Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,277 บุตรแห่งฟีนิกซ์ทมิฬ
เสี่ยวหมัวเซียนและปิงเมิ่งเป็นหญิงสาวที่ไร้ที่ติ ด้วยการยืนเคียงข้าง
พวกนาง มันทำให้นักสู้โดยรอบรู้สึกว่าตนเองสกปรก หญิงทั้งสองนี้ ไม่ว่า
จะเป็นสถานะหรือความแข็งแกร่ง มันทำให้ทุกคนรู้สึกห่างไกลอย่าง
เหลือเชื่อ แม้ว่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์
การจัดที่พักของตำหนัก พวกเขาก็ยังไม่ได้บ่นว่าเหล่าศิษย์สายตรงของ
ราชันสวรรค์ที่ถูกจัดให้อยู่ใน 30 ตำหนักแรก นั่นก็เพราะความเหลื่อมล้ำ
นั้นเห็นได้ชัดเจนเกินไป
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงปิงเมิ่ง; มีคนบอกว่านางเป็นศิษย์ของราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในช่วง 10 ล้านปี
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเป็นหนึ่งในตัวตนสูงสุดของแดนเทวะ
ความแข็งแกร่งของศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของนางจึงย่อมสามารถ
จินตนาการได้
อย่างไรก็ตาม เทพธิดาปิงเมิ่งเป็นบุคคลที่มีค่อนข้างไม่ทำตัวโดดเด่น
ทักษะและกฎที่นางฝึกฝน ทั้งหมดนี้ต่างเป็นเรื่องลึกลับ
สำหรับเสี่ยวหมัวเซียน ตัวตนของนางเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่า
เป็นผู้ที่ชอบเล่นซนตลอดเวลา ถึงกระนั้น ความแข็งแกร่งของนางก็ยัง
เป็นเรื่องลึกลับ
ระหว่างการแข่งรอบเบื้องต้น ความน่าสะพรึงกลัวของเสี่ยวหมัว
เซียนทำให้ความกลัวเข้าสู่หัวใจของทุกคน ใน 3000 โลกอันยิ่งใหญ่ของ
โลกนิมิตฝันเทวะ, เสี่ยวหมัวเซียนได้กวาดล้างศัตรูทั้งหมดโดยไม่อาจ
หยุดยั้งได้
แต่ถึงเช่นนั้น มันก็ยังมิใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนาง มันยากที่
จะจินตนาการถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของนางที่มีอยู่
“พวกนางคือเสี่ยวหมัวเซียนและปิงเมิ่ง…”
หลินหมิงมองไปยังทั้งสองนี้ด้วยสายตาที่เฉียบคมมาก
เสี่ยวหมัวเซียนอยู่เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง, เช่นเดียวกับตัวเขา
สำหรับเทพธิดาปิงเมิ่ง หลินหมิงไม่สามารถมองเห็นการบ่มเพาะของ
นางได้ชัดเจนเลย
โลกภายในของนางปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบและพร่ามัว มิต้อง
กล่าวถึงโลกภายในของนาง แม้แต่ใบหน้าของนางก็ยังดูเหมือนจะถูกปก
คลุมไปด้วยภาพลวงตาดั่งในความฝัน ทำให้ทุกคนไม่สามารถเห็นนางได้
อย่างชัดเจน
ด้านข้างหลินหมิง ตงเฉียนกล่าวกับเขาว่า “พี่หลิน, เทพธิดาปิงเมิ่ง
เป็นตัวตนที่ลึกลับมาก เมื่อใดก็ตามที่นางปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน
นางก็มักจะปิดบังหน้าตาด้วยกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ใด
จะได้เห็นภาพลักษณ์ใบหน้าของนางได้อย่างชัดเจน
“สำหรับเสี่ยวหมัวเซียน ข้าเคยได้ยินเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับนาง
แม้ว่าจะไม่ใช่ความลับ แต่ทุกคนก็ไม่รู้… หลังจากที่ข้าได้เรียนรู้ข้อมูลนี้
แล้ว ข้าก็ไร้ความความเชื่อมั่นทั้งหมดในการเผชิญหน้ากับนาง…
พรสวรรค์ของนางได้ถึงขอบเขตที่มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการได้ ”
ในขณะที่ตงเฉียนพูด เขาเห็นหลินหมิงไม่ค่อยกังวลและพูดต่ออีกว่า
“พี่หลิน ข้าไม่ได้พยายามที่จะทำให้ท่านหวาดกลัว ในความเห็นของข้า
พรสวรรค์ของท่านท้าทายสวรรค์ท่ามกลางบรรดาผู้ที่มีพรสวรรค์ท้าทาย
สวรรค์อยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบกับเสี่ยวหมัวเซียน ข้ากลัวว่าแม้แต่ท่านก็
อาจจะด้อยกว่า…”
“โอ้?” หลินหมิงมองไปยังตงเฉียนด้วยความอัศจรรย์ใจในสายตาของ
เขา ในความคิดเห็นของตงเฉียน พรสวรรค์ของเสี่ยวหมัวเซียนยิ่งใหญ่กว่า
เขา?
