Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,246 หลินหมิง ปะทะ โยวหวูจิ่น
“มีบางอย่างผิดปกติกับตงเฉียนหรือไม่”
“เขากำลังปีนขึ้นไปอย่างสะเปะสะปะ เขาไม่ได้ปีนไปในแนวเส้นตรง
เลย!”
ในกลุ่มผู้ชม หลายคนสังเกตเห็นสิ่งที่แปลกประหลาดซึ่งเกิดขึ้นกับ
ตงเฉียน เขาถูกทิ้งโดย 4 คนที่เหลือ
“ศิษย์พี่ ท่านสามารถทำมันได้!”
“ศิษย์พี่อย่ายอมแพ้!”
เหล่าศิษย์จากแดนศักดิ์สิทธิ์ของตงเฉียนกำลังให้กำลังใจแก่เขา
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถได้ยินเสียงเหล่านั้นเลย
เหงื่อของเขาได้ปกคลุมดวงตา และสติของเขาก็ได้หายไปอย่าง
สมบูรณ์
“โลหิต… มือของข้ากำลังจับบนโลหิต? ข้าคลานอยู่ในทะเลโลหิต…
จุดสิ้นสุด ข้าไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดของมันได้…” ทุกครั้งที่ตงเฉียน
ปีนขึ้นไป เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขากำลังไต่ไปบนคมดาบ ฝ่ามือและขาของ
เขาเจ็บปวด
ความเหนื่อยล้าของเขาได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว เขารู้สึกราวกับว่า
ตนเองหนัก 10,000 จิน และความเจ็บปวดก็รุนแรงเหมือนจะตายได้ใน
ทุกขณะ
ด้วยเจตจำนงที่จางหายไปครั้งสุดท้าย เขาก็คว้าจับเป็นครั้งสุดท้าย
แต่เขาไม่ได้มีแรงที่จะไต่ขึ้นไปได้อีก
ตงเฉียนได้หมดสติไปทั้งอย่างนั้น ในขณะที่การไหลเวียนของ
พลังงานภายในร่างกายของเขาหยุดลงในเวลาต่อมา เขาจึงไม่สามารถ
ต้านทานแรงกดดันในชั้น 31 ได้อีกต่อไป ร่างกายของนักสู้ระบบการ
หลอมรวมปราณนั้นจะอ่อนแอ และเมื่อปราศจากการป้องกันร่างกายเขา
จึงไม่สามารถต้านทานแรงกระแทกของพลังงานรอบตัวได้
ตงเฉียนตกลงมาจากหน้าผา
ออร่าของพลังงานหนึ่งได้เข้าห้อหุ่มเขาไว้ เขาพ่ายแพ้แล้ว!
“ตงเฉียนพ่ายแพ้! เขาเป็นคนที่สามซึ่งไปถึงชั้น 22 แต่ถึงกระนั้นเขา
ก็ยังไม่อาจไปถึงชั้น 31 ได้!”
“สวรรค์ มันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง! มันจะมีผู้ใดสามารถก้าวไปถึงชั้น
32 หรือ 33 ได้ด้วยหรือ?”
ในขั้นต้น หลายคนคิดว่าตงเฉียนด้อยกว่าโยวหวูจิ่น แต่ก็ใกล้ชิดกับ
เขี้ยวมังกรและหลินหมิง แต่ตอนนี้ พวกเขาทั้งหมดตระหนักดีถึงความ
แตกต่างนั้นแล้ว
“อีก 4 คนกำลังใกล้ถึงอีกชั้นแล้ว!”
“หลินหมิง, เขี้ยวมังกรและโยวหวูจิ่นได้มีบทบาทนำ ดาบไร้โลหิตรั้ง
ท้ายพวกเขาเพียงเล็กน้อย นี่แสดงถึงความแตกต่างในความแข็งของพวก
เขาหรือไม่?”
