Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,334 เคล็ดผลัดเปลี่ยนวิญญาณ
หอสมุดสวรรค์ของตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ตั้งอยู่ในโลกแปลก
แยกภายในตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะอีกที่ มีป้ายยักษ์ที่เขียนด้วยสอง
คำของ ‘หอสมุด’ ในภาษาของแดนเทวะโบราณ ป้ายนี้แสดงถึงบรรยากาศ
อันยาวนาน
หลังจากหลินหมิงไปถึงหอสมุด เขาก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่
กวาดมายังเขา หากไม่ใช่เพราะสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขากลายเป็นความ
คมชัดมากขึ้นหลังจากบ่มเพาะกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์แล้ว เขาก็จะไม่
สามารถรู้สึกถึงมันได้
เขารู้ว่ามีบางคนแอบติดตาม
หลินหมิงไม่ได้สนใจพวกเขาเลย เขาเดินเข้าไปในหอสมุดและมองไป
รอบๆ มีแถวชั้นหนังสือเรียงราย มีแผ่นหยกจำนวนนับไม่ถ้วน หากมีการ
หยิบแผ่นหยกหนึ่งใบขึ้นมา มันก็จะมีข้อมูลจำนวนมหาศาลอยู่ภายใน ไม่
เพียงแต่พวกมันจะรวมทักษะความลับที่หลากหลายของตำหนักสวรรค์
นิมิตฝันเทวะไว้เท่านั้น แต่พวกมันยังบันทึกประวัติของแดนเทวะ,
ภูมิศาสตร์, ศุลกากร, และสถานการณ์ระดับภูมิภาคของ 3000 โลกอัน
ยิ่งใหญ่ไว้ด้วย นอกจากนี้ มันยังมีข้อมูลเกี่ยวกับทุกขุมกำลังที่ครอบครอง
ดินแดนต่างๆ
เมื่อหลินหมิงกำลังมองผ่านแผ่นหยกอย่างคราวๆ การเสียงฝีเท้าของ
เขาก็หยุดชะงัก
“หืม?”
หลินหมิงค้นพบว่าเมื่อเขาต้องการเข้าไปลึกเข้าไปในหอสมุด มันมี
ข่ายอาคมที่มองไม่เห็นขวางเขาอยู่ ข่ายอาคมนี้มีความคล้ายกับมิตินิมิต
ฝันเทวะของปิงเมิ่ง แต่ก็มีความแตกต่างเช่นกัน
ข่ายอาคมในหอสมุดมีความแข็งแกร่งกว่ามิตินิมิตฝันเทวะปิงเมิ่ง
อย่างมาก อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้มีจิตสังหาร วัตถุประสงค์เพียงอย่าง
เดียวคือเพื่อป้องกันไม่ให้หลินหมิงเดินหน้าต่อไปได้
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง มีบางสิ่งที่แปลกในหอสมุด?”
หลินหมิงหวนนึกไปถึงรอยยิ้มของท่านยายย่วนห้วน และในที่สุดก็
เข้าใจในสิ่งที่นางรู้สึกสนุก หอสมุดแห่งนี้ไม่ธรรมดา หากไม่มีใครสามารถ
ไขข่ายอาคมนี้ได้ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปลึก
มันไม่แปลกเลยที่สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น ในนิกายอื่นๆ มรดกที่
สำคัญจะไม่สามารถสอนให้ผู้ใดก็ได้ตามที่ต้อง ยิ่งกว่านั้น ศิษย์ระดับสูงก็
จะมีอำนาจเข้าถึงมรดกที่มากขึ้น
แต่สำหรับหลินหมิง ข่ายอาคมนี้ไม่ได้มีอันใดเลย ตราบใดที่เราเข้าใจ
กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจะสามารถแยกกฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์นี้ออกจากกันได้อย่างง่ายดายและเดินไปได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
ด้วยความคิด พลังงานความฝันศักดิ์สิทธิ์โดยรอบหลินหมิงก็แยกออก
เหมือนกระแสน้ำรอบก้อนหิน เขาเดินลึกเข้าไปในหอสมุด
“หืม? เขาเดินเข้าไปได้?”
