Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,280 ไร้ผู้ท้าทาย
หลังจากที่เขี้ยวมังกรและหลินหมิงได้ไปถึงประตูเมือง อีกหลายคนก็
ได้ตามไป
แม้ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไป
“นั่นคือไป่เหยา! ศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์!”
ไป่เหยามีบุคลิกที่ค่อนข้างจะไม่ทำตัวโดดเด่น แม้ว่าเขาจะเข้าร่วม
การแข่งขันรอบเบื้องต้น แต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยความสามารถที่แท้จริง
และเขาก็ไม่ค่อยได้เข้ามาในพื้นที่ของผู้แข่งขัน ดังนั้นหลายคนจึงไม่รู้จัก
เขา
โดยไม่มีปัญหาใดๆ ไป่เหยาก็สามารถเอาชนะมือโลหิตได้อย่าง
ง่ายดายและก้าวเข้าสู่ประตูเมือง
หลังจากไป่เหยาแล้ว เสี่ยวหมัวเซียนก็เคลื่อนไหว นางปะทะกับมือ
โลหิตเพียงเล็กน้อยมันก็ถูกทำลายแล้ว นักสู้คนอื่นๆต่างหวาดกลัวมือ
โลหิตและพยายามหลีกเลี่ยงการโจมตีพวกมันโดยตรง แต่สิ่งนี้กลับเป็น
เรื่องสนุกสำหรับเสี่ยวหมัวเซียน
จากนั้น มันก็ถึงคราวของเทพธิดาปิงเมิ่งแล้ว
ปิงเมิ่งค่อยๆยกมือขึ้น ครอบคลุมร่างทั้งตัวด้วยแสง แสงแห่งความ
ฝันนี้หมุนไปรอบตัวนาง ดูเหมือนกลีบดอกไม้ที่สวยงามนับไม่ถ้วน
จากนั้น นางก็หายตัวไป
ในวินาทีต่อมา นางก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเหนือประตูเมือง มีรัศมีแห่งแสง
ปรากฏขึ้น ส่องประกายด้วยสีสันอันแพรวพราวดั่งดอกเชอร์รี่ในฤดูใบไม้
ผลิ ปิงเมิ่งปรากฏตัวในกลีบดอกไม้เหล่านี้ ภาคภูมิและสูงดั่งเช่นเทพธิดา
ที่ลงมาจากชั้นสวรรค์สูงสุด ร่างกายของนางเต็มไปด้วยออร่าศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่านางจะเข้าสู่เมืองสังหาร แต่นางก็ไม่ได้เปื้อนโลหิตเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ปิงเมิ่งจึงได้ปรากฏขึ้นที่ในเมืองสังหารอย่างไม่
สามารถอธิบายได้ ราวกับว่ากลีบดอกไม้เหล่านั้นพานางไปยังที่นั่น ตั้งแต่
ต้นจนจบ มันก็ไม่มีใครสามารถเห็นว่านางเคลื่อนไหวหรือใช้กฎอันใด
“นั่นคือการเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติหรือไม่?”
“เป็นไปไม่ได้! พลังแห่งมิติรอบเมืองสังหารแข็งอย่างยิ่ง และยังมี
พลังงานที่ไม่พอใจขัดขวางอยู่ด้วย มันยากอยู่แล้วสำหรับเราที่จะบิน
ดังนั้นนางจะเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติได้อย่างไร?”
“น่าหวาดกลัวยิ่ง! ข้าไม่รู้ว่านางใช้กฎอันใดในการบรรลุสิ่งนี้ ผู้ใดยัง
จะสามารถเป็นคู่มือของนางได้?”
