Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,296 การต่อสู้ของสองดาวเด่น
“ข้าไป่เหยา โปรดชี้แนะด้วย!”
ไป่เหยายืนอยู่เหนือเวทีและถือดาบหนักในมือ ในการเผชิญหน้ากัน
จุนไป่เยว่ก็ยังคงแสดงท่าทีไม่แยแสบนใบหน้าของเขา ถือดาบสนิม
เช่นเดิม
“ไป่เหยา! ไป่เหยา!”
เหล่าผู้ชมปะทุขึ้นด้วยเสียงเชียร์ที่ร้อนแรง นี่เป็นถิ่นของตำหนัก
สวรรค์เอกภพอนันต์ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงเชียร์ไป่เหยาเป็นธรรมดา
ไป่เหยาสงบจิตใจของเขา การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาสามารถจะ
พ่ายแพ้ได้ มิเช่นนั้นเขาก็จะสูญเสียแรงผลักดัน หลังจากนั้น เขาจะพ่าย
แพ้หลินหมิง เขี้ยวมังกรและคนอื่นๆ มิต้องกล่าวถึงตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว
ทั้งสาม ปิงเมิ่ง, เสี่ยวหมัวเซียนและซิงชือ
เพราะนั่นสามารถเรียกได้ว่าเป็นโชคร้ายของไป่เหยาเท่านั้น ไป่เหยา
มีความแข็งแกร่งมาก ในอดีต ไป่เหยาได้ต่อสู้กับสามอันดับแรกของแถลง
อันดับสวรรค์ แต่ตอนนี้ มันมีม้ามืดสามตัวที่ไล่หลังมาอย่างฉับพลัน หนึ่ง
ในพวกเขายังได้เอาชนะผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ในสามกระบวนท่า อีก
คนก็ได้เอาชนะองค์ชายอสูรด้วยการทุบตีอย่างน่าสังเวช และอีกคนก็ยัง
เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสสามภพ และผู้อาวุโสสามภพเป็นผู้อาวุโสสูงสุด
โบราณ เขากระทั่งได้รับความเคารพจากราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ เนตร
สามภพเหล่านั้นสามารถมองผ่านกฎทั้งหมด แล้วผู้ใดบ้างจะรับมือกับสิ่ง
นั้นได้?
เขาจะไม่รู้สึกกดดันได้อย่างไร?
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของนิกายที่เป็นเจ้าภาพ ถ้าเขาพ่าย
แพ้ต่อนักสู้สามัญแล้ว เช่นนั้นมันก็จะเป็นสิ่งที่น่าสังเวชยิ่ง
“ลงมือได้แล้ว!” จุนไป่เยว่กล่าว
ไป่เหยาไม่ลังเล เขาลงมือโจมตีทันที่
“เคล็ดมายาการเอกภพอนันต์!”
ไป่เหยาได้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์
ทันที่ ในช่วงเวลานั้น ออร่าของไป่เหยาก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเพิ่มขึ้น
เป็น 2 เท่าและยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึง 3 เท่า
ออร่าของเขาไม่เพียงแค่เพิ่มมากถึง 3 เท่า แต่ปราณแท้ปกป้องร่าง
และพลังแห่งโลกภายในก็เพิ่มขึ้น 3 เท่าด้วยเช่นกัน
“หืม? เคล็ดมายาการเอกภพอนันต์?”
