Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,270 เป็นที่เลืองลือ
เมื่อถึงจุดสูงสุดของแท่นผนึกเทวะ นี่ก็เป็นสงครามอันแสนเหน็ด
เหนื่อยที่สุดที่หลินหมิงได้ประสบมา ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาได้ใช้เวลาไปเจ็ด
วันเจ็ดคืน
ในเจ็ดวันเจ็ดคืนนี้ นอกจากโอสถที่เขากินแล้ว เขาก็เพียงพึ่งพา
ความสามารถในการฟื้นฟูตามธรรมชาติของเขาเอง
หลังจากเหน็ดเหนื่อยเกินเจ็ดวัน ในตอนสุดท้าย เขาก็เป็นดั่งโคมไฟ
ที่ปราศจากน้ำมันพอดี เมื่อผ่าน 100,000 ฟุต ถ้ายังมีการทดสอบสบายๆ
และไม่ใช่ร่างเงาราชันสวรรค์ผนึกเทวะก็ตาม หลินหมิงก็ยังจะพ่ายแพ้อยู่
ดี
หลินหมิงจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาได้ลงมาจากแท่นผนึกเทวะ ทั้งหมด
ที่เขารู้ก็คือ เขาทรุดตัวลงและตกอยู่ในการนหลับลึกทันที่
และด้านนอก พันล้านคนส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง! ข่าวเกี่ยวกับการ
แข่งขันนี้บนแท่นผนึกเทวะแผ่กระจายไปดั่งพายุหิมะทั่วทั้งแดนเทวะ
ผู้ชมนับพันล้านคนมาจาก 100 โลกอันยิ่งใหญ่ รวมทั้งโลกขนาดเล็ก
และโลกที่ซ่อนเร้นมากมาย พวกเขาล้วนเป็นบุคคลระดับสูง ทั้งกลุ่มผู้
อาวุโสนิกาย ปราชญ์ รุ่นเยาว์ที่โดดเด่น
ความสามารถของพวกเขาในการแพร่กระจายข่าวจึงเหนือเกินกว่า
คนธรรมดามาก เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ชื่อของหลินหมิงและเขี้ยวมังกรก็
รุ่งโรจน์อย่างมาก โดยเฉพาะหลินหมิง; ชื่อเสียงของเขาดังก้องไปทั่วโลก!
แน่นอน สำหรับคนจำนวนมาก พวกเขาไม่รู้ว่าขึ้นไปบนบนสุดของ
แท่นผนึกเทวะได้แท้จริงแล้วเป็นเช่นไร นั่นเพราะแท่นผนึกเทวะไม่ได้มี
ชื่อเสียงมากนักตั้งแต่เริ่มต้น
ราชันสวรรค์เป็นสัญลักษณ์แห่งความลึกลับ ผู้คนแทบไม่รู้จักราชัน
สวรรค์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ มันยังตำหนักของราชันสวรรค์มีจำนวน
มากในแดนเทวะด้วย ในแง่ของตำหนักของราชันสวรรค์เพียงอย่างเดียว
มันมี 100–200 ที่เป็นที่รู้จักกันดี โดยส่วนใหญ่ยังไม่รวมถึงสถานที่ปิด
ด่านของราชันสวรรค์ที่ลึกลับเช่นผู้อาวุโสสามภพ
ด้วยราชันสวรรค์จำนวนมาก จะมีกี่คนที่รู้เกี่ยวกับสมบัติจิตวิญญาณ
ของราชันสวรรค์?
ถึงแม้ว่าแท่นผนึกเทวะจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อนแล้ว
แต่นั่นก็เมื่อ 100,000 ปีก่อนหรือแม้แต่หลายแสนปีมาแล้ว ผู้คนจึงลืม
เกี่ยวกับเรื่องนี้
มิต้องกล่าวถึงศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพสามัญ แม้กระทั่ง
โยวหวูจิ่นก็ไม่รู้ถึงความยากลำบากในการไปถึงด้านบนสุดของแท่นผนึก
เทวะ
หลายคนรู้เพียงว่าหลินหมิงเป็นผู้เข้าร่วมชั้นนำจากรอบรองชนะเลิศ
ของดาวสุสานจันทราเท่านั้น สำหรับสิ่งที่เขาได้รับ มันก็ยากสำหรับพวก
เขาที่จะจินตนาการ
…….