“นั่นอาจจะไม่เป็นความจริง” เพื่อหาความแตกต่างที่เกิดขึ้นจริงใน
ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้น พวกเขาจะต้องได้ต่อสู้กันอย่างแท้จริง
แท่นผนึกเทวะเป็นเพียงเวทีที่ใช้ในการทดสอบการหลอมรวมของการบ่ม
เพาะและพรสวรรค์ของผู้หนึ่ง
ดูเหมือนว่าทั้ง 4 คนจะสามารถไปถึงอีกชั้นได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น พวก
เขาจะต้องได้ต่อสู้กัน!
“ข้าตั้งตารอที่จะได้เห็นอย่างยิ่ง โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ใดจะได้ต่อสู้กัน
มันก็จะเป็นการต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ!”
“สองคนนี่!” โยวหวูจิ่นมองหลินหมิงและเขี้ยวมังกรด้วยความไม่เชื่อ
ในสายตาของเขา “เหตุใดพวกเขาจึงปีนขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้?
ข้าต้องใช้ทุกอย่างเพื่อที่จะสามารถตามความเร็วของพวกเขาได้!”
“มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้งสองคนนี้จะมีภูมิคุ้มกันพิเศษสำหรับ
แรงกดดันทางวิญญาณ?”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เสี่ยวเต๋าจื่อก็เคยกล่าวว่าแท่นผนึกเทวะไม่ได้เป็น
เพียงการทดสอบการบ่มเพาะและความหนาแน่นของปราณแท้เท่านั้น
นอกจากนี้ มันยังเป็นการทดสอบเจตจำนง ศักยภาพและปัจจัยอื่นๆ
รวมกันด้วย โยวหวูจิ่นคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่การพูดเล่น
เขามั่นใจว่าปราณแท้ของตนมีความแข็งแกร่งและลึกล้ำเหนือหลินห
มิงและเขี้ยวมังกร มันสามารถเป็นได้ว่าศักยภาพของเขาด้อยกว่าพวกเขา
ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถที่จะรักษาความเร็วที่คล้ายกันได้?
“ศักยภาพของข้าด้อยกว่าทั้งสองคนนี้จริงหรือ?”
โยวหวูจิ่นพบว่าเรื่องนี้ยากที่จะยอมรับได้
ในมุมมองที่เขามีต่อโลกใบนี้ เขาสามารถยอมรับได้เพียงแต่ผู้สืบทอด
ของราชันสวรรค์ที่เหนือกว่าเขา ไม่ว่าอย่างไร ทุกคนที่มาจากแดน
ศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ด้านพรสวรรค์ มรดก
และทรัพยากรกับตำหนักสวรรค์แห่งราชันสวรรค์อยู่แล้ว
แต่สำหรับขุมกำลังเล็กๆ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นม้ามืดที่วิ่งออกมาจาก
ฝูง เขาก็ไม่สามารถยอมรับได้ว่าพวกเขาเท่าเทียมกัน!
มันต้องเป็นที่รู้กันดีว่าในช่วงอายุเกือบ 40 ปีของโยวหวูจิ่น เขาได้ใช้
ทรัพยากรไปจำนวนมหาศาล ด้วยทรัพยากรเหล่านี้รวมกัน มันก็ไม่
สามารถวัดเป็นหินตะวันม่วงได้อีก แต่เป็นหยกเก้าตะวัน
หยกเก้าตะวันได้รับการกลั่นโดยกึ่งราชันสวรรค์ และด้วยการรวม
คริสตัลตะวันม่วงจากพลังงานหยางเก้าชนิด หนึ่งหยกเก้าตะวันมีค่า
เท่ากับ 100 ล้านคริสตัลตะวันม่วง หรือล้านล้านหินตะวันม่วง
โยวหวูจิ่นได้ใช้ทรัพยากรไปจำนวนมาก และยังได้ฝึกฝนพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ยังไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งสองคนนี้
แล้วโยวหวูจิ่นจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร? มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่า
ทรัพยากรทั้งหมดที่ใช้กับเขานั้นเสียของ
“เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเหนือกว่าข้า ข้าจะไม่เชื่อเรื่องนี้ พวกเขา
ต้องมีทักษะพิเศษที่สามารถต้านทานแรงกดดันวิญญาณได้ หรือพลัง
วิญญาณอาจแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถปีนด้วยความเร็ว
เช่นนี้ได้…”
โยวหวูจิ่นคาดการณ์ ในความเป็นจริง การคาดเดาของเขาถูกต้อง
เพียงครึ่งเดียว
หลินหมิงและเขี้ยวมังกร ทั้งสองมีความต้านทานต่อแรงกดดันอย่าง