ท่านยายย่วนห้วนผู้เฝ้าสังเกตหลินหมิงตลอดเวลานี้รู้สึกประหลาดใจ
หากใครอยากจะเข้าสู่ข่ายอาคมนี้ พวกเขาต้องพึ่งพาความสามารถในการ
ใช้กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ มิเช่นนั้น หากมีใครใช้พลังดิบในการบุกเข้า
พวกเขาจะได้รับการตอบโต้จากข่ายอาคมนี้ นางคิดว่าหลินหมิงจะพึ่งพา
รากฐานที่ลึกล้ำของเขาและใช้พลังดิบโจมตี หากเขาทำเช่นนั้น เขาจะถู
กกดันอย่างไร้ความปราณีจนต้องถอยออกมาโดยรูปแบบค่ายของหอสมุด
แต่นางไม่เคยจินตนาการได้ว่าหลินหมิงจะโคจรกฎแห่งความฝัน
ศักดิ์สิทธิ์และเข้าไปในหอสมุดได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
หลินหมิงฝึกฝนแผ่นหยกนิมิตฝันเทวะด้วยตัวเองเป็นเวลาเพียง 100
วัน หากไม่มีอาจารย์ชี้แนะและปราศจากมูลฐานจิตวิญญาณ เขาจะ
สามารถเข้าใจความลึกลับที่ซับซ้อนของกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ได้
อย่างไร?
ท่านยายย่วนห้วนรู้สึกว่านี่ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง มีคนในโลกนี้ที่มี
ความสามารถระดับนี้อยู่ด้วยหรือ?
เมื่อหลินหมิงเดินผ่านไปอย่างช้าๆ เขาจะมองดูแผ่นหยกรอบตัวเขา
ทุกๆครั้งเขาจะหยุดและเข้าฌานผ่านพวกมันเป็นระยะเวลาหนึ่ง
“หืม? เคล็ดผลัดเปลี่ยนวิญญาณ?”
หลินหมิงค้นพบทักษะเร้นลับที่เรียกว่าเคล็ดผลัดเปลี่ยนวิญญาณใน
แผ่นหยกหนึ่ง ทักษะนี้ใช้เพื่อยึดครองร่างของผู้อื่น มันสามารถช่วยให้
วิญญาณที่สูญเสียร่างเข้ายึดครองร่างใหม่ได้
สำหรับวิญญาณที่สูญเสียร่างกายนั้น การยึดครองร่างใหม่ไม่ใช่
ทางเลือกที่ดีที่สุดเลย นี่เป็นเพราะร่างกายและวิญญาณจะไม่เข้ากัน และ
ถ้าทั้งสองคนถูกบังคับให้หลอมรวม ทั้งร่างกายและวิญญาณจะได้รับ
ความเสียหาย ดังนั้นการยึดครองร่างของอีกฝ่ายจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีใคร
อยากจะทำ
และทักษะนี้ก็เพื่อรองรับการยึดครองร่างกาย มันสามารถลด
ผลข้างเคียงในทางลบของการยึดครองร่างให้น้อยที่สุดได้
นี่เป็นทักษะเร้นลับที่พัฒนาโดยราชันสวรรค์ยุคโบราณ แม้ว่ามันจะ
ไม่ได้มีพลังที่โดดเด่น และยังไม่ได้มีผลในการสนับสนุนการฝึกฝน แน่นอน
ว่ามันไม่ได้อยู่ในระดับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงพอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวิญญาณที่สูญเสียร่างกาย นี่เป็นสมบัติล้ำค่า
หลินหมิงไม่ต้องการมันอย่างแน่นอน แต่เขารู้ว่ามีวิญญาณสองตนที่
สำคัญสำหรับเขาและต้องการมันมาก – มารเจิดจรัสและมู่เชียนเสวีย
หลินหมิงต้องการแสดงความขอบคุณต่อทั้งคู่ ในอดีต เขาเคยสัญญา
ว่าจะช่วยให้พวกเขาพบร่างกายที่เหมาะสม เคล็ดผลัดเปลี่ยนวิญญาณมา
ได้เวลาประจวบเหมาะ
“แม่นางมู่”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” เรามาจดจำเคล็ดบ่มเพาะนี้ เมื่อเรากลับไปยัง
ทวีปนภารินไหล เจ้าจะสามารถทำตามคำสัญญาของเจ้าต่อมารเจิดจรัส
ได้”
สถานการณ์ของมู่เชียนเสวียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข แต่
สถานการณ์ของมารเจิดจรัสนั้นง่ายกว่ามาก
การฝึกฝนของมารเจิดจรัสไม่สูงเกินไปในอดีต หลินหมิงเดาว่าในแง่
ของมนุษย์นั้น มารเจิดจรัสครั้งคงเคยอยู่ระหว่างขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์และ
ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ การมองหาร่างกายให้มารเจิดจรัสในแดนเทวะนั้น
ไม่ยากเลย
แม้ว่าเคล็ดผลัดเปลี่ยนวิญญาณนั้นจะเป็นความสามารถในระดับสูง
มาก แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย หลินหมิงสามารถเข้าใจทักษะนี้ได้อย่าง
สมบูรณ์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
จากนั้น หลินหมิงก็เดินลึกเข้าไปในหอสมุดเพื่อรับรู้มากขึ้นเรื่อยๆ
หนึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดหลินหมิงก็เข้าสู่บริเวณช่วงกลางของหอสมุด
ที่นี่นั้น ข่ายอาคมทรงพลังยิ่งกว่าบริเวณขอบด้านนอก แต่ถึงกระนั้น ด้วย
ความเข้าใจของหลินหมิงเกี่ยวกับกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ การคลี่คลาย
มันก็ไม่ยากเลย
ทั้งหมดนี้ทำให้ท่านยายย่วนห้วนต้องตกตะลึง! นางคิดไม่ออกเลยว่า
หลินหมิงสามารถเรียนรู้กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
“อะไรกัน เจ้าเด็กเหลือขอนี่สามารถเข้าสู่บริเวณกลางของหอสมุด
ได้!”
หลังจากหลินหมิงเข้ามาในบริเวณนี้ของหอสมุด ท่านยายย่วนห้วนก็
ถูกบังคับให้ยอมรับว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นน่าทึ่งอย่างมาก นางเคย
เชื่อว่าเขามายังตำหนักนิมิตฝันเทวะได้เพราะความสามารถการรับรู้
ระดับสูง ถึงกระนั้น นางก็ไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากเข้ามาในพื้นที่รอบนอก
ของหอสมุดแล้ว เขาจะยังคงเขาสู่ช่วงกลางของหอสมุดได้อีกด้วย การ
รับรู้ของเขาสูงกว่าสิ่งที่นางคิดไว้มาก เขาสามารถเข้าถึงความเข้าใจใน
ระดับนี้ได้โดยเพียงการฝึกฝนกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง? นี่เป็น
ระดับของการรับรู้ซึ่งอัจฉริยะที่แท้จริงครอบครอง?
1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน 4 เดือน…
จากบริเวณชั้นนอกของหอสมุดจนถึงช่วงกลาง และในที่สุดก็ใกล้กับ
ศูนย์กลาง หลินหมิงยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ด้วยการอ่านแผ่นหยกต่างๆใน
หอสมุดที่เต็มไปด้วยความรู้ที่ไม่สามารถจินตนาการได้และยังต้องต่อต้าน
ข่ายอาคมนิมิตฝันเทวะโดยรอบไปพร้อมกัน นี่ถือเป็นการฝึกฝนวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิงไปด้วย
วูป –!
หลินหมิงก้าวเข้าสู่ข่ายอาคมที่สามของหอสมุด นี่เป็นบริเวณ
ศูนย์กลางของหอสมุด ที่นี่หลินหมิงรู้สึกแรงกดดันที่ทรงพลัง ถึงกระนั้น
เขาก็แค่ต้องปรับตัวสักพักก่อนที่จะไปต่อได้
เพื่อหลีกเลี่ยงความน่าตื่นตระหนกเกินไป หลินหมิงจึงแกล้งทำตัว
อ่อนแอ หน้าผากของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและหอบลมหายใจดัง
แม้ว่าหลินหมิงจะตั้งใจแสดงท่าทางราวกับว่าเขาพบว่าข่ายอาคม
ยากที่จะต้านทาน แต่ท่านยายย่วนห้วนก็ยังพบว่ามันยากที่จะยอมรับ
ในตอนเริ่มต้น ท่านยายย่วนห้วนก็รู้สึกประหลาดใจ แต่ตอนนี้ นางก็
รู้สึกทึ่งจนด้านชาแทน นางสามารถสรุปทั้งหมดนี้ได้เพียงว่าหลินหมิงมี
พรสวรรค์ที่มิอาจจินตนาการ
แม้ว่าท่านยายย่วนห้วนจะไม่ชอบหลินหมิง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะ
ยอมรับพรสวรรค์ของเขา ภายในทั้งแดนเทวะ บางทีอาจจะมีเพียงเสี่ยวห