หลินหมิงตกใจ นี่คือเคล็ดบ่มเพาะที่มีความสามารถในการเพิ่มออร่า
ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว คล้ายคลึงกับปราณเทพทรราชคลั่ง แต่ มันมี
ระยะเวลาที่มากกว่าปราณเทพทรราชคลั่งและในขณะที่ปราณเทพทรราช
คลั่งเป็นการระเบิดพลังชั่วขณะ มายาการเอกภพอนันต์ก็ดูเหมือนจะ
ยังคงอยู่ได้นานขึ้น จากจุดนี้เพียงอย่างเดียว เคล็ดมายาการเอกภพอนันต์
ก็แข็งแกร่งกว่า แต่จุดสำคัญของปราณเทพทรราชคลั่งได้วางอยู่ในต้นเทพ
ทรราชคลั่งและความสามารถในการควบคุมพลังของสายฟ้าที่เหนือกว่า
เต๋าสวรรค์ได้ ในประเด็นนี้ เคล็ดมายาการเอกภพอนันต์ไม่สามารถ
เปรียบเทียบได้
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าไป่เหยาจะฝึกฝนเคล็ดมายาการเอกภพอนันต์ถึง
ขั้นสองได้”
“พรสวรรค์ของไป่เหยาเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง บนแท่นผนึกเทวะ ไป่เหยา
สามารถไต่ขึ้นไปได้ถึง 65,000 ฟุตในชั้นสุดท้าย แม้ว่าเขาจะด้อยกว่า
หลินหมิงและเขี้ยวมังกรในเรื่องนี้ แต่นั่นก็เพราะวิธีการของไป่เหยาขาด
ไป แท่นผนึกเทวะไม่สามารถอธิบายถึงความแข็งแกร่งทั้งหมดได้ ด้วย
อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมมากมายมาบรรจบกันในงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรกนี้ ข้าก็หวังว่าไป่เหยาสามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้”
เคล็ดมายาการเอกภพอนันต์เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพด้าน
สนับสนุน หลักการพื้นฐานที่สุดของมันคือการเปิดโลกที่สองภายใน
ร่างกาย และแม้แต่โลกที่สาม, สี่, ห้าและมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ไป่เหยาได้
เปิดโลกภายในที่สามขึ้น และได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
ทุกพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพล้วนเป็นความสามารถที่ท้าทายต่อสวรรค์
และบรรดาราชันสวรรค์ที่สามารถสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพต่างเป็นผู้
โดดเด่นในรุ่นของพวกเขา
ด้วยการสนับสนุนของเคล็ดมายาการเอกภพอนันต์, ไป่เหยาโจมตีใน
ที่สุด “ดาบแสงทองพลันสังหาร!”
สิ่งที่ไป่เหยาใช้คือกฎแห่งโลหะ ด้วยการสนับสนุนของเคล็ดมายา
การเอกภพอนันต์ การโจมตีด้วยดาบนี้ไม่ได้อยู่ในระดับต่ำกว่าการโจมตี
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากผู้ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย!
เผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งนี้ จุนไป่เยว่ก้าวถอยหลัง มือของเขาวาด
แผนภาพในอากาศ พลังงานหยินหยางผสานเข้าด้วยกันเป็นแผนภาพห
ยินหยางบรรพกาลกลียุค แผนภาพบรรพกาลกลียุคหมุนไปในอากาศโดย
มีความลึกลับนับไม่ถ้วน ดาบแสงทองแทงเข้าสู่แผนภาพบรรพกาลกลียุค
นี้ และได้เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้น ดาบแสงจมอยู่ในแผนภาพ
นั้นและหายไปอย่างสิ้นเชิง!
“อะไรกัน!?”
ไป่เหยาตกใจมาก เพราะเขาให้ความสำคัญกับการต่อสู้ครั้งนี้มากเขา
จึงใช้เคล็ดมายาการเอกภพอนันต์ทันทีที่เขาก้าวขึ้นมาบนเวที่ เขาได้ใช้
การโจมตีทั้งหมดนี้ออกไป และยังคงไม่มีอะไรนอกจากหมัดที่ชกอากาศ
เขาไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาได้เลย
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ก่อนที่ไป่เหยาจะมีเวลาพอที่จะนึกถึงจุนไป่เยว่ได้ใช้นั้น
ดาบแสงแพรวพราวของหยินและหยางก็แทงมายังหน้าอกของไป่
เหยาแล้ว ในขณะนั้น ในโลกนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นสีดำและขาว นี่เป็น
การโจมตีที่แปลกประหลาด!
“ดาบประกายเงาโลหะพิฆาต!”
ไป่เหยากัดฟันของเขาและฟันดาบไปยังจุนไป่เยว่ ดาบแสงทั้งสองถูก
ทำลายลงในเวลาเดียวกัน แต่ไม่มีการระเบิดของพลังงานขึ้น กลับกัน
ดาบแสงปราณแท้ปกป้องร่างและพลังของโลกดูเหมือนจะถูกกลืนหายไป
โดยพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างจนไม่มีอะไรเหลืออยู่ในโลก ทิ้งไว้เบื้องหลัง
เพียงความสงบ
ความรู้สึกเงียบสงบนี้ทำให้หัวใจของไป่เหยาบีบรัดขึ้น ทักษะของจุน
ไป่เยว่แปลกมากเกินไป การต่อสู้กับเขาทำให้เกิดความรู้สึกที่กดดันอย่าง
มาก
ฟู่วว!
