Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,275 การทดสอบกฎ
โลกเอกภพอนันต์เป็นโลกอิสระที่เปิดขึ้นโดยผู้ทรงพลังสูงสุดโดยใช้
พลังเหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
ที่นี่ มันมีสังเวียนต่อสู้ขนาดใหญ่ สังเวียนต่อสู้นี้สร้างขึ้นจากเหล็ก
สายฟ้าและหินเทพไร้เวลา มันแข็งจนแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่อาจทำมันเกิดรอยได้
ทั่วสนามนี้ มันมีอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุคนได้หลายร้อย
ล้าน มันสูง 10 ไมล์ขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ยังเล็กกว่าที่สร้างขึ้นโดยเสี่ยวเต๋าจื่
อบนดาวสุสานจันทรา นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตั๋วหายากมาก
ห่างจากสนามนี้ไปหนึ่งร้อยไมล์ มันมีกลุ่มของตำหนักอยู่ ตำหนักแต่
ละแห่งยืดยาวออกไปเป็นระยะทางไกล และแต่ละคนก็เป็นตัวอย่างของ
ความหรูหรา มีการสลักอันวิจิตรและการตกแต่งที่สวยงาม นี่เป็นที่ซึ่ง
บรรดาอัจฉริยะของ 3000 โลกอันยิ่งใหญ่แห่งตั้งอยู่
หลังจากนั้นหนึ่งเดือนครึ่งและการเคลื่อนย้ายทะลวงห้วงมิติหลาย
ครั้ง หลินหมิงก็ได้มาถึงโลกอันกว้างใหญ่ซึ่งจะมีการจัดรอบชิงชนะเลิศขึ้น
“นี่คือโลกเอกภพอนันต์!”
หลินหมิงลอยลงจากเรือรบจิตวิญญาณและค้นพบว่าพลังงานต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพีบนโลกเอกภพอนันต์โกลายิ่งกว่าความวุ่นวายและ
รุนแรงยิ่งกว่าพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีบนโลกยักษ์แบกสวรรค์
หรือโลกแห่งการต่อสู้ที่แท้จริงเสียอีก!
สำหรับอัจฉริยะเช่นหลินหมิง การมีพื้นที่ฝึกฝนพิเศษจะไม่มีผลมาก
นักในตอนนี้ แต่มีนักสู้ขั้นพื้นฐานหลายคนที่ได้ทำได้เพียงฝึกฝนจาก
ภายนอกเท่านั้น แต่ก็ยังทำให้พวกเขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก
สภาพแวดล้อมนี้
หากต้องการบ่มเพาะในโลกเอกภพอนันต์ การอยากจะควบคุมการ
ไหลเวียนของพลังงานต้นกำเนิดก็จะทำได้ยากมาก แต่ถ้ามีคนฝึกฝนที่นี่
ความสำเร็จของพวกเขาก็จะมากขึ้น
ก่อนที่ฮั่วเล่ยสือจะมาถึงที่นี่ เขาได้ติดต่อผู้จัดงานคนหนึ่งจาก
ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์เพื่อหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวของพวกเขา และ
มันเป็นตำหนักอันดับ 52
ตามการจัดเตรียมตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์, 30 ตำหนักแรกมีไว้
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาคือศิษย์สายตรงของ
ราชันสวรรค์
ส่วนตำหนักที่ 31-60 มีไว้สำหรับของผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของรอบรอง
ชนะเลิศจากที่ต่างๆ
จากตำหนัก 61-1000 มีไว้เหล่าศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์ต่างๆ คนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ แต่เป็นศิษย์หลัก
รวมถึงศิษย์อาวุโสผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ สำหรับผู้เข้าร่วมคนอื่น พวก
เขาอยู่ในตำหนักที่ด้อยยิ่งกว่า
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์หลายคนมีอายุหลายล้านปีหรือกระทั่ง
อายุ 10 ล้านปี ในหมู่พวกเขา คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเปรียบได้กับบรรดา
ราชันพิภพสามัญ และหลายคนก็ยิ่งแข็งแกร่งกว่ามหาราชันพิภพ มีแม้แต่
บางคนที่เป็นกึ่งราชันสวรรค์!