ทุกคนมองไปยังปิงเมิ่งด้วยความกลัวในสายตา เสี่ยวหมัวเซียนเป็นผู้
มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง และนางยังมีอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น ด้วยความ
เยาว์วัย, ความแข็งแกร่งของนางจึงเป็นธรรมดาที่จะล่าหลังศิษย์พี่ของ
นาง
นอกจากนี้ หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของเสี่ยวหมัวเซียน
แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะยังคงไม่สามารถเทียบกับนางได้ แต่อย่างน้อยก็จะ
สามารถมองเห็นความแข็งแกร่งของนางได้ นางมิได้เป็นเช่นปิงเมิ่งซึ่งเป็น
ปริศนาอยู่เสมอ แม้ในตอนนี้ มันก็ไม่มีใครมีเงื่อนงำเกี่ยวกับนาง
“สิ่งเหล่านั้นมิใช่กฎแห่งมิติ ปิงเมิ่งผู้นี้น่าหวาดกลัวเกินไป…”
เขี้ยวมังกรคิดกับตัวเอง ในฐานะผู้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับ
กฎแห่งมิติ และยังเป็นผู้ที่สัมผัสวิถีระดับ 6, เขาก็สามารถแยกแยะความ
แตกต่างได้ว่าเทพธิดาปิงเมิ่งได้ใช้กฎแห่งมิติหรือไม่ในตอนนี้
มันไม่มีขีดจำกัดในจักรวาลนี้ ย่อมมีผู้ที่เหนือกว่าเสมอ
นักสู้หลายคนถอนหายใจด้วยอารมณ์ ปิงเมิ่งน่าหวาดกลัวมากอยู่
แล้ว และก็ยังไม่มีใครรู้ว่าขอบเขตความแข็งแกร่งของนางอยู่ที่ใดอีกด้วย
หลังจากปิงเมิ่ง ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆก็ถูกบดบัง แม้ว่าจะมีคนสามารถ
เอาชนะมือโลหิตได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องพิเศษเลย
ในไม่ช้า ทั้งหมด 10,000 คนก็ได้พยายามเข้าไปในเมืองสังหาร โดย
มีเพียง 890 คนที่ประสบความสำเร็จ!
“จาก 10,000 คน ตอนนี้กว่า 90% ได้ถูกคัดออกทันที!”
“นี่เป็นเรื่องผิดปกติเกินไป ข้าคิดว่าหลังจากเข้ารอบชิงชนะเลิศ ข้า
จะสามารถได้รับอันดับที่ดีขึ้น แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนมากมายที่จะ
ไม่มีโอกาสได้เข้าสู่เวที!”
“มีอัจฉริยะมากเกินไป การแข่งขันนี้เป็นความไร้ปราณี!”
แม้แต่คนที่เข้าเมืองสังหารได้ก็ยังก็คิดเช่นนี้
สำหรับบรรดานักสู้ที่มีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป พวกเขาก็
ยังคงต้องควบคุมความรังเกียจและอิจฉาไว้ในใจ ความแตกต่างถูกวางไว้
ตรงหน้าแล้ว หลายคนแทบจะไม่สามารถผ่านเข้าไปในเมืองสังหารได้ใน
ขณะที่บางคนสามารถเอาชนะมือโลหิตได้อย่างง่ายดาย มีแม้แต่คนเช่น
เทพธิดาปิงเมิ่งที่เข้าไปโดยใช้วิธีที่ไม่น่าเชื่อบางอย่าง
“มาเริ่มการต่อสู้กันเถอะ!”
หนึ่งในราชันพิภพประกาศออกมาอย่างกระทันหัน
ใน 10 หน่วย คนที่ถูกกำจัดอยู่ในกลุ่มที่สอง ทุกคนในกลุ่มแรกจะ
ได้รับการพิจารณาว่าผ่านแล้ว
หลินหมิงอยู่ในหน่วยที่ 3 ในหน่วยของเขามี 62 คนที่เหลืออยู่ใน
กลุ่มที่สอง พวกเขาต้องท้าทายนักสู้ทั้ง 30 คนในกลุ่มแรก
“เขี้ยวมังกร?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่ได้สังเกตมาก่อน แต่เขาและเขี้ยว
มังกรได้อยู่ในหน่วยเดียวกัน นอกจากนี้ ตงเฉียนเองก็ยังอยู่ที่นี่
“เลือกคู่ต่อสู้ของเจ้า แต่ละคนมีโอกาส 3 ครั้ง”
คนที่จัดการหน่วยนี้เป็นชายชราร่างผอม เขาสวมชุดสีน้ำเงินและมี
บรรยากาศที่พิเศษ
62 คนได้เลือกคู่ต่อสู้ของพวกเขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลินหมิงหรือ
เขี้ยวมังกรต่างก็ไม่ได้ถูกเลือก
นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล หนึ่งในไม่กี่คนในหน่วยของพวกเขาที่มี
ความสามารถในการเอาชนะมือโลหิตเหล่านั้น และการจะไปท้าทายคนที่
แข็งแกร่งก็จะมิเท่ากับการร้องขอความตายหรอกหรือ?
นอกจากหลินหมิงแล้ว มันยังมีคนอื่นที่ยังไม่ได้ถูกเลือกเช่นกัน คน
เหล่านี้เป็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์, ศิษย์ของตำหนักราชันสวรรค์ หรือ
เป็นนักสู้อันดับหนึ่ง
ส่วนคนอื่นๆจะมีคู่ต่อสู้ 3-4 คน แม้กระทั่งบางคนที่แสดงฝีมือได้ไม่ดี
นักขณะที่พวกเขาเข้ามาในเมืองสังหาร เช่นตงเฉียน ซึ่งได้ถูกท้ายทายโดย
7-8 คน
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง รอบกำจัดเพื่อเข้าสู่เมืองสังหารได้ช่วยลดจำนวน
ผู้เข้าร่วม แต่ก็ยังได้ช่วยผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่สองให้มีความเข้าใจโดยละเอียด
เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของคนอื่นๆซึ่งแสดงฝีมือออกมาในระหว่างนั้น
ด้วย ซึ่งจะได้ไม่เสียเวลา”
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดอยู่ เขาก็รู้สึกถึงสายตาของใครบางคนจับ
จ้องมายังเขา เขาเห็นชายหนุ่มสวมชุดขาวกำลังมองเขา ชายหนุ่มคนนี้
โกนหัวโล้น มีแผลเป็น 9 วงที่ศีรษะ เขาสวมรองเท้าฟางและเสื้อคลุม
หลวม ดูคล้ายนักบวชที่เคร่งขรึม
“นักบวช…”
คิ้วของหลินหมิงโค้งขึ้น
“ท่านหลิน ข้ายินดีที่ได้พบท่าน ข้าเป็นศิษย์ของขุนเขาผู่โถว, ซิงชือ”
*普陀山 ขุนเขาผู่โถว
“ขุนเขาผู่โถว…” หลินหมิงตกใจ เขาไม่เคยได้ยินชื่อขุนเขาผู่โถวมา
ก่อน
ขณะที่หลินหมิงกำลังพยายามนึกเกี่ยวกับขุนเขาผู่โถว กระแสเสียง
ปราณแท้ของตงเฉียนก็ส่งเข้ามาในหูของเขา
“พี่หลิน, ขุนเขาผู่โถวเป็นขุมกำลังระดับตำหนักราชันสวรรค์ พวกเขา
ค่อนข้างจะไม่ทำตัวโดดเด่นตลอดเวลา แต่พวกเขาเป็นหนึ่งในนิกายที่มี
อายุยาวนานสุดด้วยประวัติอันรุ่งโรจน์ และมีข่าวลือว่ามีถึงสองราชัน
สวรรค์อยู่ในนิกายของพวกเขา”
“สองราชันสวรรค์?” หลินหมิงถามอย่างตกใจ นิกายที่มีสองราชัน
สวรรค์!
“มันมีน้อยอย่างมากที่จะมีขุมกำลังใดจะมีสองราชันสวรรค์ ใน
อนาคต ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะและตำหนักรุ่งอรุณปีศาจสวรรค์ก็จะ
เป็นเช่นเดียวกัน เทพธิดาปิงเมิ่งและเสี่ยวหมัวเซียนอาจเรียกได้ว่าเป็น
ราชันสวรรค์น้อย แต่ไม่ว่าจะเป็นตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะหรือตำหนัก
รุ่งอรุณปีศาจสวรรค์ พวกเขาก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับขุนเขาผู่โถวได้
นี่คือความแตกต่างในพื้นหลัง ข้าได้ยินมาว่าขุนเขาผู่โถวคงอยู่มาเป็นเวลา
3.6 พันล้านปี…”
“3.6 พันล้านปี!”
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น สำหรับขุมกำลังที่จะคงอยู่รอดเป็นเวลา
3.6 พันล้านปี นั่นเป็นจำนวนตัวเลขที่น่ากลัวอย่างแท้จริง!
“ในประวัติศาสตร์ 3.6 พันล้านปี พวกเขาได้มีราชันสวรรค์ปกป้อง
ตลอดเวลาหรือไม่? มันมิได้หมายความว่าพวกเขามีราชันสวรรค์หลายสิบ
ที่เกิดจากนิกายของพวกเขาเลยหรือ?”
