Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,283 ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ
ในตอนเช้าตรู่ ในโลกมิติอันยิ่งใหญ่ที่เปิดขึ้นภายในโลกเอกภพอนันต์
ดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ท้องฟ้ายังคงปกคลุมด้วยหมอกควันสีฟ้า
และในโลกมิติอันยิ่งใหญ่นี้ ผู้คนนับไม่ถ้วนได้มารวมตัวกันแล้ว
บนพื้นดิน ผู้นับไม่ถ้วนคนรวมตัวกันเหมือนฝูงมด ในท้องฟ้า ผู้คนก็
แน่นขนัดดั่งฝูงตั๊กแตน คนเหล่านี้กำลังไปยังสนามประลอง
ก่อนหน้านี้ ในเมืองสังหาร รอบการกำจัดและรอบการคัดเลือกของ
รอบชิงชนะเลิศไม่ได้รับการเปิดเผย แต่หลายร้อยล้านคนก็สามารถที่จะ
มาถึงสนามประลอง ตราบเท่าที่พวกเขามีตั๋วเข้าชม พวกเขาก็สามารถดู
การประลองได้ตามใจชอบ
แต่ตั๋วเข้าชมรอบชิงชนะเลิศก็เป็นของหายากหายาก ด้วยตั๋วเข้าชม
หลายร้อยล้าน มันได้ถูกแบ่งใน 100–200 ตำหนักของราชันสวรรค์,
3000 โลกอันยิ่งใหญ่ และโลกขนาดกลาง โลกใบเล็กและมิติเร้นลับบาง
แห่ง โดยเฉลี่ยแล้ว โลกอันยิ่งใหญ่จะได้เพียง 30,000–50,000 ใบเท่านั้น
บรรดาผู้ปกครองเทวะในแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ผู้อาวุโสและหัวหน้า
ศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ของแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันพิภพ และตัวตนระดับสูงของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ และราชันพิภพ เมื่อมีผู้คนนับร้อยล้านคนมารวมตัว
กันในเวทีขนาดใหญ่ หากสุ่มเลือกบางคน เขาคนนั้นก็จะเป็นผู้ปกครอง
ดินแดนของตนและเป็นพระเจ้าของคนนับล้านล้าน แต่ตอนนี้ พวกเขา
มิได้เป็นอันใดไปนอกจากกลุ่มผู้ชมธรรมดา มีหลายคนที่ไม่สามารถหาที่
นั่งได้
ในการประลองการคัดเลือกของรอบชิงชนะเลิศก่อนหน้านี้ มันมี
เพียง 50 คนในกลุ่มแรกเท่านั้นที่จะสามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่แท้จริง
นอกเหนือจาก 50 คนนี้ พวกเขาก็ถูกตัดสิทธิ์อย่างโหดร้าย ในที่สุด
จากทุกกลุ่มรวมกันก็เหลือเพียง 300 คน และคนเหล่านี้จะถูกแบ่ง
ออกเป็นสองกลุ่มคือ – แถลงอันดับปฐพีและแถลงอันดับสวรรค์
“จาก 50 คนในกลุ่มแรก ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ใช้คว้า 30
ตำแหน่ง หลงเหลือไว้เพียง 20 ตำแหน่ง การแข่งขันนี้รุนแรงเกินไป”
งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะครั้งนี้โดดเด่นที่สุด
ในช่วงหลายแสนปีอย่างแท้จริง นี่เป็นเพราะราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะใช้
โลกแห่งนิมิตฝันเทวะเพื่อรวบรวมบรรดาอัจฉริยะแห่งยุคทั่วแดนเทวะ
อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”
“ใช่แล้ว การได้มีชีวิตอยู่ได้ในช่วงเวลานี้เป็นโชคของเราโดยแท้ ข้าได้
ยินมาว่ามีมหาราชันพิภพหลายคนที่กำลังวิ่งมาดูการประลองนี้”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูด เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวก็แผ่กระจายไป
ทั่วท้องฟ้า กลายเป็นแรงกดดันสุดหยั่งปกคลุมพวกเขาทั้งหมด ราวกับว่า
มิติกำลังจะแตกสลาย!