จุนไป่เยว่โจมตีออกไปอีกครั้ง นี่เป็นกฎแห่งหยินหยาง แต่อำนาจที่
อยู่เบื้องหลังมันยิ่งใหญ่กว่าการโจมตีครั้งล่าสุด มันเร็วขึ้น ซึ่งทำให้แทบ
จะเป็นไปไม่ได้ในการอ่านวิถีของมัน
แผนภาพหยินหยางหมุน ราวกับมันจะกลืนทั้งโลกเข้าไปภายใน
ไม่มีช่องว่างระหว่างการโจมตีของดาบแรกและสอง มันเหมือนกับว่า
ปราณแท้ของจุนไป่เยว่ไร้สิ้นสุด
ไป่เหยาตกใจ โชคดีที่เขามีเคล็ดมายาการเอกภพอนันต์สนับสนุนเขา
สามโลกภายในของเขาก็เพียงพอที่จะใช้งานต่อไปได้ โดยการพึ่งพาพลังนี้
ไป่เหยาและจุนไป่เยว่เริ่มการปะทะอันดุเดือด
ดาบที่ 1 ดาบที่ 2 ดาบที่ 3 ดาบที่ 5… ดาบที่ 10… การโจมตีของจุน
ไป่เยว่เริ่มรวดเร็วและทรงพลังมากขึ้น หลังจากที่ดาบแสงของเขาชนกับ
ทักษะของไป่เหยา พวกมันก็หายไปทั้งหมด ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้
ถึงแม้ว่านี่เป็นการต่อสู้ที่รุนแรงมาก แต่ก็ไม่มีการระเบิดของพลังงาน
ที่รุนแรงขึ้น มันทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัด
ไม่นาน จุนไป่เยว่ก็ได้โจมตีถึง 63 ดาบแล้ว
ถึงกระนั้นก็ตาม ไป่เหยาก็แทบจะไม่สามารถจัดการกับมันได้ แม้ว่า
เขาจะลำบาก แต่เขาก็สามารถที่จะทนได้เพราะมีปราณแท้มากกว่า 3
เท่าของอัจฉริยะทั่วไป!
ในเป็นความจริง ปราณแท้ปกป้องร่างของไป่เหยาเหนือกว่าจุนไป่
เยว่ แต่มันเป็นเพราะแง่มุมของกฎ ซึ่งจุนไป่เยว่เหนือกว่าเขา แสงสีขาว
ของไป่เหยาถูกกลืนหายไป และแม้แต่ไป่เหยาก็ไม่รู้ว่าจุนไป่เยว่ทำเช่นนี้
ได้อย่างไร
นี่คือไป่เหยา ที่ได้รับการสนับสนุนจากเคล็ดมายาการเอกภพอนันต์
อยู่เบื้องหลัง ถ้าเป็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์สามัญ พวกเขาคงจะได้รับ
ความพ่ายแพ้ไปแล้ว
“เคล็ดบ่มเพาะแบบใดที่จุนไป่เยว่ได้ฝึกฝน และยังเหนือกว่าศิษย์พี่ไป่
เหยาได้!?”
“ศิษย์พี่ไป่เป็นศิษย์ที่โดดเด่นเพราะพึ่งพาปราณแท้อันหนาแน่นของ
เขา ถ้าเขาถูกกำราบโดยจุนไป่เยว่ในเรื่องนี้ เขาก็ตกอยู่ในอันตรายแล้ว”
“เหตุใดเจ้าถึงพยายามว่าร้ายผู้อื่นเพื่อทำให้ตัวเองดูดีขึ้น? ศิษย์พี่ไป่มี
ข้อได้เปรียบ นั่นคือความทนทานของเขา! พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพขอเรา
คือสิ่งที่ดีที่สุดในการต่อสู้ยืดเยื้อ! ตราบใดที่ศิษย์พี่ไป่สามารถดึงจุนไป่เยว่
เข้าสู่สงครามยืเเยื้อได้แล้ว เขาก็จะชนะ!”