“ข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขุนเขาผู่โถวลึกลับอย่างมาก เหตุผลเดียว
ที่ข้าเข้าใจเกี่ยวกับพวกเขาก็เพราะข้าสืบสวนข้อมูลเกี่ยวกับทุกคนที่เข้า
ร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก”
หลินหมิงมองไปซิงชือยังอย่างลึกซึ้ง นักบวชผู้นี้มีออร่าที่ล้ำลึกดั่ง
ทะเล เห็นได้ชัดว่าเป็นยอดผู้เชี่ยวชาญ
“มันมีผู้เชี่ยวชาญมากเกินไป ที่นี่เป็นถ้ำที่เสือหมอบและมังกรซ่อน!”
หลินหมิงคิดกับตัวเองอีกครั้ง เขายกมือคารวะซิงชือตอบ
“ยินดีที่ได้พบท่านด้วยเช่นกัน”
เนื่องจากสหายผู้นี้สุภาพกับเขา หลินหมิงจึงต้องสุภาพกลับ
และในเวลานี้ การต่อสู้ที่รุนแรงเริ่มขึ้น ทุกหน่วยใหญ่มีการต่อสู้
หลายคู่ในเวลาเดียวกัน ในเกือบทั้งหมดของผู้เข้าร่วมจากกลุ่มที่สองได้
พ่ายแพ้
แต่การต่อสู้ที่รุนแรงนี้ไม่มีอิทธิพลต่อหลินหมิงเลย เมื่อดวงอาทิตย์
ลับขอบฟ้าและรอบการกำจัดจบลง จาก 10,000 คนในเริ่มต้น มันก็มี
เพียง 300 คนเท่านั้นที่เหลือ ซึ่งก็คือราวๆ 30 คนของแต่ละหน่วย
ตงเฉียนนั้นโชคร้าย; เขาถูกกำจัดออก
เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เขาเป็นคนที่แทบจะไม่สามารถอยู่
ในกลุ่มแรกได้อยู่แล้ว ทางด้านดาวสุสานจันทรา มีเพียงหลินหมิง, เขี้ยว
มังกร, โยวหวูจิ่นและดาบไร้โลหิตที่เหลืออยู่
สำหรับนักสู้ มันไม่มีความแตกต่างอะไรที่พวกเขาต้องต่อสู้กันใน
ตอนเช้าหรือตอนกลางคืน หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว การแข่งขัน
ของกลุ่มจะเริ่มขึ้น
และในเวลานี้ มันก็ยังคงอยู่ในเวลาประมาณเที่ยงคืน
“สิ่งต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว!”
หลินหมิงคิดกับตัวเอง ไม่มีเวลาแม้แต่วันจะพักผ่อน!
หลินหมิงเหลือบมองไปยังรายชื่อ ในแต่ละกลุ่มมี 30 คน ทุกคนต้อง
ต่อสู้เพียง 15 ครั้งเท่านั้น การต่อสู้หลินหมิงส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้กับ
ศิษย์ของตำหนักราชันสวรรค์หรือสามอันดับแรกของรอบรองชนะเลิศ
เขายังไม่ได้เจอกับผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ที่แท้จริงหรือเขี้ยวมังกร ดู
เหมือนว่าทุกคนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญสูงสุดจะถูกแบ่ง
ออกเป็นกลุ่มต่างๆเพื่อทำให้พวกเขาแยกจากกัน
“สนามต่อสู้แรก! หลินหมิงปะทะชังเหลียง! เขี้ยวมังกรปะทะหวูจวิน!
ซิงชือปะทะเฮิงอิง!”
ผู้ตัดสินคนหนึ่งประกาศว่าคนแรกที่จะขึ้นไปบนเวทีคือหลินหมิง นี่ก็
มีเหตุผล หลินหมิงไม่เคยแม้แต่จะต่อสู้เลยตั้งแต่เข้ามาที่นี่
คู่ต่อสู้ที่ชื่อชังเหลียงเป็นศิษย์หลักของตำหนักราชันสวรรค์ และเขา
อยู่ที่ตำหนักอันดับ 90 จากตัวเลขนี้ ความแข็งแกร่งของเขาก็สามารถ
จินตนาการได้ว่าอยู่ระดับหนึ่ง