Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,281 ความแข็งแกร่งที่แตกต่าง
ผู้ที่เดินบนไปเวทีต่อสู้คือชังเหลียงซึ่งมีผมสีเงิน เขาใช้หอกดำเป็น
อาวุธเช่นเดียวกับหลินหมิง
หลินหมิงดึงเอาหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกจากแหวนมิติของเขา
“หอก? น่าสนใจยิ่ง!”
ชังเหลียงหัวเราะเบาๆ “ข้ามีความประทับใจต่อเจ้า เจ้าเป็นคนที่ได้
อันดับหนึ่งจากดาวสุสานจันทราและมีหลายคนรู้จักเจ้า พวกเขาเชื่อว่า
เจ้าสามารถเข้าสู่สามอันดับแรกของแถลงอันดับปฐพีได้อย่างง่ายดาย
และบางทีอาจเบ่งบานในระหว่างงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนี้ด้วย
และอาจกระทั่งไปถึง 10 อันดับแรกของแถลงอันดับสวรรค์ด้วยซ้ำ”
ตามกฎของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก เหล่าศิษย์สายตรงของ
ราชันสวรรค์และศิษย์หลักของตำหนักสวรรค์ได้รับการพิจารณาให้อยู่ใน
แถลงอันดับสวรรค์ แต่แถลงอันดับปฐพีจะไม่นับรวมพวกเขา โดยทั่วไป ผู้
ที่จะครอบครองแถลงอันดับปฐพีจะเป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชัน
พิภพ
ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมสูงสุดสามคน
ในแถลงอันดับปฐพีจะมีเพียงอันดับเฉลี่ยในแถลงอันดับสวรรค์ โดยมิต้อง
กล่าวถึงผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ ศิษย์หลายคนของตำหนักสวรรค์ ซึ่ง
อยู่ในกลุ่มที่สองด้วย พวกเขาก็มักจะดีกว่าเหล่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์
มหาราชันพิภพ
นี่เป็นเพราะเหล่าศิษย์ของตำหนักสวรรค์เหล่านี้มักมีอาจารย์เป็นกึ่ง
ราชันสวรรค์ มรดกและทรัพยากรของพวกเขาจึงดีกว่ามาก พวกเขายัง
สามารถได้จะเรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพหลายครั้ง เป็นเรื่องยากสำหรับ
เหล่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพที่จะเปรียบเทียบกับพวกเขา
ชังเหลียงเองก็เป็นศิษย์หลักของตำหนักสวรรค์ ในฐานะศิษย์หลัก
ของตำหนักสวรรค์ เขาก็ย่อมเป็นคนหยิ่งอย่างที่สุด แต่ไม่ว่าชังเหลียงจะ
หยิ่งยโสเพียงใด เขาก็ยังไม่คิดว่าตนเองจะเข้าสู่ 10 อันดับของแถลง
อันดับสวรรค์ได้ นี่เป็นเพราะความยิ่งใหญ่ของงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรก
ขั้นต่ำที่จำเป็นต้องใช้ในการเข้าสู่ 10 อันดับแรกของแถลงอันดับ
สวรรค์นั้นสูงมาก ถ้าใครอยากจะเข้าสู่ 10 อันดับแรก พวกเขาจะต้อง
ต่อสู้อย่างยากลำบากที่สุด!
30 ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์, 20 ศิษย์จากตำหนักสวรรค์ แต่ละคน
ก็เป็นอัจฉริยะที่ไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ เกือบทุกคนมีการบ่มเพาะขั้นเทพ
สมุทรช่วงปลาย หากเผชิญหน้ากับพวกเขาซักคน ชังเหลียงก็ย่อมไม่มี
ความมั่นใจเลย อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เช่นนี้ มันกลับมีคนจำนวน
มากที่เชื่อว่าหลินหมิงซึ่งเป็นเพียงนักสู้กขั้นเทพสมุทรช่วงกลางจะมี
โอกาสเข้าสู่10 อันดับแรกของแถลงอันดับสวรรค์ มันจะมิได้หมายความ
ว่าหลินหมิงสามารถเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดายหรอกหรือ?
ชังเหลียงแน่นอนว่าไม่ปักใจในเรื่องนี้
“หลินหมิงมีโอกาสสูงมากในการเข้าสู่ 10 อันดับแรกของคำแถลง
สวรรค์? ผู้ได้กล่าวเรื่องไร้สาระเช่นนี้กัน?”
