Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,308 หลินหมิงปะทะจุนไป่เยว่
ในการต่อสู้ของปิงเมิ่งและเขี้ยวมังกร เขี้ยวมังกรได้พ่ายแพ้ และปิง
เมิ่งได้รับชัยชนะ!
ความสามารถของปิงเมิ่งนั้นน่ากลัว!
“ใช่ นางอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้! ยังมีหลายสิ่งที่นางยังไม่ได้ใช้”
“ปิงเมิ่ง ควรจะสามารถได้รับอันดับหนึ่งอย่างง่ายดายในครั้งนี้ ข้าคิด
ว่าซิงชือก็ยังจะมิอาจเป็นคู่มือให้กับนางได้”
ปิงเมิ่งเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง คนเดียวที่เชื่อกันว่ามีขีด
ความสามารถในการตอบโต้นางได้คือซิงชือ สำหรับเสี่ยวหมัวเซียน ไม่ใช่
ทุกคนที่จะชอบนาง และนางยังเด็กเกินไป
เฉพาะในระหว่างการต่อสู้กับหลินหมิงเท่านั้น ผู้ชมจึงรู้ว่านางทรง
พลังแค่ไหน ร่างกายที่แท้จริงของสัตว์อสูรเทวะนั้นแข็งแกร่งเกินไป ไม่ว่า
จะเป็นความสามารถในการป้องกันหรือการเข้ากันได้กับกฎ นางก็เข้าถึง
ขอบเขตที่นึกไม่ถึงแล้ว
ผู้คนเคยคิดว่าหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนไม่ได้ด้อยกว่าปิงเมิ่งมาก
นัก แต่ตอนนี้ เทพธิดาปิงเมิ่ง ได้เผยถึงความแข็งแกร่งที่ทำให้ทุกคนต้อง
หอบหายใจ เขี้ยวมังกรเองก็ไม่อ่อนแอ เขาไม่ได้ด้อยยิ่งกว่าหลินหมิงนัก
แต่ตอนนี้ เขากลับได้รับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดายจากปิงเมิ่ง
“เขี้ยวมังกร ไม่สามารถแสดงกฎเนตรสามภพของเขาในช่วงเวลา
สุดท้าย ถ้าเขาสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงได้ อาจมีโอกาส
เล็กน้อยที่เขาจะสามารถมองผ่านมิตินิมิตฝันเทวะ”
หลินหมิงคาดการณ์ไว้อย่างเงียบๆ ยังไม่รู้ได้ว่าเขี้ยวมังกรสามารถ
มองผ่านมิตินิมิตฝันเทวะได้หรือไม่ แม้ว่าเขาจะสามารถทำได้ แต่เขาก็ยัง
ต้องการที่จะใช้เนตรสามภพเพื่อทำเช่นนั้น และปิงเมิ่งก็เห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่าจะไม่ให้เวลาแก่เขา สิ่งนี้นำไปสู่ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
เขี้ยวมังกร
ในเวลานี้ ในมิติที่ไม่รู้จักที่ห่างออกไปนับล้านล้านไมล์จากสนาม
ประลองนี้…
บนดาวเคราะห์น้อยที่รกร้างว่างเปล่า ชายชราคนหนึ่งใช้ไม้เท้าเดิน
อย่างเงียบๆ เฝ้าดูทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเวที่ ถึงแม้ว่าร่างกายของเขา
จะแก่ชราและเสื่อมโทรม แต่สายตาของเขาก็มีความรอบรู้และส่องแสง
บางครั้งสาดประกายด้วยเครื่องหมายของกฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่
นี่เป็นอีกสถานะหนึ่งของเนตรสามภพ โดยการพึ่งพาสถานะนี้ ชาย
ชราจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นในมุมใดๆของ
จักรวาล สายตาของเขาชัดเจนกว่าของคนที่อยู่ที่นั่น
“เทพธิดาปิงเมิ่ง… ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วตอนนี้…”