“สวรรค์ นั่นมันเสียงอันใดกัน!?”
“มันรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของข้ากำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ!”
เผชิญหน้ากับเสียงที่ไม่รู้จักนี้ หลายคนรู้สึกราวกับว่าแก้วหูของพวก
เขาถูกเจาะผ่าน และแม้กระทั่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาดูเหมือนจะ
ถูกทำลายสู่ความว่างเปล่า
ในเวลานี้ ภาพที่น่าตกใจอย่างแท้จริงได้เกิดขึ้น ในท้องฟ้า ห้วงมิติ
ขนาดใหญ่ถูกฉีกเปิด การไหลเวียนของพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวได้ทะลัก
ผ่านห้วงมิตินี้ออกมาขณะที่หัวขนาดใหญ่ซึ่งยาวนับร้อยไมล์โผล่ออกมา
จากภายในความมืด หัวนี้มีเขาเดียวและมีเกล็ดขนาดใหญ่เป็นสีดำดั่งหมึก
นี่คือหัวมังกรทมิฬ!
“นั่นคือ… มังกร!?”
“นั่นคือมังกรทมิฬ, สัตว์อสูรเทวะ! สัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง!”
หลายคนในกลุ่มผู้ชมร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก กว่า 99%
ของผู้คนที่นี่ไม่เคยเห็นสัตว์อสูรเทวะมาก่อน
ในแดนเทวะ สัตว์อสูรเทวะเป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับราชันสวรรค์
“มังกร… นี่คือมังกรที่แท้จริง… ”
ผู้อาวุโสสูงของเผ่ามังกรโบราณแข็งค้างขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ นี่เป็น
เรื่องน่าเศร้าอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะเป็นผู้อาวุโสสูงของเผ่ามังกรโบราณ
แต่เขาก็ไม่เคยเห็นมังกรแท้จริงที่มีชีวิตมาก่อน
“นี่เป็นมังกร… ” หลินหมิงได้เห็นฉากนี้จากพื้นที่รอคอยของผู้แข่งขัน
เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเทวะนี้ เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหึมา
“มังกรมาที่นี่ นี่หมายความว่าราชันสวรรค์ได้มาถึงใช่หรือไม่?”
หลายคนคิดได้ถึงเรื่องนี้ พวกเขารู้ว่ามีเพียงราชันสวรรค์ที่ทรงพลัง
เท่านั้นจึงสามารถใช้สัตว์อสูรเทวะเป็นพาหนะได้
“มังกรทมิฬ… เช่นนั้นแล้วก็อาจจะเป็น… ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ!”
ในกลุ่มผู้ชม มีตัวตนระดับสูงที่มีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับราชัน
สวรรค์ มังกรทมิฬเป็นพาหนะของราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ
“ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ!”
หลายคนเคยได้ยินชื่อนี้ ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจเป็นที่รู้จักในฐานะ
ราชันสวรรค์สูงสุด เดิมเขาเคยถูกรู้จักในนามมารปีศาจ บนเส้นทางในการ
กลายเป็นราชันสวรรค์ เขาก็ได้ฆ่าคนนับไม่ถ้วน
ในอดีต เมื่อตอนที่เขายังเป็นกึ่งราชันพิภพ เพราะเขาได้สังหารผู้คน
จำนวนมาก กระตุ้นความโกรธของแดนเทวะ บางขุมกำลังได้รวมตัวกัน
เพื่อกำจัดเขา แต่ผลลัพธ์ก็คือ พวกเขาล้มเหลว หลังจากนั้น ราชันสวรรค์
รุ่งอรุณปีศาจก็ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ และกำจัดพวกที่พยายามจะ
ฆ่าเขาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่สุนัขหรือไก่กา
ในสงครามนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งถึงหลักล้านล้าน
มารปีศาจนี้ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในทุกที่ที่เขาไป แต่เมื่อเขา
กลายเป็นราชันสวรรค์แล้ว เขาจึงได้เริ่มตีตัวออกห่างโลก อย่างไรก็ตาม
เมื่อนักสู้รุ่นเก่าที่ได้ยินชื่อของเขา พวกเขาก็ยังคงรู้สึกว่าหัวใจสั่นไหว
“ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจมาด้วยตนเอง?”
“เขามาที่นี่เพื่อดูเสี่ยวหมัวเซียน?”
“ราชันสวรรค์มาเพื่อดูงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก?” มีคนร้อง
ออกมาอย่างตกใจ
ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกที่ผ่านๆมา มันก็ไม่มีราชันสวรรค์
คนใดมาด้วยซ้ำ เนื่องจากราชันสวรรค์เกิดมาทุกๆล้านปี ในขณะที่งาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจัดขึ้นทุกๆ 4000–5000 ปี ผู้ชนะเลิศของงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจึงไม่อาจเปรียบกับราชันสวรรค์ เฉพาะนักสู้ที่
มีศักยภาพเทียบเท่ากับราชันสวรรค์เท่านั้นจึงสมควรจะได้รับความสนใจ
จากพวกเขาคนใดคนหนึ่ง
“ฮ่าๆ ดังนั้นพี่ชายรุ่งอรุณปีศาจก็มาที่นี่ด้วยตนเอง มาเถอะ ให้ข้าได้
ตอนรับท่าน!”
เสียงที่ทรงพลังสะท้อนออกมาในอากาศ หลินหมิงสามารถรู้ได้ว่านี่
เป็นเสียงของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
หลังจากราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจปรากฏตัว ราชันสวรรค์เอกภพ
อนันต์จึงต้องแสดงตัวออกมาเป็นธรรมดา
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์และราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจต่างจะมา
เฝ้าดูงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกในครั้งนี้ เป็นไปได้ว่าราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะก็กำลังเฝ้าดูกิจกรรมนี้ นี่เป็นยุคทองของนักสู้อย่างแท้จริง!
หลังจากราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจปรากฏ บรรยากาศในสนาม
ประลองก็ยิ่งเร้าร้อนมากขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เห็นราชันสวรรค์รุ่ง
อรุณปีศาจด้วยสายตา แต่พวกเขารู้ว่าตัวตนเช่นนั้นกำลังเฝ้าดูการ
ประลองเช่นเดียวกับราชันสวรรค์คนอื่นๆ
“แม้แต่ราชันสวรรค์ก็ยังมา มีผู้เชี่ยวชาญมากเกินไปในงานประลอง
ร่วมชุมนุมครั้งแรกนี้ ถ้าศิษย์พี่หลินได้ถูกเปรียบเทียบกับพวกเขาแล้ว…”
ในฝั่งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ เหยียนเยว่เอ่อร์กังวลเล็กน้อย แม้นางจะรู้ว่า
หลินหมิงแข็งแกร่ง แต่นางยังได้ดูข้อมูลของอัจฉริยะอื่นๆด้วย และแต่ละ
คนที่เป็นคู่ต่อสู้นั้นน่าหวาดกลัวขึ้นเรื่อยๆ
“ทุกท่าน! ข้ายินดีต้อนรับทุกท่านที่นี่ในนามของตำหนักสวรรค์เอก
ภพอนันต์ ข้าเป็นเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศของงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรกนี้ – ฮั่วหยู่จื่อ!”
สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือเวที่ ชายร่างสูงที่ดูมีกำลังวังชาลอยอยู่ใน
อากาศ ร่างของเขาถูกฉายภาพโดยค่ายกล ทำให้ผู้ชมหลายร้อยล้านคน
สามารถเห็นเขาได้อย่างชัดเจน
“ตอนนี้ ข้าจะประกาศกฎของรอบชิงชนะเลิศ จะเพียง 50 คนใน
รอบรองชิงชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศจะถูกแบ่งออกเป็นสองขั้นตอน
ขั้นตอนแรก แต่ละคนจะต่อสู้ 18 ครั้ง ตามผลงานของพวกเขาในการ
ต่อสู้ 18 ครั้ง ทั้ง 50 คนจะถูกแบ่งออกเป็นสองลำดับชั้น ลำดับชั้นแรก
จะประกอบด้วย 10 คน และลำดับชั้นสองจะประกอบไปด้วย 40 คน
สิ้นสุดของการประลองครั้งนี้จะมี 10 คนได้อยู่ลำดับชั้นแรก และ 10
อันดับแรกจะได้รับการตัดสินจากสิ่งเหล่านั้น
“สำหรับผู้ที่อยู่ในลำดับชั้นสอง, 40 อันดับแรกจะได้ประลองแบบพบ
ประกันทั้งหมด 3 อันดับแรกในชั้นสอง พกวเขาจะได้รับคุณสมบัติในการ
ท้าทายผู้ที่อยู่ในชั้นแรกอีกครั้ง ถ้าพวกเขาชนะ พวกเขาจะสามารถคว้า
อันดับของอีกฝ่ายแทนได้”
กฎของรอบชิงชนะเลิศนั้นไม่ซับซ้อน ผู้หนึ่งไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับทุก
คนในรอบชิงชนะเลิศ ตราบเท่าที่เขาสามารถเข้าสู่ชั้นแรกได้ เช่นนั้นใน
ความเป็นจริงก็จะต้องต่อสู้เพียง 27 ครั้ง
“18 ครั้งแรกไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลังจากนั้นอีก 9 ครั้ง แต่ละครั้งจะ
เป็นคู่ต่อสู้จาก 10 ผู้ทรงพลัง การต่อสู้ทุกครั้งจะต้องงดงามและน่าทึ่ง
อย่างแท้จริง”
หลังจากหลินหมิงได้ยินกฎเหล่านี้ หัวใจของเขาก็แวบขึ้นด้วย
ความคิด แต่ในเวลานี้ เหนือเวทีกลาง ฮั่วหยู่จื่อได้ตะโกนออกมาว่า “คู่
แรกจะเริ่มต้นขึ้นด้วย – ปิงเมิ่งปะทะหลินเฟิง!”
การประลองครั้งแรกจะเป็นการเปิดตัวของปิงเมิ่ง!
นี่เองก็มีเหตุผล ปิงเมิ่งเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการคว้า
อันดับหนึ่งในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก แม้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะไม่
อ่อนแอ แต่นางก็ยังเด็กเกินไป ไม่ว่าพรสวรรค์ของนางจะมากมายเพียงใด
แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างความเหลื่อมล้ำของวัยได้มากเกินนัก
“ปิงเมิ่ง!”
“เทพธิดาปิงเมิ่ง!”
ในฐานะที่เป็นผู้ชมเห็นปิงเมิ่งก้าวขึ้นไปในการประลองครั้งแรก
หลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าชายหนุ่ม พวกเขาเริ่มส่งเสียงเรียกชื่อ
ของนางออกมาดังๆ
หลายคนอาจไม่รู้จักเขี้ยวมังกรและหลินหมิง และแน่นอนพวกเขา
รู้จักไป่เหยาและซิงชือ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักปิงเมิ่งและเสี่ยวหมัว
เซียน ปิงเมิ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบอย่างลึกซึ้งและไม่
สามารถแตะต้องได้ ในแดนเทวะ นางเป็นที่ไฝ่ฝันของชายหนุ่มที่โดดเด่น
นับไม่ถ้วน
ตอนนี้ เมื่อพวกเขาเห็นปิงเมิ่งก้าวขึ้นไปบนเวทีแล้ว พวกเขาจะไม่
ตื่นเต้นได้อย่างไร?
คู่ต่อสู้ของปิงเมิ่งคือหลินเฟิง หลินเฟิงเองก็เป็นศิษย์หลักของตำหนัก
ราชันสวรรค์ ในการประลองกลุ่มก่อนหน้านี้ เขาได้รับชัยชนะมาทุกครั้ง
สีหน้าของเขาสงบอยู่ตลอดเวลา; เขาย่อมไม่อ่อนแอแต่อย่างใด
“นั่นใครกัน? เหตุใดต้องต่อสู้ แค่รีบยอมแพ้ไปจะดีกว่า!”
“ใช่แล้ว! เจ้าโชคร้าย ยอมรับความพ่ายแพ้หรือเจ้าจะประสบกับ
ปัญหาภายหลัง!”
หลินเฟิงโชคร้ายอย่างแท้จริง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาก้าวขึ้นเวทีของ
รอบชิงชนะเลิศและเขาต้องเผชิญกับปิงเมิ่งเลย นอกจากนี้เขายังต้อง
เผชิญหน้ากับการกดดันของแฟนคลับนางนับไม่ถ้วน
สีหน้าของหลินเฟิงกลายเป็นน่าเกลียด “คนเหล่านี้คิดว่าข้าไร้
ประโยชน์”
แน่นอนเขาเองก็ไม่เชื่อว่าตนสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของปิงเมิ่งได้ แต่ใน
ฐานะยอดอัจฉริยะ เขาเองเขามีความมั่นใจในทักษะของตนหรืออย่าง
น้อยที่สุดเขาก็ไม่เชื่อว่าตนเองจะพ่ายแพ้ในการโจมตีแรก เขาอย่างน้อย
ควรจะสามารถที่จะต่อสู้กับปิงเมิ่งได้บ้าง
เขาไม่ได้วางแผนที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ที่นี่
“เริ่มได้!”
ฮั่วหยู่จื่อประกาศอย่างเป็นทางการ ในขณะเดียวกันหลินเฟิงก็พุ่งเข้า
หาปิงเมิ่งทันที่ ดาบหนักในมือของเขาฟันลงมายังปิงเมิ่ง การโจมตีก็
เหมือนดั่งเสือที่วิ่งลงมาจากภูเขา ไม่อาจหยุดยั้งได้
แต่ปิงเมิ่งกลับไม่ได้ขยับจากจุดที่ยืนอยู่เลย ด้วยเพียงการโบกมือ
อย่างอ่อนโยน มันก็เหมือนสายลมอ่อนของฤดูใบไม้ผลิที่พัดออกจากนาง
ในวินาทีถัดมา ขณะที่หลินเฟิงกำลังทะยานผ่านอากาศ ปราณแท้ปกป้อง
ร่างของเขาก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งร่างกายของเขาบิดขณะที่ทรุดลงกับพื้น
ในกระบวนการทั้งหมดนี้ มันไม่มีใครเห็นได้ชัดว่าปิงเมิ่งทำสิ่งใดบ้าง
การประลองเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่ปิงเมิ่งกลับเอาชนะได้ทันที่
“ปิงเมิ่งเป็นฝ่ายชัยชนะ”
ฮั่วหยู่จื่อประกาศอย่างไร้ความประหลาดใจ สำหรับแฟนคลับหลาย
ร้อยล้านคนในปัจจุบัน ทุกคนดูราวกับว่าพวกเขาหลงจมอยู่ในความงุนงง
“นั่นเป็นการโจมตีด้วยภาพมายาหรือไม่?”
“ไม่! ปราณแท้ปกป้องร่างของหลินเฟิงได้ถูกทำลายโดยบางสิ่ง
บางอย่าง การโจมตีด้วยภาพมายาจะส่งผลเช่นนี้ได้อย่างไร!”
ปิงเมิ่งมีความแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่น่ากลัวอย่างแท้จริงคือ ทุกคนไม่อาจ
รู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของนางเป็นเช่นใด
ทักษะของนาง กฎของนาง ทุกอย่างคล้ายกับการโจมตีของภาพ
มายา แต่ความจริงไม่เรียบง่ายเช่นนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการได้
ว่าทักษะของนางเป็นอย่างไร
“น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ถ้าใครได้ต้องสู้กับปิงเมิ่งแล้ว พวกเขาอาจจะ
ไม่รู้ว่าตนพ่ายแพ่ไปได้อย่างไร!”
ผู้เข้าร่วมอัจฉริยะหลายคนต่างก็หวาดกลัวขณะที่มองไปยังปิงเมิ่ง
สำหรับผู้คนหลายร้อยล้านในปัจจุบันนั้น พวกเขาเงียบงันไปเพราะความ
งุนงงครู่หนึ่ง แต่จากนั้นพวกเขาก็โห่ร้องเชียร์เสียงดังอีกครั้ง
“ปิงเมิ่ง! ปิงเมิ่ง!” เสียงตะโกนดังขึ้นต่อเนื่องหลายสิบลมหายใจก่อนที่
จะค่อยๆเงียบลง