Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,278 รอบชิงชนะเลิศเริ่มต้น
“ศิษย์น้องหญิงเสี่ยวหมัวเซียนร้ายกาจอย่างแท้จริง! เยี่ยมมาก! ข้า
เต็มไปด้วยความชื่นชม!”
เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนกำลังจะจากไป ศิษย์ของฮั่วหยู่จื่อ จ้าวจี้ก็เดินมา
หานางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าจ้าวจี้ ศิษย์น้อง มันโชคของข้า
อย่างแท้จริงที่ได้พบเจ้าที่นี่”
“เจ้าเป็นใคร?”
เสี่ยวหมัวเซียนเหลือบมองไปยังจ้าวจี้ ไม่สนใจเขา
“ข้าเป็นศิษย์ของท่านฮั่วหยู่จื่อแห่งตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์”
จ้าวจี้ใช้ชื่ออาจารย์ของเขา เพราะสถานะของเขาไม่สามารถกระตุ้น
ความสนใจใดๆจากเสี่ยวหมัวเซียนได้ เสี่ยวหมัวเซียนเพียงกล่าว “โอ้”
ก่อนที่จะดึงแขนปิงเมิ่งและนำนางออกจากแท่นคริสตัล
จ้าวจี้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังขณะที่กำลังอยู่ในท่าคารวะทักทาย ทำให้เขา
รู้สึกอึดอัดมาก
ในความเป็นจริง ตั้งแต่ต้นจนจบ เสี่ยวหมัวเซียนไม่ได้ใส่ใจนักสู้
โดยรอบด้วยซ้ำ จากสิ่งนี้ หลินหมิงรู้สึกได้อย่างเลือนรางที่แม้ว่าเสี่ยวหมัว
เซียนจะมีท่าทีเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและไร้เดียงสาของเด็กๆ แต่จะ
เป็นเช่นนี้กับคนที่นางคุ้นเคยเท่านั้น คนแปลกหน้า และโดยเฉพาะคน
แปลกหน้าเหล่านั้นที่ไม่มีพรสวรรค์พิเศษจะถูกนางปฏิบัติด้วยอย่าง
ตรงไปตรงมา ไม่ว่าอย่างไร ความหยิ่งเช่นนั้นก็มีอยู่ในกระดูกของนางมา
ตั้งแต่ต้น
เสี่ยวหมัวเซียนได้ทดสอบตัวเองเพียงเพราะนางคิดว่ามันน่าสนุก
นางไม่ได้ทำเช่นนั้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของตนเหมือนกับนักสู้
คนอื่นๆที่นี่ เพราะการทำเช่นนั้นไม่มีความสำคัญ นี่เป็นเช่นเดียวกับที่
มนุษย์รู้สึกเหนือกว่าฝูงมด พวกเขาไม่ได้อยู่บนสนามแข่งขันเดียวกันด้วย
ซ้ำ
“ไปกันเถอะ”
หลินหมิงกล่าวกับตงเฉียน ขณะที่พวกเขากำลังจะจากไป เขาก็เห็น
นักสู้ชุดดำที่เดินเข้ามาพร้อมกับดาบที่โค้งงออย่างแปลกๆ บนหลัง ตรงไป
ยังแท่นคริสตัล คนผู้นี้คือเขี้ยวมังกร
“เขี้ยวมังกร เขาเองก็ต้องการที่จะทดสอบตัวเอง?”
หลินหมิงกำลังคิดได้เช่นนี้ขณะที่เขี้ยวมังกรยื่นมือออกมาแล้ว ฝ่ามือ
นี้มีความรู้สึกเหมือนกับว่าการไหลของเวลาถูกเคลื่อนไปรอบๆ ทันใดนั้น
แท่นคริสตัลก็สว่างขึ้น 4 ระดับแรกส่องสว่างด้วยแสงระยิบระยับ และ
แม้แต่ระดับ 5 ก็ยังส่องสว่างอยู่หลายสิบลมหายใจก่อนที่จะค่อยๆดับลง
“นั่นคือ เขี้ยวมังกร! สำหรับเขาที่เข้าถึงระดับ 5 ของแท่นคริสตัล เขา
ต้องถึงวิถีระดับ 5 แล้ว!