ชายชรากล่าวออกมาอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมองเห็น
ผ่านหมอกลึกลับที่ปกคลุมใบหน้าของปิงเมิ่ง
“ข้าคิดว่ามันแปลก ราชันนิมิตฝันเทวะ ด้วยอารมณ์ที่ไม่ลำเอียงและ
ห่างเหินของเจ้า ข้าสงสัยว่าเหตุใดเจ้าจึงทุ่มเทพลังงานให้กับเด็กน้อย
เช่นปิงเมิ่ง และไม่ได้ลังเลที่จะใช้มูลฐานจิตวิญญาณของเจ้าเพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้นาง ตอนนี้, ข้าเข้าใจแล้ว…”
ผู้อาวุโสสามภพถอนหายใจลึก ราวกับว่าเขาอายุมากขึ้นไปอีก
“หนุ่มสาวนั้นน่ากลัวอย่างแท้จริง เจ้าคงจะได้เห็นก้าวสุดท้ายของตน
แล้ว เจ้าต้องการที่จะจารึกในยุคที่ยิ่งใหญ่นี้ และใช้ก้าวสุดท้ายนั่นเพื่อ
ก้าวไปข้างหน้า และปิงเมิ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับก้าวสุดท้ายนี้ ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าเหตุใดเขี้ยวมังกรจึงน่าสังเวช…
“เพื่อใช้ชีวิตนับล้านล้านล้านล้านล้านในแดนเทวะเป้นหมากของเจ้า
และ 33 ชั้นสวรรค์เป็นกระดานหมากรุก เจ้าก็มีความกล้าหาญมาก
พอแล้ว งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะนี่คือเกมของเจ้า
หรือไม่? ในเวลาเพียง 10 ล้านปี เจ้ามาถึงระดับนี้แล้ว บางทีเจ้าอาจ
ประสบความสำเร็จ ส่วนข้า ข้านั้นแก่เกินไปแล้ว ในใจของข้า สิ่งที่ข้าหวัง
ก็คือการหาผู้สืบทอดมรดก แต่สำหรับเจ้า เจ้ามักจะคิดถึงวิธีที่จะข้ามหา
ภัยพิบัติและมำให้โลกยังคงอยู่ต่อไปได้ ข้าด้อยกว่าเจ้า…”
ชายชราพึมพำ ปิดดวงตาที่ย่นของเขาลง, 10 ล้านปีก่อน ราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะมิได้เป็นอันใดนอกจากหญิงสาวที่อ่อนต่อโลกหรอก
หรือ? แต่ตอนนี้ นางกลับสามารถเข้าถึงขอบเขตที่ไม่น่าเชื่อแล้ว นางได้
สัมผัสกับ ‘ก้าวสุดท้ายนั่น’
กล่าวอีกนัยน์หนึ่งคือ การก้าวข้ามขอบเขตของราชันสวรรค์
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้หนึ่งจะก้าวข้ามราชันสวรรค์ แต่นั่นก็ไม่ได้
หมายความว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จในการต่อต้านมหาภัยพิบัติ
นี่เป็นเพราะเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน ราชันสวรรค์ผนึกเทวะมี
พรสวรรค์ที่เกินกว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ถึงกระนั้น เขาก็ยังตกตาย
ภายในภัยพิบัตินั้น
ผู้อาวุโสสามภพหวังอย่างแท้จริงว่าราชันนิมิตฝันเทวะจำนำพาชีวิต
ในจักรวาลนี้เอาชนะมหาภัยพิบัติได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องยากเกินไป
เมื่อปิงเมิ่ง เดินลงจากเวที่ ผู้เข้าแข่งขันต่างทุกคนรู้สึกกดดันอย่าง
มาก ปิงเมิ่งได้มีบรรยากาศที่ไร้เทียมทาน
และในเวลานี้ ฮั่วหยู่จื่อได้ประกาศเสียงดังว่า “การประลองคู่ที่สอง
หลินหมิงปะทะจุนไป่เยว่ พวกเจ้าสองคนโปรดขึ้นไปบนเวที!”