มาก คนหนึ่งบ่มเพาะวิญญาณและอีกคนมีกายวิญญาณผันแปรพิเศษ
ชั่วโมงต่อมา เขี้ยวมังกรก็เป็นคนแรกที่ไปถึงชั้น 31 ของแท่นผนึกเท
วะ
และต่อจากเขี้ยวมังกร หลังจากผ่านไปเพียง 20 ลมหายใจ โยวหวู
จิ่นก็ได้มาถึงเกือบจะในเวลาเดียวกันกับหลินหมิง
ในเวลานี้ นัยน์ตาของเขี้ยวมังกรกลับมาสู่ภาวะปกติ ใบหน้าของเขา
ดูซีดกว่าก่อนหน้าและเขาดูเปราะบางมาก มันเป็นเรื่องยากที่จะ
จินตนาการได้ว่ามีความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงหลับใหลอยู่ภายในตัวเขา
“คนสองคนนี้ดูไม่เหน็ดเหนื่อยมากเกินไป… พวกเขาต้องมีทักษะ
พิเศษเพื่อต่อต้านแรงกดดันของวิญญาณได้” ในขณะที่โยวหวูจิ่นได้เห็น
สภาพของหลินหมิงและเขี้ยวมังกร เขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นในสิ่งที่เขากำลัง
คาดเดา “ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะใช้พลังที่แท้จริงของข้าเพื่อเอาชนะพวก
เจ้า!”
หลังจากผ่านไปอีก 15 นาที่ ดาบไร้โลหิตก็คลานขึ้นไปบนหน้าผา
ของชั้น 31 ด้วยความยากลำบาก
ทั้ง 4 คนประสบความสำเร็จในการขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องสงสัย
นอกจาก 4 คนนี้ มันก็ไม่มีใครอื่นที่สามารถขึ้นมาได้สูงเช่นนี้
การปะทะกันอย่างดุเดือดจะปะทุขึ้นเร็วๆนี้!
“นี่มันตึงเครียดอย่างยิ่ง! และทั้ง 4 เป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอด ใครจะได้
ต่อสู้กับใครกันแน่?”
“ข้ารู้สึกว่าดาบไร้โลหิตเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด หลินหมิงและเขี้ยว
มังกรนั้นมีความคล้ายคลึงกัน และโยวหวูจิ่นก็เป็นคนแข็งแกร่งที่สุด!”
ตามประสิทธิภาพจากการปีนขึ้นมาจากชั้น 21 ดาบไร้โลหิตก็ด้อย
กว่าทั้ง 3 เล็กน้อย แต่ในสายตาของผู้ชม โยวหวูจิ่นอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วง
ปลาย ดังนั้นการบ่มเพาะและปราณแท้ของเขาจึงน่าจะล้ำลึกที่สุดจากทั้ง
4 คน หลินหมิงและเขี้ยวมังกรควรจะมีศักยภาพเหนือกว่าเขาก็จริง แต่ถ้า
พวกเขาต่อสู้อย่างแท้จริง โยวหวูจิ่น ก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่า
“หลินหมิงนั้นเป็นตัวประหลาด เขาอยู่เพียงจุดสูงสุดของขั้นเทพ
สมุทรช่วงต้น แต่เขาก็ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ข้าไม่รู้เลยว่าเขาฝึกฝนสิ่งใด
มา”
……………
ในเวลานี้ ห่างจากแท่นผนึกเทวะหลายร้อยไมล์ บนเรือจิตวิญญาณที่
ลอยอยู่ในท้องฟ้าสูง
ในเรือจิตวิญญาณ ชายร่างสูงชุดดำกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หิน มอง
ผ่านหน้าต่างที่ห่างไกลไปยังแท่นผนึกเทวะ แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างไกล แต่
เขาก็สามารถเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
“ใน 4 คนนั้น มีสองคนได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรกที่โลกนักสู้ที่แท้จริงของข้า แต่ความจริงก็คือ พวกเขาไม่ได้มาจาก
โลกนักสู้ที่แท้จริงหรือเป็นส่วนหนึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริง คน
หนึ่งคือนักสู้สัญจรที่บังเอิญผ่านมาและมีความลึกลับเกี่ยวกับเขา ส่วนอีก
คน เขาเป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนกลับ
สามารถยืนอยู่ในชั้น 31 ได้! แต่ ศิษย์ที่ข้าได้เลี้ยงดูอย่างดีมาตลอดเวลา
กลับถูกคัดออกตั้งแต่ชั้น 27! ข้าได้ใช้รายได้บางส่วนจากธนาคารพันธะ
ดาราและหอประมูลเป็นรากฐานสำหรับทรัพยากรของเจ้า และแม้แต่ให้
เจ้าได้ศึกษามรดกพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่ไม่สมบูรณ์ด้วย แม้ว่าข้าจะทำ
เช่นนี้ แต่ทั้งหมดที่ข้าได้รับก็เป็นเพียงผลลัพธ์ขยะจากเจ้า!”
