกร่งไว้ได้มาก แต่ตอนนี้ ในชั้น 31 ข้อ
ได้เปรียบคือการสามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้นั้นดีอย่างมาก!”
“ใช่แล้ว 5 คนเหล่านี้ต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอด ดังนั้นจึงมีแนวโน้ม
ว่าพวกเขาทั้งหมดสามารถปีนไปยังชั้น 31 ได้ หากโยวหวูจิ่นสามารถ
หลีกเลี่ยงการต่อสู้กับพวกเขาได้ที่นี่ เขาก็สามารถปีนขึ้นไปได้เลย!”
บรรดาศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ, แดนศักดิ์สิทธิ์พิมานนวชาตของ
ดาบไร้โลหิต รวมทั้งนิกายของตงเฉียน พวกเขาต่างคิดว่านี่เป็นเรื่องไม่
ยุติธรรมอย่างยิ่ง
แต่สำหรับพวกศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬกำลังร้องเชียร์เสียง
ดังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้!
“ฮ่าฮ่า ยอดเยี่ยม! ศิษย์พี่โยวสามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ แต่นี่เป็น
สิ่งที่ศิษย์พี่โยวสมควรได้รับเนื่องจากผลงานของเขาดีที่สุด”
“ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วศิษย์พี่โยวอาจจะมีโอกาสที่จะก้าวไปถึงชั้น 32
หรือแม้แต่ชั้น 33 ได้!”
“หึ…ต่อให้ศิษย์พี่ไม่ได้หลีกเลี่ยงการต่อสู้ แต่เขาก็ยังสามารถชนะได้
อยู่ดี!”
บนแท่นแท่นผนึกเทวะ โยวหวูจิ่นยังคงรักษาความสงบไว้ เขากำ
หมัดไว้และคิดในใจ “ดี! กฎเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับข้า”
แม้ว่าโยวหวูจิ่นจะมีความภาคภูมิใจของตัวเอง ถึงกระนั้นเขาก็ยัง
ขาดพลังและความเชื่อมั่นเมื่อต้องเผชิญกับแท่นผนึกเทวะ ถ้าเขาสามารถ
ประหยัดความแข็งแกร่งไว้บางส่วนได้แล้ว ผลประโยชน์จะยิ่งใหญ่มาก
“ถ้าข้าสามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้จริง ข้าก็จะสามารถได้ผลลัพธ์ที่
ดีอย่างยิ่ง โอกาสในการดึงดูดความสนใจของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจก็
จะมากขึ้นด้วย!”
โยวหวูจิ่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ!
“เริ่มปีนได้!” เสี่ยวเต๋าจื่อปิดตาอีกครั้งและกลับไปเข้าฌานเช่นเดิม
ผู้เข้าร่วมทั้ง 5 คนซึ่งได้รับการคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดของ
100 โลกอันยิ่งใหญ่เริ่มปีนขึ้นไปอย่างพร้อมเพรียง
ในขณะที่หลินหมิงสัมผัสกับกำแพงหิน เขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันอย่าง
มากกดทับลงมาที่เขา
“ยิ่งไปกว่านี้ มันมิได้เป็นเพียงแรงกดดันต่อร่างกายและปราณแท้ แต่
ยังรวมถึงวิญญาณด้วย…”
หลินหมิงรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเริ่มปีนขึ้นไปชั้น 31 ของแท่นผนึก
เทวะ พลังอันรุ่นแรงได้หลั่งไหลเข้ามาในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
“แรงกดดันต่อวิญญาณเช่นนี้ไม่ได้เป็นอันใดต่อข้า แต่สำหรับคนอื่นๆ
นี่น่าจะเป็นการทดสอบที่หนักหน่วง”
หลังจากหลินหมิงเพิ่มพูนพลังวิญญาณของเขาในโลกนิมิตฝันเทวะ
พลังวิญญาณของเขาจึงทรงพลังมากกว่านักสู้คนอื่นๆในระดับเดียวกัน
แรงกดดันวิญญาณในระดับนี้เป็นสิ่งที่เขาสามารถต้านทานได้อย่าง
ง่ายดาย
อย่างมั่นคง หลินหมิงปีนขึ้นไปเรื่อยๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขาปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว หลินหมิงจะรู้สึกถึงวิถี
ของ 33 ชั้นสวรรค์จากแท่นผนึกเทวะได้
สำหรับคนอื่นๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะปีนขึ้นไปอย่างสงบ
เช่นหลินหมิงกำลังทำอยู่
ขณะที่พวกเขาปีนขึ้นไปบนแท่นผนึกเทวะ ภาพลวงตาทุกประเภทก็
เข้าครอบงำพวกเขา!
“การต่อสู้! สงครามศักดิ์สิทธิ์! สังหาร!” หัวใจปีศาจ!
เขี้ยวมังกรรู้สึกราวกับว่าเขากำลังปีนขึ้นไปบนสนามรบของอาชูร่าที่
เต็มไปด้วยโลหิต ภายในหูของเขา ทั้งหมดที่เขาได้ยินคือเสียงก้องและ
เสียงกรีดร้องของวิญญาณที่เกลียดชัง!
