Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,309 อีกหนึ่งชัยชนะ
“ทักษะนั่นอีกแล้ว เต๋าสวรรค์พิพากษา!”
บางคนตะโกนออกมาจากกลุ่มผู้ชม
“หลินหมิงใช้ท่านี้มาแล้วสามครั้ง แม้ว่าจะเป็นเสี่ยวหมัวเซียนจะ
เผชิญหน้ากับมัน แต่นางก็ยังคงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส!”
เต๋าสวรรค์พิพากษาเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่หลินหมิงสร้างขึ้น
เอง ถึงแม้เขาจะเคยใช้มาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีใครที่ได้ทำลาย
มันได้
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ความน่าเกรงขามของทัณฑ์สวรรค์เพลิงและสายฟ้าพุ่งเข้าโจมตี สี
หน้าของจุนไป่เยว่กลายเป็นจริงจัง ทั้งสองมือของเขาเริ่มวาดแผนภาพ
บรรพกาลกลียุค เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ทุกสิ่งกลายเป็นสีดำและสีขาว ไร้ซึ่งสี
อื่นๆ
ใต้เท้าของจุนไป่เยว่ มันปรากฏเป็นแผนภาพหยินหยางขนาดใหญ่
กว้างหลายไมล์ ภายในแผนภาพหยินหยางนี้ ดาบสนิมเริ่มเปล่งแสงอ่อนๆ
แม้ว่าแสงนี้จะเพียงอ่อนๆ แต่ก็ยังถูกเจาะเข้าสู่หัวใจของผู้ที่มองมันได้
โดยทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้
“ดาบวิญญาณหยินหยาง, สามอาณาจักรสู่ความว่างเปล่า!”
จุนไป่เยว่โจมตี ในเวลานั้น ดาบของเขาดูเหมือนจะเริ่มมีชีวิตขึ้น ทุก
คราบสนิมบบนดาบนั้นเริ่มเปล่งแสงรูนกฎที่เจิดจ้าออกมา
ตามข้อสันนิษฐานของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ คราบสนิมเหล่านี้
นั้นไม่ธรรมดา พวกเขาเป็นโลหิตของตัวตนที่เป็นเทพแท้จริง!
สิ่งใดคือเทพแท้จริงน่ะหรือ? บางทีอาจมีเพียงตัวตนที่เหนือกว่า
ราชันสวรรค์จึงเหมาะสมกับชื่อนี้
ทะเลสีแดงและสีม่วงถึงดึงไป กลายเป็นกระแสวังวนของกฎ
จุนไป่เยว่ได้ใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด!
จุดแข็งของจุนไป่เยว่ไม่ใช่แค่กฎแห่งหยินหยาง แต่ยังเป็นดาบที่อยู่
ในมือ นี่เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่แม้แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ยังให้ความ
สนใจ
เมื่อจุนไป่เยว่โคจรพลังของดาบนี้ นั่นคือตอนที่เขาสามารถแสดง
พลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาได้
ในขณะนั้น ผู้คนจำนวนหลายร้อยล้านคนได้เห็นแผนภาพหยินหยาง
ขนาดใหญ่พุ่งเข้าสู่ทะเลที่ไร้สิ้นสุดของเปลวเพลิงและสายฟ้าบนท้องฟ้า
ขณะที่ทั้งสองพลังปะทะกัน เสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวก็สะท้อน
ออกมา
“หืม?”
หลินหมิงตกตะลึง เขาค้นพบว่าทัณฑ์สวรรค์สายฟ้าและเพลิงของตน
ได้ถูกดูดไปโดยแผนภาพหยินหยาง
จุนไป่เยว่ต้องการใช้แผนภาพหยินหยางของเขาเพื่อกลืนกินเต๋า
สวรรค์พิพากษาของเขา?
หลินหมิงไม่ได้สงสัยเลยว่าด้วยความสามารถของจุนไป่เยว่ในการใช้
กฎ เมื่อเขากลืนกินเต๋าสวรรค์พิพากษา เขาก็จะสามารถใช้มันเป็นพื้นฐาน
ในการสร้างแผนภาพหยินหยางอีกอัน จากนั้น เมื่อแผนภาพหยินหยาง
รวมเข้าด้วยกัน การโจมตีครั้งสุดท้ายของจุนไป่เยว่จึงเข้าสู่ระดับไม่อาจ
จินตนาการได้ หลินหมิงอาจจะพ่ายแพ้ทันทีด้วยสิ่งนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง
เขาจะพ่ายแพ้โดยพลังของตัวเอง!
“น่าแปลกใจ, แต่…”
หลินหมิงก็เปลี่ยนศักยภาพหอกของเขา ภายในร่างกาย ปราณดารา
ปราณจิตวิญญาณและปราณแท้รวบรวมไว้ในโลกภายในของเขาและ
หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
“สามพลังปราณเป็นหนึ่ง!”
หลินหมิงรวบรวมพลังทั้งสามเพื่อสร้างพลังแห่งเทพเจ้า ถ่ายเทลงใน
หอกโลหิตฟีนิกซ์ ในขณะนั้น ความแข็งแกร่งของหลินหมิงก็เพิ่มมหาศาล
อีกครั้ง
ปราณดารา ปราณจิตวิญญาณและปราณแท้คือพลังสามประการที่
ก่อให้เกิดพลังแห่งเทพเจ้า มันมีคุณภาพแตกต่างกับปราณแท้บริสุทธิ์
พลังแห่งเทพเจ้าที่คลุ้มคลั่งไหลเข้าสู่เต๋าสวรรค์พิพากษา โดยรอบหลินห
มิง, 33 ศิลาเต๋าเริ่มปรากฏ!
33 ศิลาเต๋า นี้มีสิริแห่งแท่นผนึกเทวะ และเป็นสัญลักษณ์ของวิถีแห่ง
33 ชั้นสวรรค์ ในเวลานี้ พวกมันได้เข้าปะทะแผนภาพหยินหยางบรรพ
กาลกลียุค!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ศิลาเต๋แตกเป็นเสี่ยงๆ และเมื่อศิลาเต๋าระเบิดขึ้น แผนภาพหยินห
ยางบรรพกาลกลียุคเองก็สั่นไหว รอยแตกปรากฏทั่วพื้นผิวของมัน
เมื่อศิลาเต๋าทั้งหมดระเบิดขึ้น แผ่นภาพหยินหยางบรรพกาลกลียุคก็
พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
บึมมม!
พลังระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้น แสงสีขาวและดำนับไม่ถ้วนปก
คลุมทั้งเวที่ ทุกคนในกลุ่มผู้ชมต่างกลั้นลมหายใจของพวกเขา ถูกกดดัน
ด้วยออร่าอันยิ่งใหญ่นี้
เมื่อพลังงานหมดไปแล้ว ทุกคนจึงสามารถมองเห็นเวทีได้ หลินหมิง
และจุนไป่เยว่ยังคงยืนห่างกันออกไปหนึ่งหมื่นฟุต พวกเขาได้ใช้พลังงาน
จำนวนมากและการโจมตีของพวกเขาก็พังทลายลงในเวลาเดียวกัน อาจ
กล่าวได้ว่า การปะทะกันของพวกเขาเท่าเทียมกัน
“หลินหมิงใช้เต๋าสวรรค์พิพากษา และยังไม่สามารถเอาชนะจุนไป่เยว่
ได้?”
“มันเป็นได้อย่างไร?”
“จุนไป่เยว่ผู้นี้ดูน่าหวาดกลัวเกินไป!”
เต๋าสวรรค์พิพากษาได้ทิ้งความประทับใจไว้ต่อทุกคนในปัจจุบัน ใน
ฐานะที่เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพรูขั้นพื้นฐาน มันก็สมควรได้รับชื่อเสียง
ดังกล่าว ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของหลินหมิง เขาได้ใช้เต๋าสวรรค์
พิพากษาเพื่อเอาชนะเขี้ยวมังกรและกรทั่งเสี่ยวหมัวเซียนด้วย ความน่า
เกรงขามของมันนั้นไร้เปรียบ!
หลายคนคิดว่าเมื่อหลินหมิงใช้เต๋าสวรรค์พิพากษา มันก็จะเป็นไป
ไม่ได้ที่จุนไป่เยว่จะป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เต๋าสวรรค์พิพากษานี้
รุนแรงกว่าตอนที่เอาชนะเสี่ยวหมัวเซียนด้วย
แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้กลับเกินความคาดหมายของทุกคน ไม่
มีใครรู้ว่าเขาทำได้อย่างไร แต่แผนภาพบรรพกาลกลียุคของจุนไป่เยว่กลับ
ทรงพลังมากจนสามารถเท่าเทียมเต๋าสวรรค์พิพากษาได้
“มันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!”
หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง เขาเคยเชื่อว่าเขาชนะคู่ต่อสู้ได้เพราะเขารู้
ว่าถึงแม้กฎของจุนไป่เยว่มีความลึกซึ้งและประณีต แต่เขาก็ยังมีจุดอ่อน
และนั่นก็คือความเข้มพลังของอีกฝ่ายต่ำกว่าเขาและเสี่ยวหมัวเซียน
ดังนั้น หลินหมิงจึงวางแผนที่จะใช้เต๋าสวรรค์พิพากษาเพื่อแยกความ
สอดคล้องของแผนภาพหยินหยางและคว้าชัยชนะในครั้งเดียว!
ถ้าเขาใช้สามพลังปราณเป็นหนึ่งเพื่อสำแดงพลังเต๋าสวรรค์พิพากษา
และถึงแม้จะล้มเหลวแต่ก็ยังเหลือการโจมตีอีกหนึ่งครั้ง – เผาผลาญ
ปราณโลหิตของเขาด้วยประตูแห่งชีวิตและเข้าถึงสภาพแข็งแกร่งที่สุด
เพื่อสำแดงพลังการโจมตีครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาทำเช่นนั้นและ
จุนไป่เยว่ได้รับบาดเจ็บ การผลาญพลังงานของตัวเขาเองก็จะมหาศาล
เช่นกัน หลังจากการประลองนี้ มันยังเหลือซิงชือและปิงเมิ่งอยู่ ถ้าหลินห
มิงได้เผาผลาญปราณโลหิตของเขาในเวลานี้แล้ว เขาก็จะไม่มี
ความสามารถในการต่อสู้กับทั้งสองในภายหลัง
แม้ว่าหลินหมิงจะตกใจ แต่จุนไป่เยว่ก็เช่นกัน ในเวลานี้ สีหน้าของ
จุนไป่เยว่ซีดและผมสีขาวของเขายุ่งเหยิง เขามองไปยังหลินหมิงด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อและกล่าวว่า “เจ้าสามารถทะลวงดาบวิญญาณหยินห
ยางของข้า?”
ดาบวิญญาณหยินหยางเป็นไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจุนไป่เยว่ และ
ยังเป็นสิ่งที่เขาพึ่งพามากที่สุดเพื่อจะเอาชนะหลินหมิง
“และถ้าข้าทำได้เล่า? เจ้าเองก็ยังทะลวงเต๋าสวรรค์พิพากษาของข้า
ได้? แม้แต่การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของข้าก็ยังไม่สามารถทำให้เจ้าบาดเจ็บ
ได้” หลินหมิงรู้สึกว่าเขาควรจะเป็นคนที่น่าจะตกใจมากยิ่งกว่า เขาไม่คิด
ว่าอัตราเดิมพันของตนนั้นสูงมากนักอีกแล้ว
จุนไป่เยว่ส่ายหัว “มันแตกต่างกัน การประลองนี้ ข้าขอยอมรับความ
พ่ายแพ้!”
จุนไป่เยว่หันกลับและเริ่มเดินลงจากเวที่ หลินหมิงตกใจ และแม้แต่
ผู้ชมหลายร้อยล้านคนและผู้ตัดสินเองก็ตะลึงไปชั่วครู่
ยอมรับความพ่ายแพ้?
เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ครั้งนี้เสมอ แต่ไป่เยว่กลับยอมรับความพ่าย
แพ้?
“ทำไมกัน!?”
หลินหมิงไม่เข้าใจ
จุนไป่เยว่หันกลับ ส่งกระแสเสียงปราณแท้เข้ามาในหูของหลินหมิง
“ในการโจมตีเมื่อครู่ สิ่งที่ข้าใช้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของข้าเอง แต่เป็น
ความแข็งแกร่งภายในดาบวิญญาณหยินหยาง นี่คือดาบศักดิ์สิทธิที่มี
ความแข็งแกร่งเป็นอนันต์ แต่จำนวนพลังที่ข้าสามารถยืมมาใช้ได้นั้นถูก
จำกัดไว้… ถึงแม้ว่าข้าจะได้รับการสนับสนุนจากดาบวิญญาณหยินหยาง
แล้วก็ตาม แต่ก็ยังเสมอกันกับเจ้า ดังนั้น เราจึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้อีก
ต่อไป ข้าเชื่อในความพ่ายแพ้ของข้า ถ้าเรายังคงต่อสู้เช่นนี้ต่อไป มันก็จะ
ไม่ใช่การต่อสู้กับข้า แต่เป็นเจ้าต่อสู้กับดาบของข้า”
“ความแข็งแกร่งของดาบวิญญาณหยินหยาง?” หลินหมิงประหลาดใจ
ไม่แปลกใจเลย… จุนไป่เยว่ดูเหมือนจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่กลับสามารถ
แสดงพลังในการต่อสู้ที่เกินจินตนาการได้
“ความแข็งแกร่งของอาวุธเป็นส่วนหนึ่งในความแข็งแกร่งของนักสู้
ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าแบ่งแยกรายละเอียด งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
ทั้งหมดที่ผ่านมาได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ มิเช่นนั้น มันจะมีอาวุธไว้เพื่อ
การใด”
อาวุธและเครื่องมือวิเศษเป็นส่วนหนึ่งในความแข็งแกร่งของนักสู้ นี่
เป็นกฎที่เชื่อกันอย่างแพร่หลายในโลกของนักสู้ แม้ว่าการใช้อาวุธที่
เหนือกว่าในการเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่ก็ยังคงเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
“ดาบของข้า… มันต่างออกไป” จุนไป่เยว่ส่ายหัว ไม่พูดอะไรอีก
“หลินหมิง เจ้าและข้าเป็นทั้งนักสู้ที่ก้าวขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง
ดังนั้นขอให้ข้าให้คำแนะนำแก่เจ้าบางอย่าง อย่าได้คิดถึงการก้าวข้ามปิง
เมิ่ง นางแตกต่างจากเรา”
“หืม? เจ้าเป็นนักสู้จากแดนเบื้องล่าง!”
หลินหมิงตกตะลึง จุนไป่เยว่เองก็ขึ้นมาจากแดนเบื้องล่าง?
หลังจากขึ้นสู่แดนเทวะ มันก็ใช้เวลาเพียงหลายปีที่ปราณแท้ของผู้
หนึ่งจะผสานเข้ากับปราณแท้ของแดนเทวะจนไม่ได้สามารถบอกความ
แตกต่าง ถ้าจุนไป่เยว่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอง หลินหมิงก็จะไม่เคยรู้ว่าเขา
มาจากแดนเบื้องล่าง
สำหรับนักสู้จากแดนเบื้องล่างที่มาถึงระดับนี้ มันอาจเรียกได้ว่าเป็น
การท้าทายเจตจำนงของสวรรค์!
เห็นได้ชัดว่าดาบของจุนไป่เยว่มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้
“โชคชะตาของเจ้าท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง”
“เจ้าก็เช่นกัน…” จุนไป่เยว่ถอนหายใจขณะที่เขากล่าวถึงตรงนี้ เสียง
ของเขากลายเป็นอ้างว้าง
หลินหมิงรู้สึกว่าจุนไป่เยว่มีเรื่องราวของตัวเอง แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่
สามารถถามได้
“จากสิ่งที่เจ้าพูด เจ้ารู้เรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ของปิงเมิ่ง?” หลินห
มิงรู้สึกได้ถึงว่ามีอะไรบางอย่างที่เป็นพิเศษเกี่ยวกับปิงเมิ่ง แต่เขาไม่แน่ใจ
ว่าเป็นเช่นไร ปิงเมิ่งเป็นตัวตนที่ลึกลับมากตั้งแต่เริ่มต้น และ
นอกเหนือจากตัวตนบางส่วนในตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะแล้ว
แม้กระทั่งคนจากตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ก็ยังจะไม่ทราบถึงความลับ
ของนาง ดังนั้นจุนไป่เยว่รู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?
“ดาบได้บอกกับบอก”
เมื่อจุนไป่เยว่กล่าวจบ เขาก็ไม่ได้พูดต่อและก้าวลงจากเวที่
หลินหมิงยังคงตะลึง ดาบได้บอกแก่เขาเช่นนั้นหรือ?
จากสิ่งนี้ มันจะเห็นได้ว่าจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์แห่งดาบของจุนไป่
เยว่ทรงพลังอย่างมาก ในอีกความหมาย มันคือวิญญาณดาบ!
และวิญญาณดาบเล่มนี้ก็ได้ผ่านกาลเวลามานับไม่ถ้วน สะสมความรู้
ไว้มหาศาล ผู้หนึ่งจะสามารถเห็นได้จากการที่ดาบสามารถมองเห็นความ
ลึกลับรอบปิงเมิ่งได้
“วิญญาณดาบนี้ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์ของจุนไป่เยว่”
หลินหมิงคิดได้เช่นนี้อย่างฉับพลัน ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็คงจะอธิบาย
ว่า จุนไป่เยว่นั้นน่าหวาดกลัวเพียงใด บางที่ วิญญาณดาบอาจกระทั่ง
เทียบได้กับจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของผนึกข่ายสวรรค์โบราณ ด้วยการที่
อาจารย์เช่นนี้ ความก้าวหน้าของเขาจะไม่รวดเร็วจนน่าอัศจรรย์ใจได้
อย่างไร? มิเช่นนั้น เหตุใดนักสู้จากแดนเบื้องล่างจึงจะสามารถมาถึงจุดนี้
ได้?
“ในการประลองนี้ หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ!”
ฮั่วหยู่จื่อประกาศอย่างเป็นทางการ
หลินหมิงได้รับชัยชนะอีกครั้ง! เมื่อถึงจุดนี้ มันก็มีเพียงสามคนที่
ได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่อง หลินหมิง, ปิงเมิ่งและซิงชือ!
“เขาชนะ! จุนไป่เยว่อยู่ๆก็ยอมรับความพ่ายแพ้? เขาละทิ้งการ
ประลองหรือไม่?”
“อย่าโง่ไปหน่อยเลย มันจะมีคนที่ละทิ้งการประลองเช่นนี้ได้อย่างไร
จุนไป่เยว่ดึงความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมาในการย้ายครั้งสุดท้าย และเขา
คงจะสามารถใช้งานได้ครั้งเดียวเท่านั้น หลินหมิงสามารถใช้เต๋าสวรรค์
พิพากษาได้มากกว่าหนึ่งครั้ง เมื่อเขาเผชิญหน้ากับเสี่ยวหมัวเซียน เขาก็
ใช้มันถึง 2 ครั้ง เพราะฉะนั้น จุนไป่เยว่ก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ชนะ เขาจึงยอมรับความพ่ายแพ้ในช่วงต้นเพื่อรักษาความแข็งแกร่ง
สำหรับไปต่อสู้กับเขี้ยวมังกรและเสี่ยวหมัวเซียน อย่างไรก็ตาม เขายังคงมี
โอกาสที่จะเอาชนะเสี่ยวหมัวเซียนได้”
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น เมื่อหลินหมิงต่อสู้กับเสี่ยวหมัวเซียน เขาต้องเผา
ผลาญปราณโลหิตของตนเอง แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้นกับจุนไป่เยว่!”
โดยไม่สังเกต หลินหมิงได้กลายเป็นมาตรฐานที่คนอื่นๆใช้เพื่อ
วิเคราะห์ นอกเหนือจากปิงเมิ่งและซิงชือ เขายังได้ต่อสู้กับทุกคนอีกด้วย
และในสงครามครั้งนี้ แม้แต่ผู้ปกครองเทวะก็ยังจะพบว่ามันยากที่จะ
มองผ่านความซับซ้อนของกฎและพลังแห่งการต่อสู้เหล่านี้ได้ ส่วนการ
ไหลเวียนของพลังงานดาบวิญญาณหยินหยาง แม้กระทั่งราชันพิภพก็ยัง
ไม่สามารถมองผ่านมันได้