Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,295 ไข่เต่ามังกร
นัยน์ตาทั้งสองของเขี้ยวมังกรหนาวเหน็บถึงกระดูก การเคลื่อนไหว
และกฎทั้งหมดได้ถูกมองผ่าน ทำให้ไม่สามารถเรียกความกล้าหาญใดๆที่
จะเผชิญหน้ากับเขาได้
สำหรับสือคู การโจมตีของตนสลายไปต่อหน้าต่อตา เขาพ่ายแพ้ไป
เช่นนี้ ใบหน้าของเขาจึงกลายเป็นน่าเกลียดอย่างมาก
“เจ้าร้ายกาจมาก แต่ข้าไมได้มีเพียงกฎแห่งปฐพี หากใช้เพียงดวงตา
นั้นของเจ้าเพื่อป้องกันอย่างเดียวแล้ว เจ้าก็ไม่สามารถเอาชนะข้าได้”
สือคูตะโกนเสียงดังและร่างกายของเขาส่งเสียงลั่น เขาเปิด 8 ประตู
เร้นลับภายในและร่างเงาเต่ายักษ์ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหลัง
เต่าตัวนี้มีหัวมังกรขนาดใหญ่ และกระดองก็เป็นเหมือนโดม ขาทั้งสี่
ของมันเหมือนกับช้าง และร่างกายก็มีขนาดใหญ่กว่าภูเขา
“นั่นคือเต่ามังกร!”
จากบุตรทั้งเก้าตนของมังกรสวรรค์ เต่ามังกรเป็นหนึ่งใน
“สือคูได้เปิด 7 ใน 8 ประตูเร้นลับภายในได้เช่นเดียวกับข้า
นอกจากนี้ เขาสามารถเรียกร่างเงาเตามังกรออกมาได้ ข้าเกรงว่าเขาจะมี
โชคที่เกี่ยวข้องกับเต่ามังกร” หลินหมิงคิดได้เช่นนี้
สือคูหัวเราะขึ้น “เมื่อสิบปีก่อน ข้าได้สำรวจแดนเร้นลับแปลกแยก
ลึกลงไปในแดนเร้นลับแปลกแยกนั้น ข้าได้พบไข่เต่ามังกรที่อยู่ลึก ด้วย
การใช้ทักษะพิเศษ ข้าจึงค่อยๆกลืนกินไข่เต่ามังกรได้ โดยไม่สนใจกฎที่ข้า
ได้เข้าใจ เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของข้าก็ได้ถึงระดับสูงแล้ว!”
ขณะที่สือคูกล่าวออกมา ผู้ชมทั้งหมดก็ตกตะลึง โชคของสือคูดีอย่าง
ยิ่ง!
ไข่เต่ามังกรมีค่าและมีค่ามากกว่ากระดูกมังกรเทวะที่หลินหมิงได้รับ
แม้ว่าสายเลือดของเต่ามังกรนั้นจะด้อยกว่ามังกรคราม แต่สือคูได้รับ
ไข่เต่ามังกรที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตของมังกร เมื่อเทียบกับกระดูกมังกร
ครามที่ตายไปนานแล้วนั้น ค่าของมันก็ต่างกันมาก!
ถ้าไข่เต่ามังกรปรากฏขึ้น แม้แต่มหาราชันพิภพก็ยังจะต่อสู้กันอย่าง
บ้าคลั่งเพื่อมัน
“มันเป็นเช่นนี้เอง… ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดสือคูจึงสามารถเปิด 7
ใน 8 ประตูเร้นลับภายในได้” หลินหมิงครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ภายใต้กฎ
ปัจจุบันของเต๋าสวรรค์, มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในถึง
ระดับดังกล่าวได้โดยไม่ได้มีโชคอันยิ่งใหญ่บางอย่าง
ในความเป็นจริง ข้อได้เปรียบที่ไข่เต่ามังกรให้กับสือคูนั้นเกินกว่าที่
จะช่วยให้เขาเปิดได้เพียง 8 ประตูเร้นลับภายใน เต่ามังกรเดิมทีเป็นสัตว์
อสูรเทวะที่มีธาตุจำเพาะปฐพี จึงทำให้เป็นไปตามกฎของสือคู ทำให้เขา
สามารถก้าวกระโดดต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดได้ทันที่
แต่ตอนนี้เขารู้ว่าผู้เชี่ยวชาญตรงหน้าของตนเป็นเหมือนเมฆใน
ท้องฟ้า คนใดคนหนึ่งที่เขาต้องเจอก็จะสามารถบังคับให้เขาต้องใช้พลัง
เต็มพิกัดเพื่อต่อสู้
เมื่อสือคูพูด เขาเหลือบมองไปยังหลินหมิง รู้สึกว่าตนเหนือกว่าอย่าง
เห็นได้ชัดในสายตาของเขา
หลินหมิงตกใจ แต่เข้าใจก็ความหมายได้ทันที่
เมื่อหลินหมิงได้ต่อสู้ เขาได้เรียกร่างเงามังกรครามออกมา และฉาก
ดังกล่าวก็ตกอยู่ในสายตาของสือคูด้วย สือคูกลืนกินไข่เต่ามังกร และให้
เขารู้สึกถึงความเข้มข้นของสายเลือดมังกรครามภายในร่างหลินหมิง เขา
เดาว่าหลินหมิงได้รับบางสิ่งเช่นกระดูกมังกรหรือโลหิตมังกร และในแง่
ของโชค ไข่เต่ามังกรที่เขาค้นพบก็ได้เหนือกว่าหลินหมิง
นักสู้กายผันแปรต้องการโชคในการเปิด 8 ประตูเร้นลับภายใน
ดังนั้น สือคูจึงเป็นธรรมดาที่จะเปรียบเทียบโชคของตัวเองกับโชคของ
หลินหมิง ในเมื่อหลินหมิงได้เป็นรองในเรื่องนี้ สือคูจึงรู้สึกดี
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับหลินหมิง
ได้ แต่โชคของเขาก็ยังดีกว่า ด้วยเหตุนี้เขาจึงเหลือบมองหลินหมิงด้วย
ท่าทางที่พึงพอใจ
“มันเป็นเช่นนี้เอง แต่… แล้วอย่างไร?” เขี้ยวมังกรถามสือคูอย่างสงบ
สือคูขมวดคิ้วขณะที่เขาเห็นคำตอบของเขี้ยวมังกร “หึ หยุดวางท่าได้
แล้ว!”
เขี้ยวมังกรเช็ดคมขอบของดาบเขี้ยวมังกร กล่าวขึ้นว่า “โชคและ
โชคชะตาเป็นส่วนประกอบของพรสวรรค์ของ แต่พวกมันไม่ได้อธิบายถึง
ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเจ้าเชื่อว่าเพียงเพราะเจ้าได้ไปสะดุดดับโชคอันยิ่งใหญ่
ที่จะช่วยให้เจ้ากลายเป็นยอดผู้เชี่ยวชาญแห่งแดนเทวะได้ เช่นนั้นแล้วเจ้า
ก็เข้าใจผิดมหันต์”
ในความคิดเห็นของเขี้ยวมังกร ตัวตนเช่นหลินหมิงและจุนไป่เยว่ที่มา
จากพื้นหลังสามัญนั้น พวกเขาจะต้องได้สะดุดกับโชคที่สั่นสะเทือนสรรค์
จนมาถึงขั้นนี้ได้ แต่พวกเขาไม่สามารถมาถึงขอบเขตนี้ได้จากเพียงการ
พบโชค มีชีวิตมากมายในแดนเทวะ มีบุคคลนับไม่ถ้วนที่พบโชคของตน
แต่จากบรรดาคนเหล่านี้ มันมีเพียงไม่กี่อัจฉริยะเท่านั้นที่จะสามารถมา
ยืนอยู่ที่นี่ได้
ปัจจุบัน สือคูเองเป็นหนึ่งในนั้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหลินหมิงและ
จุนไป่เยว่ เขาก็ยังขาดไปหลายสิ่งหลายอย่าง
“ฝีปากไม่เบา ลงมือได้แล้ว ด้วยทักษะกายผันแปรของข้า ข้าก็ไม่
จำเป็นต้องพึ่งพากฎ ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะเห็นจุดอ่อนของข้าได้อย่างไร!”
ร่างกายของสือคูก็ขยายขึ้น ทำให้เขามีลักษณะเหมือนสัตว์อสูร
โบราณขณะที่เขาพุ่งไปยังเขี้ยวมังกร!
ในขณะนี้ ความคิดของเขี้ยวมังกรเป็นเหมือนกับทะเลสาบที่ไร้คลื่น
เขาค่อยๆสัมผัสที่ด้ามของดาบเขี้ยวมังกรและพูดอย่างเสียงเบาว่า “ถ้าเจ้า
จะไม่ใช้กฎ เช่นนั้นข้าจะใช้กฎเอง”
ขณะที่กระบองของสือคูกำลังจะฟาดลงที่ร่างของเขี้ยวมังกร เวลาก็
ได้ชะลอตัวลง! พลังแห่งเวลารอบสือคูถูกบิดเบือนโดยเขี้ยวมังกร!
สือคูตอบสนองอย่างรวดเร็ว เสียงลั่นดังออกมาจากร่างกายของเขา
ขณะที่พละกำลังนับสิบล้านจินปะทุขึ้น เขาต้องการที่จะใช้พลังดิบเพื่อ
หลุดพ้นจากห่วงของกฎแห่งเวลา!
กึก กึก กึก!
กล้ามเนื้อของสือคูขยายขึ้นอีกและเส้นเลือดของเขาก็พองขึ้นขณะที่
เขาทะลวงพลังแห่งเวลาได้ อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองตก
ลงสู่กระแสวังวนแห่งเวลา มันไม่มีอดีต ไม่มีอนาคตและแม้แต่ในปัจจุบัน
ความสำเร็จของเขี้ยวมังกรในกฎแห่งเวลาได้ไกลเกินกว่าจินตนาการ
ของสือคู
ถ้าเป็นนักสู้ปกติที่มีกฎแห่งเวลาอ่อนแอ สือคูจะทำลายผ่านมันได้
อย่างง่ายดายด้วยพลังของเขา อย่างไรก็ตาม เขี้ยวมังกรนั้นแข็งแกร่งมาก
ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของปราณแท้หรือกฎ เขาก็อยู่ในระดับที่สูง
กว่าสือคู เป็นไปไม่ได้ที่สือคูจะต่อต้านเขา
วูซ!
ร่างของเขี้ยวมังกรสาดประกายขึ้นขณะที่พุ่งเข้าโจมตีสือคู ดาบเขี้ยว
มังกรฉีกปราณแท้ปกป้องร่างของสือคูไปได้ และทิ้งรอบชำเลือดของดาบ
บางๆไว้บนคอของเขา
สือคูแข็งค้าง ทั้งร่างของเขาเหน็บหนาว ในเวลานั้น เขารู้สึกราวกับ
ว่าเขาได้ตายไปแล้ว เมื่อดาบของเขี้ยวมังกรฟันมายังเขา มันก็เหมือนกับ
การมาของเทพแห่งความตาย!
สิ่งที่ทำให้สือคูหวาดกลัวที่สุดก็คือ แม้ว่าความเร็วของเขาจะด้อย
กว่าเขี้ยวมังกร แต่เขาก็ยังคงมีปราณแท้ปกป้องร่างและทักษะกายผัน
แปรอันทรงพลังที่ปกป้องร่างกายอยู่ แต่ต่อหน้าเขี้ยวมังกรแล้ว มันกลับ
เปราะบางดั่งกระดาษ ดาบของเขี้ยวมังกรฉีกขาดผ่านปราณแท้ปกป้อง
ร่างของสือคูอย่างเงียบงันพร้อมกับการป้องกันที่ผิวกายของเขาด้วย ถ้า
ดาบนั้นตัดไปข้างหน้าอีกเพียง 3 นิ้ว หัวของสือคูก็จะถูกเด็ด!
“ได้… ได้อย่างไร…” ดวงตาของสือคูเบิกกว้างขึ้น ทั้งร่างเต็มไปด้วย
เหงื่อเย็น “เหตุใดการป้องกันของข้าจึงไม่สามารถป้องกันเจ้าได้เลย”
ความเงียบเข้าครอบงำเหล่าผู้ชม การโจมตีของเขี้ยวมังกรมีความคม
มากอย่างยิ่ง แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างไกล แต่พวกเขายังคงรู้สึกว่าถึงความ
หนาวเย็นที่คลานขึ้นมาบนแผ่นหลัง!
นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขี้ยวมังกรหรือไม่?
“เป็นการโจมตีที่อันตรายยิ่ง!” ม่านตาของหลินหมิงหดลง การโจมตี
ของเขี้ยวมังกรมีความคมอย่างมาก แม้แต่กับความสามารถในการป้องกัน
ของหลินหมิง เขาก็ไม่เชื่อว่าจะมีความมั่นใจที่จะทนต่อการโจมตีดังกล่าว
ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเขากำลังต่อสู้กับเขี้ยวมังกร เขาก็จะยอมให้ตัวเอง
ถูกฟันไม่ได้!
เขี้ยวมังกรเก็บดาบ เขามองไปยังสือคู และพูดอย่างเย็นชาว่า “สิ่งที่
ตัดออกจากการป้องกันของเจ้าไม่ใช่คมมีดของข้า
ตั้งแต่เริ่มต้น ดาบเขี้ยวมังกรไม่เคยสัมผัสผิวหนังของสือคู กลับกัน
เขาใช้พลังของมิติเพื่อตัดการป้องกันของสือคู
หลังจากไปถึงขอบเขตนี้ เขี้ยวมังกรก็สามารถใช้กฎแห่งโดยเขาไม่
จำเป็นต้องใช้ดาบเพื่อฆ่าคน ด้วยพลังแห่งมิติ เขาสามารถฆ่าผู้คนที่ห่าง
ไปนับร้อยก้าวได้ มิติเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและไม่มีรูปร่าง หากต้องการที่จะ
หลบมันเป็นเรื่องยากมาก!
นักสู้ที่ใช้ทักษะมิติมีความน่ากลัว แต่นักดาบที่มีฝีมือในกฎแห่งมิติยิ่ง
น่ากลัวมากกว่า เนื่องจากมิติมีความคมมากกว่าคมดาบ!
“เขี้ยวมังกร… เขาเป็นมนุษย์จริงหรือ?”
‘สือคูไม่ได้อ่อนแอ แต่เทียบกับเขี้ยวมังกรแล้ว ความแตกต่างมันก็มี
มากเกินไป!”
ไม่มีใครเชื่อว่าสือคูนั้นอ่อนแอ เขาเป็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์
และแม้ว่าเขาจะมาจากตำหนักราชันสวรรค์ที่อ่อนแอ แต่เขาก็มีพรสวรรค์
ที่ท้าทายสวรรค์และแม้แต่ได้กลืนกินไข่เต่ามังกร มันจะมีสักกี่จักรวาลที่
จะได้รับโชคเช่นเขา? และสือคูผู้นี้กลับพ่ายแพ้อย่างราบคราบโดยเขี้ยว
มังกร!
“เขาเป็นสัตว์ประหลาด! ด้วยความแข็งแกร่งนั้น เขาอาจจะแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่าหลินหมิง!”
เมื่อหลินหมิงต่อสู้กับองค์ชายอสูร พวกเขาได้ต่อสู้กันอยู่นาน แม้
ว่าสือคูอาจจะอ่อนแอกว่าองค์ชายอสูร แต่เขาก็พ่ายแพ้ไปโดยปราศจาก
ความสามารถในการต่อต้าน
“เขี้ยวมังกรอาจมีความสามารถติดสามอันดับแรก… ตอนนี้ข้าไม่มี
อะไรจะพูด แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะอยู่ในสามอันดับแรก
ในตอนนี้ได้”
อย่าลืมว่ายังมีจุนไป่เยว่ด้วย ลองดูเขา ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงตอนนี้
เขาเพียงแต่อุ้มกระต่ายไว้เท่านั้น แม้ว่าจะมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรง
มากมาย และกระทั่งหลินหมิงและเขี้ยวมังกรก้าวขึ้นไปบนเวที่ แต่ท่าทาง
ของเขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เจ้ายังคิดว่าเขาอ่อนแอหรือไม่?”
จุนไป่เยว่ได้เอาชนะผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ภายในสามกระบวน
ท่า หลังจากที่พ่ายแพ้ต่อจุนไป่เยว่ ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์คนนั้นก็ยัง
ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน 17 ครั้งต่อมา และผลของเขาก็ได้อยู่ในชั้น
สอง มีโอกาสที่เขาและกงหยางเตาจะสู้เพื่อตัดสินว่าใครมีคุณสมบัติใน
การท้าทายคนที่อยู่ชั้นแรก ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ฮัวซ่วนจะ
สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้
ตัวตนที่ร้ายกาจดังกล่าวยังได้พ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชโดยจุนไป่เยว่
ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ จุนไป่เยว่ยังมิได้แสดงออกถึงความอ่อนล้าและยังมีท่าที
ไม่ใส่ใจราวกับไม่มีอะไรสำคัญกับเขาเลย แม้แต่การยั่วยุขององค์ชายอสูร
และคู่ต่อสู้ของเขาก็ยังไม่มีผลกระทบต่อเขาแม้แต่น้อย และสิ่งที่แปลก
ที่สุดคือ เขาอุ้มกระต่ายตัวเล็กนั่นตลอดเวลา ลูบขนของมันเบาๆ นี่เป็น
เรื่องที่ปกติจะมีเพียงเด็กผู้หญิงที่จะทำ มิใช่ว่าจุนไป่เยว่คล้ายกับเด็กสาว
มากเกินไปหรอกหรือ?
หรือมีบางสิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับกระต่ายนั่น?
“งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างมากใน
ระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”
“ข้าแทบจะไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว! ข้าต้องการเห็นพวกเขา
ต่อสู้!”
ขณะที่ทุกคนพูดคุยกัน ฮั่วหยู่จื่อก็ก้าวขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง เขา
ประกาศว่า “การแข่งขันคู่ที่ 4: จุนไป่เยว่ปะทะไป่เหยา!”
คำเหล่านี้ทำให้ผู้ชมทั้งหมดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
นี่เป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่อีกอีกคู่ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงความสำเร็จของ
ไป่เหยา เขาเป็นศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดที่ได้ปรากฏตัวขึ้นในตำหนักสวรรค์
เอกภพอนันต์ในรอบหลายแสนปีเท่านั้น มันคือเหตุผลที่ราชันสวรรค์เอก
ภพอนันต์ก้าวมาเพื่อช่วยจัดงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
ในฐานะที่เป็นตัวแทนแห่งความรุ่งโรจน์ของตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์ ความแข็งแกร่งของไป่เหยาเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ หอพนันยังไม่ได้ระบุอัตราต่อรองสำหรับไป่เหยาด้วย มัน
ทำให้หลายคนตั้งตารอเพื่อจะได้ดูไป่เหยา
“ไป่เหยา เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ก่อนที่ไป่เหยาจะก้าวขึ้นไปบนเวที่ ศิษย์พี่หลายคนของเขาก็ได้กล่าว
ถาม แม้ว่าพวกเขาจะมั่นใจในไป่เหยา แต่จุนไป่เยว่ผู้นี้ก็ร้ายกาจเกินไป
หากต้องการเอาชนะเขาย่อมจะไม่ง่าย
“ข้าสบายดี” ไป่เหยาได้สูดลมหายใจเข้าลึก
“อืม พยายามให้ดีที่สุด จุนไป่เยว่ผู้นี้ไม่ง่ายที่จะจัดการ เพียงแค่ความ
แข็งแกร่งที่เขาได้เปิดเผยมาจนถึงตอนนี้ มันก็ยังเป็นเพียงส่วนน้อย
เท่านั้น”
“ข้าเข้าใจ”
ไป่เหยาค่อยๆหยิบสายพาดไหล่ที่มีดาบของเขาขณะเดินขึ้นบนเวที่
ในสงครามครั้งนี้ ความกดดันต่อเขามีไม่น้อยเลย!