Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,271 พบกันในที่สุด
“ผู้อาวุโสฮั่ว มีคนรออยู่ข้างนอกเพื่อขอพบหลินหมิง ช่างน่าปวดหัว
ยิ่ง…”
ผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณของตระกูลเซี่ยวกล่าวกลับฮั่วเล่ยสือ
“ประกาศว่าหลินหมิงได้เข้าสู่การปิดด่าน และเขากำลังเข้าฌานในวิถี
บางอย่างที่เขาเข้าใจได้จากแท่นผนึกเทวะจึงไม่อาจพบผู้ใดได้ ปล่อยให้
พวกเขารอตามที่ต้องการ!”
เผ่าฟีนิกซ์โบราณไม่ต้องการที่จะเผยแพร่ข่าวที่ว่าหลินหมิงได้หลับ
ลึกออกไป เพราะนี่จะสร้างผลกระทบร้ายแรงมาก หลินหมิงเป็นตัวตนที่
โดดเด่นอย่างมาก จนถึงจุดที่มีหลายคนดวงตาแดงก่ำไปด้วยความอิจฉา
คนเหล่านี้อาจไร้ความสามารถ แต่พวกเขามีทักษะในการเผยแพร่
เรื่องโกหกและข่าวลืออย่างมาก แม้ว่าหลินหมิงจะมิได้เป็นอันใดก็ตาม
แต่คนเหล่านี้ก็ต้องการที่จะทำให้เผ่าฟีนิกซ์โบราณกลายเป็นเรื่องตลก
“มีบางคนที่… เชื่อว่าเราให้หลินหมิงเข้าสู่การปิดด่านเพื่อเป็นข้ออ้าง
แม้ว่าจะยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน แต่ก็ทำให้เกิดความกดดันกับเรา
บ้าง”
“จัดการกับพวกเขา พวกเขามิใช่เพียงเหล่าผู้ปกครองเทวะและกึ่ง
ราชันพิภพหรอกหรือ? ใครสนใจพวกเขา? รับมือกับพวกเขาให้ได้!”
ฮั่วเล่ยสือรู้สึกไม่สบายใจกับคนเหล่านี้ เขาจะมีความอดทนเพียงการ
อธิบายต่อราชันพิภพที่แท้จริง
“เจ้าหลินหมิง, เขากำลังทำสิ่งใดอยู่กันแน่!”
ฮั่วเล่ยสือกล่าว ถอนหายใจ ในความเป็นจริง เขาเป็นห่วงหลินหมิ
งมาก เขาไม่ได้กังวลว่าหลินหมิงจะล้าช้าในการเดินทางไปยังตำแหน่ง
ที่ตั้งของรอบชิง แต่กลัวว่าหลินหมิงจะได้รับบาดแผลบางอย่างจากแท่น
ผนึกเทวะแทน
แท่นผนึกเทวะมีความลึกลับอย่างมาก ถ้ามีความเสียหายกับทะเล
แห่งจิตวิญญาณหรือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาที่ไม่มีใครสามารถตรวจพบ
ได้แล้ว มันก็ยังจะไม่แปลกเกินไป
อีก 20 วันผ่านไป
หลินหมิงยังคงหลับลึก ความฝันของเขาดูเหมือนไร้สิ้นสุด เขาฝันว่า
เขาไปเข้าไปอยู่ในยุคเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน เขาต่อสู้กับเผ่าโบราณ
เอาชนะศัตรูที่ทรงพลังนับไม่ถ้วน ฆ่าอย่างไร้สิ้นสุดและกลายเป็นวีรบุรุษ
แห่งยุคของตน
ในช่วงเวลานี้ เขาได้แสวงหาแดนเร้นลับ ทำให้เกิดการทะลวงขึ้น
พลังใหม่ในความแข็งแกร่งของเขา เขาสาบานภราดรภาพกับสหายที่ร่วม
เสี่ยงชีวิตของเขา ก่อตั้งนิกายที่ครองโลกอยู่ในความรุ่งโรจน์ที่สุด
ในที่สุด การบ่มเพาะของเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก เขาก้าว
เข้าสู่จุดสูงสุดของนักสู้ สร้างพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของตัวเอง และ
จากนั้นก็สามารถต้านทานมหาภัยพิบัติได้…
มหาสงครามครั้งนี้ทำให้สวรรค์และปฐพีสั่นสะเทือน ปีศาจและเทพ
ต่างเคลื่อนไหว
ทุกฉากสมจริงอย่างที่สุด หลินหมิงไม่รู้ว่าหลายวันเพียงใดที่เขานอน
นิ่ง แต่ทันใดนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมา เขาค้นพบว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียง
ขนาดใหญ่ และร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
ด้านข้างเขา มีหญิงสาวสองคนที่อ่อนโยนและสง่างาม พวกนางมอง
เขาด้วยความประหลาดใจ
หลินหมิงคุ้นเคยกับใบหน้าของหญิงสองคนนี้ พวกนางคือมู่เชียนหยี่
และฉินซิงเซวียน
หยี่เอ่อร์ ซิงเซวียน?” หลินหมิงตกใจ จิตใจของเขายังอยู่ในความ
สับสน “เจ้าอยู่ที่นี่?”
เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ทุกอย่างในหัวของเขาความสับสนอย่างมาก เขา
พบว่ามันยากที่จะแยกแยะระหว่างภาพลวงตากับความเป็นจริง ทั้งหมดนี้
เป็นเพราะความฝันอันยาวนานของเขาที่สมจริงมากเกินไป
“หลินหมิง ในที่สุดเจ้าก็ตื่นขึ้นมา”
“พี่หลิน!”
มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนเริ่มร้องไห้ด้วยความสุข หลินหมิงหลับอยู่
นานกว่าหนึ่งเดือน ในระหว่างช่วงเวลานี้ ตัวตนระดับสูงจำนวนมากของ
แดนเทวะได้มาขอพบหลินหมิง รวมทั้งเสี่ยวเต๋าจื่อ ถึงกระนั้นก็ตาม มันก็
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวเต๋าจื่อรู้สึกเพียงว่าทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของหลินหมิงปกติดี และไม่ควรมีปัญหาใดๆกับเขา
ไม่ได้มีปัญหาใดเกิดขึ้นแต่กลับยังไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้นั้น มู่เชียน
หยี่และฉินซิงเซวียนจะไม่กังวลได้อย่างไร? พวกนางเฝ้าหลินหมิงข้างกาย
ตลอดเวลาจนเขาตื่นขึ้นมา
“ข้าอยู่ที่ใด?”
“นี่คือกองบัญชาการของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ! พี่หลินหลังจากที่ท่านถูก
นำตัวลงจากชั้น 33 ของแท่นผนึกเทวะแล้ว ท่านก็หลับลึกและนานกว่า
หนึ่งเดือน!”
“กว่าหนึ่งเดือน?” หลินหมิงลูบหน้าผากของเขา เขาไม่คิดว่าจะหลับ
นานกว่าหนึ่งเดือน “หยี่เอ่อร์, ซิงเซวียน, เจ้ามาถึงแดนเทวะได้อย่างไร?”
หลังจากหลับเป็นเวลาหนึ่งเดือนและตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลันแล้ว ได้
เห็นทั้งหยิงที่รักทั้งสองอยู่ข้างกาย เขาก็รู้สึกอบอุ่นอย่างไม่อาจอธิบายได้
ในหัวใจ
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว สิ่งที่เรียกว่าความอบอุ่นและ
ความสุข
นับตั้งแต่หลินหมิงก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนักสู้ เขาไม่ได้รู้สึกถึง
ความรู้สึกเหล่านี้บ่อยนัก ปีแล้วปีเล่า เขามีประสบการณ์การต่อสู้และการ
ฆ่า, การเดินทาง, ผ่านอันตรายเสี่ยงชีวิตของเขาบ่อยครั้ง!
แม้ว่าหลินหมิงเป็นคนที่ชื่นชอบการต่อสู้และผจญภัยที่มีความเสี่ยง
แต่หลังเป็นเวลานาน มันก็ย่อมทำให้แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่กับเขา!
ตอนนี้เขาตื่นขึ้นจากการหลับลึกและเห็นหญิงสองคนข้างเขา และยัง
สามารถได้กลิ่นหอมของพวกนาง เขาจึงรู้สึกถึงอารมณ์ที่ซ่อนเร้นภายใน
ตัวตื่นขึ้นมาและจำเป็นต้องปล่อยพวกมัน เขากอดฉินซิงเซวียนและมู่
เชียนหยี่ ดึงพวกนางเข้ามาในอก ค่อยๆกอดและจูบ
เขากล่าวเบาๆว่า “ข้าดีใจที่ได้เห็นเจ้าทั้งสองคนที่นี่มาก”
ไม่มีคำพูดใดๆที่ไม่เกี่ยวข้องหรือบทกวีรักที่หวานหยดย้อย คำพูด
ของหลินหมิงตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ ถึงกระนั้นก็ตาม มู่เชียนหยี่และ
ฉินซิงเซวียนก็รู้สึกว่าแก้มของพวกนางเปียกไปด้วยน้ำตา
แม้ว่าพวกนางจะไม่ต้องการที่จะยอมรับเรื่องนี้ แต่พวกนางรู้ในหัวใจ
ของพวกนางแล้วว่าหลินหมิงเริ่มห่างไกลออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อหญิงทั้งสองเห็นหลินหมิง พวกนางยังคง
ต้องระมัดระวังในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะขาดความมั่นใจหลินหมิงยังคง
มองตนเช่นเดิมหรือไม่ แต่ขณะที่หลินหมิงกอดพวกนาง มันก็ทำให้
กำแพงในหัวใจของพวกนางละลายไปเหมือนหิมะสีขาวภายใต้
แสงอาทิตย์ฤดูร้อน
“หยี่เอ่อร์, ซิงเซวียน, เจ้าทั้งสองมาที่แดนเทวะได้อย่างไรกัน?”