ข้างสนาม นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าร่วมคนอื่นได้ยินว่าหลินหมิงมี
ความหวังสูงที่จะเข้าสู่ 10 อันดับแรกของแถลงอันดับสวรรค์ได้
“ข้าเองก็ไม่รู้ ข้าเพียงได้ยินมาว่าเขาเป็นผู้เข้าร่วมอันดับหนึ่งจากดาว
สุสานจันทรา และยังมีศักยภาพยิ่งใหญ่เกินกว่าเขี้ยวมังกร ความ
แข็งแกร่งของเขาก็น่าจะเช่นเดียวกัน ซึ่งเขี้ยวมังกรเองก็ยังเป็นยอด
ผู้เชี่ยวชาญแล้ว”
“มังกรเขี้ยว? เขามิได้เป็นเพียงนักสู้ไร้ชื่อหรอกหรือ…?” ศิษย์ของ
ตำหนักสวรรค์แสดงความคิดเห็นอย่างไม่สุภาพ ดวงตาของเขามองไปอีก
สนามซึ่งเขี้ยวมังกรกำลังเผชิญหน้ากับหวูจวิน หวูจวินเป็นศิษย์ของ
ตำหนักสวรรค์ในกลุ่มที่สอง เขาอยู่ตำหนักอันดับที่ 130 ด้อยกว่าชังเหลี
ยงเพียงเล็กน้อย
หลังจากหลินหมิงได้ยินคำพูดของชังเหลียง เขาก็ยิ้มเล็กน้อย “ข้ามี
โอกาสที่จะเข้าสู่ 10 อันดับแรกของแถลงอันดับสวรรค์? นั่นอาจเป็น
ข้อสรุปที่ข้าได้รับจากเหล่าศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์”
ศิษย์ทั้งหมดของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์เชื่อว่าหลินหมิงได้ใช้
เคล็ดลับบางอย่างเพื่อปีนไปบนแท่นผนึกเทวะ ถึงกระนั้นมันก็ยังน่าทึ่ง
อย่างเหลือเชื่อ จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว พวกเขาก็เชื่อว่าศักยภาพของ
หลินหมิงนั้นไร้ขีดจำกัด น่าเสียดายที่หลินหมิงยังเด็กเกินไป เขาอายุน้อย
กว่า 5–6 ปีจากผู้สืบทอดของราชันสวรรค์คนอื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อ
ว่าหลินหมิงจะได้เข้าสู่ 10 อันดับแรกของแถลงอันดับสวรรค์เท่านั้น การ
ประเมินนี้ได้บดบังผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ส่วนใหญ่ และโดยนัยแล้ว
พวกเขาได้พ่ายแพ้อัจฉริยะที่อายุน้อยกว่าพวกเขา 5–6 ปีนั่นเอง สำหรับ
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ นี่ก็เป็นความอัปยศอย่างยิ่ง เพียงแค่คิดถึง
ความแข็งแกร่งที่หลินหมิงสามารถบรรลุได้ภายใน 5–6 ปีข้างหน้า พวก
เขาก็สามารถจินตนาการถึงความแตกต่างได้
“ข้าเป็นศิษย์ของหัวหน้าศิษย์แห่งราชันสวรรค์จันทราเทา, เยว่จื่อ ข้า
ก้าวขึ้นไปบนเวทีนี้เพราะข้าต้องการใช้ศึกครั้งนี้เพื่อสั่งสอนบางอย่างแก่
เจ้า ข้าจะสอนเจ้าถึงความแตกต่างระหว่างแถลงอันดับสวรรค์กับแถลง
อันดับปฐพีว่าเป็นอย่างไร แม้ว่าเรามิใช่ศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์ แต่
เรายังได้เรียนรู้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ!”
ชังเหลียงไม่ได้บอกว่าเขาจะเอาชนะหลินหมิง เขาไม่เชื่อว่าข่าวลือ
ทั้งหมดไม่มีมูลความจริงอยู่เลย แต่เขาก็ไม่เชื่อด้วยว่าหลินหมิงจะ
สามารถจัดการผู้ทรงพลังจำนวนมากจนไปถึง 10 อันดับแรกได้
“ชังเหลียงผู้นี้ช่างโง่เขลาอย่างยิ่ง”
ด้านล่างเวที่ จ้าวจี้มองอย่างชื่นชม ในจังหวะของโชคชะตา เขาก็ถูก
วางไว้ในฝ่ายเดียวกับหลินหมิง และในฐานะศิษย์ของตำหนักเอกภพ
อนันต์ เขารู้ดีว่าหลินหมิงเป็นที่น่ากลัวมากเพียงใด ชังเหลียงสามารถ
ตำหนิได้เพียงโชคร้ายของตัวเองเท่านั้น
“โชคดีที่เขาไม่ได้บอกว่าตนสามารถเอาชนะหลินหมิงได้ มิเช่นนั้น
ใบหน้าของเขาจะบวมด้วยความอัปยศในภายหลัง” ศิษย์ของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์อีกคนกล่าวว่าจากด้านข้างจ้าวจี้ แม้ว่าศิษย์ของ
ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์จะด้อยกว่าหลินหมิง แต่พวกเขาก็ยังดีใจที่ได้
เห็นศิษย์ตากตำหนักสรรค์อื่นโดนทุบตี
ในขณะที่ชังเหลียงกำลังจะพูดคำอีกหลายคำ เขาก็ได้ยินเสียงดัง
สนั่นดังจากข้างหลัง ราวกับว่ามีใครบางคนกระแทกม่านพลังอย่างรุนแรง
เขาหันกลับไปและรู้สึกประหลาดใจทันที่ ในอีกเวทีหนึ่งที่หวูจวิน
ต่อสู้กับเขี้ยวมังกร ปราณแท้ปกป้องร่างของหวูจวินแตกสลายอย่าง
สิ้นเชิง เขากระอักโลหิตออกขณะที่ทรุดลงกับพื้น สำหรับเขี้ยวมังกร เขา
ยืนอยู่ตรงกลางของเวที่ เขาราวกับว่าเขาไม่ได้ใช้พลังงานใดๆเลย
การต่อสู้ครั้งนี้จบลงเพียงไม่กี่ลมหายใจ!
“นี่… เกิดอะไรขึ้น?”
ดวงตาของชังเหลียงเบิกกว้างขึ้น เขาคุ้นเคยกับหวูจวินอยู่บ้าง ถึง
แม้ว่าหวูจวินจะด้อยกว่าตัวเขา แต่เขายังคงมีความสามารถในการติด
100 อันดับแรกของแถลงอันดับสวรรค์ และเขากลับพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว
ต่อเขี้ยวมังกรเช่นนี้!
“ร้ายกาจยิ่ง! เขาใช้ร่างเงากระจกมิติคู่เพื่อเอาชนะเขาในการ
กระบวนท่าเดียว!”
“ร่างเงากระจกมิติคู่ไม่ถือว่ามีความชำนาญมากจนเกินไป ขีดจำกัด
ของเขี้ยวมังกรย่อมทำได้เกินกว่าสองร่าง ข้าสงสัยว่าเขาประสบ
ความสำเร็จถึงขอบเขตใดกันแน่!”
“ไม่น่าแปลกใจที่บางคนบอกว่าเขี้ยวมังกรมีโอกาสเข้าสู่ 10 อันดับ
แรกของแถลงอันดับสวรรค์ได้ ตอนนี้ ดูเหมือนว่าข่าวลือเหล่านี้อาจถูก
พูดเกินจริงบ้างเล็กน้อย แต่ไม่จำเป็นต้องไม่ใช่แล้ว”
รอบเวทีของเขี้ยวมังกรมีหลายคนกำลังเฝ้าดูการประลองนั้นอยู่
ใบหน้าของชังเหลียงกลายเป็นมืดมน ในสนามแข่งของดาวสุสาน
จันทรา เขี้ยวมังกรได้อันดับสองเท่านั้น หลินหมิงที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือ
อันดับหนึ่ง!
“เจ้าจะมากความไปเพื่ออันใด? มาเริ่มต่อสู้กันเถอะ อีกฝั่งได้เสร็จสิ้น
การต่อสู้แล้ว”
การแสดงออกของหลินหมิงดูผ่อนคลาย แต่คำพูดของเขากลับ
สั่นสะเทือนในหูของชังเหลียง หลินหมิงไม่คิดว่าเขาเป็นคู่มือ และคำพูด
ของเขาก็ชี้ให้เห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะสิ้นสุดลงในเวลาไม่นาน
“โอ้อวดยิ่ง!”
ชังเหลียงตะโกนเสียงดังขึ้น และรัศมีแสงจันทราเข้าห้อมล้อมเขา
เบื้องหลังชังเหลียง ดวงจันทร์สุกใสค่อยๆปรากฏขึ้น ดวงจันทร์กลมมนนี้
ปลดปล่อยบรรยากาศอันงดงามและโบราณ ทำให้ไม่สามารถมองมันได้
โดยตรง
ขณะที่ทุกคนเห็นฉากนี้ ดวงตาของพวกเขาก็เริ่มสว่างขึ้น
“นี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของตำหนักจันทราเทา – จันทราเทา
โบราณ!”
ในความเป็นจริง จันทราเทาโบราณมิใช่พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่
สมบูรณ์ ราชันสวรรค์หลายคนได้ใช้พลังงานทั้งชีวิตของพวกเขาเพื่อสร้าง
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ พวกเขาอาจต้องใช้เวลาหลายสิบล้านปีเพื่อให้มัน
สมบูรณ์ได้ครึ่งเหนึ่ง และอาจตายก่อนที่พวกมันจะสมบูรณ์ นี่คือเหตุผลที่
มีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพไม่สมบูรณ์อยู่มาก
จันทราเทาโบราณเป็นหนึ่งในพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเหล่านั้น
“ถึงอูฐจะผอม แต่มันก็ยังตัวโตกว่าม้า แม้ว่าศิษย์หลักของตำหนัก
สวรรค์จะอ่อนแอ แต่พวกเขาก็ยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่ช่วยสนับสนุน
เมื่อครู่ หวูจวินได้ประเมินศัตรูต่ำเกินไป และไม่ได้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพออกมา ชังเหลียงได้เรียนรู้จากบทเรียนนั้น และตอนนี้เขาจึงเริ่มต้น
ด้วยการทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี”
“ชังเหลียงอาจจะสร้างปัญหาให้หลินหมิงได้ เพราะเขาแข็งแกร่งกว่า
หวูจวิน”
ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าชังเหลียงจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แต่
ก็ยังมีเพียงผู้คนจำนวนน้อยที่คิดคิดว่าเขาจะสามารถเอาชนะหลินหมิงได้
ถ้าหลินหมิงอยู่ในระดับเดียวกับเขี้ยวมังกร ความแตกต่างระหว่างเขาและ
ชังเหลียงจะมากเกินไป
แต่ถ้าเขาพึ่งพาพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพในการต่อสู้ยืดเยื้อ เขาก็ควรจะ
สามารถทำให้หลินหมิงใช้พลังได้บ้าง
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ? แต่ช่างน่าเสียดาย เจ้าเรียนรู้ได้เพียงผิวเผิน
เท่านั้น”
หลินหมิงคว้าหอกโลหิตฟีนิกซ์และพุ่งมันออกไป! ด้วยหอกแสงที่สาด
ประกาย หอกจันทราเทาโบราณที่ด้านหน้าของชังเหลียงก็ถูกเจาะผ่าน
แม้ว่าจะไม่สลาย แต่แสงของมันก็จะจางลงไปเกือบจะไม่เหลือ
‘หืม? การโจมตีครั้งนี้ประกอบด้วยวิถีแห่งนิรันดร์? ไม่น่าแปลกใจที่
ความสามารถนี้ทำให้ความรู้สึกถึงความโบราณและไร้สิ้นสุด พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพแต่ละอย่างล้วนไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง! แต่ความเข้าใจ
ของชังเหลียงยังตื้นเขินเกินไป แม้ว่าตำหนักของราชันสวรรค์มักจะมีพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพมากกว่าหนึ่งอย่างที่เป็นมรดก แต่ก็มีคนมากมายที่
อยากเรียนรู้มัน ระยะเวลาที่ศิษย์สามารถเรียนรู้ได้เองก็จำกัด ถ้าใคร
อยากจะเรียนรู้รายละเอียด พวกเขาจะต้องเป็นผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์เป็นอย่างน้อย’
หอกแสงหลินหมิงบิดและสายฟ้าที่ไร้สิ้นสุดพุ่งทะยานออกไป ฉีก
ผ่านดวงจันทร์สีเทา
“เขาทะลวงผ่านมันได้อย่างง่ายดาย?”