เสียงกลองศึกดังก้องในหูของเขา ปราณกระบี่กวาดล้างไปทั่วร่าง ทำ
ให้เขารู้สึกราวกับว่าจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆในทุกขณะ
“แท่นผนึกเทวะสมคำล่ำลืออย่างแท้จริง ช่างน่าสนใจยิ่ง!”
เขี้ยวมังกรหลับตาแล้วลืมตาอีกครั้ง เมื่อเขาทำเช่นนั้น นัยน์ตาของ
เขาก็ได้เปลี่ยนไป มันกลายเป็นแคบลงดั่งเข็ม และเข็มก็มีรูปแบบที่แปลก
ประหลาด
นัยน์ตาของเขาห่อหุ้มไว้ด้วยความลึกลับ ทำให้ผู้อื่นๆไม่กล้าที่จะมอง
เขา บรรดาผู้ที่มองเขาจะรู้สึกราวกับว่าวิญญาณของตนถูกดูดออกไป
หลังจากที่เนตรประหลาดปรากฏขึ้น ภาพลวงตาทั้งหมดก็ถูกกวาด
ล้างโดยเขี้ยวมังกร และไม่ส่งผลต่อความคิดของเขาเลย
เขาเริ่มไต่ขึ้นไปอย่างมั่นคงอีกครั้ง และเนื่องจากเขาหันหน้าเข้าหา
แท่นผนึกเทวะ จึงไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นความแตกต่างในดวงตาของ
เขาได้
สำหรับโยวหวูจิ่นและดาบไร้โลหิต พวกเขาลำบากยิ่งกว่า
“ชั้น 31 ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”
ดาบไร้โลหิตคิ้วขมวดเข้าหากัน
“จิตสังหารแห่งดาบ ปะทุ!”
ในขณะนี้ มันมีแสงสีแดงเข้มส่องประกายออกมาจากระหว่างคิ้วของ
ดาบไร้โลหิต จิตสังหารที่ปล่อยออกมาจากร่างกายของเขาทะยานถึง
จุดสูงสุด ด้วยจิตสังหารนี้ เขาจึงสามารถต่อต้านคลื่นอันกว้างใหญ่ของ
ภาพลวงตานับไม่ถ้วนได้
ขณะที่ดาบไร้โลหิตปีนขึ้นไป หน้าผากของเขาก็เต็มไปด้วยเหงื่อ และ
การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของเขาก็ทำได้อย่างยากลำบาก เห็นได้ชัดว่าไม่
สามารถผ่อนคลายได้เหมือนกับเขี้ยวมังกร
สำหรับโยวหวูจิ่น เขาอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันกับดาบไร้
โลหิต โดยการพึ่งพาความแข็งแกร่งและการบ่มเพาะที่ลึกล้ำ เขาก็
สามารถที่จะต่อต้านภาพลวงตาเหล่านี้ได้ สำหรับเขา การปีนขึ้นไปยังชั้น
31 เป็นการทดสอบที่ยอดเยี่ยมมาก!
ใน 5 คนนี้ตงเฉียนด้อยที่สุด ใบหน้าของเขาซีด นิ้วมือของเขาสั่น
และทุกก้าวก็ช้ากว่าครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าเขาจะติดอยู่ในบึง การ
เคลื่อนไหวของเขาเริ่มช้าลงเรื่อยๆ
“นี่เป็นภาพลวงตา! พวกมันไม่สามารถส่งผลกระทบต่อข้าได้! พวก
มันไม่สามารถส่งผลกระทบต่อข้าได้! พวกมันไม่สามารถทำอะไรข้าได้!”
ตงเฉียนร้องออกมาในใจ อยากจะกวาดล้างความวุ่นวายทั้งหมดนี้
ออกไปจากหัวใจ อย่างไรก็ตาม สภาพร่างกายของเขาในปัจจุบันนั้นย่ำแย่
มาก และเขาก็ได้ใช้พลังงานไปหมดแล้ว เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันคู่ทั้ง
ร่างกายและวิญญาณ เขาก็ค้นพบว่าไม่สามารถต้านทานได้
นี่คือพลังแห่งภาพลวงตา แม้เขาจะรู้ว่าพวกมันเป็นภาพลวงตา แต่
เขาก็ยังคงได้รับผลกระทบจากพวกมัน
“ข้า… ข้าเป็นคนที่รั้งท้าย! ข้า… ข้าด้อยที่สุดเช่นนั้นหรือ!?”
ภาพลวงตาและความเป็นจริงเปลี่ยนไปมาตลอดเวลา ตงเฉียน
สามารถรู้สึกได้ว่าพละกำลังของตัวเองจางหายไปจากร่างกายอย่าง
รวดเร็ว ระหว่างฉากที่สลับกันไปมาอย่างรวดเร็วนี้ เขาก็เห็นว่าหลินหมิง
เขี้ยวมังกรและคนอื่นได้ทิ้งระยะห่างจากเขาไปมากแล้ว
เขาเป็นเหมือนมนุษย์ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ตกลงไปในเหวลึก
แม้ว่าเขาจะสามารถมองเห็นยอดเขาได้ แต่ถ้าอยากปีนขึ้นไปมันก็เป็น
เรื่องที่สิ้นหวัง