Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,335 รากจิตวิญญาณยุคบรรพกาล
หลังจากออกจากตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ หลินหมิก็จมความคิด
ของเขาลงในแหวนมิติที่ท่านยายย่วนห้วนมอบให้เขา ภายในนั้นมีแผ่น
หยกเพียงใบเดียว แผ่นหยกนี้ถูกทำเครื่องหมายด้วยออร่าของราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม เขาก็สามารถยืนยันได้ว่านี่
เป็นเครื่องรางป้องกัน
พรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นสูงอย่างน่าประหลาดใจ และความสำเร็จ
ในอนาคตของเขานั้นไร้ขีด จำกัด ปัญหาเดียวก็คือเขายังไม่เติบโตพอ
ดังนั้นราชันนิมิตฝันเทวะจึงใช้ออร่าของตัวเองเล็กน้อยทำเครื่องราง
ป้องกันเพื่อช่วยหลินหมิงปกป้องตัวเองในบางสถานการณ์ แต่เครื่องราง
ป้องกันประเภทนี้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว
ถึงกระนั้น เครื่องรางป้องกันที่สามารถพาเขาออกจากสถานการณ์ถึง
ตายได้เพียงครั้งเดียวก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ในบางครั้ง หลินหมิงต้องพึ่งพา
ตัวเองเพื่อเอาตัวรอดจากเ่านทดสอบและความยากลำบาก นี่คือวิธีที่
อัจฉริยะจะเติบโตได้ดี พวกเขาต้องพึ่งพาตัวเองเพื่อสังหาร พวกเขาจะมุ่ง
สู่จุดสูงสุดของนักสู้ได้ หากพวกเขาพ่ายแพ้ พวกเขาจะตายและกลายเป็น
เถ้าธุลี
“ราชันนิมิตฝันเทวะนั้นค่อนข้างใจกว้างสำหรับข้า” หลินหมิงรู้สึก
ซาบซึ้ง ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะไม่ใช่สหาย ครอบครัวหรือเกี่ยวข้องกับ
เขาไม่ทางใดทางหนึ่ง สำหรับนางที่จะปฏิบัติต่อเขาในลักษณะนี้ มันก็เป็น
รูปแบบของความเมตตากรุณาที่สูงมากพออยู่แล้ว แน่นอน หลินหมิงก็รู้
ว่าสาเหตุที่ราชันนิมิตฝันเทวะทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะมหาภัยพิบัติ
ตอนนี้ ก่อนที่หลินหมิงจะกลับไปยังทวีปทวีปนภารินไหล เขาต้อง
มองหาร่างไปฝากมารเจิดจรัสก่อน นี่ไม่ยากสำหรับหลินหมิงในปัจจุบัน
เลย มารเจิดจรัสเดิมมีเป็นสัตว์อสูรแห่งเผ่าพันธุ์ปีศาจ สิ่งที่เขาต้องทำคือ
ค้นหาสัตว์อสูรที่เหมาะสมแล้วช่วยหลอมรวมมันด้วยเคล็ดผลัดเปลี่ยน
วิญญาณ
“แม่นางมู่ ที่ใดในแดนเทวะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด?”
หลินหมิงถาม
“หากเจ้ากำลังมองหาสัตว์อสูร นั่นก็จะต้องไปโลกรุ่งอรุณปีศาจ นั่น
คือโลกที่ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจปกครองอยู่ มีเผ่าพันธุ์ปีศาจมากที่สุด
ในที่แห่งนั้น มันมี อิมป์ คนยักษ์และอื่นๆ ถ้ารวมเข้าด้วยกัน มันก็มีปีศาจ
มากกว่ามนุษย์ในโลกรุ่งอรุณปีศาจ แม้แต่ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจเองก็
ยังมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ”
“โลกรุ่งอรุณปีศาจ… นั่นไม่ใช่โลกอันยิ่งใหญ่ที่เทียนหมิงจื่ออยู่หรอก
หรือ?” หลินหมิงจำได้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬก่อตั้งขึ้นโดยเทียนหมิ
งจื่อซึ่งตั้งอยู่ที่โลกรุ่งอรุณปีศาจ
“ใช่แล้ว! เขาเป็นมหาราชันพิภพแห่งโลกรุ่งอรุณปีศาจ!” แม้ว่ามู่
เชียนเสวียมักจะมีบุคลิกที่ไม่แยแส แต่นางก็พบว่ามันยากที่จะสงบได้เมื่อ
มีการกล่าวถึง เทียนหมิงจื่อ นางเกลียดเขาจนถึงกระดูกดำ
แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬมีศิษย์ประมาณ 2 ล้านล้าน
2 ล้านล้านศิษย์ฟังดูเหมือนเป็นจำนวนที่สูงมาก แต่ความจริงก็คือ
ด้วยความสามารถของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในการเพิ่มจำนวน นอกเหนือจาก
อายุขัยของนักสู้ที่ยาวนานแล้ว ประชากรที่เติบโตในระดับนี้ไม่ถือว่ามาก
ในบรรดาคนเหล่านี้ ผู้ที่มีพรสวรรค์ต่ำจะถูกส่งไปจัดการงาน
อุตสาหกรรมที่หลากหลายนับไม่ถ้วนของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ เฉพาะ
ผู้ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่สามารถเข้าพักในแดนศักดิ์สิทธิ์นภา
ทมิฬที่แท้จริงได้
แดนศักดิ์สิทธิ์มหาราชันพิภพนั้นคล้ายกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ขนาด
มหึมา มันใหญ่มากอย่างน่าเหลือเชื่อ
“ไปยังโลกรุ่งอรุณปีศาจก่อน แล้วมองหาร่างให้มารเจิดจรัส”
หลินหมิงซื้อเรือจิตวิญญาณของเขาไว้แล้ว ตราบใดที่เขาใช้หินตะวัน
ม่วงมากพอ เขาก็จะสามารถไปได้ทุกที่ การไป โลกรุ่งอรุณปีศาจจะใช้
เวลาเพียงไม่กี่เดือน
หลินหมิงไม่รีบร้อน เขาใช้เวลาระหว่างเดินทางเพื่อแยกแยะความ
เข้าใจที่ได้จากตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงจึงเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน ตราประทับนิมิตฝันเท
วะที่หลากหลายไหลไปทั่วร่างกายของเขา
ด้วยความแน่วแน่ในการฝึกฝน หลินหมิงจึงไม่สามารถรู้สึกถึงเวลาที่
ผ่านไป ในไม่ช้า, 3 เดือนก็ผ่านไป แต่มันใดนั้น หลินหมิงตระหนักอย่าง
ฉับพลันขึ้นในใจ ดวงตาของเขาสาดประกายขึ้น ราวกับว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในร่างกายของเขา
“หลินหมิง มีอันใดหรือ?”
มู่เชียนเสวียถามหลินหมิง
“แม่นางมู่ ข้ารู้สึกว่าหลังจากที่ได้ใช้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเพื่อทำ
ความเข้าใจกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์มานานแล้วนั้น… มันดูเหมือนว่าจะ
มีความสัมพันธ์พิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของข้าและกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า ข้าอาจจะขอยืมความแข็งแกร่งของกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าได้ แม้จะทำได้เพียงแค่เล็กน้อยก็ตาม… ”
ก่อนหน้านี้ หลินหมิงไม่เคยเปิดใช้งานกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้ มี
เพียงมู่เชียนเสวียเท่านั้นที่มีความสามารถนี้ แต่มู่เชียนเสวียคือวิญญาณ
อันศักดิ์สิทธิ์ หากนางต้องกระตุ้นกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า นั่นจะผลาญ
พลังวิญญาณที่เหลืออยู่ของนางมากเกินไป มันจะทำให้นางตกอยู่ในการ
หลับลึก หากผลที่ตามมามีความร้ายแรงมาก วิญญาณจะถูกเผาผลาญจน
สิ้นและตายไป
“เจ้าสามารถกระตุ้นกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้เช่นนั้นหรือ?”
มู่เชียนเสวียตกใจและดีใจอย่างมากในเวลาเดียวกัน หากหลินหมิง
รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้เพียงเล็กน้อยในขั้น
เทพสมุทรช่วงกลางได้ เช่นนั้นเมื่อเขาเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์หรือขั้น
ผู้ปกครองเทวะ เขาจะสามารถกระตุ้นความแข็งแกร่งของมันได้เพิ่มมาก
ขึ้น นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาวิกฤติแห่งความเป็นและความตาย ท่า
สังหารของหลินหมิงจะน่ากลัวอย่างไร้เปรียบ ในเวลานั้น บางทีแม้แต่ผู้
ทรงพลังขั้นราชันพิภพก็อาจถูกสังหารโดยกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าของ
หลินหมิง ด้วยวิญญาณของพวกเขาแตกสลายไปชั่วนิรันดร์!
“การใช้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเพื่อสังหารศัตรูของข้านั้น มันยัง
เป็นไปไม่ได้ในขณะนี้ แต่ข้าสามารถเปลี่ยนพลังงานหมุนเวียนบางอย่าง
ภายในวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้”
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงความคืบหน้าเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นการเริ่มต้นที่ดี
สำหรับหลินหมิง เมื่อเวลาผ่านไปห ลินหมิงจะสามารถพัฒนาความ
แข็งแกร่งของจนให้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะที่มู่เชียนเสวียและหลินหมิงกำลังพูดคุยกัน เรือจิตวิญญาณก็
สั่นสะเทือน พวกเขามาถึงโลกกว้างใหญ๋ นี่คือโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่
ในฐานะที่เป็นโลกลำดับหนึ่งในไม่กี่แห่งของ 3000 โลกแห่งแดนเท
วะ ทวีปกลางของโลกอันยิ่งใหญ่รุ่งอรุณปีศาจนั้นก็ใหญ่กว่าทวีปกลางของ
โลกการต่อสู้ที่แท้จริงถึง 10 เท่า ต่อหน้าดินแดนขนาดใหญ่นี้ แม้แต่ดาว
เคราะห์ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าหาดทรายเล็กๆ ซึ่งมิได้ควรค่าแก่การ
กล่าวถึง
บนแผ่นดินใหญ่แห่งนี้ มันมีนิกายและตระกูลนักสู้มากมาย ยิ่งไปกว่า
นั้น ขึมกำลังระดับราชันสวรรค์, ตำหนักรุ่งอรุณปีศาจสวรรค์เองก็ตั้งอยู่
ที่นี่เช่นกัน นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วน พื้น
หลังของดินแดนแห่งนี้มิอาจจินตนาการ
โลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในโลกอันยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่ง
ที่สุดในแดนเทวะ มันด้อยกว่าเพียงในบางโลกเช่น โลกสิริแห่งโพธิสัตว์อัน
ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูขุนเขาผู่โถว
แน่นอน นิกายชั้นยอดมากมายเหล่านี้ไม่มีความสัมพันธ์กับหลินหมิง
เป้าหมายของเขาในการมาที่นี่เป็นเพียงการเข้าสู่ป่ารุ่งอรุณปีศาจเท่านั้น
ป่ารุ่งอรุณปีศาจเต็มไปด้วยสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน หลินหมิงต้องการจับ
สัตว์อสูรประเภทสุนัขที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าร่างดั้งเดิมของมารเจิดจรัส
นอกจากนี้ เขายังต้องการความสามารถในการต่อสู้ของสัตว์อสูรที่สูง
ยิ่งขึ้น นี่อาจถือได้ว่าเขาได้ขอบคุณมารเจิดจรัสสำหรับความช่วยเหลือเขา
มาตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะมารเจิดจรัสแล้วห ลินหมิงก็จะไม่สามารถผ่าน
ค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณและไปยังทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ได้ แม้ในระหว่าง
การผจญภัยของเขาที่หอคอยแยกนภา เขาอาจตกตายไปเมื่อต้องเผชิญ
กับตราประทับทาสของเจ้าหอคอยดาวเหนือที่ปลูกฝังไว้ในตัวเขา
อย่างไรก็ตาม หากต้องการที่จะค้นหาสัตว์อสูรในป่ารุ่งอรุณปีศาจที่มี
ความสามารถในการต่อสู้สูงซึ่งไม่แก่ชราเกินไปและก็เหมาะกับมารเจิด
จรัส มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนัก
หลินหมิงใช้เวลาค้นหา 5 วันโดยไม่พบสิ่งที่ต้องการเลย มีสัตว์อสูร
บางคุณภาพต่ำและเขาไม่ได้เลือก
ในวันที่ 6, หลินหมิงยังคงค้นหาสัตว์อสูรประเภทสุนัขต่อไป แต่ใน
เวลานี้ ไม่ไกลเกินไป เขาสามารถรู้สึกถึงความผันผวนของปราณแท้ที่
แปลกประหลาดอย่างแผ่วเบามาจากระยะไกลในป่า ความผันผวนปราณ
แท้เหล่านี้ไม่ได้มาจากสัตว์อสูร แต่มาจากมนุษย์ ภายในป่ารุ่งอรุณปีศาจ
มันมักจะมีนักสู้มากมายที่เข้ามาผจญภัยและฝึกฝน บางคนมาเพื่อเพิ่ม
ความสามารถในการต่อสู้ และบางคนก็มาเพื่อสังหารสัตว์อสูรดุร้ายเพื่อ
ใช้ร่างกายของพวกมันเป็นวัสดุ
หลินหมิงประสบสถานการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่เนื่องจาก
ความแข็งแกร่งพลังวิญญาณ เขาจึงได้ค้นพบอีกฝ่ายก่อน
“1 2 3… 6 7 8 …มีทั้งหมด 8 คน ทั้งหมดอยู่ที่ขั้นเทพสมุทร พวก
เขาถูกแยกจากกันโดยใบไม้และบรรยากาศอันหนาทึบในป่าแห่งนี้ แต่ข้า
ยังคงรู้สึกได้ถึงออร่าและได้ยินคำพูดของพวกเขา”
หลินหมิงใช้เวลาหนึ่งปีในการฝึกฝนกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
ในขณะที่กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์เริ่มแข็งแกร่งขึ้น สามพลังปราณของ
เขาเองก็เขาสู่ระดับใหม่ และสัมผัสของเขาก็ยิ่งคมชัดและกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ในอนาคต หากหลินหมิงสามารถฝึกฝนระบบการบ่มเพาะทั้งหมดให้สูง
เท่ากันได้ นั่นก็จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพในความแข็งแกร่ง
ของเขามหาศาล
แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลย ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้กล่าวว่าภายใน
33 สวรรค์ มันมีสามเผ่าพันธุ์สำคัญ เผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์ภูติเทพและ
เผ่าพันธุ์วิญญาณ ในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งสามนี้ มนุษย์มีความเหมาะสม
ที่สุดกับระบบหลอมรวมพลังปราณในแดนเทวะ ผู้ที่พยายามฝึกฝนระบบ
หลอมวิญญาณจะถูกรุมเร้าด้วยความยากลำบากมากมาย
หลินหมิงซ่อนตัวเองอย่างเงียบๆ เว้นแต่ว่าจะจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น
เขาจึงไม่ต้องการติดต่อกับผู้คนจากโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ นั่นก็เพื่อ
มิให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
“พี่ชายหลิว เราได้ค้นหาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว แต่เรายังไม่พบเบ
สะแสของรากจิตวิญญาณบรรพกาลเลย ข้าคิดว่าเราเสียเวลาเปล่า ป่ารุ่ง
อรุณปีศาจนั้นกว้างใหญ่เกินไป สำหรับเราที่จะมองหาบางสิ่งที่มีขนาด
เท่าฝ่ามือที่นี่แล้ว มันก็ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่”
“อย่ามัวแต่บ่น แม้ว่าโอกาสที่เราจะค้นพบมันไม่มากเกินไป แต่ก็ยัง
มีพวกเราหลายคนที่มองหาไปด้วยกัน นี่คือเหตุผลที่แดนศักดิ์สิทธิ์นภา
ทมิฬของเราส่งศิษย์หนึ่งล้านคนไปทั่วป่ารุ่งอรุณปีศาจ นั่นก็เพื่อค้นหามัน
อย่างละเอียด สำหรับผู้ที่สามารถหามันพบ มันจะรางวัลมากมายรอคอย
อยู่ เจ้าควรรู้ว่ารากจิตวิญญาณบรรพกาลนี้มีร่องรอยของพลังงานกลียุค
อยู่ การใช้มันเพื่อเสริมร่างกายจะมีประโยชน์อย่างมาก ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดจะ
ได้ใช้สิ่งนี้เมื่อพบมัน แต่ข้าคิดว่ามันคงเป็นศิษย์พี่โยวหวูจิ่น”
เมื่อศิษย์พี่หลิงผู้นี้กล่าวออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความ
อิจฉา เขาเป็นเพียงศิษย์สายนอก สถานะของเขากับโยวหวูจิ่นนั้นที่
แตกต่างดุจผืนสวรรค์และผืนปฐพี
“ข้าไม่คิดว่านั่นเป็นความจริงมากเท่าใด ผู้อาวุโสคนอื่นอาจจะใช้มัน
ก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ข้าคิดว่าแปลกคือ ในช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา ท่านบรรพ
บุรุษได้รวบรวมวัสดุสวรรค์ทุกประเภท และกว่า 90% ของพวกมันได้ถูก
ใช้สร้างโอสถกายผันแปร ข้าสงสัยว่าพวกมันมีไว้เพื่อสิ่งใดกันแน่? ท่าน
บรรพบุรุษอาจกำลังคิดจะการบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานหรือไม่?”
ศิษย์สายในผู้หนึ่งกล่าวออกมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่เขาพูดถึงเป็น
ผู้ครองแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ – เทียนหมิงจื่อ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลินหมิงก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาเย็นเฉียบขึ้น คนพวกนี้
มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ? ดูเหมือนว่าศัตรูมักจะโคจรมาเจอกัน
บ่อย
“รากจิตวิญญาณบรรพกาล? มันเป็นรากจิตวิญญาณสวรรค์และ
ปฐพีที่กล่าวกันว่ามีร่องรอยพลังงานกลียุคจากการก่อตัวของจักรวาล
หรือไม่? รากจิตวิญญาณเช่นนี้มีข้อดีที่ไม่อาจจินตนาการได้สำหรับผู้ที่
ฝึกฝนกายผันแปร ถ้าข้าได้มันมา บางทีข้าอาจจะสามารถเปิดประตูแห่ง
ความตายได้ในความพยายามเพียงครั้งเดียว ในเวลานั้น ข้าจะเปิด 8
ประตูเร้นลับภายในได้ทั้งหมด และในที่สุดก็สามารถเริ่มเดินไปสู่ขอบเขต
ของ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
“แต่สิ่งที่ข้าพบคือ คำพูดที่แปลกประหลาดของศิษย์เพิ่งพูดออกมา
เทียนหมิงจื่อได้ค้นหาวัสดุสำหรับโอสถกายผันแปรมาตลอดเวลาเช่นนั้น
หรือ? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาต้องการที่จะเปลี่ยนเป็นมาเพาะคู่ร่างกาย
และพลังงาน?”
แม้ว่ามู่เชียนเสวียว์จะเกลียดชังเทียนหมิงจื่อถึงกระดูกดำ แต่นางก็
อดไม่ได้ที่จะให้การประเมินเขาสูง ไม่ว่าจะเป็นความเหี้ยมโหด พรสวรรค์
หรือเล่ห์กล ทั้งหมดล้วนแต่ทำให้คนอื่นหวาดกลัว
“เทียนหมิงจื่อไม่ควรจะมาฝึกฝนการบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงาน
…” มู่เชียนเสวียปฏิเสธความเป็นไปได้นี้ทันที่ “ผู้ที่เลือกเส้นทางของการ
เพาะกายแบบคู่และพลังงานจะต้องเริ่มต้นให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นมันจะเป็น
กระบวนการที่ยากเกินไป หลินหมิงเจ้ามีโชคดีมาก และเจ้ายังได้เริ่มต้น
บ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงานในช่วงต้นของการเดินบนเส้นทางแห่งนักสู้
แต่เจ้าก็สามารถผ่านความยากลำบากมากมายจนมาถึงตอนนี้ได้ เทียนห
มิงจื่อจะไม่ทำอะไรที่ยากและไร้ความหมาย”
“เช่นนั้นแล้วเขาจะค้นวัสดุเช่นนั้นไปเพื่อใคร เป็นโยวหวูจิ่นหรือ
ไม่?”
“มันมีความเป็นไปได้ยากยิ่งกว่า” มู่เชียนเสวียปฎิเสธในทันที่ “ข้ามี
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเทียนหมิงจื่อ ในใจของเขา มันไม่มีใคร
สำคัญไปกว่าตนเอง แม้แต่ชีวิตนับพันก็มีความสำคัญน้อยกว่านิ้วเดียว
ของเขา ถ้าเขาต้องเสียเวลาและพยายามทำอะไรสักอย่าง มันก็จะต้อง
เพื่อตัวเขาเองเท่านั้น!”
“เช่นนั้น…” หลินหมิงขมวดคิ้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าระหว่างการ
เดินทางมาป่ารุ่งอรุณปีศาจนั้น เขาจะพบกับเหล่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์
นภาทมิฬ ยิ่งกว่านั้น เขายังได้รับข่าวเกี่ยวกับรากจิตวิญญาณบรรพกาล
ด้วยวัสดุจิตวิญญาณที่ล้ำค่าต่อหน้า เขาจะพลาดโอกาสได้อย่างไร?