มัวเซียนเท่านั้นที่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงจึงอยู่ในหอสมุดมาเป็นเวลา 150 วันแล้ว ด้วย
100 วันที่เพิ่มเข้ามาในการรับรู้แผ่นหยกนิมิตฝันเทวะ เวลาเกือบหนึ่งปีก็
ผ่านไปในตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ เขาเริ่มเตรียมตัวจะออกจาก
ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะและกลับไปยังแดนเบื้องล่าง
หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร กสนความก้าวหน้าในการฝึกฝน
ยังไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องรีบร้อนอีกต่อไป การเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ด้วย
อายุ 40 ปีก็ยังไม่สายเกินไป สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขาต้องทำในตอนนี้คือ การ
รวบรวมรากฐานและความเข้าใจในกฎ
ด้วยสิ่งนั้น การฝึกฝนในอนาคตของเขาจะเป็นเส้นทางเรียบ
ราบเรียบและไม่มีขีดจำกัด
“ท่านยายย่วนห้วน ผู้เยาว์ขออำลา ข้าต้องขอขอบคุณท่านยายย่วน
ห้วนที่มาเยี่ยมข้าในปีที่ผ่านมา”
ในขณะที่ปิงเมิ่งและราชันนิมิตฝันเทวะยังคงปิดด่าน หลินหมิงก็ทำ
ได้เพียงกล่าวคำอำลากับท่านยายย่วนห้วน
ใบหน้าของท่านยายย่วนห้วนกระตุกหลายครั้ง สีหน้าของนางไม่ค่อย
ดีนัก เมื่อเผชิญหน้ากับอัจฉริยะไร้คำบรรยายเช่นหลินหมิงแล้ว นางก็ไม่รู้
ว่าจะพูดอย่างไรดี ก่อนหน้านี้นางเคยคิดว่าหลินหมิงมาที่ตำหนักสวรรค์
นิมิตฝันเทวะเพราะเขามีความคิดชั่วช้าบางอย่าง แต่ในเวลาต่อมา นางก็รู้
ว่าเขากำลังฝึกฝนกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์จริง ความสามารถของเขาเกิน
กว่าระดับความเข้าใจของนาง มันไม่อาจอธิบายได้ง่ายๆ
อันที่จริงแล้ว ท่านยายย่วนห้วนยังคงรู้สึกว่าหลินหมิงมีความลับอื่นๆ
เกี่ยวกับเขา แต่ไม่ว่านางจะจินตนาการไปไกลเพียงใด นางก็ไม่มีทางนึก
ไปถึงกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้เลย ท้ายที่สุด กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เองก็ยังเป็นปริศนาเสมอมา นางเดาได้แค่ว่าหลินหมิงมีสมบัติวิเศษ
บางอย่างในร่างกายที่ช่วยเพิ่มการรับรู้ขึ้นหลายเท่าอย่างไม่น่าเชื่อ
ด้วยการกัดฟัน ท่านยายย่วนห้วนถอดแหวนจากนิ้วของนางและพูด
อย่างเย็นชาว่า “นี่สำหรับเจ้า ที่ราชันนิมิตฝันเทวะฝากไว้”
ความคิดของหลินหมิงสะท้านและเขาหยิบแหวนมาโดยตรง
เนื่องจากราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะต้องการให้ัมนกับเขา เขาก็จะไม่
สามารถหยาบคายโดยการไม่ได้ไว้ไม่ได้ ในขณะที่เขาไม่อาจพบนางได้
ในตอนนี้ หลินหมิงก็คำนับและพูดว่า “ขอบคุณผู้อาวุโส และฝาก
ขอขอบคุณราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะในนามของผู้เยาว์ด้วย ผู้เยาว์จขอตัว
ลา”
ในขณะที่เขาพูดจบ หลินหมิงเปลี่ยนเป็นลำแสงสีฟ้าและบินหายไป
ท่านยายย่วนห้วนถูกทิ้งให้อยู่ในความงุนงง ยังจากนั้นเป็นเวลานาน
สีหน้าของนางก็กลับเป็นปกติอีกครั้ง นางพูดพึมพำกับตัวเองว่า “รุ่นเยาว์
ในยุคนี้เริ่มน่าหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ หลินหมิงผู้นี้… เป็นสัตว์ประหลาด
ในร่างมนุษย์ การรับรู้ของเขา…มันไม่สามารถจินตนาการได้…”