ชายชุดดำโกรธขึ้น เขาเป็นมหาราชันพิภพแห่งโลกนักสู้ที่แท้จริง ใน
ความเป็นจริง โลกนักสู้ที่แท้จริงเป็นเพียงนิกายจากโลกลำดับสอง ดังนั้น
จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะไม่มีศิษย์คนใดสามารถไปถึงชั้น 30 ได้ แต่
ตอนนี้มี 4 คนได้ปรากฏตัวขึ้นซึ่งสามารถไปสู่ชั้น 31 ได้ และแม้ว่าจะมี
สองคนได้ลงทะเบียนไว้ที่โลกนักสู้ที่แท้จริงแต่พวกเขาก็ไม่ได้มาจากที่นั่น
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เสียหน้าอย่างมาก
ขณะที่ชายชุดดำกล่าว เหล่านักสู้ตรงหน้าเขาต่างก็คุกเข่าลงบนพื้น
และกลัวจนตัวสั่น ไม่มีใครกล้าพูดขึ้นมา
ชายชุดดำถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “มันเป็นเวลากว่าล้านปีแล้ว
และข้าใช้ทรัพยากรไปมากมาย และยัง… ถ้าอีกล้านปีผ่านไปและแดน
ศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงของข้ายังคงไม่สามารถให้กำเนิดราชันพิภพอีกคน
ได้ ต่อจากนั้นก็คงจะขึ้นอยู่กับโชคชะตาเท่านั้น จะไม่มีอะไรที่ข้าสามารถ
ทำได้…”
ชายชุดดำส่ายหัว และไม่พูดอีกต่อไป เขาเป็นเพียงเสาหลักที่ค้ำยัน
แดนศักดิ์สิทธิ์นักสู้ที่แท้จริงตามลำพัง แต่เขาจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
ตลอดไป…
เวลานี้ ในแท่นผนึกเทวะ ผู้เข้าร่วมทั้ง 4 คนยังไม่ได้ต่อสู้ กลับกัน
พวกเขาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง ช่วงเวลาสั้นๆที่พักผ่อนเป็นประโยชน์มากที่สุด
ต่อดาบไร้โลหิต เนื่องจากเขาใช้พลังงานไปมากที่สุดในทั้ง 4 คน
แรงกดดันในชั้น 31 ทรงพลังอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นพื้นราบ แต่ดาบ
ไร้โลหิตก็ยังคงรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของเขาถูกยับยั้งไว้ไม่ให้เกิน 40%
“คนเหล่านี้สามารถปีนขึ้นมาได้เร็วกว่าข้า แท่นผนึกเทวะประหลาด
นี้ทำให้ข้าไม่สามาาถแสดงทักษะดาบได้อย่างเต็มศักยภาพ ในแง่ของพลัง
ต่อสู้ ด้วยดาบในมือ ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะพ่ายแพ้ต่อนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วง
ต้นหรือช่วงกลาง!”