ห่างออกไป มันมีมิติใหญ่ที่เป็นอิสระมาก มิตินี้เป็นโลกอันยิ่งใหญ่ที่
ถูกเปิดขั้นโดยตัวตนชั้นสูงที่ใช้พลังเหนือธรรมชาติของพวกเขา มันมีความ
ยาวหลายพันไมล์ และกว้างไกลกว่าทวีปนภารินไหลและทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์รวมกัน!
มันน่าแปลกใจมากแล้วที่นักสู้สามารถเปิดดินแดนมิติของตนเองได้
ใกล้เคียงมิติขนาดใหญ่
ในโลกแยกนี้ มันมีตำหนักที่สร้างจากหยกสีขาว ตำหนักนี้เต็มไปด้วย
ดอกไม้และต้นไม้ ราวกับว่าภายในเป็นทุ่งหญ้าไร้สิ้นสุด กระเรียน
ศักดิ์สิทธิ์บินเหนือดอกบัว และลิงขาวก็กระโดดโลดเต้นระหว่างต้นไม้
น้ำพุจิตวิญญาณที่งดงามผุดขึ้นไปทั่ว น้ำพุเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากน้ำธรรมดา
แต่เป็นน้ำทิพย์ไวน์ ถ้าปุถุชนดื่มมัน พวกเขาก็จะสามารถยืดอายุขัย
ออกไปได้อีกหลายเท่า
ในแดนสวรรค์เทพนิยายนี้ มันมีกลุ่มหญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดบาง
ท่ามกลางดนตรีที่มีเสน่ห์ พวกนางเต้นระบำได้อย่างสง่างาม แต่ละคนมี
เสน่ห์ดู และร่างกายก็สมบูรณ์แบบสำหรับการครอบงำจิตใจ
หญิงสาวเหล่านี้มีการบ่มเพาะในขั้นเทพสมุทร นอกจากนี้ พรสวรรค์
ของพวกเขาก็ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม พวกนางก็เป็นได้เพียงหญิงเต้น
ระบำ สาวใช้บริการแขกของเจ้านาย ซึ่งเป็นชายหนุ่มและหญิงสาวหลาย
สิบคนด้วย
คนเหล่านี้มีออร่าพิเศษ พวกเขาเป็นบุคคลที่โดดเด่นอย่างชัดเจน
“ข้าได้ยินว่ารอบรองชนะเลิศจบลงแล้ว” ชายหนุ่มผมแดงยิ้มขณะถือ
ถ้วยไวน์อยู่ในมือ
“โอ้? เป็นอย่างไรบ้าง? มีคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจหรือไม่?” ข้างชายหนุ่มผม
แดง มันก็มีผู้เยาว์คนหนึ่งที่สวมชุดเกราะเงินถามขณะที่เขากินองุ่น
ด้วยพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ และยังกล่าวถึงนักสู้ของ 3000 โลกอัน
ยิ่งใหญ่แแห่งแดนเทวะที่ได้รับเลือกว่าเพียง ‘น่าสนใจ’ บ้างหรือไม่ สถานะ
ของพวกเขาก็ย่อมสามารถคาดเดาได้ง่าย – พวกเขาเป็นผู้สืบทอดของ
ราชันสวรรค์!
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ถูกแบ่งระหว่างระดับสูงและต่ำ มีราชัน
สวรรค์ที่แข็งแกร่งและอ่อนแอ เช่นเดียวกับความแตกต่างระหว่างราชัน
พิภพสามัญและมหาราชันพิภพ นอกจากนี้ แม้ระหว่างศิษย์ของราชัน
สวรรค์ด้วยกัน มันก็ยังมีศิษย์ที่ได้รับการจัดเป็นอันดับหนึ่งและเป็นศิษย์ที่
ได้รับการจัดอันดับรั้งท้าย
ตามธรรมเนียมของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก เมื่อมีศิษย์อันดับ
หนึ่งของพวกเขากำลังจะกลายเป็นราชันสวรรค์ ราชันสวรรค์ผู้นั้นก็จะ
ก้าวออกมาเพื่อจัดงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก จากบรรดาเหล่าราชัน
สวรรค์ที่ได้จัดงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกขึ้น, ความแข็งแกร่งของ
พวกเขาโดยเฉลี่ยจะสูงมาก แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาก็จะอยู่
ในระดับเดียวกับราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
ราชันสวรรค์ที่อ่อนแอจะไม่จัดงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
กลับกัน ผู้สืบทอดของพวกเขาจะเข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
ที่จัดขึ้นโดยราชันสวรรค์คนอื่นๆ
และหลายสิบคนเหล่านี้ก็อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ในฐานะผู้สืบทอด
ของราชันสวรรค์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องลงแข่งในรอบเบื้องต้นและรอบ
รองชนะเลิศ สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เลย
“มันมีบางคนที่น่าสนใจได้ปรากฏตัวขึ้น ในสนามต่อสู้ของดาว
แสงธวัล ผู้เข้าร่วมอันดับหนึ่ง – เสวี้ยถู ในสนามต่อสู้ของดาวข่ายอำพัน
ผู้เข้าร่วมอันดับหนึ่งและอันดับสองคือ หงหยู่และเฉากวาง และแน่นอน
คนที่รุ่งโรจน์ที่สุดก็เป็นอันดับที่ 1 และ 2 ที่เข้าร่วมการแข่งขันในสนาม
ต่อสู้ของดาวสุสานจันทรา หลินหมิงและเขี้ยวมังกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หลินหมิง มีการกล่าวว่าเขาเหนือกว่าผู้สืบทอดของราชันสวรรค์”
“เหนือกว่ากว่าเรา?”