“เมื่อเทียบกับเสี่ยวหมัวเซียน ผลงานของเขาด้อยกว่ามาก แต่ก็ยังคง
น่าทึ่งอยู่ดี”
“คนผู้นี้เป็นอันดับสองจากดาวสุสานจันทรา เขาด้อยกว่าเพียงหลินห
มิง! จะถูกกว่าที่จะกล่าวว่าศักยภาพของเขาด้อยกว่าหลินหมิง สำหรับ
ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้ของเขานั้นมันก็ไม่มีใครรู้
คนที่จดจำเขี้ยวมังกรได้เองก็มาจากดาวสุสานจันทรา ถึงแม้ว่าเขี้ยว
มังกรจะถูกเอาชนะอย่างสิ้นเชิงโดยหลินหมิง แต่เขาก็ยังคงเป็นที่น่า
ประทับใจต่อทุกคน
เพื่อให้ถูกต้องยิ่งขึ้น เขี้ยวมังกรและหลินหมิงอยู่ในระดับที่แตกต่าง
ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้ว
“ขั้นใหญ่ของกฎระดับ 5; ข้าเกรงว่านั่นคือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนอกจากผู้
สืบทอดของราชันสวรรค์!”
“แม้กระทั่งผู้สืบทอดของราชันสวรรค์บางก็ยังด้อยกว่าเขา! เหตุใดผู้
ที่มาจากรอบรองชนะเลิศของดาวสุสานจันทราจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ ยังคงมี
หลินหมิง ผู้ที่มิใช่ว่าเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าอีกหรือ?”
ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆสนทนา เมื่อผู้ที่มาจากดาวสุสานจันทราได้ยินเรื่อง
นี้ พวกเขาก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจบางอย่าง พวกเขารู้อยู่แล้วว่าหลินห
มิงและเขี้ยวมังกรร้ายกาจ และตอนนี้บรรดาผู้ที่สงสัยต่างได้เห็นด้วย
สายตาของตัวเองแล้ว
อยู่ห่างออกไปหลายร้อยฟุต หลินหมิงก็ได้เห็นฉากทั้งหมด
“เขี้ยวมังกร… เขาใช้กฎแห่งเวลาบนแท่นคริสตัล”
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึก ก่อนหน้านี้ เขารู้เพียงว่าความสามารถที่
โดดเด่นที่สุดของเขี้ยวมังกรคือความเชี่ยวชาญด้านกฎแห่งมิติ โยวหวูจิ่น
สามารถสร้างร่างเงากระจกมิติได้ 4 ร่าง แต่เขี้ยวมังกรสามารถสร้างได้ถึง
8 ร่าง ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่เพิ่งสัมผัสวิถีระดับ 5 และคนที่ก้าว
เข้าสู่วิถีระดับ 5 อย่างแท้จริงนั้นเห็นได้จากสิ่งนี้
ตอนนี้ กฎแห่งเวลาของเขี้ยวมังกรเข้าถึงระดับ 5 แล้ว มันไม่เป็นที่
รู้จักว่าขอบเขตของกฎแห่งมิติของเขาไปถึงจุดใด!
กฎแห่งเวลาและกฎแห่งมิติถือเป็นสองกฎที่เข้าใจได้ยากที่สุด และ
พวกมันก็เป็นกฎที่แข็งแกร่ง จาก ทั้งสอง กฎแห่งเวลาเป็นนามธรรม
มากกว่าและเข้าใจยาก และด้อยกว่ากฎแห่งมิติเพียงเล็กน้อย
“เขี้ยวมังกร… เขาเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัว! ในเดือนที่ผ่านมา ความ
เข้าใจกฎของเขาได้เข้าถึงระดับที่สูงขึ้น และการบ่มเพาะของเขาก็ได้เข้าสู่
ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายแล้ว ข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าเขายังถือไพ่เช่นใดไว้ในมือ
อีก ในแง่ของการทำความเข้าใจกฎ ข้าไม่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้
เลย”
ในแง่ของกฎ หลินหมิงเป็นรองเขี้ยวมังกรและยิ่งด้อยกว่าเสี่ยวหมัว
เซียน แต่การต่อสู้ที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจกฎเพียงอย่างเดียว;
มีหลายแง่มุมอื่นที่มีผลต่อพลังต่อสู้
……………
10 วันผ่านไปในพริบตา นอกเหนือจากปิงเมิ่งและเสี่ยวหมัวเซียนที่
ลึกลับ หลินหมิงได้เห็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ หลายรายคนที่
แข็งแกร่ง
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นในวันที่ 11, หลินหมิงก็กำลังเข้าฌานอยู่ใน
ตำหนัก ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นในจิตใจ
“ผู้เข้าร่วมทั้งหมดของรอบชิงชนะเลิศ ให้มารวมตัวกันที่จัตุรัส รอบ
ชิงชนะเลิศของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะเริ่มขึ้นในวันนี้!”