ความจริงก็คือแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพจะฝึกศิษย์หลักให้เข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ ซึ่งก็เพื่อรับประกัน
โอกาสในชัยชนะ และให้แน่ใจว่าศิษย์ทั้งหมดที่เข้าร่วมจะต้องอยู่ในขั้น
เทพสมุทรช่วงปลาย เมื่อเข้าสู่อาคมเร่งเวลา มันก็จะง่ายมากที่จะบรรลุ
เป้าหมายนี้
ดังนั้น ชือหยูอวี้, หวู่กุยอวิ๋น, โยวหวูจิ่น, ดาบไร้โลหิต และส่วนที่
เหลือจึงเป็นนักสู้ขั้นเทพสมุทร ช่วงปลายทั้งหมด
ถ้าไม่ได้อยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย มันก็ง่ายที่จะประสบความพ่าย
แพ้
“เลือกคู่ต่อสู้ของเจ้า!” เสี่ยวเต๋าจื่อกล่าวอย่างไม่แยแส ใบหน้าของ
เขาเหมือนธารน้ำแข็ง 10,000 ปี ไม่ว่าผู้เข้าร่วมบนแท่นผนึกเทวะจะน่า
ทึ่งเพียงใด แต่เขาก็ไม่มีความรู้สึกใดๆ เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น
เป็นเรื่องปกติ สำหรับเสี่ยวเต๋าจื่อ ชั้น 31 มิใช่อันใดเลย!
ขณะที่เสี่ยวเต๋าจื่อกล่าวพูดคำเหล่านี้ ผู้ชมนับพันล้านต่างก็กลั้น
หายใจ
และในชั้น 31 ของแท่นผนึกเทวะ, หลินหมิง, โยวหวูจิ่น, เขี้ยวมังกร
และดาบไร้โลหิต ทั้งหมดมองหน้ากันและกัน จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่
รุนแรงลุกโชนขึ้นในดวงตาของพวกเขา ทำให้อากาศเกือบจะถูกเผาไหม้
ได้
“เจ้าสองคนมีทักษะทางวิญญาณที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว หืม? เมื่อ
เจ้าทำบางอย่างที่ราคาถูกเช่นนั้นเพื่อให้สามารถปีนขึ้นมาได้แล้ว…”
โยวหวูจิ่นเป็นคนแรกที่พูด
“โอ้? เจ้าพยายามจะกล่าวสิ่งใด?” หลินหมิงถาม คิ้วของเขาชันขึ้น
“แม้ว่าเจ้าจะไม่ต้องการที่จะยอมรับมัน แต่เจ้าไม่สามารถซ่อนมัน
จากสายตาของข้าได้ แต่นับจากนี้ มันจะเป็นศึกของความแข็งแกร่งที่
แท้จริง เจ้าต้องการที่จะเลือกก่อนหรือจะให้ข้าเลือกก่อนดี?” โยวหวูจิ่นมี
สีหน้ามั่นใจมากราวกับว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเหนือกว่าทั้ง 4 คนที่นี่
เขี้ยวมังกรเงียบงัน แต่หลินหมิงยิ้มแล้วก็หัวเราะ “ในเมื่อเจ้าให้ข้า
เลือกก่อนแล้ว ข้าก็จะไม่หยาบคาย ข้าเลือก… เจ้า!”
หลินหมิงชี้หอกของเขาไปยังโยวหวูจิ่น!
การกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย!
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ดาบไร้โลหิตก็ควรจะอ่อนแอที่สุด ดังนั้นหากได้
เลือกก่อนแล้ว เขาก็ควรจะเลือกดาบไร้โลหิต เป็นจะเป็นทางเลือกที่
เหมาะสมที่สุด แต่หลินหมิงกลับเลือกโยวหวูจิ่นที่ทรงพลังที่สุด!
“หลินหมิงผู้นี้บ้าบิ่นอย่างยิ่ง!”
“ช่างโง่เขลา!”
ในขณะที่โยวหวูจิ่นเห็นหอกอันเย็นยะเยือกของหลินหมิง จิตสังหาร
ก็สาดประกายอยู่ในดวงตาของเขา “เจ้ามีความกล้า!”