Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,294 มองผ่านกฎ
“ฮั่วหยู่จื่อ เจ้ากล้าที่จะโจมตีข้า เจ้าต้องการที่จะรับแบกรับการเป็น
เหตุในสงครามระหว่างมนุษย์และเผ่าอสูร?”
สองชายชราเป็นเพียงราชันพิภพและมหาราชันพิภพ แต่พวกเขา
กลับไม่ได้เกรงกลัวสวรรค์หรือนรกเลย ในความเป็นจริง มีหลายคนในเผ่า
อสูรที่เป็นเช่นนี้ พวกเขาจะไม่ทนต่อดูถูกหรือหวาดกลัว พวกเขาเป็น
เผ่าพันธุ์ที่บ้าคลั่งและป่าเถื่อน ในอดีต มีคนที่ลักพาตัวเด็กที่มีสายเลือด
ราชวงศ์ของพวกเขาเพื่อนำกลั่นโอสถ ในที่สุด เผ่าอสูรได้ทำลายขุมกำลัง
นั้นและคนทั้งดวงดาวอย่างสิ้นเชิงด้วย
หลายคนรู้ว่าเผ่าอสูรนั้นบ้าคลั่ง ภายในกระดูกของพวกเขาถูกฝังไว้
ด้วยธรรมชาติของสัตว์อสูร พวกเขาเหมือนสุนัขบ้า; เมื่อมีคนกวนใจ พวก
เขาจะตอบโต้อย่างบ้าคลั่งจนกว่าร่างกายของพวกเขาจะสูญสิ้น
อย่างไรก็ตาม ฮั่วหยู่จื่อไม่ได้กลัวเรื่องนี้เลย เขากล่าวว่า “ชีวิตทั้งสอง
ของเจ้าไม่ได้มีค่าดั่งที่เจ้าคิด ระมัดระวังกับคำพูดของเจ้าด้วย หรือข้าจะ
ทำลายกระดูกทั้งหมดของเจ้าก่อนที่ข้าจะเตะเจ้ากลับไปยังเผ่าอสูร ใน
ดินแดนของข้า เจ้าควรจะให้เกียรติ!”
มนุษย์หลายคนไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับเผ่าอสูร เผ่าปีศาจหรือ
เผ่าพันธุ์อื่นที่แตกต่างกันได้ ในประวัติศาสตร์ก็ได้มีสงครามที่เกิดขึ้น
ระหว่างมนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่น แต่เพื่อที่จะกำจัดศัตรูได้อย่างแท้จริงนั้น
มันต้องจ่ายด้วยราคามหาศาล มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเช่นนั้น
ดังนั้น ในแดนเทวะจึงมีหลายเผ่าที่ต้องคงอยู่ร่วมกันอยู่เคียงข้างกัน
แม้จะไม่ชอบ ในทวีปนภารินไหล ปีศาจยักษ์ อิมป์และคนยักษ์ที่เป็นสาขา
ของเผ่าพันธุ์ปีศาจ สำหรับเฟย์ พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์อสูร
แต่ความจริงก็คือ พวกเขาใกล้ชิดกับสายเลือดของมนุษย์มากกว่า ทวีป
นภารินไหลได้รับการแยกตัวออกมาเป็นเวลานานเกินไป หลังจากที่
สายเลือดของพวกเขาทวีคูณและแผ่กระจายไปนับแสนปี สายเลือดก็เริ่ม
แยกออกจนแทบจะสิ้นเชิง
ใบหน้าของสองชายชราเต็มไปด้วยแสงแห่งความแค้น พวกเขามอง
ไปยังฮั่วหยู่จื่อและหลินหมิง ดวงตาส่องสว่างขึ้นด้วยจิตสังหาร
“เราจะออกไปเดี๋ยวนี้!”
ชายชราทั้งสองพาองค์ชายอสูรออกไปแต่ไม่ได้ออกไปเพราะเหตุนี้
เผ่าอสูรยังไม่ยอมให้พวกเขาทำอะไรบางอย่างที่จะทำให้ความน่าเกรง
ขามของตัวเองอ่อนแอลง
พวกเขาจึงจะยังคงอยู่ร่วมในการแข่งขันต่อไป การต่อสู้และการฆ่า
เป็นวิถีของพวกเขา
“หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ!”