หลายคนในปัจจุบันหัวเราะเบาๆ “มันเป็นเพียงแค่การคุยโวของคนที่
ไม่เคยเห็นโลกกว้าง คนเหล่านั้นไม่ได้เคยเห็นด้านตำหนักของราชัน
สวรรค์ และพวกเขาก็ยังกล้าที่จะกล่าวเรื่องไร้สาระเช่นการเปรียบเทียบ
ใครบางคนกับผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ น่าขันยิ่ง!”
“ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงนักสู้สามัญ ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะ มันได้รับผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ซึ่งเป็นผู้ครองอันดับ สิ่ง
ที่เรียกว่าอัจฉริยะของโลกอันยิ่งใหญ่ของคนเหล่านั้น พวกเขาสามารถ
ต่อสู้ได้มากเท่าที่พวกเขาต้องการเพื่อแถลงอันดับปฐพีก็ แต่ไม่มีที่ว่างให้
พวกเขายืนบนแถลงอันดับสวรรค์
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์เป็นตัวตนที่ภาคภูมิและสูงส่ง เป็นธรรมดา
ที่พกวเขาจะไม่เต็มใจเชื่อได้ว่าคนอื่นจะสามารถเหนือกว่าพวกเขาได้
อย่างไรก็ตาม รุ่นเยาว์คนนั้นก็กล่าวเสริมอีกครั้งว่า “แต่เวลานี้มัน
ต่างออกไป หลินหมิงเป็นคนที่ร้ายกาจมาก ข้าได้ยินมาว่าเขาปีนขึ้นไปถึง
ชั้น 33 ของแท่นผนึกเทวะและสร้างปาฏิหาริย์ขึ้น”
ขณะที่รุ่นเยาว์คนนี้พูดจบ อีกคนนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มก็เกือบจะพ่น
เหล้าองุ่นที่เขาดื่มอยู่ออกมา
“ลู่อวี่, เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
“ชั้น 33 ของแท่นผนึกเทวะเป็นเรื่องที่พูดเกินจริงหรือไม่?”
“ถูกต้อง, แท่นผนึกเทวะเป็นสมบัติจิตวิญญาณของราชันสวรรค์เอก
ภพอนันต์ใช่หรือไม่? เจ้าของก็มาจากตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์มิใช่
หรือ?”
ชายหนุ่มที่เรียกว่าลู่อวี่เปิดปากของเขา สีหน้าของเขาซีด ถ้าหากไม่
ได้มาจากตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ามันยากที่จะ
ปีนขึ้นไปยังแท่นของแท่นผนึกเทวะก็ตาม แต่พวกเขาจะไม่เข้าใจจนกว่า
พวกเขาจะได้เห็นมันด้วยสายตาของตัวเอง แต่ในฐานะศิษย์ของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์, ลู่อวี่ย่อมได้รู้อย่างลึกซึ้งถึงความผิดปกติอย่างน่าขัน
ที่นักสู้ขั้นเทพสมุทรได้ปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะl!
“กล–กล่าวเกินจริง? มันยิ่งเกินกว่าเกินจริง!” ลู่อวี่ตะโกนออกมาใน
หัวใจของเขา ในเมื่อหลินหมิงได้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แล้ว เขาก็ย่อมอยู่ที่ขั้นเทพสมุทร!