“ต่อสู้กับจุนไป่เยว่…”
หลินหมิงหันไปมองจุนไป่เยว่ จุนไป่เยว่นั่งบนเก้าอี้หินและเช็ดดาบ
ของเขา ทุกครั้งจะเป็นการเช็ดอย่างระมัดระวังและจริงจัง ขณะที่ผมสี
ขาวยาวหย่อนลงบนใบมีด มันทำให้เขามีบรรยากาศเศร้าหมอง
ดาบดุจน้ำแข็ง, เส้นผมดุจหิมะ
หลินหมิงก้าวขึ้นสู่เวทีแล้วในตอนนี้ สำหรับจุนไป่เยว่ เขาได้เสร็จสิ้น
การทำความสะอาดดาบของเขาอย่างรวดเร็วและจากนั้นก็ลยิขึ้นไปบน
เวทีเช่นขนนก
ทั้งสองคนมองกันและกัน จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้สาดประกายขึ้น
ในดวงตาของพวกเขา
“โปรดชี้แนะด้วย” หลินหมิงกล่าวอย่างสุภาพ ในขณะเดียวกัน เขาก็
เอาหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกมา แสงที่เย็นยะเยือกสะท้อนจากปลายหอก
ฟู่วว!
ในทันที่ หลินหมิงพุ่งหอกของเขาออกไปด้วยการผสานกฎแห่งเพลิง
4 วิถีแรก คลื่นแห่งเพลิงลุกลามปกคลุมหลายไมล์ ทำให้เกิดดอกบัวคราม
ยักษ์
และในเวลานี้ ดอกบัวคราม ดาบแสงสาดประกายเย็นยะเยือกดั่ง
ดวงดาวที่ห่างไกล ในเวลาที่ไม่รู้จัก จุนไป่เยว่ลอยขึ้นมาจากตำแหน่งเดิม
แล้ว เขาคว้าดาบและฟันออกไป
การโจมตีนี้ทรงพลังอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันกลับแทบจะไม่มี
จิตสังหารอยู่เลย แต่มันก็สง่างามดั่งวาดภาพที่งดงามของฤดูใบไม้ผลิ ทำ
ให้งดงามและไม่อาจคาดการณ์
ในการโจมตีนี้ หลินหมิงไม่สามารถหาได้ว่ากฎใดๆที่มีอยู่ภายในได้
เลย รู้สึกกลมกลืนและสมดุลเท่านั้น ไม่ว่าจะมาจากมุมของการโจมตีหรือ
การหมุนเวียนของพลังงาน มันก็ไร้ที่ติ!
“พลังแห่งสายฟ้า!”
เมื่อเห็นดาบของจุนไป่เยว่พุ่งเข้าหาเขา หลินหมิงก็ได้ส่งพลังสายฟ้า
เข้าไปในเพลิงดอกบัวคราม ขณะที่เพลิงและสายฟ้าผลักดันกัน มันก็มี
เสียงดังขณะที่ทั้งดอกบัวครามระเบิดขึ้น
ศักยภาพของดาบของจุนไป่เยว่แตกสลายโดยสิ้นเชิงด้วยพลัง
อาละวาดนี้!
ในขณะเดียวกัน หลินหมิงก็กวาดหอกของเขา หอกนี้มีวิถีระดับ 5
ของเพลิงและสายฟ้า, กวาดล้างทุกสิ่ง!
ฟู่วว! ฟู่วว!
สองพลังที่น่าสะพรึงกลัวของสายฟ้าและเพลิงพุ่งไปยังจุนไป่เยว่เว้น
ไว้แต่ว่าใครบางคนที่มีร่างสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริงเช่นเสี่ยวหมัวเซียน พวก
เขาจึงจะมีความสามารถในการป้องกันพลังนี้
ฟู่วว! – ฟู่วว! –
ท่ามกลางเสียงสายฟ้าและเปลวเพลิง จุนไป่เยว่ถูกล้อมแล้ว!