เสียงที่เคร่งขรึมกระจายไปทั่วทุกตำหนัก หลินหมิงลืมตาขึ้น วันนี้
จุดเริ่มต้นของรอบชิงชนะเลิศได้มาถึงในที่สุด
สนามต่อสู้ทั้งหมดเต็มไปด้วยรุ่นเยาว์ที่โดดเด่น 10,000 คน
ที่นี่ หลายสิบผู้ทรงพลังขั้นราชันพิภพรวบรวมตัวกัน พวกเขาเป็น
ประธานของแต่ละสนามแข่งขันรอบรองชนะเลิศ และมีแม้กระทั่งเสี่ยว
เต๋าจื่อ ด้วยผู้ทรงพลังขั้นราชันพิภพหลายสิบคนรวมตัวกัน ออร่าของพวก
เขาก็สามารถจินตนาการได้!
10,000 อัจฉริยะยืนอย่างเงียบงัน รอคอยรอบชิงชนะเลิศที่จะมาถึง
“ทุกคน!
หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวกันแล้ว ชายร่างสูงในชุดสีขาวก็ลอยลงมา
จากฟากฟ้า ออร่าของเขาท่วมท้นอย่างยิ่ง ทั้งร่างแผ่แรงกดดันอันน่าทึ่ง
“ข้าคือศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์, ฮั่วหยู่จื่อ ข้าเป็น
ตัวแทนของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ในการมาต้อนรับทุกคนที่นี่ พวก
เจ้าทุกคนโดดเด่นอย่างแท้จริง!”
“ฮั่วหยู่จื่อ?”
“เขาคือ ฮั่วหยู่จื่อ? ถ้าเราสามารถเข้าสู่ 10 อันดับแรกของแถลง
อันดับปฐพี เราก็สามารถเข้าสู่ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์และได้รับการ
ชี้แนะจากเขา?”
“ผู้อาวุโสฮั่วหยู่จื่อมีการบ่มเพาะกึ่งราชันสวรรค์ เขามีคุณสมบัติ
มากกว่าที่จะเป็นผู้ชี้แนะเรา แม้แต่มหาราชันพิภพของโลกลำดับหนึ่งก็ยัง
ต้องให้ความเคารพต่อผู้อาวุโสฮั่วหยู่จื่ออย่างมาก”
เหล่าอัจฉริยะได้พูดคุยกันอย่างลับๆด้วยกระแสเสียงปราณแท้
สำหรับหลายคน ฮั่วหยู่จื่อเป็นตัวตนที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
“บัดนี้ ข้าจะประกาศกฎเกณฑ์ พวกจำนวนมากของเจ้าได้รับการ
แบ่งกลุ่มสำหรับการถูกคัดออกไว้ล่วงหน้าแล้ว”
ขณะที่ฮั่วหยู่จื่อพูด เขาก็สะบัดมือและมีม่านแสงขนาดใหญ่ปรากฏ
ขึ้นต่อหน้าทุกคน ม่านแสงแห่งนี้มีความกว้าง 1000 ฟุต และรายมีชื่อ
ปรากฏอยู่ 10,000 ชื่อ แต่ละชื่อมีหมายเลข – ตามด้วยอันดับตำหนักที่
ทุกคนอาศัยอยู่
มีผู้คน 10,000 คน ได้แบ่งเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 1000 คน
“1000 คน? เราจะต่อสู้กันเช่นใด? มันสามารถเป็นการคัดออกเช่น
แท่นผนึกเทวะหรือไม่?”