แท่นผนึกเทวะเป็นส่วนสำคัญของการทดสอบศักยภาพ เมื่อหลินห
มิงปีนขึ้นไปยังแท่นผนึกเทวะ แม้ว่าเขาจะพึ่งพาทางลัด แต่ความจริงที่
ปฏิเสธไม่ได้ก็คือศักยภาพของเขาได้กวาดล้างเหล่าศิษย์ของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์จำนวนมากในช่วง 2 ล้านปีที่ผ่านมา
เพราะตงเฉียนไม่เข้าใจเขา หลินหมิงจึงไม่แปลกใจเลยที่ตงเฉียนจะ
คิดว่าเขาด้อยกว่าเสี่ยวหมัวเซียน แต่ตงเฉียนกล่าวว่าหลินหมิงด้อยกว่า
เสี่ยวหมัวเซียนมาก
เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงประหลาดใจ มันเป็นที่ชัดเจนว่าเสี่ยวหมัวเซียน
ค่อนข้างพิเศษ
“มาลองฟังข้าดู”
ตงเฉียนกล่าวว่า “พี่หลิน ข้ารู้ว่าท่านซ่อนความลับบางอย่างและยังมี
ไพ่ในมืออีกหลายใบที่ยังไม่เปิดเผย ความสำเร็จในอนาคตของท่านเป็นสิ่ง
ที่ข้าไม่สามารถจินตนาการได้ แต่ถึงกระนั้น ข้าก็เกรงว่าท่านจะยัง
ห่างไกลจากเสี่ยวหมัวเซียน นางเป็นสัตว์ประหลาดท่ามกลางบรรดา
อัจฉริยะอย่างแท้จริง ให้ข้าบอกเรื่องนี้: เสี่ยวหมัวเซียนอายุน้อยกว่าท่าน
ด้วยซ้ำ นางอายุเพียง 26 ปี”
“อายุ 26 ปี?”
ในขณะที่หลินหมิงได้ยิน เขาก็รู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง ผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางที่อายุ 26 ปี!? ด้วยอายุนี้รวมกับการบ่มเพาะ มันก็
น่าตกใจอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้!
อัจฉริยะสูงสุด แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้บ่มเพาะกฎ ละเลยพื้นฐานและ
วิธีการบ่มเพาะ หากพวกเขาเพียงต้องการที่จะเพิ่มพลัง เพิกเฉยต่อ
ผลกระทบทั้งหมดโดยใช้โอสถทุกประเภท แต่ก็ยังจะไม่อาจทะลวงเข้าสู่
ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางในอายุ 26 ปีได้
และเสี่ยวหมัวเซียนก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นี้อย่างชัดเจน ไม่มีความ
ผิดพลาดในความแข็งแกร่งของนาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับกฎหรือรากฐาน นางก็ยิ่งดีกว่าคนรอบข้าง!
หลินหมิงไม่สามารถจินตนาการได้ว่านางทำสิ่งใดในช่วงเวลาเพียง
เล็กน้อยเช่นนี้
ตงเฉียนคาดหวังถึงการตอบสนองนี้จากหลินหมิงอยู่แล้ว เขากล่าว
ว่า “เหตุผลที่เสี่ยวหมัวเซียนมีความสำเร็จในปัจจุบันเป็นเพราะนางมี
สายเลือดพิเศษ มารดาของนางไม่ใช่มนุษย์…”
ขณะที่ตงเฉียนกล่าว นี่ก็ทำให้หลินหมิงตกตะลึง “มารดาของนาง
ไม่ใช่มนุษย์? นางจากเผ่าปีศาจ?”
ในแดนเทวะ นอกจากมนุษย์ก็ยังมีเผ่าอื่นอีกจำนวนน้อย
ตัวอย่างเช่น เผ่าพันธุ์ปีศาจ เผ่าคนยักษ์และเผ่าอิมป์ อย่างไรก็ตาม พวก
เขามีเพียงจำนวนน้อย ประชากรของพวกเขาไม่มีอันใดเลยเมื่อเทียบกับ
มนุษย์
ในความแปลกใจของหลินหมิง ในเมื่อราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจเป็น
ที่รู้จักในชื่อรุ่งอรุณปีศาจ มันก็ไม่แปลกถ้ามารดาของเสี่ยวหมัวเซียนจะ
มาจากเผ่าปีศาจ
ตงเฉียนส่ายหัว “ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นอสูร ถ้าข้าพูดเช่นนี้อาจทำให้
ท่านกลัวเล็กน้อย แต่ข่าวลือดังกล่าวบอกว่ามารดาของเสี่ยวหมัวเซียน
คือ ฟีนิกซ์ทมิฬ…”
ในขณะที่เป็นตงเฉียนกล่าวเช่นนี้ มันก็ทำให้หลินหมิงกลัวอย่าง
แท้จริง “ฟีนิกซ์ทมิฬ? สัตว์อสูรเทวะ!?”
ตามที่หลินหมิงรู้ ฟีนิกซ์ที่พบมากที่สุดคือฟีนิกซ์เพลิง และฟีนิกซ์
น้ำแข็งอีกจำนวนน้อย สำหรับเรื่องฟีนิกซ์ทมิฬ หลินหมิงเคยเห็นหนึ่งใน
ความทรงจำในฝันของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ แต่ตอนนี้ ในแดนเทวะ
ปัจจุบันนี้ ฟีนิกซ์ประเภทนี้ได้หายตัวไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุด ราชัน
สวรรค์มนุษย์เป็นตัวตนที่คล้ายกับสัตว์อสูรเทวะ และความแข็งแกร่งของ
พวกเขากระทั่งยิ่งใหญ่กว่าสัตว์อสูรเทวะ ในตำหนักสวรรค์ของราชัน
สวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ หลินหมิงจะไม่ตกใจถ้ามีสัตว์อสูรเทวะอยู่ที่นั่นห รือ
แม้แต่สัตว์อสูรเทวะยุคดึกดำบรรพ์ ไม่ สิ่งที่หลินหมิงคิดว่าไม่น่าเชื่อคือ
แม้ว่าสัตว์อสูรเทวะจะแปลงเป็นร่างมนุษย์ได้ แต่แม้ว่าพวกเขามี
เพศสัมพันธ์กับมนุษย์มากเพียงใด มันก็ไม่ควรมีเด็กเกิดขึ้นได้!
มิต้องกล่าวภึงสัตว์อสูรเทวะกับมนุษย์ แม้แต่สัตว์อสูรเทวะกับสัตว์
อสูรเทวะด้วยกันเองก็ยังพบว่ายากที่จะให้กำเนิดเด็กได้ ยิ่งสายพันธุ์ทรง
พลังมากเท่าใด มันก็ยิ่งยากที่จะให้กำเนิดผู้สืบทอด นี่เป็นส่วนหนึ่งของ
กฎธรรมชาติที่มีผลทั้งจักรวาล มิเช่นนั้น มันจะมีสัตว์อสูรเทวะนับร้อย
ล้านตัว และมันก็มากพอที่จะกวาดล้างและควบคุมทั้งแดนเทวะ
ดังนั้นแล้ว มันะมีเด็กเกิดขึ้นระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูรเทวะได้
อย่างไร?
หลินหมิงรู้ในที่สุดว่าเหตุใดตงเฉียนจึงคิดว่าพรสวรรค์ของเขาด้อย
กว่าเสี่ยวหมัวเซียน
สัตว์อสูรเทวะเป็นที่รักอันเป็นที่รักของกฎแห่งโลก ทั้งร่างกายเป็น
สมบัติ กระดูกและอวัยวะต่างถูกสลักไว้ด้วยรูนกฎลึกลับและลึกซึ้ง เมื่อมี
สัตว์อสูรเทวะถือกำเนิด พวกเขาไม่จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนใดๆเลยก็
จะมีความแข็งแกร่งเพียงด้อยกว่าราชันสวรรค์ที่เติบโตขึ้น
แน่นอนว่ายังมีข้อบกพร่องหลายประการ นี่คือกฎที่พวกเขา
ครอบครองตั้งแต่เกิด ไม่ว่าพวกเขาจะได้รับการฝึกฝนเท่าไหร่ แต่ก็จะไม่
มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย นอกจากนี้ พรสวรรค์ในการรับรู้ก็ยัง
ด้อยกว่ามนุษย์อีกด้วย
แต่ ถ้าสัตว์อสูรเทวะและมนุษย์สามารถรวมตัวกันได้ บุตรที่เกิดมา
จะสืบทอดความสามารถในการรับรู้ของมนุษย์ แต่ยังมีพรสวรรค์ที่ท้าทาย
สวรรค์ของสัตว์อสูรเทวะด้วย มันยากที่จะจินตนาการได้ว่าตัวตนเช่นนี้จะ
น่ากลัวเพียงใด!