ในเวลานี้ ฉากที่น่าทึ่งได้เกิดขึ้น
จุนไป่เยว่ยื่นมือเข้ารับสายฟ้าและเปลวเพลิงของหลินหมิง ช่วงเวลา
ที่มือทั้งสองสัมผัสกับพลังทั้งสองนี้ พลังทั้งสองก็สงบลงและไหลไปตาม
มือของจุนไป่เยว่ ราวกับกำลังถูกดึงโดยพลังที่ไม่รู้จัก
จุนไป่เยว่บินถอยไปข้างหลังและวาดแผนภาพบรรพกาลกลียุคขึ้น
ในอากาศ
ทั้งสองพลังงานหมุนเวียนอยู่ในอากาศ สร้างเป็นกระแสวังวนสองสี
ทั้งสองสีควบแน่นมากขึ้น ในที่สุดกลายเป็นแผนภาพบรรพกาลกลียุคห
ยินหยาง พลังของเพลิงและสายฟ้าของหลินหมิงได้เปลี่ยนไปเป็น
แผนภาพบรรพกาลกลียุคหยินหยางโดยจุนไป่เยว่!
“นี่คือ”
หลินหมิงตกตะลึง
ผู้ชมเองก็ประหลาดใจด้วย นี่มันการบ่มเพาะแบบใดกัน!?
จุนไป่เยว่ได้ควบคุมแพลังของศัตรูได้อย่างเต็มที่ และเปลี่ยนมันเป็น
แผนภาพบรรพกาลกลียุคหยินหยาง
“น่าเป็นวิถีที่น่าหวาดกลัวยิ่ง!”
หลินหมิงมองไปยังจุนไป่เยว่ มีสีหน้าแห่งความชื่นชม ความสำเร็จ
ของจุนไป่เยว่ในวิถีกฎเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง การโจมตีด้วยดาบที่เรียบง่ายเมื่อ
ครู่ทำให้รู้สึกอันไร้ที่ติ
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ เขาสามารถดูดซับพลังของคู่ต่อสู้และ
ควบคุมพวกมันด้วยกฎแห่งหยินหยาง มันยากที่จะเชื่ออย่างยิ่ง
มือจุนไป่เยว่ค่อยๆหยุดลง แผนภาพบรรพกาลกลีลอยอยู่ในอากาศ
หมุนอย่างช้าๆ หลินหมิงรู้สึกได้ว่าขาดการเชื่อมต่อกับพลังของเขาเอง
จุนไป่เยว่กล่าวอย่างช้าๆว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็น
พลังงาน สสาร หรือชีวิต มันต่างมีหลักการคู่หยินและหยาง ลบคือหยิน
บวกคือหยาง และพลังของสายฟ้าและเพลิงก็ไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด
ตราบเท่าที่ข้าสามารถควบคุมพลังของหยินและหยางภายในพวกมันได้
พวกเขาจะถูกควบคุมโดยข้า”
ในขณะที่จุนไป่เยว่กล่าว เหล่าผู้ชมต่างก็กลายเป็นโง่งม
เป็นกฎที่แปลกประหลาดถึงเพียงนั้น?
โดยปกติ เมื่อนักสู้ต่อสู้กะน พลังงานของพวกเขาจะปะทะและ
นำไปสู่การระเบิด แต่จุนไป่เยว่นั้นต่างออกไป
เมื่อศิษย์สายตรงของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ไป่เหยาได้ต่อสู้กับจุน
ไป่เยว่ จุนไป่เยว่ก็ได้โจมตีด้วย 63 ดาบ ทุกครั้งดาบแสงของพวกเขา
ปะทะกัน มันก็มิได้มีการระเบิดของพลังงานที่แปลกประหลาด แต่พวก
มันได้เปลี่ยนเป็นแผนภาพหยินหยาง แผนภาพหยินหยางเหล่านี้มีทั้งพลัง
ของไป่เหยาและจุนไป่เยว่
ในตอนท้าย จุนไป่เยว่ได้ใช้การโจมตีครั้งที่ 64 ของเขา เมื่อ
แผนภาพหยินหยางชที่ 64 รวมเข้าด้วยกัน มันก็ได้กลายเป็นการโจมตีที่
ห่างไกลจากสิ่งที่ไป่เหยาจะสามารถป้องกันได้ ด้านที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
ของจุนไป่เยว่อยู่ในความสามารถของเขาในการยืมพลังของคู่ต่อสู้เพื่อ
นำมาใช้ประโยชน์แก่ตนเอง
นี่คือขอบเขตสูงสุดของหยินและหยาง ถ้าหลักการนี้สามารถสรุปได้
แล้ว เช่นนั้นก็จะเรียกว่าความสอดคล้อง
หยินและหยางสอดคล้อง มนุษย์และสวรรค์เป็นหนึ่งเดียว
“ทักษะของจุนไป่เยว่แปลกประหลาดเกินไป!”