หลินหมิงคิดเช่นนี้ทันที่ ถ้าพวกเขาทำการแข่งขันทีละคนเพื่อสร้าง
ความเป็นธรรม ทุกคนก็จะต้องต่อสู้กับอีก 999 คน เรื่องนี้ดูลำบากเกินไป
แต่ในเวลานี้ เขายังได้ค้นพบว่ากลุ่ม 1000 คนนั้น แต่ละกลุ่มแบ่ง
ออกเป็นอีก 2 ส่วน ส่วนแรกมี 30 คนที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีแดง ส่วนที่
สองมี 970 คนที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีขาว
ชื่อหลินหมิงเป็นสีแดง และศิษย์ของตำหนักราชันสวรรค์จำนวนมาก
ก็เป็นสีขาว
ในท้องฟ้า ฮั่วหยู่จื่อกล่าวขึ้นว่า “กลุ่มใหญ่ทุกกลุ่มจะแบ่งออกเป็น
สองกลุ่มเล็ก ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของเจ้าในรอบรองชนะเลิศ รวมทั้งความ
แข็งแกร่งที่เจ้าได้แสดงออกมาจนถึงปัจจุบัน กลุ่มแรกจะมี 30 คน และ
กลุ่มที่สองมี 970 คน สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่สอง พวกเขามีโอกาสที่จะท้า
ทายคนจากกลุ่มแรก ถ้าพวกเขาสามารถชนะในการต่อสู้ใดๆ พวกเขาจะ
ได้สลับตำแหน่งกับคู่ต่อสู้ มิเช่นนั้น หากเจ้าแพ้ในทั้งสามการท้าทายแล้ว
เจ้าจะถูกคัดออกโดยตรง! สำหรับผู้ที่อยู่กลุ่มแรกซึ่งพ่ายแพ้และถูกแทนที่
พวกเขาจะยังมีโอกาสที่จะท้าทายคนจากกลุ่มแรกอีกสามครั้ง หากพวก
เขาพ่ายแพ้ทั้งสามครั้ง พวกเขาก็จะถูกคัดออก! เรื่องจะดำเนินต่อไป
จนกว่าทุกคนจากกลุ่มที่สองจะพ่ายแพ้จนหมดซึ่งคุณสมบัติของพวกเขา
เมื่อได้ยินกฎเหล่านี้ ผู้ที่ได้รับเลือกให้อยู่ในกลุ่มที่สองก็รู้สึกอึดอัด
กล่าวได้ว่า ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ไม่เชื่อว่าบรรดากลุ่มจากกลุ่มที่
สองจะมีโอกาสในการชนะ และต้องการกำจัดพวกเขาออกจากการ
แข่งขันโดยตรง รอบคัดเลือกนี้คือโอกาสสุดท้ายของพวกเขา
“พวกเขาคิดว่าเราเป็นเพียงขยะ”
“ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถเข้าสู่ 10 อันดับแรกของแถลงอันดับปฐพี
ได้ แต่เราก็ยังไม่ควรอยู่ในกลุ่มนี้ที่จะถูกคัดออกโดยตรง!”
จากผู้เข้าร่วม 10,000 คน มันมีเพียง 300 คนในกลุ่มแรกเท่านั้น
และอีก 200 คนเป็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์และศิษย์ของตำหนักราชัน
สวรรค์ และอีก 100 คนคือรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นซึ่งได้รับการคัดเลือกจาก 30
พื้นที่ของรอบรองชนะเลิศ
เรื่องนี้ทำให้หลายคนที่ได้เป็นที่ 3-4 ของรอบรองชนะเลิศต้องไปอยู่
ในกลุ่มที่สอง
มีบางพื้นที่ได้โชคร้ายซึ่งกระทั่งอันดับสองของพวกเขายังต้องไปอยู่
ในกลุ่มที่สอง
นี่ทำให้พวกเขาโกรธจนควันขึ้น
“ความหมายของสิ่งนี้คืออันใด? ข้าเป็นอันดับสองในรอบรองชนะเลิศ
ดังนั้นเหตุใดข้าจึงต้องไปอยู่ในกลุ่มที่สอง? มีบางคนที่อยู่ในอันดับ 5 ใน
บ้างสถานที่การแข่งขันกลับสามารถอยู่ในกลุ่มแรกได้!”
“กฎการจัดกลุ่มเหล่านี้ล้วนเป็นแบบสุ่ม!”
คนเหล่านี้หมายถึงผู้ที่มาจากสถานที่ของดาวสุสานจันทรา อันดับ 5
คือตงเฉียนที่ได้ไปอยู่ในกลุ่มแรก ดังนั้นหลินหมิงและเขี้ยวมังกรก็ยิ่งมิต้อง
กล่าวถึง