คนเหล่านี้มีจำนวนมาก และศิษย์ชั้นยอดของพวกเขาก็มักจะมี
พรสวรรค์มากกว่าศิษย์ชั้นยอดของแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพ
ตำหนักของราชันสวรรค์มีประชากรที่น่ากลัวอย่างแท้จริง ผู้สืบทอด
ต่างก็มีผู้สืบทอดของตนอีกที่ และผู้สืบทอดเหล่านี้ก็มีศิษย์ของพวกเขา
เอง และพวกศิษย์เหล่านี้ก็มีศิษย์ของตัวเองอีกที่ ประชากรจะเติบโต
ในช่วงหลายปีในอัตรามหาศาล และจำนวนคนทั้งหมดได้เกินกว่าล้าน
ล้าน แน่นอน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีคุณสมบัติที่จะติดต่อกับส่วนหลัก
ของตำหนักของราชันสวรรค์
ด้วยพื้นที่รอบรองชนะเลิศ 30 แห่ง และแต่ละพื้นที่คัดออกได้ 300
คน มันจึงมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 9000 คน เมื่อรวมกับศิษย์หลัก 970 คน
และ 30 ศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์ ทั้งหมดก็เป็น 10,000 คน
“หลินหมิง ต่อหน้าเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขัน พวก
เราที่เหลือไม่สามารถเข้าที่นั่นได้ ดังนั้นเราจะแยกกันที่นี่ ยังคงมีประมาณ
10 วันจนกว่ารอบรองชนะเลิศจะเริ่มขึ้น เจ้าไม่ควรใช้เวลาในการฝึก จะ
ดีกว่าหากเจ้าปรับความคิดของเจ้าและเตรียมตัวแทน เจ้าควรผ่อนคลาย
และทำความรู้จักกับอัจฉริยะจากโลกอันยิ่งใหญ่อื่นๆด้วย”
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิงได้มาถึงคอขวดแล้ว เป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญในเวลาเพียง 10 วันที่
เหลือ ถ้าเขาต้องการที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย มันก็จะใช้
เวลาอย่างน้อยหลายปี
“ดี”
หลินหมิงเองก็อยากจะทำความรู้จักกับอัจฉริยะของโลกอันยิ่งใหญ่
อื่นๆ
หลังจากที่ฮั่วเล่ยสือและคนอื่นๆจากไป หลินหมิงก็เดินเข้าไปใน
บริเวณที่อยู่อาศัยด้วยตัวเอง เขาค้นพบว่ามีจัตุรัสขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
ของตำหนักนี้ มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ทุกประเภท มีร้านอาหาร สนามต่อสู้ ร้าน
ขายยาและร้านขายอาวุธ
ในร้านธรรมดา แต่ทุกสิ่งภายในมีราคาแพงมาก แต่มันก็มีคุณภาพสูง
อาวุธที่ด้อยร้ายที่สุดจากร้านค้าก็ยังเป็นอาวุธสิ่งประดิษฐ์ระดับจิต
วิญญาณ แม้ว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณเหล่านี้ไม่มีศักยภาพในการ
เจริญเติบโต แต่ก็ยังคงเท่ากับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดหลายสิบ
หรือกระทั่งหลายร้อยชิ้น
นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล นักสู้ 10,000 คนที่สามารถเข้ามาที่นี่
ต่างเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีความแข็งแกร่งอยู่ใน 3 อันดับแรกของโลก
อันยิ่งใหญ่ของตน นอกเหนือจากนักสู้สัญจรเพียงไม่กี่คน คนที่มีภูมิหลังที่
ด้อยที่สุดยังคงมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพ แล้วพวกเขาจะสนใจ
เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญธรรมดาได้อย่างไร?
กลุ่มรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นหลายคนเดินผ่านถนน แม้แต่ตัวตนเช่นดาบไร้
โลหิตก็ยังดูธรรมดาที่นี่ไปเลย
หลินหมิงเหลือบมองพวกเขาและถอนหายใจ มันเป็นฉากอันน่า
ตื่นเต้นที่ได้เห็นบรรดาอัจฉริยะจากทั้งแดนเทวะรวมตัวกันที่นี่ คนเหล่านี้
ต่างเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะ แต่ถึงเช่นนั้น คนส่วนใหญ่ของคนเหล่านี้
ก็ไม่ได้ดีงดุดความสนใจของหลินหมิง คนที่หลินหมิงเห็นว่าเป็นภัยคุกคาม
ที่แท้จริงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เขี้ยวมังกร แต่ยังมีปิงเมิ่ง…
“หลินหมิง!”
หลินหมิงก็หยุดลงทันทีที่ได้ยินว่ามีคนเรียกหาเขา เขาหันไปมองนัก
สู้ในชุดสีม่วงที่วิ่งเข้าหาเขา เขาเองก็มีความประทับใจจากสหายคนนี้: เขา
เป็นนักสู้ที่ชื่อตงเฉียนในรอบรองชนะเลิศที่ดาวสุสานจันทรา เขาพ่ายแพ้
เมื่อเขาปีนขึ้นไปชั้น 31 ของแท่นผนึกเทวะ ความแข็งแกร่งของเขาอยู่
อันดับ 5 ในรอบรองชนะเลิศดาวสุสานจันทรา ด้อยกว่าเพียงโยวหวูจิ่น
และดาบไร้โลหิต
“ตงเฉียน!”
“ใช่แล้ว พี่หลินเดินทางมาถึงแต่เนินๆ แต่ข้าได้มาก่อนแล้วประมาณ
1 เดือนพี่หลินดูเหมือนว่าตอนนี้ท่านได้ฝึกฝยเรียบร้อยแล้ว ข้าต้องบอก
ว่าข้าอิจฉาความแข็งแกร่งของท่าน”
ตงเฉียนอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย ขั้นถัดไปสำหรับ
เขาคือขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จึงไม่มีทางใดที่เขาจะเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่งของตนได้โดยการบ่มเพาะ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงรับรู้กฎไป
เรื่อยๆเท่านั้น แต่ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เขาจะไปสามารถรับรู้ได้สัก
เพียงใด?
“พี่หลินเพิ่งมาถึง ดังนั้นท่านคงไม่ค่อยคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ มา
ข้าจะพาท่านไปยังสถานที่น่าสนใจบางแห่ง มันมีสถานที่อันน่าสนใจ ข้า
คิดว่าพี่หลินคงจะชอบที่จะมองหาเพียงอัจฉริยะที่คู่ควร”
ตงเฉียนนั้นหยิ่งและภาคภูมิใจมาตั้งแต่เกิด แต่หลังจากที่ได้เห็น
หลินหมิงบนแท่นผนึกเทวะ เขาก็รู้สึกไม่รู้สึกอะไรนอกจากความรู้สึกชื่น
ชมจากเบื้องลึกต่อหลินหมิงและต้องการเป็นสหายกับเขา ในอนาคต ตง
เฉียนจะเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลอย่างมาก มันจะไม่มีอันตรายใดๆและมีแต่จะ
ได้รับถ้าเขาเป็นสหายกับยอดผู้เชี่ยวชาญเช่นหลินหมิง
“ได้” หลินหมิงตอบตกลง เขาเองก็สนใจเรื่องนี้ด้วย
ตงเฉียนได้นำหลินหมิงไปตามถนนหลายสายและผ่านกลุ่มตำหนัก
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงจัตุรัสขนาดใหญ่ที่มีผู้คนจำนวนมากมาชุมนุม
จัตุรัสนี้มีชนชั้นสูงหลายร้อยคนทั้งชายและหญิง ในศูนย์กลาง มันมี
แท่นคริสตัลขนาดใหญ่และแท่นนี้ส่องประกายด้วยสีสันที่หลากหลาย
“มันคือสิ่งใดกัน?”