“การต่อสู้กับเขา เจ้าจะไม่ได้รู้ว่าตนเองพ่ายแพ้ได้อย่างไร!”
“ถ้าเขาสามารถยืมพลังงานของเจ้าได้ เจ้าจะเอาชนะเขาได้อย่างไร?”
สำหรับเหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นในปัจจุบัน วิธีการที่จุนไป่เยว่ใช้กฎได้
เหนือขอบเขตความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว
“หืม, มันเป็นเช่นนี้เอง ข้าคิดว่าตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงมองไป
ยังแผนภาพหยินหยางในท้องฟ้า “พลังทั้งสองกลายเป็นแผนภาพบรรพ
กาลกลียุคของเจ้า ยิ่งเจ้ารวบรวมแผนภาพบรรพกาลกลียุคได้มากเท่าไร
การโจมตีของเจ้าก็จะยิ่งทรงมากขึ้นใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว!” จุนไป่เยว่กล่าวจบ เขาฟันดาบออกไปอีกครั้ง
การโจมตีด้วยดาบอันเรียบง่ายนี้มีกฎแห่งหยินหยาง พวกมัน
สอดคล้องเป็นหนึ่งกลายเป็นบริสุทธิ์และเหนียวแน่น!
ดาบแล้วดาบเล่า ทุกการโจมตีออกจากแผนภาพบรรพกาลกลียุค
หลินหมิงคว้าหอกโลหิตฟีนิกซ์ ถอยกลับครั้งแล้วครั้งเล่า เขาได้เปิด
ใช้ปราณเทพทรราชคลั่งขึ้นจนถึงขีดสุด ปลดปล่อยทั้ง 7 ใน 8 ประตูเร้น
ลับภายในและแม้แต่เผาผลาญปราณโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
“จุนไป่เยว่, เจ้าต้องการทำเช่นนี้จนกว่าจะโจมตีถึงครั้งที่ 64?”
ในขณะที่หลินหมิงกล่าว ออร่าของเขาก็เริ่มทะยานขึ้นไป ในเวลานั้น เขา
เป็นเหมือนภูเขาที่สูงถึง 100,000 ฟุต ไม่สามารถข้ามผ่านได้
“กฎของเจ้าแข็งแกร่ง แต่พวกเขายังคงจะถูกกำราบเมื่ออยู่ต่อหน้า
พลังอันท่วมท้น! สำหรับการสอดคล้องของหยินหยางที่สมบูรณ์ อีกฝ่าย
จะต้องมีความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงกัน แต่ ถ้าการโจมตีของข้าสูงกว่าเจ้า
มาก เจ้าจะรักษาสมดุลที่ละเอียดอ่อนไว้ได้อย่างไร?”
ในขณะนั้น เบื้องหลังของหลินหมิง ต้นเทพทรราชคลั่งได้ปรากฏตัว
ขึ้นอย่างช้าๆ ทัณฑ์สวรรค์เพลิงและสายฟ้าทะลักออกมาอย่างรุนแรง มัน
มีอำนาจแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่
“เต๋าสวรรค์พิพากษา!”
ช่วงเวลาที่หลินหมิงใช้เต๋าสวรรค์พิพากษา ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่าง
สวรรค์และปฐพีกลายเป็นทะเลที่ไร้สิ้นสุดของสีแดงและสีม่วง ฟ้าสวรรค์
สายฟ้าคำรามและเปลวเพลิงกู่ร้อง ในท้องฟ้า หลินหมิงแทบจะกลายเป็น
เมฆทัณฑ์สรรค์ของโลกไปแล้ว!
พลังแห่งเต๋าสวรรค์เป็นสิ่งที่ไร้ความปรานี ความแข็งแกร่งที่น่า
สะพรึงกลัวนี้เข้าบดขยี้จุนไป่เยว่
กฎของจุนไป่เยว่เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมาก หลินหมิงเลือกที่จะ
กำราบเขาด้วยพลังอันท่วมท้น!