ไป่เหยามีสามโลกในร่างกายของเขา; มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะวัด
จำนวนปราณแท้ของเขาได้ เขาสามารถใช้สองโลกเพื่อต่อสู้และใช้โลกที่
สามเพื่อฟื้นฟูพลังได้ และการต่อสู้ครั้งนี้จะดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ถ้า
เขาต่อสู้กับจุนไป่เยว่เป็นเวลานาน เขาก็จะไม่ผลาญพลังงานมากเกินไป
และในเวลานี้ หลังจากที่จุนไป่เยว่โจมตีไป 63 ครั้ง การเคลื่อนไหว
ของเขาก็ชะลอตัวลงชั่วขณะหนึ่งจนกระทั่งเมื่อได้โจมตีครั้งที่ 64!
เมื่อจุนไป่เยว่โจมตีครั้งที่ 64, การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้
เกิดขึ้น!
โดยรอบจุนไป่เยว่และไป่เหยา มันได้มีแผ่นภาพหยินหยางบรรพกาล
กลียุคจำนวนหลายสิบ เมื่อนับพวกมันทั้งหมดก็จะมี 63 อัน!
ตำแหน่งของแผ่นภาพหยินหยางบรรพกาลกลียุคนี้เป็นจุดที่จุนไป่
เยว่และไป่เหยาเคยแลกเปลี่ยนกระบวนท่าทั้ง 63 ครั้งก่อนหน้า ทุกครั้งที่
พวกเขาต่อสู้ ดาบแสงจะหายไป แต่นั่นไม่ถูกต้องนัก พลังงานได้ซ่อนตัว
กลายเป็นแผ่นภาพหยินหยางบรรพกาลกลียุค!
ตอนนี้ ด้วยดาบที่ 64 ของจุนไป่เยว่ แผ่นภาพหยินหยางบรรพกาล
กลียุคทั้งหมดจะถูกเรียกเข้าด้วยกัน ด้วยแผ่นภาพหยินหยางบรรพกาล
กลียุคสุดท้ายที่ถูกเรียกมาหร้อมดาบที่ 64, มันจึงมีทั้งหมด 64 อัน!
ดังที่ตำนานว่าไว้ ห้วงมิติอันไร้สิ้นสุดได้ให้กำเนิดบรรพกาลกลียุค
บรรพกาลกลียุคให้กำเนิด 2 พลังสัมพัทธ์ สองพลังสัมพัทธ์ให้กำเนิด 4
มวลรวม, 4 มวลรวม 8 แผนภาพ และ 8 แผนภาพสร้าง 64 แผนภาพ!
สิ่งที่จุนไป่เยว่ใช้คือ 64 ดาบหยินหยาง!
ในช่วงเวลานั้น แผนภาพหยินหยางทั้ง 64 เข้ารวมด้วยกัน ปิดกั้นมิติ
โดยรอบไป่เหยา ไป่เหยารู้สึกราวกับว่าเขาได้ตกลงไปในมิติเวลาแยก ราว
กับว่าเขาถูกกักขังโดยค่ายกลแผนภาพ ทำให้เขาไม่มีที่สำหรับหลบหนี!
บึม บึม บึม บึม บึม บึม!
8 แผนภาพระเบิดออกพร้อมกัน ในขณะนั้น ปราณแท้ปกป้องร่าง
ของไป่เหยาระเบิดออก และเขาลอยกระเด็นไปข้างหลัง ทั้งร่างเปื้อนไป
ด้วยโลหิต
ฟรุป!
ไป่เหยาชนเข้ากับพื้นดิน จุนไป่เยว่ได้ยั้งมือในช่วงวินาทีสุดท้าย มิ
เช่นนั้นไป่เหยาจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เขาลุกขึ้นยืนและมองไปยัง
จุนไป่เยว่ ด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นบนใบหน้าเขาพูดว่า “ข้ายอมรับความพ่าย
แพ้”
ดังนั้น 64 ดาบของจุนไป่เยว่ก็เป็นใช้เป็นทักษะดาบเดียว 63 ดาบ
แรกปูทางให้ดาบสุดท้าย มันเพราะไป่เหยาที่ไม่สามารถเห็นถึงหลักการ
อันลึกซึ้งที่อยู่เบื้องหลังมัน ความแตกต่างยิ่งใหญ่เกินไป
“จุนไป่เยว่เป็นฝ่ายชนะ!”
ฮั่วหยู่จื่อประกาศบนเวที่ มีรสชาติประหลาดในหัวใจ ในความเป็น
จริงเ หตุผลที่ไป่เหยาไม่ได้มีแต้มต่อในหอพนันก็ไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยง
ความสงสัยเพื่อผลกำไร แต่ยังเพื่อรักษาใบหน้าของตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์ด้วย ตามการประเมินเดิมของฮั่วหยู่จื่อ อัตราต่อรองไป่เหยาน่าจะ
ด้อยกว่าหลินหมิง, จุนไป่เยว่, เขี้ยวมังกร และแม้แต่องค์ชายอสูร มันดูน่า
เกลียดมาก
ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับไป่เหยาในการต่อสู้กับจุนไป่เยว่ ความ
แตกต่างมีมากเกินไป
“ดูเหมือนว่าพื้นหลังตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ของเราจะยังไม่ดีพอ
…” ฮั่วหยู่จื่อถอนหายใจ ศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดที่ได้ปรากฏตัวในตำหนักของ
พวกเขาในรอบหลายแสนปีกลับพ่ายแพ้ในลักษณะที่น่าสังเวช แน่นอนว่า
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความโชคร้ายของไป่เหยา
“สู้ได้ดี”
จุนไป่เยว่พูดเบาๆ เขาก้าวลงจากเวทีและนั่งลงบนเก้าอี้เช่นเดิม
หลังจากที่เขาเก็บดาบไว้แล้ว เขาก็อุ้มกระต่ายขาวตัวเล็กไว้ในมือและ
หลับตาเข้าฌาน
ในขณะที่หลายร้อยล้านคนในกลุ่มผู้ชมเห็นสิ่งนี้ ทุกคนต่างไร้คำพูด
มิใช่ว่าสหายผู้นี้เองก็ยอดเยี่ยมมากหรอกหรือ?
เขาแข็งแกร่งมากแต่ก็ยังมีพฤติกรรมแปลกๆด้วย
หลังจากที่ไป่เหยาพ่ายแพ้ต่อจุนไป่เยว่ รอบแรกของรอบชิงชนะเลิศ
ก็ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ จะมีเวลาพัก 1 ชั่วโมงก่อนที่รอบสองจะ
เริ่มขึ้น
คู่แรกของรอบสองคือ – หลินหมิงปะทะเขี้ยวมังกร!
ขณะที่ฮั่วหยู่จื่อได้ประกาศการแข่งขัน ทั้งเวทีก็เดือดพล่านไปด้วย
ความตื่นเต้น
หลินหมิงปะทะเขี้ยวมังกร
นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างสองดาวเด่น!
การต่อสู้ของเขี้ยวมังกรกับสือคูได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม
อย่างมาก เขาไม่เพียงแต่เขาจะมีดวงตาที่สามารถมองผ่านกฎทั้งหมด แต่
เขายังมีกฎแห่งมิติและเวลาที่ลึกล้ำอยู่เบื้องหลังด้วย ด้วยสิ่งเหล่านี้
ร่วมกัน เขี้ยวมังกรก็จะเป็นคู่ต่อสู้ที่แทบจะไร้เทียมทาน
อย่างไรก็ตาม ฉากการต่อสู้ของหลินหมิงที่เอาชนะองค์ชายอสูรเองก็
ได้ทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้กับทุกคนเช่นกัน ดูราวกับว่าเขาจะมี
ศักยภาพที่ไร้สิ้นสุด
หากสัตว์ประหลาดทั้งสองต้องเผชิญหน้ากัน มันจะเป็นการต่อสู้แห่ง
ยุค!
ทุกคนอยากรู้ว่าใครจะชนะ!
หลินหมิงและเขี้ยวมังกรก้าวขึ้นไปบนเวที่ และในเวลานี้ แม้แต่จุนไป่
เยว่ที่กำลังเข้าฌานก็ได้ลืมตาของเขา พร้อมที่จะดูการต่อสู้ของหลินหมิง
และเขี้ยวมังกร