นอกจากนี้ ในเมื่อเสี่ยวหมัวเซียนเป็นผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงของ
ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ แล้ว บิดาของนางก็ยังต้องเป็นตัวตนสูงสุด มิ
เช่นนั้นแล้ว เขาจะได้รับความโปรดปรานและความชอบจากสัตว์อสูรเท
วะได้อย่างไร?
บิดาของนางเป็นตัวตนสูงสุด มารดาของนางเป็นสัตว์อสูรเทวะ และ
ปู่ของนางเป็นราชันสวรรค์ที่โดดเด่น!
ประเภทของพื้นหลังเช่นนี้สูงถึงจุดที่มันไม่สามารถสูงได้อีกแล้ว!
มันจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงที่จะบอกว่าเสี่ยวหมัวเซียนเป็น
บุตรสาวที่น่าภาคภูมิใจที่สุดแห่งสวรรค์ภายในแดนเทวะนี้!
“เผ่าฟีนิกซ์โบราณ… ต่อหน้าเสี่ยวหมัวเซียนแล้ว มันก็ไม่มีอะไรให้
เปรียบเทียบเลย…”
หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์ เผ่าฟีนิกซ์โบราณ ไม่ว่าจะปลูกถ่าย
โลหิตโลหิตฟีนิกซ์โบราณมากเท่าไหร่ มันก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับ
เสี่ยวหมัวเซียนได้ เสี่ยวหมัวเซียนมีร่างที่แท้จริงของบุตรแห่งฟีนิกซ์ ทุก
หยดโลหิต ทุกกระดูก ทุกกล้ามเนื้อ และแม้แต่วิญญาณของนางก็ต่างมี
ตราประทับลักษณะของสัตว์อสูรเทวะ
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดเสี่ยวหมัวเซียนจึงสามารถเข้าสู่ขั้นเทพ
สมุทรช่วงกลางได้ด้วยเพียงอายุ 26 ปี และยังเข้าใจกฎในระดับนี้ด้วย นั่น
เป็นเพราะ กฎเหล่านั้นถูกสลักไว้ภายในร่างของนางตั้งแต่เกิด…”
หลินหมิงรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย เสี่ยวหมัวเซียนไม่จำเป็นต้องทำ
เช่นเดียวกับอัจฉริยะอื่นๆและได้รับรู้กฎด้วยตนเอง นางมีกฎอยู่ภายใน
ร่างกายของนางแล้ว และต้องการเพียงเวลาเพื่อแยกแยะอย่างช้าๆ ความ
แตกต่างดังกล่าวทำให้เกิดความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
“ใช่แล้ว เมื่อทรัพยากรและมรดกของตำหนักรุ่งอรุณปีศาจสวรรค์ถูก
รวมเข้าด้วย มันก็ยากที่จะเทียบกับนางได้ขึ้นไปอีก”
ตงเฉียนพูดด้วยความอิจฉาจากจริงใจ ต่อหน้าเสี่ยวหมัวเซียน เขา
ไม่ได้เป็นอันใดไปมากกว่ามด ความแตกต่างระหว่างพวกเขามากมาย
เกินไป
“พี่สาว มีคนมากมายที่นี่ มันช่างมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง!” เสี่ยวหมัวเซียน
หัวเราะคิกคักขณะที่นางเห็นคนทุกคนรวมตัวกันอยู่รอบๆเแท่นคริสตัล
ขณะที่นางยิ้มให้ มันก็เผยคู่ของเขี้ยวที่แหลมคม
“พวกเขากำลังทดสอบความเข้าใจในกฎ” เทพธิดาปิงเมิ่งกล่าว เสียง
ของนางคล้ายคลึงกับทำนองเพลงอมตะ
“อ่า มีสิ่งใดน่าสนุกบ้างหรือไม่?” เสี่ยวหมัวเซียนเพิ่งมาถึงโลกเอกภพ
อนันต์ ดังนั้นนางจึงยังไม่ได้เดินไปรอบๆ “ข้าเองก็ต้องการเล่นสักเล็กน้อย
พี่สาวจะลองด้วยหรือไม่?”