ฮั่วหยู่จื่อประกาศอย่างเป็นทางการ เขามองไปยังหลินหมิง ดวงตา
เต็มไปด้วยความชื่นชม เมื่อหลินหมิงได้ไปถึงยอดของแท่นผนึกเทวะ เขา
ใช้วิถีการบางอย่าง ทำให้ฮั่วหยู่จื่อไม่ตกใจเลย แต่ตอนนี้ เมื่อเขารู้ว่า
หลินหมิงอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางและอายุโครงกระดูกยังอยู่เพียง 31
ปี และยังเอาชนะองค์ชายอสูรได้ หลังจากมาถึงนี้แล้ว เขาอาจเรียกได้ว่า
เป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในแท่นผนึกเทวะนับล้านปี ถ้าไม่ใช่เพราะ
ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเกิดมาในยุคที่มีอัจฉริยะสูงสุดมากมายแล้ว หลินหมิงก็
อาจจะบดบังทุกคนได้!
“หลินหมิงแข็งแกร่งยิ่งนัก อ่า, ช่างเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม มันรู้สึกดี
มาก! ข้าสงสัยนักว่าเจ้าเด็กอสูรบ้านั่นจะต่อสู้ต่อไปอย่างไร”
“นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อ ถ้าเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ หลินหมิง
อาจจะมีโอกาสเข้าถึงสามอันดับแรกได้!”
“สามอันดับแรก? เพื่อที่จะต่อสู้เพื่อชิงอันดับหนึ่งกับเสี่ยวหมัวเซียน
ซิงชือและปิงเมิ่งนั้น ลองดูทั้งสามคนนั้น เจ้าคิดว่าหลินหมิงจะสามารถ
แทนที่คนใดได้?”
เสี่ยวหมัวเซียน, ปิงเมิ่งและซิงชืออยู่ในจิตใจของทุกคน จนพวกเขามี
ความรู้สึกว่าไม่มีใครจะเอาชนะได้
“เราไม่รู้เลยว่าซิงชือแข็งแกร่งเพียงใด และแม้ว่าจะมีการกล่าวกันว่า
เสี่ยวหมัวเซียนนั้นร้ายกาจมาก แต่เราก็ไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งนั้นด้วย
สายตาของเราเอง แต่เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในหลินหมิง! องค์
ชายอสูรไม่ได้อ่อนแอ แต่เขาก็ถูกจัดการโดยหลินหมิง”
หลินหมิงพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่ได้
พึ่งพาข่าวลือและการนินทา ไม่ได้พึ่งพาขุมกำลังบางอย่างเบื้องหลังเขาจน
ขึ้นมาถึงระดับนี้ได้ กลับกัน เขาทำให้ผู้คนเชื่อด้วยการเอาชนะในการต่อสู้
ที่แท้จริงโดยไร้ซึ่งข้อกังขา
นอกจากนี้ หลินหมิงยังมาจากขุมกำลังเล็ก ซึ่งทำให้เขาได้รับความ
ประทับใจอย่างมากจากบรรดารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นจากแดนศักดิ์สิทธิ์สามัญ
และขุมกำลังราชันพิภพ เดิมที่ ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์เป็นภูเขาใหญ่ที่
กดทับศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์สามัญและขุมกำลังราชันพิภพ ไม่ว่าจะเป็น
พรสวรรค์ ทรัพยากรหรือมรดก ทั้งหมดก็ไม่ได้ช่วยพัฒนาความคิดเรื่อง
ความด้อยกว่าได้ ทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้กับ
ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ แต่ตอนนี้ หลินหมิงได้ใช้พลังของเขาเพื่อบอก
ทุกคนในเวทีว่า แม้แต่ขุมกำลังเล็กเองก็อาจจะกลายเป็นอัจฉริยะสูงสุดได้
นี่เป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง!
แน่นอน ในขณะที่บางคนบูชาหลินหมิง มันก็มีหลายคนที่อิจฉาเขา
ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น หลินหมิงก็ยืนขึ้นบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
แดนเทวะแล้ว ทุกขุมกำลังใหญ่ในแดนเทวะ มันไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา
หลินหมิงเดินลงจากเวทีและเริ่มนั่งเข้าฌาน องค์ชายอสูรไม่ได้
อ่อนแอเลย แม้ว่าหลินหมิงจะยังคงปกปิดความสามารถไว้อยู่บ้าง แต่ชัย
ชนะที่ได้มาก็ไม่ง่ายนัก
“หลินหมิง พักให้สบาย ในรอบแรกเจ้าชนะ แต่ในรอบถัดไป เจ้าจะ
เป็นคนแรกบนเวทีหลังจากสงครามรอบสองเริ่มขึ้น ปิงเมิ่ง, เสี่ยวหมัว
เซียนและซิงชือต่างถูกให้ชนะผ่านสำหรับรอบนี้ หลังจากรอบแรกจบลง
มันจะมีการพักผ่อนหนึ่งชั่วโมง เจ้ามีปัญหากับเรื่องนี้หรือไม่?”
กระแสเสียงปราณแท้ของฮั่วหยู่จื่อสะท้อนหูในของหลินหมิง
หลินหมิงและองค์ชายอสูรถูกแทรกลงในตารางล่วงหน้า เนื่องจาก
หลินหมิงยังไม่ได้ต่อสู้ในรอบใหม่ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในลำดับ
การแข่งขัน เนื่องจากองค์ชายอสูรต่อสู้ในสองการประลอง ทำให้เกิด
จำนวนผู้เข้าแข่งขันที่เหลือจึงไม่สามารถจบการต่อสู้ได้ ดังนั้น ตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์ได้อนุญาตให้ปิงเมิ่ง,เสี่ยวหมัวเซียนและซิงชือชนะ
ผ่านโดยไม่ต้องสู้
แน่นอนว่าวิธีนี้เป็นการสร้างความเป็นธรรม ทั้งสามปฏิเสธไม่ได้ว่า
ทรงพลัง และใครก็ตามที่ต้องกับพวกเขาอาจประสบความพ่ายแพ้ แม้ฮั่ว
หยู่จื่อจะเชื่อว่าหลินหมิงมีพรสวรรค์ในการต่อสู้กับพวกเขา แต่หลินหมิงก็
คงต้องใช้ไพ่ทุกใบในมือ ซึ่งจะทำให้เขาเสียเปรียบในการต่อสู้ในภายหลัง
ในสถานการณ์เช่นนี้ การอนุญาตให้ทั้งสามชนะผ่านจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
“ข้าไม่มีปัญหา ข้าขอถามใครได้ว่าผู้ใดจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าในรอบ
หน้าเท่านั้น?” หลินหมิงถามฮั่วหยู่จื่อ ความสามารถในการฟื้นฟูของ
หลินหมิงเกินกว่าที่ฮั่วหยู่จื่อจินตนาการได้ เขาไม่ได้ใช้พลังงานมากในการ
ต่อสู้กับองค์ชายอสูร
“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือ… เขี้ยวมังกร!”
ฮั่วหยู่จื่อกล่าวเว้นช่วงคำพูด ขณะที่หลินหมิงได้ยินชื่อของคู่ต่อสู้คน
ต่อไป เขาก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นรัวขึ้น
“เขี้ยวมังกร?”
ในที่สุดเขาก็ต้องต่อสู้กับเขี้ยวมังกร เขาและเขี้ยวมังกรอาจถูกมองว่า
เป็นผู้ที่มีโชคชะตาร่วมกัน ทั้งคู่เติบโตขึ้นพร้อมกันในช่วงเริ่มต้น และ
เนื่องจากเขี้ยวมังกรได้เบิกเนตรสามภพขึ้น นั่นก็คือช่วงการเติบโตของเขา
ก็ยิ่งใหญ่กว่าหลินหมิง
ไม่ว่าจะเป็นในรอบคัดเลือกหรือรอบรองชนะเลิศ ทั้งสองคนต่าง
ไม่ได้ต่อสู้กันด้วยเหตุผลหลายประการ แต่ตอนนี้ มันถึงเวลาแล้วที่การ
ต่อสู้ของพวกเขาจะเกิดขึ้น
นี่อาจจะเป็นสงครามที่ยากมาก! คงเป็นเพราะเหตุนี้ฮั่วหยู่จื่อจึงได้ให้
คำแนะนำแก่หลินหมิงในการพักผ่อนให้มาก
“ข้าเข้าใจ”
หลินหมิงกำหมัด เต็มไปด้วยความคาดหวัง
การต่อสู้ที่สามของรอบแรกคือเขี้ยวมังกรและสือคู
มีคนจำนวนน้อยมากที่เชื่อมั่นในสือคู แม้ว่าสือคูจะเป็นคนที่น่า
ประทับใจก็ตาม
“สือคู… นักสู้ผู้บ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานต่อสู้กับเนตรสามภพ
ของเขี้ยวมังกร มันเป็นไปได้ที่สือคูผู้นี้บังเอิญสะดุดโชค มิเช่นนั้นเขาก็คง
จะไม่สามารถบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานจนถึงระดับนี้”
ฮั่วหยู่จื่อคิดและรอยยิ้ม หลินหมิงให้ความสนใจกับสือคู
ขณะที่เขี้ยวมังกรและสือคูก้าวขึ้นไปบนเวที่ คลื่นแห่งเสียงเชียร์ก็ดัง
ก้อง ส่วนใหญ่ตะโกนชื่อของเขี้ยวมังกร และมีเพียงไม่กี่คนที่ตะโกนชื่อสือ
คู
เขี้ยวมังกรนั้นหล่อเหล่าและมีผิวซีดมาก สำหรับสือคู เขาเป็นคนที่มี
รูปร่างสูงและดูราวกับเสาหินหยาบ ด้วยเหตุนี้เขี้ยวมังกรจึงได้รับความ
สนใจจากศิษย์หญิงสาวส่วนใหญ่ มิต้องกล่าวถึงความแข็งแกร่งที่เขาได้
เผยให้เห็นจนถึงตอนนี้ ซึ่งเขาก็ได้เหนือกว่าสือคูมากแล้ว
“คนเหล่านี้คิดจริงหรือว่าข้าไร้ค่า ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะไม่สามารถ
เอาชนะเจ้านี่ได้!”
สือคูคิดกับตัวเอง เขาจะไม่ประมาทเขี้ยวมังกร ความแข็งแกร่งของ
เขี้ยวมังกรเป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง แต่เขาก็มั่นใจในตัวเองเช่นกัน
“ย๊ากก!”
สือคูตะโกนออกมาและปะทุขึ้นด้วยออร่าไร้สิ้นสุด ในตอนนี้ เขาเป็น
เหมือนภูเขาที่ตั้งอยู่บนเวที! เขาบ่มเพาะกฎแห่งปฐพี และกฎแห่งปฐพี
ของเขาประสบความสำเร็จอย่างมากในวิถีระดับ 5
“ผนึกขุนเขานภา!”
สือคูคว้ากระบองของเขาและเริ่มโจมตี การโจมตีครั้งนี้มีกฎแห่งปฐพี
ที่เขาเข้าใจมากที่สุดอยู่ เมื่อการโจมตีครั้งนี้ปรากฎออกมา มันก็
เหมือนกับขุนเขาที่ตกลงมาและบดขยี้ผืนโลก!
เขี้ยวมังกรถือดาบดาบเขี้ยวมังกรในมือ มีเพียงสีหน้าที่ไร้อารมณ์
นัยน์ตาของเขาได้กลายเป็นปลายเข็มที่คม – นี่คือเนตรสามภพ
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
พลังงานต้นกำเนิดปฐพีที่ไร้สิ้นสุดรวมกัน สร้างเป็นมวลของแสงสี
น้ำตาลบนท้องฟ้า กลายเป็นขุนเขาที่สูงถึง 100,000 ฟุต ตกลงมายังเขี้ยว
มังกร!
ในขณะที่ผู้ชมเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็ร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก
น้ำหนักของขุนเขาสูง 100,000 ฟุตแทบจะประมาณไม่ได้ ด้วยการผสาน
ของพลังงานปฐพีที่ไร้สิ้นสุดลง ทำให้ผืนโลกพังทลายลงได้! นักสู้จะ
ปกป้องมันได้อย่างไร?
การโจมตีครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินไป!
ทุกคนมองไปยังเขี้ยวมังกร เขี้ยวมังกรยังคงนิ่งเช่นเดิม ในสายตาของ
เขา เขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนถึงการไหลเวียนของกฎแห่งปฐพี
ในขณะนั้น เขี้ยวมังกรได้เริ่มโจมตีบ้าง โดยไม่ต้องใช้กฎใดๆ เขา
ถ่ายเทปราณแท้ลงไปในใบมีดแล้วแทงไปยังขุนเขาสูง 100,000 ฟุต
“อะไรกัน!?”
“เขาต้องการที่จะใช้เพียงดาบต่อต้านภูเขาสูง 100,000 ฟุตของสือ
คู!”
