Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,282 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างง่ายดาย
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,282 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างง่ายดาย
เพราะผู้เชี่ยวชาญได้กระจายกันไปตามแต่ละกลุ่ม หลินหมิงจึงได้รับ
ชัยชนะ 10 ซ้อน
เขี้ยวมังกรเองก็ยังชนะต่อเนื่อง 10 ซ้อน ไม่เพียงแค่นั้น แต่ซิงชือ
และอีกสองศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์ก็สามารถชนะต่อเนื่อง 10 ซ้อน
เช่นกัน
แม้ว่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ก็สามารถมองเห็นได้หลายอย่าง ผู้
แข็งแกร่งมักจะเป็น 50 คนแรกของทุกฝ่าย หลินหมิงและเขี้ยวมังกรถูก
จัดอยู่ในการจัดอันดับเหล่านี้, 30 ศิษย์สายตรงราชันสวรรค์เองก็รวมอยู่
ในนั้นเป็นธรรมดา และแน่นอนว่าพวกเขาไม่อ่อนแอ ไม่ว่าอย่างไร ทุกคน
ที่อ่อนแอก็จะไม่มีมีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าพูดถึงคือตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ นอกจากปิง
เมิ่งแห่งตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะแล้ว มันก็ยังมีศิษย์หลักอีก 3 คน ไม่มี
ศิษย์หลักคนใดที่อ่อนแอ และพวกนางทั้งหมดอยู่ใน 50 รายชื่อนี้
ทั้งสามคนถูกเรียกรวมกันว่า สามเทพธิดาแห่งนิมิตฝันเทวะ ชื่อของ
พวกนางคือ – ปิงห้วน, ปิงอวิ๋นและปิงเยว่
ในตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ศิษย์ทุกคนในยุคของปิงเมิ่งจะใช้แซ่
ปิง, แต่ มีเพียงศิษย์ชั้นยอดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติจะถูกเรียกว่า ‘เมิ่ง’
นี่เป็นที่มาของชื่อ ปิงเมิ่ง
“ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ… พวกเขาช่างน่ากลัวอย่างแท้จริง” ใน
กลุ่มที่มีสามเทพธิดา หลินหมิงได้เฝ้าดูพวกนางต่อสู้อย่างเงียบๆ
คนหนึ่งในเวทีคือ ปิงเยว่ นางเพียงแค่จ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ และโดย
ไม่ต้องเคลื่อนไหวแม้แต่ครั้งเดียว ผลแพ้ชนะได้ถูกได้รับตัดสินเรียบร้อย
แล้ว
คู่ต่อสู้ของนางเขาทรุดลง พละกำลังทั้งหมดหายไปจากร่างกาย
และบุคคลนี้เองก็เป็นถึงอัจฉริยะอันดับสองจากสนามในรอบรอง
ชนะเลิศของเขา อัจฉริยะอันดับสองจาก 100 โลกอันยิ่งใหญ่กลับไม่มี
ความสามารถในการต่อต้านเมื่ออยู่ต่อหน้าปิงเยว่!
“ปิงเยว่เป็นฝ่ายชนะ!”
ราชันพิภพที่ดูแลสนามประลองประกาศออกมาอย่างไร้สีหน้า
ผลลัพธ์นี้เป็นสิ่งที่เขาคาดไว้แล้ว
เทพธิดาทั้งสามจะน่าเกรงขาม และมีไม่กี่คนที่จะต่อสู้กับพวกนางได้
เนื่องจากเป็นศิษย์ของตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ สถานะของพวกนาง
จึงพิเศษ พวกนางลึกลับ มีความสมบูรณ์แบบ แม้อัจฉริยะอื่นๆจะรู้ว่า
พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ แต่พวกเขาก็ยังจะต่อสู้ อย่างน้อยที่สุด เมื่อ
พวกเขาออกจากงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก พวกเขาก็จะสามารถโอ้
อวดได้ว่าพวกเขาเคยต่อสู้กับเทพธิดาของตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช แต่พวกเขายังสามารถพูดด้วย
ความภาคภูมิใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
การพ่ายแพ้ต่อหนึ่งในสามเทพธิดาจากตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอับอาย กลับกัน มันค่อนข้างเป็นสิ่งที่น่าโอ้อวดต่อคน
อื่นๆ
“ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะลึกลับอย่างแปลกประหลาด ส่วน
ตำหนักสวรรค์อื่นๆ มันมักจะมีศิษย์นับล้านล้าน แต่ ตำหนักสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะมีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น แต่ละคนต้องเป็นบุคคลที่โดดเด่น
ท่ามกลางบรรดาผู้ที่โดดเด่น!” หลินหมิงคิดเช่นนี้ แต่ในเวลานี้ เสียงหนึ่ง
ได้สะท้อนออกมาในใจของเขา เขาตกใจและแล้วพูดในใจอย่างดีใจว่า
“แม่นางมู่ ท่านได้เสร็จสิ้นการปิดด่านแล้วหรือ?”
ภายในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แม้แต่ราชันสวรรค์ก็ยังไม่
อาจสัมผัสถึงมู่เชียนเสวียได้
“อืม ข้ายังได้ตระหนักถึงสิ่งที่อยู่ในชิ้นส่วนกระดูกที่ไม่สมบูรณ์อีก
ด้วย ข้าได้ตรวจสอบเคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์ และตอนนี้ข้าเข้าใจสิ่งที่
ข้าไม่เคยรู้มาก่อน เคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์คลื่นร้อยชั้นสามารถก้าว
ไปอีกขั้นได้”
“แล้วเสี่ยวหยูเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินหมิงไม่ได้มองเข้าไปในมิติของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามาเป็น
ระยะเวลาหนึ่งแล้ว มู่เชียนเสวียและเสี่ยวหยูก็ได้อาศัยอยู่ภายในตามที่
พวกนางพอใจ
“เสี่ยวหยูได้นอนหลับมากขึ้นเรื่อยๆในทุกวัน แม้ว่านางจะกินคริสตัล
ตะวันม่วงจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆภายใน
ร่างกายของนาง”
มู่เชียนเสวียส่ายหัว นางเดาได้ว่าเสี่ยวหยูมีภูมิหลังพิเศษและเป็น
เอกลักษณ์เฉพาะอย่างยิ่ง แต่จนถึงตอนนี้ นางก็ยังไม่เคยมองผ่านความ
พิเศษที่ปรากฏในร่างกายของเสี่ยวหยูมาก่อน
นอกจากนี้ การเติบโตของเสี่ยวหยูยังช้ากว่าเด็กสาวทั่วไป ตลอด
หลายปีที่ผ่านมา นางยังคงรักษาไว้ซึ่งรูปลักษณ์ของเด็กสาววัย 11–12 ปี
… … … … …
จาก 50 คน นอกเหนือจากสามเทพธิดาแห่งตำหนักสวรรค์นิมิตฝัน
เทวะ มันก็มีอีกคนที่หลินหมิงให้ความสนใจ
เขาเรียกตัวเองว่า จุนไป่เยว่ และเขาก็สวมชุดขาว จากหัวจรดเท้า
เขาได้ปล่อยกลิ่นอายของนักวิชาการและความเศร้า ขวดน้ำเต้าห้อยอยู่ที่
เอวของเขา และเขาใช้ดาบยาวเป็นอาวุธ สิ่งที่แปลกคือ ดาบเล่มนี้ดู
เหมือนจะขึ้นสนิม จากลักษณะภายนอกทั้งหมด มันดูเหมือนว่าเป็นดาบ
ที่กำลังตายซึ่งมีโลหิตและสนิม
“อาวุธนั่นคือ… ”
ในขณะที่หลินหมิงได้เห็นดาบเล่มนี้ เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างไม่
สามารถอธิบายได้ในใจ นี่ไม่ใช่ดาบธรรมดา ใบมีดของมันแผ่แรงกดดันที่
เบาบาง และหลินหมิงยังคงไม่สามารถมองเห็นระดับอาวุธได้ เขาไม่
สามารถตัดสินได้ว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณหรือไม่
“นี่คือ…”
หลินหมิงมองลึกลงไปยังดาบนั้น ถ้ามันเป็นดาบสมบัติอย่างแท้จริง
แล้ว เหตุใดมันถึงเป็นสนิม? พวกมันเป็รรอยเปื้อนจากคราบสนิมอย่าง
เห็นได้ชัด และไม่ใช่การลวงตาโดยเจตนาใดๆ
“ข้าเองก็ยังไม่สามารถเห็นถึงความลับเบื้องหลังดาบเล่มนั้นได้” มู่
เชียนเสวียกล่าวขึ้นจากภายในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า และส่ายหัวของ
นาง นางไม่อาจมองผ่านอาวุธนั้นได้เลย “มันอาจจะเป็นโชคของจุนไป่เยว่
เช่นเดียวกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น” หลินหมิงถอนหายใจ ใน 3000 โลกอันยิ่งใหญ่
แห่งแดนเทวะซึ่งชีวิตนับล้านล้านล้านคนอยู่ภายใน มีคนจำนวนมากที่
ต้องได้เจอกับโชคดีที่สั่นสะเทือนสวรรค์ มันมีนักสู้ผู้บ่มเพาะคู่ สือคู, เขี้ยว
มังกรที่มีเนตรสามภพ และตอนนี้ก็จุนไป่เยว่ คนเหล่านี้เปิดเผยความรู้สึก
ที่ไม่อาจหยั่งถึงได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว นี่เป็นวันที่สอง เวลาพลบค่ำกำลังจะมา
เยือน เมื่อถึงจุดนี้ การต่อสู้อย่างต่อเนื่องได้เกิดขึ้นเป็นเวลาสองวันและ
หนึ่งคืน
การประลองบางเวทีรุนแรงมาก บางแห่งเปิดเผยความแตกต่างใน
ความแข็งแกร่งอย่างสิ้นเชิง
ในการประลองรอบสุดท้ายครั้งที่ 15, ในที่สุดหลินหมิงก็ได้พบกับผู้ที่
ต่อสู้กับเขาด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง คนผู้นี้มาจากตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์
“เจ้าแข็งแกร่ง แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้เพราะเหตุนี้ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าปีน
ขึ้นไปบนแท่นผนึกเทวะได้อย่างไร!”
ในฐานะศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ แท่นผนึกเทวะเป็น
ตำนานสำหรับพวกเขา และคนที่ทำลายตำนานนี้กลับไม่ได้เป็นศิษย์ของ
ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ของพวกเขา แต่กลับหลินหมิง มันทำให้ศิษย์
บางคนไม่อาจปล่อยเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ พวกเขาหวังว่าจะได้ต่อสู้กับหลินห
มิงเพื่อยืนยันว่าเขาทรงพลังเพียงใด
ทันทีที่นักสู้ผู้นี้เผชิญหน้ากับหลินหมิง เขาก็ทำให้ร่างของตน
สั่นสะเทือนขณะที่ข้อต่อของเขาส่งเสียงลั่น เขาพำนักอยู่ที่ตำหนัก 72
และจาก 14 การประลองจนถึงตอนนี้ เขาได้พ่ายแพ้ไปเพียงหนึ่งครั้งให้ซิ
งชือ นี่เป็นความพ่ายแพ้ที่สมเหตุสมผล ซิงชือเป็นผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์ นอกจากนี้ เขายังมาจากตำหนักของราชันสวรรค์ที่มีภูมิหลังลึกล้ำ
ที่สุดในแดนเทวะ
“รับการโจมตีของข้า! มังกรทะยานผ่านห้วงสายธาร!”
เมื่อนักสู้ผู้นี้โจมตี เขาก็ได้ใช้ทักษะสูงสุดของตนออกมาทันที่ กระบี่
ของเขาฟันไปยังหลินหมิง ในขณะนั้น มิติโดยรอบหลินหมิงดูเหมือนจะ
ถูกตรึงไว้ ศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ผู้นี้สามารถใช้วิถีแห่งมิติ
ได้ นอกจากนี้ ความสำเร็จของเขาก็ไม่ต่ำเลย เขาเข้าถึงวิถีระดับ 4
“ระบำบัวครามอัคคี!”
ด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ หลินหมิงเพียงกวาดหอกออกไป กฎแห่งเพลิง
หลอมรวมเข้าด้วยกันและหอกแสงที่ดุดันพุ่งฉีกผ่านกระบี่แสงของคู่ต่อสู้
ทันที!
เมื่อเทียบกับหลินหมิง ความแตกต่างก็ยิ่งใหญ่เกินไป ด้วยการ
ปราบปรามของกฎและความแข็งแกร่งที่ท่วมท้นของหลินหมิง มันก็ไม่มี
ทางที่เขาจะต่อต้านได้
“อะไรกัน!?”
ศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์จ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
แม้เขาจะรู้ว่าตนมิอาจเป็นคู่มือของหลินหมิง แต่ตอนนี้ เมื่อเขาเผชิญหน้า
กับหลินหมิงอย่างแท้จริงแล้ว เขาก็ค้นพบว่าความแตกต่างนี้ยิ่งใหญ่
เกินไป
วูซ!
หลินหมิงโจมตีด้วยหอกที่สอง การโจมตีด้วยหอกนี้ฉีกปราณแท้
ปกป้องร่างของคู่ต่อสู้ ทำให้อีกฝ่ายต้องกระเด็นออกไปข้างหลัง
“หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ!”
ผู้ทรงพลังราชันพิภพที่จัดการเวทีแห่งนี้กล่าวประกาศออกมาโดยไม่
แปลกใจใดๆ ด้วยเหตุนี้ หลินหมิงจึงได้รับชัยชนะ 15 ครั้งรวด และผ่าน
การคัดเลือกของรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
หลินหมิงได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างแท้จริงแล้ว