หลังจากกอดกันเป็นเวลานาน ทั้งสามคนก็แยกตัวออก และหลินห
มิงเริ่มถามคำถาม
หลังจากได้ยินคำถามนี้ ฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ก็ดูเศร้ามาก ทั้ง
สองคนเคยอยู่ในแดนเทวะมาแล้วกว่าหนึ่งปี พวกนางเคยประสบกับ
ความยากลำบากมากมาย แต่เมื่อผ่านเส้นที่บิดเบี้ยวของชะตากรรม พวก
นางก็สามารถพบหลินหมิงโดยไม่มีปัญหาใดๆเลย มิเช่นนั้น ถ้า
สถานการณ์แตกต่างออกไป พวกนางก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเพียงใด
จนกว่าจะได้พบกันใหม่
มู่เชียนหยี่กล่าวว่า “สถานการณ์ในแดนเบื้องล่างนั้นเรียบร้อยดี ด้วย
ความช่วยเหลือของผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว, เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จึงมีเสถียรภาพ
และแทนที่ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า หลายเป็นหนึ่งในสี่อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ ความจริง นิกายไม่ต้องมีเราอยู่ที่นั่นอีกต่อไป และเราก็ไม่
ต้องการเสียเวลาของเราในแดนเบื้องล่าง
หลังจากที่ มู่เชียนหยี่ได้กล่าว หลินหมิงได้คิดออกได้จากสายตาของ
พวกนาง
พวกนางไม่ต้องการระยะห่างกับเขา ถ้าหลินหมิงอยู่ในแดนเทวะ
และพวกนางอยู่ในแดนเบื้องล่าง ความเหลื่อมล้ำระหว่างทั้งสามจะโตขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งในการบ่มเพาะ อายุขัยหรือระยะทาง
นักสู้ของทวีปนภารินไหลถูกจำกัดให้อยู่ในขอบเขตของขั้นเทพสมุทร
ช่วงปลาย แต่ นักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายก็มีชีวิตอยู่ได้มากสุดถึง
10,000 ปี สำหรับหลินหมิง อายุขัยในอนาคตของเขาอาจจะถึงร้อยล้าน
ปี
ไม่เพียงแค่นั้น นับแต่หลินหมิงขึ้นไปสู่แดนเทวะพวกนางไม่ได้รับข่าว
เกี่ยวกับเขา พวกนางไม่รู้ว่าเขาตายหรือยังมีชีวิตอยู่ แล้วเหตุใดพวกนาง
จึงจะรู้สึกสบายใจได้เล่า? ไม่ว่าอย่างไร จากสิ่งที่พวกนางรู้ ภายในแดนเท
วะ นักสู้ขั้นเทพสมุทรก็ย่อมไม่มีอันใดเลย ผู้หนึ่งมีพลังที่จะปกป้องตัวเอง
ได้เมื่ออยู่ในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่เมื่อหลินหมิงขึ้นสู่แดนเทวะ
เขาก็อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 ไม่ว่าหลินหมิงจะมีพรสวรรค์มาก
เพียงใด มันก็จะใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาที่ผู้เชี่ยวชาญจะฆ่าเขาได้
หลังจากทั้งหมดนี้รวมกันแล้ว พวกนางจึงตัดสินใจที่จะก้าวขึ้นสู่แดน
เทวะและค้นหาหลินหมิง ถึงแม้ว่าพวกนางจะไม่อธิบายถึงกระบวนการนี้
แต่หลินหมิงก็สามารถจินตนาการได้ว่าพวกนางประสบกับความทุกข์
ทรมานและความยากลำบากทุกประเภท
“มันเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าทั้งสองคน” หลินหมิงถอนหายใจ
เขาเป็นคนที่หัวใจของเขามุ่งเน้นไปบนเส้นทางแห่งนักสู้ เขาได้พ่าย
แพ้เมื่อมันเรื่องความรู้สึกและอารมณ์
แต่ในความเป็นจริง หลินหมิงกลับดีกว่าคนอื่นๆมาก มีอัจฉริยะและ
ผู้เชี่ยวชาญมากมายที่ไร้ซึ่งความรู้สึกและความรัก
ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มักอาศัยอยู่เป็นเวลานับล้านหรือมากกว่า 10
ล้านปี หากพวกเขามาจากภูมิหลังที่ยอดเยี่ยม และบิดามารดาของพวก
เขาก็เป็นผู้ทรงพลังอยู่แล้ว พวกเขาก็จะดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าพวกเขามา
จากพื้นหลังทั่วไปยังต่ำต้อยแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะใช้ทุกประเภทของ
วิธีการและโอสถเพื่อยืดชีวิตของบิดามารดา บิดามารดาของพวกเขาจะ
อยู่ได้เพียงหมื่นหรือแสนปีเท่านั้น ในที่สุดพวกเขาก็จะตายลง
สำหรับภรรยาของพวกเขา นี่ก็เป็นความจริงเช่นกัน คนเหล่านี้มักจะ
มีภรรยาที่แตกต่างกันในเวลาที่ต่างกัน เนื่องจากความเร็วของพวกเขา
เติบโตเร็ว และไม่มีใครสามารถตามทันพวกเขาได้
หญิงที่พกวเขาแต่งงานระหว่างวัยสาวจะค่อยๆอายุมากขึ้นและใน
ที่สุดก็ตายไปก่อน ยกเว้นเพียงอย่างเดียวก็คือ ถ้าพวกเขาแต่งงานกับ
บุตรสาวที่ภาคภูมิแห่งสวรรค์เช่นเสี่ยวหมัวเซียนและสำหรับอัจฉริยะที่มี
ภูมิหลังต่ำต้อย พวกเขามักจะไม่มีอะไรมากไปกว่าวัชพืชและหญ้าในช่วง
วัยหนุ่มสาว ดังนั้นที่พวกเขาจะได้พบกับผู้หญิงเช่นนั้นได้อย่างไร?
นอกจากความรักแล้ว อารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาต่อบุตรก็ยังจะ
เป็นเพียงการผายลม นักสู้ผู้มีพรสวรรค์ไร้เปรียบจะมีผู้สืบทอดจำนวน
มาก นอกจากนี้แล้ว เด็กก็ยังจะมีชีวิตยืนยาวกว่าบิดามารดา เหตุผลที่
บรรดาปุถุชนได้ให้ความรักในบุตรของตนก็เป็นเพราะอายุขัยที่สั้นของ
พวกเขา สำหรับพวกเขา เด็กเป็นมรดกสืบทอดในชีวิตของพวกเขา แต่
สำหรับนักสู้อัจฉริยะแล้ว สถานการณ์นี้ไม่ได้มีอยู่เลย
อย่างช้าๆ นักสู้มักจะกลายเป็นสองแบบ พวกเขาทั้งตั้งใจจะลงทุน
ทุกสิ่งทุกอย่างในการตามเส้นทางนักสู้และยังคงความบริสุทธิ์ในหัวใจ
ส่วนอีกแบบก็คือการมีภรรยาน้อยและเด็กจำนวนมาก
หลินหมิงกอดหญิงทั้งสองไว้ในความเงียบก่อนที่จะแยกตัวออกจาก
พวกนาง เขาเอื้อมมือของตนไปยังข้าที่อ่อนนุ่มของมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซ
วียน และพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า “พวกเจ้าวางแผนที่จะอยู่ในเผ่าฟีนิกซ์
โบราณในอนาคตหรือไม่? ข้าสามารถผู้อาวุโสสูงสุดจัดเตรียมสำหรับพวก
เจ้าได้”
ทรัพยากรของเผ่าฟีนิกซ์โบราณมีมากเกินพอที่จะฝึกฝนมู่เชียนหยี่
และฉินซิงเซวียนได้ หากพวกนางไม่แสวงหาพลังต่อสู้ที่สูงขึ้นและเลือกที่
จะเพิ่มเพียงการบ่มเพาะเท่านั้นแล้ว พวกนางก็จะไม่ยากถ้าจะยากเป็น
เพียงผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
“หลินหมิง มีหลายคนข้างนอกที่รอคอยจะพบเจ้า” มู่เชียนหยี่กล่าว
กับหลินหมิงขณะที่นางนึกถึงเรื่องนี้
“ผู้ใด?”
“ส่วนใหญ่เป็นขุมกำลังของแดนศักดิ์สิทธิ์จากโลกแสงโลหิตและโลก
อันยิ่งใหญ่อื่นๆในบริเวณใกล้เคียง มีกระทั่งบางส่วนของขุมกำลังราชัน
พิภพ
“ข้าไม่ต้องการพบพวกเขา” หลินหมิงส่ายหัว เขาได้ตัดสินใจแล้ว
เวลาของรอบชิงชนะเลิศกำลังใกล้เข้ามามากขึ้น เขาต้องฝึกฝนให้มาก
ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกนาทีของเวลาของเขามีค่า