Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,316 การบ่มเพาะในความฝัน
ความรู้ตลอดชีวิตของราชันสวรรค์ผนึกเทวะและความสามารถ
ทั้งหมดถูกบันทึกในเคล็ดผนึกเทวะ นี่เป็นเคล็ดบ่มเพาะแบบครบวงจร
ไม่ใช่แค่มีทักษะเดียว
รวมถึงกฎอันมากมายนับไม่ถ้วนของแดนเทวะ รวมถึงกฎแห่งห้าธาตุ
กฎแห่งชีวิต กฎแห่งหยินหยางและอื่นๆ
แต่หัวใจหลักของเคล็ดผนึกเทวะคือกฎแห่งมิติและกฎแห่งเวลา
กฎทั้งสองอย่างนี้เป็นกฎที่ราชันสวรรค์ผนึกเทวะมีความเชี่ยวชาญ
มากที่สุด
เมื่อหลินหมิงได้ค้นพบผนึกข่ายสวรรค์โบราณใต้เมืองหลวงโบราณ
กาล เขาก็พบว่าราชันสวรรค์ผนึกเทวะได้ใช้ผนึกข่ายสวรรค์โบราณเพื่อ
กำราบตัวตนที่ไม่รู้จักไว้ ทักษะการปิดผนึกที่เขาใช้เองก็ถูกบันทึกไว้ใน
เคล็ดผนึกเทวะ
หลินหมิงพบว่ามันยากที่จะจินตนาการถึงรูปแบบของตัวตนที่ถูก
ยับยั้งโดยเคล็ดผนึกเทวะของราชันสวรรค์ผนึกเทวะมาเป็นเวลา 3.6
พันล้านปีและยังไม่ตายไป
ถึงหลินหมิงจะได้สืบทอดมรดกที่ไม่สมบูรณ์จากเสี้ยววิญญาณราชัน
สวรรค์ผนึกเทวะแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีความทรงจำในเรื่องนี้
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงจึงได้จมอยู่ในการหลับลึก, ประสบกับความทรง
จำของราชันสวรรค์ผนึกเทวะอย่างต่อเนื่อง
และในเวที่ การต่อสู้กำลังดำเนินอยู่
ในการประลองของเสี่ยวหมัวเซียนและปิงเมิ่ง ปิงเมิ่งได้เอาชนะ
เสี่ยวหมัวเซียนโดยไร้ซึ่งปัญหาใดๆ เมื่อถึงจุดนี้ ปิงเมิ่งและซิงชือก็ยังคงมี
ชัยชนะต่อเนื่อง
การประลองคู่ที่สองของรอบสองคือจุนไป่เยว่และเขี้ยวมังกร
หลายคนกำลังตั้งตารอการต่อสู้ครั้งนี้ แม้ว่าทั้งสองคนจะพ่ายแพ้ต่อ
หลินหมิง แต่ความเหลื่อมล้ำไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจุนไป่เยว่ซึ่ง
เคยต้านทานเต๋าสวรรค์พิพากษาของหลินหมิงโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
เมื่อจุนไป่เยว่ก้าวขึ้นไปบนเวที่ เขาใช้กฎแห่งหยินหยางของเขา
อย่างไรก็ตาม กฎเหล่านี้ถูกมองผ่านโดยเนตรสามภพของเขี้ยวมังกรได้
จากนั้นเขี้ยวมังกรก็เป็นฝ่ายกำราบจุนไป่เยว่ แม้กระทั่งการ
เคลื่อนไหวในตอนท้ายของจุนไป่เยว่, 64 ดาบหยินหยางก็ยังถูกมองผ่าน
โดยสรรพสิ่งสู่ความว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม จุนไป่เยว่นั้นก็ยากที่จะจัดการ แม้ว่าเขาจะถูกกำราบ
แต่เขาก็ยังไม่แพ้เสียทีเดียว
ทั้งสองต่อสู้อย่างดุดันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง แลกเปลี่ยนกระบวนท่า
มากกว่าพันครั้ง พวกเขาค่อยๆเริ่มเข้าใกล้ถึงขีดจำกัด แต่ในตอนท้าย
ความทนทานของจุนไป่เยว่พิสูจน์แล้วว่าดีกว่า ด้วยความได้เปรียบ
เล็กๆน้อยๆ จุนไป่เยว่จึงเป็นผู้นำและได้รับชัยชนะอย่างที่ยากลำบากจาก
เขี้ยวมังกร
ชัยชนะที่ยากลำบากนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองเป็นคู่แข่งที่สูสี ใครชนะ
หรือแพ้นั้น โชคและสภาพปัจจุบันของพวกเขาก็มีบทบาทมาก
ดังนั้น รอบที่สองในกลุ่มแรกของหกคนจึงสิ้นสุดลงเช่นนี้ ถึงกระนั้น
หลินหมิงก็ยังคงไม่ตื่นขึ้นมา
ฮั่วหยู่จื่อประกาศเริ่มต้นของรอบที่สาม
รอบนี้น่าจะเป็นที่หลินหมิงและปิงเมิ่งต้องต่อสู้กัน แต่เนื่องจาก
หลินหมิงตกลงสู่การหลับลึก ปิงเมิ่งจึงได้ชนะผ่าน เรื่องนี้จึงเหลือซิงชือ,
เขี้ยวมังกร, เสี่ยวหมัวเซียนและจุนไป่เยว่ที่ยังคงแข่งขัน ในความเป็นจริง
ในทั้ง 4 คนเหล่านี้ ส่วนใหญ่ได้ต่อสู้กันแล้ว จึงไม่มีการแข่งเหลือมากนัก
ทั้งสองการประลองในรอบนี้คือ ซิงชือกับจุนไป่เยว่และเขี้ยวมังกร
กับเสี่ยวหมัวเซียน
เมื่อเทียบกับการจับคู่ครั้งล่าสุด คู่เหล่านี้มีการคาดหวังน้อยกว่า
“ปิงเมิ่งไม่ได้ขึ้นไปบนเวที… ข้าอยากจะดูปิงเมิ่งต่อสู้กับหลินหมิง!”
ผู้ชมบางคนรู้ว่าปิงเมิ่งได้ชนะผ่านและไม่ค่อยพอใจ
ปิงเมิ่งเป็นคนรักในฝันของรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นหลายคน พวกเขา
ทั้งหมดต้องการเห็นปิงเมิ่งต่อสู้ แม้ว่าจะไม่มีข้อสงสัยใดๆในการประลอง
ระหว่างปิงเมิ่งกับหลินหมิง แต่พวกเขาก็ยังต้องการที่จะเห็นนางเอาชนะ
เหนือคู่แข่งด้วยความแข็งแกร่งอันท่วมท้น
อาจกล่าวได้ว่าปิงเมิ่งเป็นที่นิยมมาก
เมื่อเทียบปิงเมิ่งและเสี่ยวหมัวเซียน หลินหมิงก็ไม่มีการสนับสนุน
มากนัก
“ไม่สำคัญว่าปิงเมิ่งจะสู้กับหลินหมิงหรือไม่ มันเป็นเพียงการแสดง
ความสง่าของนาง ปิงเมิ่งจะชนะไม่ว่าอย่างไร เพียงคนเดียวที่สามารถ
แข่งขันกับปิงเมิ่งได้อย่างแท้จริงคือซิงชือ แต่ข้าคิดว่าซิงชือมีโอกาสพ่าย
แพ้มาก ลองดูที่ปิงเมิ่งเมื่อได้ต่อสู้กับเขี้ยวมังกร นางเอาชนะเขาโดยไม่
ต้องใช้ความพยายามมากเลย”
“เมื่อพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้… มันเกิดอะไรขึ้นกับหลินหมิงกันแน่? การ
บาดเจ็บของเขาหนักหนามากจริงหรือ? ตำหนักของราชันสวรรค์คงไม่
ขาดโอสถหรอกใช่หรือไม่? ด้วยโอสถที่ยอดเยี่ยมทุกประเภท หลินหมิงก็
ยังไม่ฟื้น?
“มันต้องเป็นอาการบาดเจ็บทางวิญญาณ ซิงชือเป็นคนใจดีและมี
เมตตา เขาจึงควรรู้ว่าข้อจำกัดของตนเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม หลินหมิ
งกลับต้องการแสดงพลังของเขาและแม้ว่าเขาจะรู้ว่าตนมิใช่คู่ต่อสู้ของซิ
งชือก็ตาม แต่เขายังคงใช้เคล็ดบ่มเบาะที่สร้างโดยราชันพิภพเพื่อต่อสู้กับ
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ มันจะเทียบกับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพได้อย่างไร?
และยังมีความห่างชั้นในเคล็ดบ่มเพาะและยังระดับการบ่มเพาะของพวก
เขาอีกด้วย ผลของการประลองจึงได้ตัดสินตั้งแต่ต้นแล้ว ถึงกระนั้น
หลินหมิงก็ยังอยากจะต่อสู้ ปลดปล่อยพลังมากจนทำให้คนอื่นๆรู้สึกว่า
เขาไม่อ่อนแอเลย ในที่สุด สิ่งที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนักสาหัส นี่เป็น
เพียงการประลอง แต่เขาประมาทเกินไป…”
ชายชราส่ายหัว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ การบาดเจ็บ
ทางวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรักษาได้ ถ้าวิญญาณของนักสู้ได้รับ
บาดเจ็บ นั่นจะเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่ง
โชคดีที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นที่ตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์
“ถ้าเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักเช่นนั้นมันจะเป็นการพ่ายแพ้ที่
ยิ่งใหญ่ของหลินหมิง มิใช่ฮั่วหยู่จื่อเป็นผู้ตัดสินหรอกหรือ? เหตุใดเขาจึง
ไม่หยุดการประลอง?”
“เขาปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? อัจฉริยะทั้งหมดเหล่านี้เป็นเรื่อง
ยากที่จะวัดด้วยสามัญสำนึก แม้แต่กึ่งราชันสวรรค์ก็เป็นไปไม่ได้สำหรับ
พวกเขาที่จะกำหนดว่าใครอ่อนแอหรือแข็งแกร่งก่อนที่จะต่อสู้ มีความ
แปลกประหลาดที่ไม่คาดฝันในพวกเขาเสมอ เวลานี้ หลินหมิงไม่ได้รู้ถึง
สถานการณ์ที่ควรทำ เพราะหนุ่มสาวมักมีบ้าบิ่นกันเกินไป”
ขณะที่หลินหมิงกำลังหมดสติ ข่าวคราวในสถานการณ์ของเขาก็
แพร่กระจายไปทั้งกลุ่มผู้ชม เมื่อมีคนได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาก็เริ่มคิดว่า
หลินหมิงพยายามอย่างหนักที่จะแสดงต่อหน้าซิงชือและได้รับบาดเจ็บ
เพราะเหตุนี้ แม้แต่ฮั่วหยู่จื่อก็ไม่สามารถที่จะรักษาเขาได้
นี่เป็นหัวใจแห่งความอิจฉาของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทุกคนมี ในขณะที่
ผู้ชมเห็นว่าหลินหมิงต้องทนทุกข์ทรมาน บางคนก็เสียใจกับเขา แต่บาง
คนก็พอใจกับความทุกข์ทรมานของเขา ยกตัวอย่างเช่น แดนศักดิ์สิทธิ์
นภาทมิฬ โยวหวูจิ่นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบเรื่องนี้ ยิ่งหลินหมิ
งบาดเจ็บมากเพียงใด มันก็ยิ่งดีสำหรับเขา
ในเวลานี้ ลึกเข้าไปในตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์, ราชันสวรรค์เอก
ภพอนันต์กล่าวกับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ “มีอะไรผิดพลาดกับหลินห
มิงหรือไม่? ข้าไม่รู้สึกราวกับว่าวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเหตุ
ใดเขาจึงไม่ตื่นขึ้นหลังจากเป็นเวลานานเพียงนี้แล้ว?”
มิต้องกล่าวถึง ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ แม้แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝัน
เทวะก็ยังไม่สามารถมองผ่านตราประทับวิญญาณที่ราชันสวรรค์ผนึกเท
วะหลงเหลือไว้ได้
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะส่ายหัวและกล่าวว่า “เป็นการยากที่จะพูด
บางที่ อาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเมื่อเขาปีนขึ้นไปยังชั้น 33 ของแท่นผนึก
เทวะ”
“ถ้าเขายังคงหลับอยู่ เช่นนั้นการประลองจะสิ้นสุดลง เขายังคงมีการ
ประลองที่เหลืออยู่กับปิงเมิ่ง เจ้าวางแผนที่จะปรับแพ้หลินหมิงหรือไม่?”
ถึงแม้ว่าราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ไม่คิดว่าหลินหมิงจะมีโอกาสชนะ
แต่ก็ยังจะไม่ตัดสินใจอย่างง่ายดายว่าใครจะพ่ายแพ้
ราชันนิมิตฝันเทวะกล่าวว่า “ให้หลินหมิงเข้าสู่อาคมการไหลของเวลา
1:100 ซึ่งเขาควรจะตื่นขึ้นมา ตัวตนเช่นเขาจะไม่เป็นอันใดไปง่ายๆและ
เขายังคงมีเส้นทางอีกยาวไกลรออยู่ แน่นอนว่าเขาจะผ่านการทดสอบนี้”
ในขณะที่ราชันนิมิตฝันเทวะกล่าวเช่นนี้ ราชันเอกภพอนันต์ก็ทำได้
เพียงเห็นพ้องเท่านั้น เขาส่งคำสั่งให้ซิงเฉินจื่อเอาหลินหมิงเข้าสู่อาคมการ
ไหลของเวลา 1:100
ซิงเฉินจื่อเป็นถึงมหาราชันพิภพ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่
จะวางอาคมดังกล่าว หลังจากที่เขาได้วางหลินหมิงไว้ในตำแหน่งที่ดีแล้ว
เขาก็เอื้อมมือออกไปและโบก กระต่ายหยกกระโจนออกมาจากแผนภาพ
สัตว์อสูรจิตวิญญาณของเขา กลายเป็น 4 สาวงามในอาคม
หญิงสาวทั้ง 4 คนนี้มาจากเผ่าอสูร และการบ่มเพาะของพวกนางก็
เทียบเท่าขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายของมนุษย์ พวกนางห่างเพียง
ก้าวเดียวสำหรับทะลวงขึ้นถัดไป เผ่ากระต่ายหยกมีความอ่อนโยนตาม
ธรรมชาติ พวกนางตกหลุมพลางผู้ล่าและได้รับการช่วยเหลือจากซิง
เฉินจื่อ ในเวลานั้น ซิงเฉินจื่อก็เพิ่งได้มีเครื่องมือวิเศษแผนภาพสัตว์อสูร
จิตวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงยอมรับพวกนางเป็นศิษย์ลับของเขา
“เจ้าทั้ง 4 จะต้องรับผิดชอบดูแลหลินหมิง อย่าให้เกิดข้อผิดพลาด
แม้แต่น้อย เมื่อเขาจะตื่นขึ้น ก็ให้รายงานการเปลี่ยนแปลงใดๆแก่ข้า
ทันที”
“เจ้าค่ะ”
ต่อจากนั้น ภายในเวลาอาคมการไหลของเวลา หญิงสาวเผ่าพันธุ์
อสูรขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้ง 4 คนใช้เวลาทุกวินาทีในการเฝ้าและดูแล
หลินหมิง การกระทำของพวกนางเป็นระเบียบและพิถีพิถัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อหญิงสาวทั้ง 4 คนเข้าไปในอาคมเพื่อดูแลหลินห
มิง พวกนางไม่เคยคิดว่าเวลาภายในจะนานถึงเพียงนี้แล้ว
ครึ่งปีก็ผ่านไป และหลินหมิงยังคงหลับลึกเช่นเดิม!
เป็นเวลานาน เหล่าสาวงามทั้ง 4 ได้จ้องที่ใบหน้าของชายหนุ่มและ
ชีวิตของพวกนางจึงเป็นธรรมดาที่จะน่าเบื่อ โชคดีที่หลินหมิงมีใบหน้าอัน
หล่อเหลาเป็นพิเศษและมีบรรยากาศเยี่ยมยอด เมื่อมองไปยังเขาทุกวัน
มันเป็นประสบการณ์ที่แสนสบาย
มันยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย 8 เดือน, 9 เดือน…
หลินหมิงยังไม่ตื่นขึ้นมา
ถ้าคนธรรมดาหลับเป็นเวลานาน ร่างกายของพวกเขาจะกลายเป็น
กลิ่นเหม็นและปกคลุมด้วยแผล อย่างไรก็ตาม หลินหมิงยังคงสะอาด
ปราศจากฝุ่นตลอดเวลา เขากลับมีกลิ่นหอมอย่างมาก ดังนั้น หญิงสาวทั้ง
4 เหล่านี้จึงไม่ต้องทำอะไรที่น่าอายเช่นการเช็ดร่างกายของเขาหรือช่วย
เขาอาบน้ำ
อย่างช้าๆ หนึ่งปีผ่านไป…
ในช่วงปีนี้ หลินหมิงได้รับรู้อย่างต่อเนื่องภายในโลกวัฏสงสาร เขาจม
อยู่ในทะเลแห่งกฎ เขาหลงลืมเวลาและลืมสิ่งอื่นใด
เขายังลืมความทรงจำที่ว่าตนเองเคยโดนวงก้อแห่งวัฏสงสารและ
กำลังประสบความฝันอันยาวนานอยู่ เขาคิดว่าตอนนี้คือชีวิตของเขาจริง
ทุกวันเขาใช้เวลาในการคิดและการเข้าฌานอย่างไม่หยุดหย่อน
บางครั้งหลินหมิงก็เหมือนหินที่นั่งอยู่ตลอดทั้งเดือน ภายในความฝันนี้
ร่างกายของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยรูปแบบเต๋าและเสี้ยวกฎ รูปแบบเต๋า
ตกลงมายังเขาเหมือนน้ำหยดหนา ก่อนที่จะไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาและ
ค่อยๆซึมออกจากรูขุมขนอีกที่ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกลมกลืน ดั่งวงจร
ที่สมบูรณ์แบบ
ราชันสวรรค์ผนึกเทวะคือตัวตนเช่นใดน่ะหรือ? รูนที่เขาทิ้งไว้ไม่
เพียงแต่มีความเข้าใจในกฎเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนความทรงจำของเขา
ด้วย แล้วมันจะมิต้องใช้เวลาหลายวันหรือแม้กระทั่งหลายเดือนในการทำ
ความเข้าใจได้อย่างไร?
แม้จะด้วยพรสวรรค์ในการรับรู้ของหลินหมิง มันก็ยังอยากจะเข้าใจ
สิ่งเหล่านี้อย่างครบถ้วน และการปฏิรูปเคล็ดผนึกเทวะก็ยังยากมาก!
ในปีที่ผ่านมา หลินหมิงได้เข้าใจเพียง 1 ใน 10 ของกฎที่ราชันสวรรค์
ผนึกเทวะทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาแทบจะไม่สามารถผ่านเข้าไปในธรณีประตู
ของเคล็ดผนึกเทวะได้
นอกจากนั้น พวกมันยังมีกฎหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่
เข้าใจพวกเขาเพราะระดับการบ่มเพาะยังห่างไกลเกินไป
และขอบเขตราชันสวรรค์ผนึกเทวะก็สูงเกินไป แค่เสี้ยววิญญาณ
เพียงเล็กน้อยนี้ก็เพียงพอแล้วที่หลินหมิงจะต้องใช้เวลานับร้อยปีในการ
สนุกกับมัน ทำให้เขาสามารถเข้าฌานกับมันได้อีก 2-3 ขอบเขตใหญ่
ความจริงก็คือ นี่เป็นสิ่งที่หลินหมิงเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้ ถ้ามี
คนอื่นอยู่ที่นี่ ถึงแม้จะเป็นตัวตนชั้นยอดเช่นซิงชือหรือจุนไป่เยว่ แต่พวก
เขาก็ยังคงไร้อำนาจเมื่อต้องเผชิญกับกฎของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
นี่เป็นเพราะพวกเขายังไม่เข้าใจวิถีแห่ง 33 ชั้นสวรรค์ และเพราะ
หลินหมิงเพียงคนเดียวที่ได้รับมรดกของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