“บ้าไปแล้ว! กฎแห่งปฐพีของสือคูได้มาถึงขอบเขตของการสร้าง
พลังงานที่เป็นต้นฉบับของเขาเอง ซึ่ง ขุนเขานี้มืใช่ภาพมายา แต่เป็น
ขุนเขาที่แท้จริงของพลังงานต้นกำเนิด ถ้าการโจมตีครั้งนี้สัมผัสกับแขน
ของเขี้ยวมังกร แขนก็จะถูกทำลาย!”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดกันอยู่ เขี้ยวมังกรก็แทงดาบเข้าสู่จุดหนึ่ง
ขุนเขาแล้ว ในขณะนั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเงียบลงราวกับว่าเวลาได้หยุด
นิ่ง
พลังงานของเขี้ยวมังกรหลั่งไหลเข้าสู่ขุนเขายักษ์ มันอ่อนแอกว่า
ที่สือคูปะทุพลัง แต่ในตอนนี้ มันมีฉากที่น่าทึ่งได้เกิดขึ้น
จากจุดที่เขี้ยวมังกรแทงดาบเข้าไป รอยแตกก็ปรากฏขึ้นบนขุนเขา
ยักษ์ จากนั้นรอยร้าวนับไม่ถ้วนเริ่มลุกลามไปทั่วขุนเขานี้ ราวกับใยแมง
มุมที่ไร้สิ้นสุด
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ด้วยเสียงขุนเขาที่พังลง พลังงานต้นกำเนิดของขุนเขาได้กลายเป็น
เศษหินนับไม่ถ้วนขณะที่สลายไปในที่สุด!
“อะไรกัน!?”
“เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร?”
“เพียงดาบเดียวก็บดขยี้ขุนเขาที่สูงถึง 100,000 ฟุตได้แล้ว!”
ผู้ชมทั้งหมดตกใจ และแม้แต่นัยน์ตาของหลินหมิงก็หดลง ถ้าเขี้ยว
มังกรกำราบสือคูได้โดยใช้พลังอันท่วมท้น เขาก็จะคิดว่ามันเหมาะสม แต่
การโจมตีด้วยเพียงดาบเดียวก็สามารรถทำให้การโจมตีของสือคูพังทลาย
ลงอย่างสมบูรณ์ได้แล้วเช่นนี้นั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง
“ดวงตาพวกนั้น…” หลินหมิงสังเกตเห็นดวงตาของเขี้ยวมังกร
“ดวงตาเหล่านั้นสามารถมองผ่านกฏได้ ต่อหน้าดวงตาของเขี้ยวมังกร ไม่
มีสถานที่ใดที่กฎของสือคูจะหลบซ่อนได้!”
หลินหมิงไม่รู้ว่าตาของเขี้ยวมังกรมาจากไหน แต่เขาสามารถคาดเดา
ความสามารถบางอย่างของมันได้ ผู้ทรงพลังหลายคนในกลุ่มผู้ชมก็
สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
“เขี้ยวมังกรผู้นี้ เขาสามารถมองผ่านกฏได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถ
ค้นพบจุดอ่อนในการโจมตีของสือคูและสามารถบดขยี้ภูเขาพลังงานต้น
กำเนิดได้ทันที่ ถ้ากฎทั้งหมดถูกมองผ่านได้โดยเขี้ยวมังกร เจ้าจะไปต่อสู้
กับเขาได้ยังไง? นั่นเป็นสิ่งที่แทบจะเรียกว่าไร้เทียมทาน!”
“ข้าได้ยินมาว่าเขี้ยวมังกรได้ฝึกฝนกฎแห่งมิติและเวลาจนอยู่ใน
ระดับสูงมาก เขาสามารถมองผ่านกฎของคู่ต่อสู้ และจากนั้นก็โจมตีด้วย
กฎแห่งมิติและเวลาของเขาเอง ช่างเป็นชายหนุ่มที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง!”
“ข้าคิดว่าหลินหมิงสามารถเข้าสู่สี่อันดับแรกหรือแม้แต่สามอันดับ
แรกได้ แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ม้ามืดเหล่านี้ยากจะประเมิน! ข้าไม่รู้
เลยว่าผู้ใดแข็งแกร่งกว่าระหว่างหลินหมิงและเขี้ยวมังกร”