นั่นคือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แม้ว่าชังเหลียงจะไม่สามารถเรียนรู้มัน
อย่างละเอียดได้ แต่ก็ยังไม่ควรจะถูกทำลายอย่างง่ายดายเช่นนี้
หลินหมิงเริ่มเดินไปทางชังเหลียงทีละก้าว
“เจ้าทำเกินไปแล้ว! เจ้าบังคับข้าเอง!” ชังเหลียงตะโกน “จันทราเทา
โบราณรูปแบบที่สอง – จันทราสาดแสงผ่านผืนสวรรค์และปฐพี!”
ในขณะที่ชังเหลียงโจมตีด้วยรูปแบบที่สอง ปราณแท้ของเขาก็ปะทุ
ขึ้นจนถึงขีดจำกัด เส้นเลือดทั้งหมดในร่างกายของเขาพองขึ้นในขณะที่
เขาผลาญพลังปริมาณมากอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เผชิญกับการโจมตีที่สิ้นหวังของชังเหลียน หลินหมิงก็
เพียงแทงหอกออกไปอย่างเรียบง่าย เปลวเพลิงและสายฟ้าสาดประกาย
และการโจมตีจากดวงจันทร์สีเทาโบราณถูกผ่าครึ่งหนึ่งโดยหอกของ
หลินหมิง
เพล้ง!
ปราณแท้ปกป้องร่างของชังเหลียงแตกเป็นเสี่ยงๆ เขากระเด็น
ออกไปไปข้างหลังและกองอยู่บนเวที่
หลินหมิงเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ช่องว่างระหว่างพลังของพวกเขา
ใหญ่มากกว่าที่คนอื่นคิด
“ข้ารู้แล้วว่ามันจะเป็นเช่นนี้ ชังเหลียงและหลินหมิงไม่ได้อยู่ในระดับ
เดียวกันตั้งแต่ต้น พวกเราบอกแล้วว่าหลินหมิงจะสามารถก้าวเข้าสู่ 10
อันดับแรกได้ แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อเรา” ด้านล่างเวที่ ศิษย์ของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์ย์กล่าวด้วยการเย้ยหยัน แท่นผนึกเทวะของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์ง่ายที่จะปีนขึ้นไป? แม้ว่าจะใช้ลูกเล่นใดๆ แต่ก็ไม่
ง่ายเลยที่จะปีนขึ้นไปอยู่ดี แม้จะมีทางลัดจำนวนมากก็ตาม มันก็ยากราว
กับปีนสวรรค์อยู่ดี
“ไม่มีอะไรที่สามารถทำได้ง่าย ผู้คนมักจะเชื่อสายตาตนเองไม่ใช่เพียง
ข่าวลือที่ได้ยินด้วยหู นอกจากนี้ มันยังมีสนามของรอบรองชนะเลิศหลาย
แห่ง” จ้าวจี้กล่าว แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยพอใจกับหลินหมิง แต่เขาก็ทำได้
เพียงแต่ต้องยอมรับความแข็งของหลินหมิงเท่านั้น
“หลังจากนี้ หลินหมิงก็อาจไม่จำเป็นต้องสู้อีกครั้ง หลายคนก็จะต้อง
ยอมรับความพ่ายแพ้แทนที่จะไปเผชิญหน้ากับเขา ในแต่ละกลุ่ม ทุกคน
จะต้องต่อสู้กับอีก 15 คน ถ้าพวกเขายอมรับความพ่ายแพ้ พวกเขาก็จะ
สามารถประหยัดพลังไว้ต่อสู้ครั้งต่อไปได้”
เหล่าศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์คาดเดาได้อย่างถูกต้อง
แล้ว หลังจากที่ชังเหลียงพ่ายแพ้ ศัตรูคนที่สองของหลินหมิงก็ยอมรับ
ความพ่ายแพ้
ครั้งที่ 3, ครั้งที่ 4 และ 5 เองก็เช่นกัน
หลินหมิงได้รับชนะต่อเนื่อง 5 ครั้งอย่างง่ายดาย เขี้ยวมังกรเองก็
เช่นกัน ในสายตาของผู้อื่น อัจฉริยะเช่นหลินหมิงเพิ่งแสดงพลังเพียงส่วน
หนึ่งเท่านั้น ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเขาจะถูกเปิดเผยในรอบชิง
ชนะเลิศที่แท้จริง