เสี่ยวหมัวเซียนถาม ปิงเมิ่งยิ้มอย่างนุ่มนวลและพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ
“ข้าไม่เป็นไร”
“เช่นนั้นแล้วข้าจะลองมัน”
เสี่ยวหมัวเซียนเดินเข้าไปในฝูงชนและทุกคนก็แหวกทางให้นางผ่าน
แม้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะราวกับว่านางกำลังเล่น แต่ดวงตาของผู้อื่น
ต่างกเบิกกว้างขึ้น พวกเขากั้นลมหายใจ รอการดูผลงานของเสี่ยวหมัว
เซียน
ในหมู่คนรุ่นใหม่ นางเป็นคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างแท้จริง!
ยืนอยู่หน้าแท่นคริสตัล เสี่ยวหมัวเซียนก็ไม่ต้องได้เตรียมพร้อมอะไร
เลย นางเพียงแค่ยืนฝ่ามือออกไป และในขณะนั้น เปลวเพลิงสีดำลุกไหม้
ขึ้นในฝ่ามือของเสี่ยวหมัวเซียน แม้ว่าเปลวเพลิงสีดำนี้จะดูเหมือนไม่โดด
เด่น ขณะที่มันสว่างขึ้น ทั้งแท่นคริสตัลก็เริ่มสว่างขึ้น 5 ระดับแรกสว่าง
ไสว และแม้แต่ระดับที่ 6 ก็ยังเริ่มส่องสว่าง!
นางได้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบในกฎระดับ 5 และสัมผัสถึงวิถี
ระดับที่ 6 แล้ว!
ขณะที่ทุกคนเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็ตกใจจนไร้คำพูด หวาดกลัวจนตัว
สั่น อัจฉริยะทั่วไปจะถือว่าน่าทึ่งแล้วหากพวกเขาสามารถสัมผัสวิถีระดับ
5 ได้ แต่เสี่ยวหมัวเซียนกลับได้สัมผัสถึงวิถีระดับ 6 แล้ว ความเข้าใจกฎ
ของนางเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างแท้จริง
“แข็งแกร่งยิ่ง!” ตงเฉียนถอนหายใจจากข้างหลินหมิง ในแง่ของความ
เข้าใจในกฎ เสี่ยวหมัวเซียนทิ้งห่างเขาจนไม่เห็นฝุ่น เขาประสบ
ความสำเร็จในระดับ 5 เท่านั้น
“เสี่ยวหมัวเซียนเพียงทำเล่นๆ แต่ถึงกระนั้นนางก็สามารถเข้าถึง
ระดับดังกล่าวได้ นางยังไม่พยายามอย่างดีที่สุดด้วยซ้ำ ในแง่ของกฎ ข้า
เป็นคนที่ด้อยกว่านาง” หลินหมิงส่ายหัว ความเข้าใจกฎของเขาถือว่าเป็น
ที่โดดเด่นแล้ว แต่มันก็ยังยากเกินกว่าที่จะเปรียบเทียบกับเสี่ยวหมัวเซียน
ผู้ซึ่งมีกฏที่สลักอยู่ในร่างของนางซึ่งมาจากสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง
เสี่ยวหมัวเซียนไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆกับผลงานของนาง นางเพียงแค่
หัวเราะและพูดว่า “พี่สาวปิงเมิ่ง ท่านแน่ใจหรือว่าท่านไม่ต้องการลอง?”
นางมองดูเหมือนสาวน้อยที่มาเพื่อเล่นและสนุกสนาน สำหรับ
อัจฉริยะคนอื่นๆ พวกเขามาที่นี่เพื่อต่อสู้อย่างไร้ความปราณีและให้ได้รับ
ความรุ่งโรจน์ แต่สำหรับเสี่ยวหมัวเซียน นางมาเพียงเพื่อเล่นอย่างน่า
ขบขันเท่านั้น
ปิงเมิ่งยิ้มให้ สายหัวของนางอีกครั้งและพูดว่า “ข้าไม่เป็นไร”
“เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร พี่สาวปิงเมิ่ง ท่านน่าเบื่อเกินไป ออกจากสถานที่
แห่งนี้แล้วไปซื้อของตรงนั้นดีกว่า”