“มันใช้ในการทดสอบกฏของคนผู้หนึ่ง ข้าเองก็ยังเห็นสิ่งนี้ที่ตำหนัก
ของข้า และพวกมันใช้ทดสอบระดับที่ผู้ท้าชิงการทดสอบสามารถเข้าใจ
กฎได้ แต่อันนี้ใหญ่กว่าที่เคยเห็นมาก่อนหลายเท่า”
อธิบายตงเฉียน นี่เป็นสถานที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่เขาได้กล่าวถึง
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน มีเครื่องมือวิเศษที่สามารถทดสอบความ
เข้าใจของกฎได้เช่นนั้นหรือ?
“มาเถอะ ไปลองลองดูกัน”
หลินหมิงตามตงเฉียนไปข้างหน้า แท่นคริสตัลถูกแบ่งออกเป็นเก้า
ระดับสี: สีแดง, สีส้ม, สีเหลือง, สีเขียว, สีคราม, สีม่วง, สีดำและสีขาว แต่
ละสีจะสอดคล้องกับชุดวิถีแห่งกฎที่แตกต่างกัน
เมื่อหลินหมิงเดินไปข้างหน้า เขาก็เห็นนักสู้เพิ่งลงมาจากแท่นคริสตัล
สี่ระดับแรกของแท่นคริสตัลได้สว่าง แต่ระดับ 5 เพียงมีแสงสลัวครู่หนึ่ง
เท่านั้นก่อนที่จะดับลง
“กฎระดับ 4 เป็นขีดจำกัดของเขา และเขาก็แทบจะไม่สามารถเข้าถึง
ถึงวิถีระดับ 5 ได้ ไม่เลวเลย”
หลายคนในปัจจุบันได้ฝึกฝนกฎระดับ 4 ให้ได้จุดสูงสุดแล้ว ความ
แตกต่างก็คือว่า พวกเขาเข้าใจวิถีระดับ 5 ได้บ้างหรือไม่ และมันลึกซึ่ง
มากเพียงใด
เหนือกว่าระดับ 5 ทุกความก้าวหน้าแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือไม่ธรรมดา
แล้ว
“ศิษย์พี่ซงยอดเยี่ยมมาก ฮ่าๆ ผลลัพธ์ของเจ้าไม่ด้อยไปกว่าพวกศิษย์
หลักของตำหนักสวรรค์ที่เพิ่งก้าวขึ้นไปเลย!”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าเราด้อยกว่าพวกเขาหรือ? อาจารย์ของพวกเขา
คือมหาราชันพิภพ และเราก็ด้วย! เพียงแค่คิดเกี่ยวกับวิธีการจัดอันดับ
ตำหนักของเราข้าโกรธแล้ว ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ถูกจัดอยู่ในชั้น 30
ตำหนักแรก และอันดับหนึ่งของรอบรองชนะเลิศแต่ละคนก็ได้อยู่ใน
ตำหนักที่ 31-60 และจากนั้นก็ศิษย์ตำหนักของราชันสวรรค์และสุดท้าย
คือเรา มันเหมือนพวกเขาคิดว่าเราไม่มีค่าอะไรเลย”
“ใช่แล้ว! ไม่เหมือนเหล่าศิษย์ของตำหนักของราชันสวรรค์ที่เป็นศิษย์
หลักของราชันสวรรค์ พวกเขาเป็นเพียงศิษย์สายตรง ดังนั้นพวกเขาจึงถูก
จัดให้อยู่เหนือเราได้อย่างไร!”
“เราจะได้เห็นว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรในรอบชิงชนะเลิศ เพียง
เพราะมีที่สถานะเช่นนั้น แต่กลับมิได้เห็นเราอยู่ในสายตาเลย! ในความ
เป็นจริง พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะได้เห็นราชันสวรรค์ด้วยซ้ำ พวกเขา
ไม่มีอะไรนอกจากสุนัขจิ้งจอกที่แสร้งทำตัวเป็นเสือโคร่ง”
ที่ด้านข้าง หลินหมิงได้ยินการสนทนาดังกล่าว
เหล่าอัจฉริยะนั้นต่างก็หยิ่งมาก จากวิธีการที่ตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์ได้จัดที่พักอาศัยของผู้เข้าร่วม มันก็สามารถเห็นได้ว่าพวกเขามอง
ศิษย์ของราชันสวรรค์และศิษย์จากขุมกำลังทั่วไปต่างกันเช่นไร
เดิมมันเป็นเรื่องยากสำหรับเหล่าศิษย์ของตำหนักของราชันสวรรค์
และศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข นี่เป็น
เพราะศิษย์จากตำหนักของราชันสวรรค์มีความเหนือกว่าในสามัญสำนึก
ดังนั้นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพจึงอิจฉาโดยธรรมชาติ และ
ยิ่งตอนนี้ เนื่องจากวิธีการจัดเตรียมที่อยู่อาศัย มันจึงได้กระตุ้นความขม
ขื่นของพวกเขาขึ้นอีก
“หืม… การคุยเกี่ยวของพวกบ้านนอกที่ยังไม่เห็นโลกกว้างสินะ เพียง
เพราะเจ้าสามารถสะดุดกับผลลัพธ์ที่ดีได้ เจ้าก็ประเมินตนเองมากเกินไป
แล้ว ช่างเป็นกลุ่มคนที่โง่เขลายิ่ง”
ในกลุ่มคน มันที่มีเสียงที่เย็นชากล่าวเช่นนี้ออกมา ทำให้ทุกคนจ้อง
มองไปอย่างโกรธเกรี้ยว ขณะที่ทุกคนมองไป พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มชุด
ขาว เขามีตราสัญลักษณ์ของท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่ติดอยู่บน
หน้าอกเสื้อคลุม นี่เป็นสัญลักษณ์ของศิษย์ที่มาจากตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์
“ศิษย์จากตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์!”
“ศิษย์หลัก? หรือศิษย์สายตรง?”
เดิมทีอัจฉริยะเหล่านี้ที่เคยเย้ยหยันและสาปแช่งเหล่าศิษย์ของ
ตำหนักราชันสวรรค์ต่างโกรธมาก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศิษย์ของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์ พวกเขากลับรู้สึกขาดความกล้าและพลัง นี่เป็น
เพราะออร่าของสหายผู้นี้มีความแข็งแกร่งมากเกินไป และทุกคนรู้สึกราว
กับว่าพวกเขาไม่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้เลย
“เจ้าหยิ่งยโสมากถึงเพียงนั้น? หากเจ้ามีความสามารถจริงแล้ว
เช่นนั้นก็จงขึ้นไปและทดสอบมัน มิใช่เพียงแค่ยืนอยู่ที่นี่และคุยโว!” ศิษย์
ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพตะโกน ไม่อยากปักใจเชื่อในความแข็งแกร่ง
ของอีกฝ่ายมากนัก
“ฮ่าๆ ข้ารู้แล้วว่าเจ้าจะมีข้อสงสัย ในเมื่อเป็นกรณีนี้ เช่นนั้นก็ให้ข้า
ได้ขยายขอบเขตวิสัยทัศน์ของเจ้า”
ขณะที่ศิษย์คนนั้นกล่าวจบ เขาก็เดินฝ่ากลางฝูงชนไปบนแท่น
จากนั้น ด้วยท่าทางที่เรียบง่าย เขาก็เอามือออกมา ความผันผวนของกฎ
แห่งมิติปรากฏขึ้นในอากาศ และ 4 ระดับแรกของแท่นคริสตัลก็สว่างขึ้น
ทันที่ ระดับ 5 เองก็ยังสลัวต่อไปได้อีกหลายลมหายใจก่อนจะดับไป
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าความเข้าใจวิถีของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับรู้
อย่างผิวเผิน แต่สัมผัสกับธรณีประตูของระดับ 5 อย่างแท้จริงแล้ว เมื่อ
เทียบกับโยวหวูจิ่น เขาก็เป็นเช่นเดียวกัน!
และโยวหวูจิ่นคือตัยอดอัจฉริยะของโลกอันยิ่งใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพราะ
สัตว์ประหลาดที่รู้จักกันในชื่อหลินหมิงและเขี้ยวมังกร เขาก็ย่อมจะเป็น
อันดับหนึ่งในรอบรองชนะเลิศที่ดาวสุสานจันทราไปแล้ว เขาแข็งแกร่ง
กว่า 99% ในบรรดาคนที่นี่!