เขากัดฟันและพูดว่า “ทุกคนกินต่อได้ ข้าจะกลับมาก่อน”
ปฏิกิริยาของลู่อวี่คือการวางถ้วยไวน์และรีบจากไป เขาต้องการ
ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือเท็จ
สำหรับคนอื่นๆ พวกเขาเหลือบมองกันและกัน การตอบสนองของ
ลู่อวี่ไม่ใช่แค่แสดงใช่หรือไม่?
“หลินหมิงผู้นี้สามารถทำให้เขาตอบสนองด้วยท่าทางไร้สาระเช่นนี้?”
“เกี่ยวกับแท่นผนึกเทวะ ข้าเคยได้ยินบางสิ่งบางอย่าง แท่นผนึกเท
วะเป็นส่วนสำคัญของการทดสอบศักยภาพ หรือศักยภาพของหลินหมิงได้
เหนือกว่าพวกเรา?”
“แต่ต่อให้ข้าเชื่อ ไม่ว่าในกรณีใด รอบชิงชนะเลิศจะเริ่มเร็วๆนี้ ข้าจะ
ดูด้วยตาของตัวเองว่าหลินหมิงผู้นี้ร้ายกาจถึงเพียงใด”
“ใช่แล้ว เราจะรู้ในไม่ช้าก็เร็ว มาเถอะ, ดื่มกันต่อ”
……………
โลกแสงโลหิต, กองบัญชาการของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
เผ่าฟีนิกซ์โบราณเดิมทีก็มีอิทธิพลอย่างมากในโลกแสงโลหิต
กองบัญชาการของเผ่าฟีนิกซ์โบราณมักจะคึกคักด้วยผู้คน ท้องฟ้าจะถูก
น้ำท่วมด้วยพาหนะ เรือจิตวิญญาณ เกวียนศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
นับไม่ถ้วน และแม้แต่ผู้ปกครองเทวะ
แต่ในวันที่ผ่านมานี้ มีนักสู้มากกว่าร้อยเท่าเข้ามาเยี่ยมเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ!
ท้องฟ้าทั้งหมดถูกครอบครองโดยพาหนะต่างๆและเรือจิตวิญญาณ
และนักสู้ที่แข็งแกร่งจำนวนมาก
เดิมที่ ส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และผู้ปกครองเทวะ แต่
ตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองเทวะ, กึ่งราชันพิภพ, และแม้กระทั่งราชัน
พิภพ!
มีแม้แต่ผู้ปกครองเทวะบางส่วนที่อ่อนแอซึ่งละอายใจที่จะเข้าไปใน
ประตูขณะที่พวกเขาเห็นหลายคนต่างเป็นผู้ปกครองเทวะสูงสุดและ
แม้แต่เรือรบจิตวิญญาณของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพที่กำลังแล่นเรือข้าม
ฟากฟ้า
โดยไม่ต้องสงสัย คนเหล่านี้ต่างมาเพื่อหลินหมิง
ตัวตนระดับผู้ปกครองเทวะส่วนใหญ่ได้มาเพื่อเป็นสหายและสร้าง
ความสัมพันธ์กับเผ่าฟีนิกซ์โบราณ คนเหล่านี้ตระหนักดีถึงสถานะของ
พวกเขา ตอนนี้หลินหมิงเป็นตัวตนที่พกวเขาสามารถเข้าพบได้ง่าย?
ท่ามกลางคนกลุ่มนี้ มันก็มีกลุ่มคนที่มีบ่มเพาะต่ำ คนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดในหมู่พวกเขาอยู่เพียงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย อย่างไรก็ตาม
คนเหล่านี้ด็ยังมีสถานที่ในการยืนอยู่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ และพวกเขายัง
ได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพ
เหล่านี้คือผู้คนจากนิกายพันธนาการฟ้าของโลกลิขิตสวรรค์อัน
ยิ่งใหญ่
“เห้อ ต้องขอบคุณพรของเหล่าศิษย์หญิงทั้งสองคนผู้นั้นเราจึง
กลายเป็นแขกผู้มีเกียรติที่นี่ได้”
ชายชุดดำคนหนึ่งที่นำคนของเขากล่าวความคิดเห็นออกมา เขาเป็น
ผู้ก่อตั้งนิกายพันธนาการฟ้า โดยปกติแล้ว เขาจะถือได้ว่าเป็นคนที่มี
สถานะอยู่บ้าง แต่ที่นี่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณนั้น เขาก็มิได้มีอันใดเลย แขก
คนอื่นๆต่างก็เป็นตัวตนน่าทึ่ง มิต้องกล่าวถึงผู้ใต้บังคับบัญชาของคน
เหล่านั้น ผู้ก่อตั้งนิกายพันธนาการฟ้าก็ยังไม่สามารถประมือกับศิษย์ของ
พวกเขาได้ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม คนที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้ก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้เข้าพบหลินห
มิง และพวกเขาอาจกระทั่งจะไม่ได้มีโอกาสเห็นตัวตนระดับสูงของเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณด้วยซ้ำ! พวกเขาสามารถทักทายได้เพียงผู้แทนฝ่ายกิจการ
ภายใน, ผู้อาวุโสคุมกฏ,ผู้อาวุโสตัดสินและผู้อาวุโสอื่นๆเท่านั้น
“ฉากนี้น่าทึ่งเกินไปแล้ว”
“เราเป็นกบในกะลาอย่างแท้จริง เวลานี้ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่
ดีอย่างมาก”
ผู้อาวุโสหลายคนถอนหายใจด้วยอารมณ์ และข้างๆพวกเขา หยู
โหย่วหมิงก็เงียบงันด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก ไม่นานในก่อนหน้านี้ เขา
ถือได้ว่าเป็นตัวตนที่น่าภาคภูมิซึ่งได้รับเลือกจากสวรรค์ ตั้งแต่แรกเกิดจน
โตเป็นผู้ใหญ่ เขาถูกปกคลุมด้วยรัศมีของการถูกเรียกว่าอัจฉริยะเขาเป็นที่
นับถือจากผู้อื่น แต่ตอนนี้ เขาก็เป็นเพียงแค่เรื่องตลกเมื่อเทียบกับหลินห
มิง
“ข้าจะต้องฝึกหนักเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าข้าอาจจะไม่อาจถึงระดับของ
เขา แต่ในสักวันหนึ่ง ข้าก็จะทำให้นิกายพันธนาการฟ้ารุ่งโรจน์เพราะข้า!”
หยูโหย่วหมิงกำหมัดแน่น ปฏิญาณไว้ในใจ อย่างไรก็ตาม ความจริงก็
คือในทั้งแดนเทวะก็มีชายหนุ่มนับไม่ถ้วนได้ตั้งคำปฏิญาณที่คล้ายคลึงกัน
แต่เพียงส่วนน้อยมากที่จะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในฝันของพวก
เขาได้ หลายคนอาจพินาศลงก่อน ความปรารถนาและความหวังของพวก
เขาจะมิได้รับการเติมเต็ม
เส้นทางแห่งนักสู้เป็นเรื่องที่โหดร้ายอย่างไร้ปราณี
เผ่าฟีนิกซ์โบราณอาจถือได้ว่าอยู่จุดสูงสุดในความรุ่งโรจน์ของพวก
เขาในขณะนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดหลายคน รวมทั้งเจ้านิกายในปัจจุบันต่างกำลัง
เหนื่อยล้าจากการทักทายแขกผู้มาเยือนที่ไม่รู้จบ แม้ว่าพวกเขาจะมาแวะ
เยี่ยมเยียนเผ่าฟีนิกซ์โบราณ แต่ทุกคนก็เป็นคนที่มีทรงพลัง เพราะฉะนั้น
พวกเขาจึงไม่สามารถถูกปฏิบัติอย่างเย็นชาได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาทักทายแขกเหล่านี้ พวกเขาก็รู้สึกกังวล
เล็กน้อย เพราะตั้งแต่หลินหมิงกลับมา เขาก็ยังไม่ได้ตื่น
จนถึงขณะนี้ มันก็ผ่านไป 10 วันแล้ว
ฮั่วเล่ยสือเองก็กังวลอย่างยิ่ง หลินหมิงได้หลับนานเกินไปและเหตุผล
ก็ยังไม่เป็นที่รู้
ในวันนี้ เขาได้สืบสวนถึงสาเหตุการหลับของหลินหมิง แต่ก็ไม่รู้เรื่อง
อยู่ดี
แม้กระทั่งเสี่ยวเต๋าจื่อเดินทางมายังที่นี่เอง แต่เขาก็ไม่สามารถหา
เหตุผลได้ ถ้าจะหาเหตุผลที่ง่ายก็คือ ความอ่อนล้า แต่ด้วยความสามารถ
ในการฟื้นฟูของหลินหมิง นั่นก็ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย