Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,315 เสี้ยววิญญาณแห่งผนึกเทวะ
“หลินหมิงไม่ได้เคลื่อนไหว… เขาพ่ายแพ้แล้วหรือไม่?”
เขตแดนวัฏสงสารของซิงชือแข็งแกร่งเกินไป การพ่ายแพ้นั้น
สมเหตุสมผล…”
บนเวที่ ซิงชือกำลังยืนอยู่ด้านบนวงล้อแห่งวัฏสงสารที่ลอยขึ้นไปใน
อากาศ ส่วนหลินหมิง เขาถูกปกคลุมด้วยพลังของวัฏสงสารภายในเขต
แดนวัฏสงสาร มีรูปแบบเต๋าแปลกๆหมุนรอบตัวเขา สำหรับที่ว่ารูปแบบ
เต๋าเหล่านี้มันหมายความถึงสิ่งใดนั้น มันก็ยังไม่มีใครรู้
จากมุมมองของสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น หลินหมิงได้พ่ายแพ้ไปแล้ว
“มันจบแล้วหรือ?”
ตำนานของหลินหมิงได้สิ้นสุดลงที่นี่หรือไม่?
นับตั้งแต่เริ่มงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก นอกจากการไม่ได้
อันดับหนึ่งในรอบเบื้องต้นแล้ว หลินหมิงก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้
ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามของเขาจะแข็งแกร่งหรือว่าพวกเขาดูเหมือนจะไม่
อาจเอาชนะได้ใดๆ แต่หลินหมิงก็ยังสามารถใช้วิธีการที่น่าทึ่ง ปะทุพลังที่
ยิ่งใหญ่กว่าเพื่อเอาชนะพวกเขาได้ในที่สุด!
เสี่ยวหมัวเซียน, จุนไป่เยว่และเขี้ยวมังกรต่างก็พ่ายแพ้ต่อเขา
“เขาได้ท้าทายเจตจำนงแห่งสวรรค์มากพอแล้ว สำหรับศิษย์ที่มาจาก
ภูมิหลังแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุดและสามารถจะก้าวมาถึงขั้นตอนนี้ได้ก็น่าทึ่ง
มากพอแล้ว”
“ซิงชือนั้นแข็งแกร่งมาก เขาไม่ได้เสียเวลาตลอด 40 ปีไปโดยเปล่า
ประโยชน์”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดอยู่ ซิงชือก็ยังคงเงียบงันอยู่บนเวที่ ในฐานะที่
เป็นผู้ควบคุมวงล้อแห่งวัฏสงสาร ซิงชือรู้สึกว่าตั้งแต่ต้นจนจบ วงล้อแห่ง
วัฏสงสารของเขาไม่เคยเอาชนะหลินหมิงได้อย่างขาดลอย
วิญญาณของหลินหมิงแข็งแกร่งเกินกว่าจินตนาการ และตราประทับ
นิมิตฝันเทวะที่แปลกประหลาดเหล่านั้นก็ได้ช่วยให้วิถีย่อยของวัฏสงสาร
สามารถต่อต้านวงล้อแห่งวัฏสงสารได้ ถึงแม้ว่าซิงชือจะได้ใช้บงกชหัวใจ
โพธิ์ แต่เขาก็สามารถเพียงยับยั้งหลินหมิงได้เท่านั้น เขาไม่สามารถ
เอาชนะได้ทันที่
แม้ว่าหลินหมิงจะได้ตกลงสู่ร้อยวัฏสงสาร แต่จิตสำนึกของเขาก็
ยังคงชัดเจนอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกเช่นนี้เป็นเหมือนลมแรงพัดผ่าน
หญ้าในช่วงฤดูร้อน ถึงแม้ว่าลมจะพัดทุ่งหญ้าได้ แต่ก็ไม่สามารถทำลาย
ถอนรากของมันได้
เพียงแค่พลาดจุดนี้ ซิงชือก็ไม่เชื่อว่าเขาจะได้รับชัยชนะอย่างแท้จริง
ในระหว่างการต่อสู้ที่เข้มข้น หลินหมิงได้สมัครใจและตกลงไปในภาพ
มายาของวัฏสงสารเอง
ราวกับว่าเขาได้ยกเลิกการต่อต้านทั้งหมด
อย่างเงียบๆ ซิงชือมองไปยังหลินหมิงภายในเขตแดนวัฏสงสาร มีรู
นกฎลอยอยู่รอบหลินหมิงซึ่งเขาไม่อาจจะเข้าใจได้
ในเวลานี้ ฮั่วหยู่จื่อก้าวขึ้นสู่เวที่ เขามองไปยังหลินหมิงอย่าง
ระมัดระวังและพูดกับซิงชือว่า “การประลองสิ้นสุดลงแล้ว…”
ซิงชือส่ายหัวและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสฮั่วหยู่จื่อ ทักษะของผู้เยาว์ยังไม่
อาจเอาชนะท่านหลินได้อย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่รู้จัก,
ท่านหลินนั้น เขากลับจะเลือกที่จะยอมจำนนต่อการป้องกันวิญญาณของ
ตนเองและยอมตกลงสู่เขตแดนวัฏสงสาร…”
“ไม่ว่าเหตุผลจะคืออะไร แต่ความจริงก็คือเจ้าได้รับชัยชนะแล้ว”
หลังจากตกลงสู่วัฏสงสารที่ไร้สิ้นสุด หลินหมิงก็ไม่มีความสามารถใน
การปกป้องตนเอง ถ้าซิงชือต้องการคว้าชัยชนะนั้น มันก็ง่ายดายมาก
“เช่นนั้นได้โปรดรออีกครู่หนึ่งเถิด ข้ารู้สึกว่าท่านหลินอาจสร้าง
ความก้าวหน้าที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้” ซิงชือกล่าว ในฐานะศิษย์ของขุนเขาผู่
โถว ลักษณะที่เป็นธรรมชาติของซิงชือเป็นความเมตตาอันสุภาพอ่อนโยน
เขาไม่ต้องการที่จะชนะผ่านสิ่งที่ไม่ใช่วิถีแห่งการต่อสู้ที่แท้จริง
ฮั่วหยู่จื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ดีมาก เราจะรอคอยเพียง
หนึ่งชั่วธูป ซิงชือผู้นี้น่าสรรเสริญอย่างแท้จริง”
จากนั้น ฉากแปลกๆก็เกิดขึ้นในเวที่ ซิงชือลงจากวงล้อแห่งวัฏสงสาร
และยืนอยู่ตรงกลางของเวที่ มือของเขาพนมขึ้น ส่วนหลินหมิงนั้น เขา
ลอยขึ้นไปในอากาศ ห่อหุ้มด้วยพลังแห่งวัฏสงสาร มีรูนที่เลือนลางหมุน
วนรอบๆตัวเขา
ศิษย์ของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ได้จุดธูป
ธูปเริ่มไหม้ ควันสีเทาขดลอยขึ้นในอากาศ
เหตุใดพวกเขาถึงรอ? มิใช่ว่าการต่อสู้จบลงแล้วหรือ?”
“ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนว่าหลินหมิงต้องเผชิญกับสภาวะ
แปลกๆบางอย่าง ดังนั้นพวกเขาจึงรอให้เขาตื่นขึ้นมา…”
“เขาตกลงสู่วัฏสงสารของซิงชือ เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นเรื่องยาก
สำหรับเขาที่จะตื่นขึ้นมาได้ วิญญาณของเขาอาจได้รับความเสียหาย
ร้ายแรงบางอย่าง”
วงล้อแห่งวัฏสงสารเป็นระบบการโจมตีและการป้องกัน เมื่อซิงชือ
ต่อสู้กับเสี่ยวหมัวเซียน เขายังไม่ได้ใช้มันด้วยซ้ำ มันเป็นสถานการณ์ที่
แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
หลินหมิงทนการโจมตีของวงล้อแห่งวัฏสงสารได้ ทุกคนสามารถเห็น
ได้ว่าการโจมตีของวงล้อแห่งวัฏสงสารนั้นน่าหวาดกลัวเพียงใด
แม้แต่คนที่แข็งแกร่งเช่นหลินหมิง ด้วยการป้องกันทางวิญญาณและ
ร่างกายที่น่าทึ่ง เขาก็ยังสูญเสียสติไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้
ธูปไหม้จนสั้นลงเรื่อยๆ แต่หลินหมิงยังคงถูกห่อหุ้มและหลับลึก ไร้
วี่แววว่าเขาจะฟื้นคืนสติ
ในที่สุด ธูปก็ไหม้หมด
ฮั่วหยู่จื่อก้าวขึ้นสู่เวทีและจะประกาศผลการประลองนี้
ในกลุ่มผู้ชม เหล่ารุ่นเยาว์ในโลกแสงโลหิตต่างเต็มไปด้วยความเสียใจ
พวกเขารู้ดีว่าหลินหมิงจะต้องพ่ายแพ้ซิงชือ; เพราะความแตกต่างยิ่งใหญ่
เกินไป แต่หลังจากมาถึงจุดนี้แล้ว พวกเขาก็ยังคงหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์
เกิดขึ้นอีก แต่ในท้ายที่สุด มันก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเลย
ในส่วนของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ, ฮั่วเล่ยสือ, ฉินซิงเซวียน, มู่เชียนหยี่
และคนอื่นๆต่างกังวลเรื่องความปลอดภัยของหลินหมิง ความสามารถใน
การฟื้นฟูของหลินหมิงน่าทึ่งมาก ดังนั้นเหตุใดเขาจึงไม่ตื่นขึ้นมาหลังจาก
ผ่านไปถึงหนึ่งชั่วธูปแล้ว?
ฮั่วหยู่จื่อมองไปยังซิงชือและประกาศว่า “ซิงชือเป็นฝ่ายชนะ!”
เสียงที่ดังและชัดเจนกระจายไปทั่วกลุ่มผู้ชม นี่เป็นสัญญาณว่าจบ
การประลองแล้ว
หลินหมิงได้พ่ายแพ้ต่อซิงชือ
“ท่านหลินดูเหมือนจะประสบกับอุบัติเหตุบางอย่าง ข้าจะขอให้ผู้
อาวุโสช่วยดูแลเขา” ซิงชือกล่าวขณะที่เขาท่องบทสวดบางอย่าง
ฮั่วหยู่จื่อพยักหน้า เขายกมือขึ้นและร่างหลินหมิงก็ลอยมาหาเขา
ฮั่วหยู่จื่อวางฝ่ามือไว้บนหน้าผากของหลินหมิงและต้องการ
ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาใน
ปัจจุบัน แต่ในขณะที่เขาตรวจสอบหลินหมิง เขาก็ต้องขมวดคิ้ว
ทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีขาวสลัว
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมองผ่านมัน
“แปลกยิ่งนัก!
ฮั่วหยู่จื่อไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้ ด้วยการบ่มเพาะกึ่งราชันสวรรค์ของ
เขา เขาจะไม่สามารถตรวจสอบทะเลแห่งจิตวิญญาณของผู้เยาว์ที่อยู่
เพียงขั้นเทพสมุทรช่วงกลางได้อย่างไร?
มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่?
“พาหลินหมิงออกจากที่นี่และพาเขาไปยังห้องที่เงียบสงบ ให้เขา
สามารถพักผ่อนได้ และตามซิงเฉินจื่อมาเพื่อดูแลเขาจนกว่าข้าจะไปถึง”
ซิงเฉินจื่อของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์มีความสำเร็จในแง่มุมของ
วิญญาณและทะเลแห่งจิตวิญญาณมากกว่าฮั่วหยู่จื่อ
ศิษย์หลายคนของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ได้ยกหลินหมิงขึ้นและ
พาเขาออกไป ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ชมหลายคนอาจเห็นได้ว่ามี
บางอย่างผิดปกติ
หลินหมิงอาจได้รับบาดเจ็บสาหัส!
มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนรู้สึกว่าหัวใจของพวกนางบีบรัด พวกเขา
กังวลเกี่ยวกับหลินหมิง แต่พวกนางไม่สามารถขึ้นไปบนเวทีได้
“พี่หลินหมิงจะเป็นอันใดหรือไม่? นักบวชนั่นมิได้หนักมือกับเขา
เกินไปหรอกหรือ?”
“อย่าตำหนิผู้อื่น สามีของเราอาจประสบกับสถานการณ์พิเศษ
บางอย่าง อย่าลืมว่าหลินหมิงเคยหลับลึกกว่าหนึ่งเดือนบนแท่นผนึกเทวะ
…”
ขณะที่มู่เชียนหยี่กล่าว ศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณก็ยิ่งกังวลมากขึ้น
ถ้าเขาตกลงสู่การหลับลึกเช่นครั้งล่าสุดแล้ว มันก็จะมิใช่สัญญาณที่ดีเลย
เพราะนั่นอาจจะหมายความว่าเขาเกิดความเสียหายทางวิญญาณ
อย่างมาก
“ศิษย์พี่หลินจะไม่หลับลึกมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากนี้ใช่หรือไม่…? จะ
เกิดอันใดขึ้นถ้าเขาหลับขึ้นในทุกครั้ง…” ศิษย์ผู้หนึ่งพึมพำ
“อย่ากล่าววาจาไร้สาระ!”
ฮั่วเล่ยสือดุศิษย์ผู้นั้น สีหน้าของเขาค่อนข้างเคร่งขรึม
หลังจากการพ่ายแพ้ของหลินหมิง การประลองก็ยังคงดำเนินต่อไป!
เสี่ยวหมัวเซียนปะทะปิงเมิ่ง!
นี่เป็นการแสดงที่รอคอยมานานแล้ว แม้ว่าจะไม่มีข้อสงสัยใดๆในผล
การประลอง แต่ก็ยังเป็นการต่อสู้ระหว่างสองสาวที่โดดเด่นที่สุดในแดน
เทวะ ทั้งสองมีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และยังเป็นคนรักในฝัน
ของคนนับไม่ถ้วน แล้วมันจะมิใช่การต่อสู้ที่ดุเดือดได้อย่างไร?
ผู้เยาว์หลายคนตะโกนจนลำคอของพวกเขาแหบแห้ง อย่างไรก็ตาม
เหล่าศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณรู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา
“สหายผู้นั้น เขาดุร้ายดั่งสัตว์ป่า ดังนั้นเขาจะได้รับบาดเจ็บได้
อย่างไร?” ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปบนเวที่ เสี่ยวหมัวเซียนเอียงคอ จ้องมองไป
ยังหลินหมิงที่ถูกนำตัวไปยังตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์…
………
ในเวลานี้ ในห้องพักตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ ชายชราคนหนึ่งที่มี
หนวดเครายาวและสวมหมวกกำลังตรวจสอบทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิง คิ้วของเขาย่น
“ผู้อาวุโสซิงเฉินจื่อ, สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” ผู้เยาว์คนหนึ่ง
ถาม เขาเป็นศิษย์ของฮั่วหยู่จื่อและเป็นศิษย์หลักของตำหนักสวรรค์เอก
ภพอนันต์
“ข้าไม่แน่ใจ มีรูนและเส้นสายแปลกประหลาดที่ครอบคลุมทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของหลินหมิง ชายชราผู้นี้รอบรู้มากกฌจริง แต่ข้าก็ไม่เคยเห็น
อะไรเช่นนี้มาก่อน”
“พวกเราจะทำอย่างไรดี? เราควรรายงานเรื่องนี้ต่อท่านบรรพชน
หรือไม่?”
ท่านบรรพชนที่ผู้เยาว์คนนี้เรียกว่าย่อมเป็นราชันสวรรค์เอกภพ
อนันต์
ซิงเฉินจื่อกล่าวว่า “ข้าไม่สามารถหาคำใบ้ใดๆได้ ดูเหมือนว่าเรา
จะต้องรบกวนท่านท่านบรรพชนเท่านั้น พรสวรรค์ของหลินหมิงมาก
พอที่จะทำให้ท่านบรรพชนดำเนินการด้วยตนเอง เราไม่สามารถทำ
ผิดพลาดใดๆได้ด้วย เพราะผลที่ตามมาจะร้ายแรงเกินไป”
ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะในอดีต ผู้ชนะเลศมี
พรสวรรค์ในการเป็นราชันสวรรค์ในอนาคต และบางคนที่ไม่มีพรสวรรค์
ระดับราชันสวรรค์ก็ไม่ได้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นความสนใจของผู้ทรง
พลังราชันสวรรค์ นี่เป็นเช่นเดียวกับมนุษย์ที่ไม่ใส่ใจมดปลวก
ขณะที่ซิงเฉินจื่อกำลังคิดถึงเรื่องนี้และเตรียมพร้อมที่จะเข้าหาราชัน
สวรรค์เอกภพอนันต์ เปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นข้างหน้าเขา
จากเปลวเพลิงนั้น เสียงของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ก็ได้สะท้อน
ออกมา
“เจ้าไม่ต้องใส่ใจกับหลินหมิง ปล่อยให้เขาพักผ่อนก็พอ”
ในขณะที่ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์กล่าวเช่นนี้ ซิงเฉินจื่อและคน
อื่นๆก็ทำอันใดมิได้นอกจากต้องเชื่อฟัง ซิงเฉินจื่อทิ้งศิษย์ไว้ในห้องนี้และ
ปล่อยให้หลินหมิงพักผ่อน
ในเวที่ การต่อสู้ร้อนระอุดั่งเพลิงนรก
สำหรับหลินหมิง เขาจมอยู่ในความฝันอันยาวนาน เขาฝันว่าตนเอง
เป็นราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
เขาเห็นโลกจากมุมมองของราชันสวรรค์ผนึกเทวะและยังได้นึกถึง
คำถามเดียวกันกับที่เขาทำ
เมื่อราชันสวรรค์ผนึกเทวะได้ฝึกฝน หลินหมิงก็ได้ฝึกฝน
เมื่อราชันสวรรค์ผนึกเทวะเข้าฌานผ่านกฎ หลินหมิงก็เข้าฌานผ่าน
กฎด้วยเช่นกัน
เมื่อราชันสวรรค์ผนึกเทวะต่อสู้กับผู้ทรงพลังอื่น หลินหมิงยังได้รับ
ประสบการณ์เหล่านี้
ความรู้สึกและความคิดที่คลางแคลนเหล่านี้สะท้อนถึงหัวใจของ
หลินหมิง ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ลึกเกินไปและนี่เป็นความเข้าใจที่เป็นของ
ราชันสวรรค์ผนึกเทวะ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่ความเข้าใจของหลินห
มิงและไม่จำเป็นต้องเหมาะกับเขา ในความเป็นจริง เขาไม่เข้าใจส่วนใหญ่
ของพวกมัน
แต่มันก็ยังเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้หลินหมิงได้ เพื่อให้
สามารถมองเห็นโลกผ่านสายตาของราชันสวรรค์และเรียนรู้กฎที่ระดับ
ความสูงเช่นนั้นได้ ผู้ใดจะมีโอกาสเช่นนี้ในวัยเยาว์บ้าง?
หรือจะถูกต้องมากกว่าที่จะบอกว่าราชันสวรรค์ผนึกเทวะได้อยู่เหนือ
ขอบเขตของราชันสวรรค์ไปแล้ว
มันไม่มีแนวคิดแห่งเวลาในฝันเหล่านี้ หลินหมิงได้ประสบการณ์กับ
หลายปีนับไม่ถ้วนท่ามกลางความทรงจำเหล่านี้ เขาลืมกระทั่งบางอย่างที่
เพิ่งไหลผ่านไปไม่นาน ในที่สุด มันก็มีหลายรูนที่สลักลงในจิตใจของ
หลินหมิง
โดยไม่รู้ตัว วิถีแห่ง 33 สวรรค์ของหลินหมิงได้รับการพัฒนาแล้ว
ร่างกาย พลังงานและวิญญาณเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน นี่ไม่ใช่แค่การ
ผสานของพลังงานชั่วคราวเท่านั้น แต่เป็นการหลอมรวมที่แท้จริง
วิญญาณของเขาหลอมรวมเข้าด้วยกันกับเนื้อหนังและโลหิต เนื้อ
หนังและโลหิตรวมเข้ากับโลกภายใน และโลกภายในของเขาเชื่อมโยงเข้า
กับทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
อย่างช้าๆ, พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพได้ปรากฎขึ้นในจิตใจของหลินหมิง
ชื่อของมันคือ… เคล็ดผนึกเทวะ
เป็นเช่นนี้ ในที่สุดหลินหมิงก็ได้เข้าใจรูนที่ราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
สลักลงในร่างกายของเขา นี่ไม่ใช่แค่รูนกฎและรูปแบบเต๋าเท่านั้น แต่ยัง
เป็นเสี้ยววิญญาณไร้เจ้าของที่มาจากราชันสวรรค์ผนึกเทวะด้วย นี่คล้าย
กับเสี้ยววิญญาณไร้เจ้าของในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แต่ล้ำค่ากว่านับ
พันล้านเท่า!
นี่คือเสี้ยววิญญาณไร้เจ้าของของผู้อาวุโสสูงสุดที่ก้าวข้ามขอบเขต
ราชันสวรรค์ไปแล้ว!