Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,338 การค้นหารากจิตวิญญาณ
“ลวดลายสีดำของอสรพิษนี้มีออร่าเท่ากับพลังของนักสู้ขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นที่อ่อนแอที่สุด…”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน เขาสามารถรู้สึกถึงระดับความแข็งแกร่ง
โดยประมาณของมัน พละกำลังเช่นนี้ไม่มีอันใดสำหรับเขา แต่สำหรับ
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬที่อยู่ข้างหลังเขานั้น มันก็เพียงพอที่จะ
ทำลายพวกเขาทั้งหมดได้
หลินหมิงเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน หากนี่เป็นสถานการณ์ปกติ
และเขาเป็นนักสู้สัญจรสามัญ หลังจากเดินไปอีก 10 ก้าวต่อจากนี้ พวก
เขาก็จะตายกันหมดอย่างไม่ต้องสงสัย
หลินหมิงไม่ต้องการเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาเร็วเกินไป ด้วย
ความคิด ตราประทับนิมิตฝันเทวะที่ไม่สามารถตรวจจับได้นั้นจมลงไปใน
บึงและเจาะเข้าไปในหัวของอสรพิษตัวนั้น
มันสั่นสะท้านเมื่อทะเลแห่งจิตวิญญาณของมันเต็มไปด้วยภาพมายา
มากมาย จากนั้นมันก็ตกสู่สภาพง่วงเหงาและหลับไปทันที่
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงจึงพาคนอื่นๆเดินทางไปได้อย่างปลอดภัย
ระหว่างทาง พวกเขาพบกับสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตรายหลายครั้ง
แต่ทุกครั้ง หลินหมิงได้แทรกแซงทะเลแห่งวิญญาณของสัตว์อสูรเหล่านั้น
ด้วยกฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ และทำให้มันหลับลึกในทันที่ มันยังไม่ได้มี
สถานการณ์ที่พวกเขาถูกซุ่มโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว
มันทำให้ชายหัวล้านรู้สึกประหลาดใจ โชคของเด็กคนนี้ดีถึงเพียงนี้?
ในขณะที่ชายหัวล้านกำลังคิดเช่นนี้ หลินหมิงพูดอย่างกระทันหันว่า
“พี่ชาย มันผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมงแล้ว ท่านคิดว่า…”
ชายหัวล้านขมวดคิ้ว เขารู้ว่าหลินหมิงต้องการเปลี่ยนหน้าที่
แต่เดิมเขาคิดว่าหลินหมิงอยู่ไม่ได้นาน บางที… บึงสีดำที่นี่อาจไม่ได้
อันตรายอย่างที่คิด
“คนขี้ขลาดที่กลัวความตายจะไม่มีอนาคตเลย! จงเฟิง ไปเปลี่ยน
หน้าที่กับเขา” ชายหัวล้านกล่าวกับชายตัวสูงอีกคน
“ไม่มีปัญหา!” จงเฟิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นศิษย์หลักของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ และมี
แม้กระทั่งศิษย์ลับหลายคนของเทียนหมิงจื่อที่นี่ ความจริงก็คือ ศิษย์ของ
เทียนหมิงจื่อถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม มีพวกเขาหมื่นคนและมีกลุ่มใหม่ขึ้น
ทุกๆ 10 ปี มันจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะตายในป่ารุ่งอรุณปีศาจ นี่คือ
ราคาที่อัจฉริยะต้องจ่ายถ้าพวกเขาต้องการที่จะเติบโต
ชายหัวล้านตบไหล่ของจงเฟิง “บางทีข้าคงคิดมากเกินไป หากบึงสี
ดำนี้ไม่เป็นอันตรายอย่างที่ข้าคิดก็ไม่เป็นไร”
“ดี”
จงเฟิงเปลี่ยนหน้าที่กับหลินหมิงและกลุ่มก็เดินหน้าต่อไป แต่
หลังจากเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วธูป หลินหมิงก็รู้สึกได้ว่ามีสัตว์อสูรตัว
ใหญ่หลายตัวแฝงตัวอยู่ในระยะไกล มีจระเข้ยาว 100 ฟุตซ่อนตัวอยู่ใต้
ดิน และใต้จระเข้ยักษ์นี้ก็ยังมีอสรพิษสีดำสามตัว พวกมันปกปิดออร่า
ด้วยความช่วยเหลือของบึง มันเป็นไปไม่ได้ที่สัมผัสรับรู้ของนักสู้จะสัมผัส
ได้
จงเฟิงเดินไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ในเวลานี้ จระเข้ยักษ์กระโดดขึ้นมา
อย่างกระทันหัน พุ่งไปยังจงเฟิง
ด้วยเสียงที่น่ากลัวดังขึ้น จงเฟิงตกใจมาก เขาเอาค้อนออกมาและ
ทุบลงบนหลังของจระเข้ ในฐานะนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย การโจมตี
ด้วยค้อนนี้จึงคล้ายกับภูเขาที่ตกลงมา แม้ว่าจระเข้ตัวนี้จะมีผิวหนังหนา
แต่ก็ยังส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าสังเวช!
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่จระเข้ยักษ์ถูกทุบ อสรพิษสีดำทั้งสามตัวก็พุ่ง
ตามมาอีก ร่างของพวกมันเหมือนหอกพุ่งเข้าหาจงเฟิง
“ระวัง!”
ชายหัวล้านร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก แต่มันก็สายเกินไป
แล้ว
จงเฟิงเพิ่งใช้พลังไปจนหมดและยังไม่สามารถเรียกพลังใหม่ออกมา
ได้ทัน เขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีของอสรพิษดำทั้งสามนี้ได้ ยิ่งไป
กว่านั้น อสรพิษสีดำทั้งสามก็แข็งแกร่งเหมือนจระเข้ยักษ์ จระเข้ยักษ์ได้
ดึงดูดความสนใจของเหยื่อขณะที่อสรพิษสีดำจะเริ่มโจมตีซ้อน!
การซุ่มโจมตีเช่นนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกัน ผู้เชี่ยวชาญ
หลายคนจะตกตายเพราะเหตุนี้!
พัฟ!
จงเฟิงทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดโดยไม่สนใจที่จะทำลายเส้น
ชีพจรของเขา หมัดของเขาชกออกไป อัดอสรพิษตัวแรกกระเด็น แต่การ
โจมตีของอสรพิษตัวที่สองก็ทำลายปราณแท้ปกป้องร่างของเขา โดยไม่
อาจตอบสนองทัน อสรพิษตัวสุดท้ายฉกทะลุผ่านหน้าอกซ้ายของเขา!
โลหิตพุ่งขึ้นไปในอากาศ!
“บัดซบ!”
ชายหัวล้านและคนอื่นๆทั้งหมดรีบไปข้างหน้า รวมพลังของพวกเขา
เพื่อสังหารอสรพิษ
จระเข้ตัวใหญ่ต้องการโต้กลับ แต่ก็ถูกคนอื่นสังหาร ในความจริงแล้ว
ความแข็งแกร่งของมันไม่มาก มันเท่ากับนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันอยู่ในวิธีการซุ่มโจมตีที่แปลกประหลาด
ยิ่งกว่านั้น มันเป็นสัตว์อสูรที่รักษาความแข็งแกร่งของมันไว้แล้วทุ่มพลัง
โจมตีครั้งเดียว นี่จะช่วยให้สัตว์อสูรเหล่านี้สังหารนักสู้ที่แข็งแกร่งกว่า
พวกมันเล็กน้อยได้! นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมบึงสีดำนี้จึงอันตราย
ในเวลานี้ ร่างกายของจงเฟิงเต็มไปด้วยโลหิต สีหน้าของเขา
เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม – นี่เป็นอาการของการโดนพิษรุนแรง
“จงเฟิง!”
“พี่ชาย!”
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬล้อมรอบจงเฟิง พวกเขาเห็นว่ามีรู
ขนาดใหญ่ทะลุอก หัวใจของเขาถูกฉีกขาดส่วนหนึ่ง และแม้แต่โลหิตของ
เขาก็กลายเป็นสีดำ เว้นแต่จะมีโอสถสวรรค์ชั้นสูง มิเช่นนั้นมันก็เป็นไป
ไม่ได้ที่จะช่วยเขาให้รอดได้
แต่นอกเหนือจากชายหัวล้านแล้ว มันยังมีศิษย์ลับอีกสองหรือสาม
คนของเทียนหมิงจื่ออยู่ คนอื่นๆล้วนแต่เป็นศิษย์สายในทั่วไป ดังนั้นพวก
เขาจะมีโอสถสวรรค์ชั้นสูงได้อย่างไร? นั่นคือต้องเป็นโอสถในระดับโอสถ
โลกไพศาล แม้ว่าพวกเขาจะขายทุกอย่างที่มีในครอบครองและคูณด้วย
10, แต่พวกเขาก็ยังจะไม่สามารถซื้อได้
“มันหมดหวังแล้ว เราช่วยเขาไม่ได้”
ชายหัวล้านพูดอย่างเศร้า
จงเฟิงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด พิษเข้าสู่ไขกระดูกของเขา
เจ็บปวดอย่างที่สุด เขาดิ้นรน นิ้วของเขาขุดลึกลงไปในโคลนด้วยความไม่
เต็มใจที่สลักบนใบหน้า เขาเสียเลือดอย่างรวดเร็วและหน้าอกของเขายัง
ถูกฉีกขาด
“น้องชาย ข้าขอโทษ ข้ารู้ว่าพิษของงูลายดอกไม้เจ็บปวดอย่างไร้
เปรียบ แต่ไม่มีอะไรที่ข้าสามารถทำได้เพื่อช่วยเจ้า ข้าทำได้เพียงยุติความ
เจ็บปวดของเจ้าที่นี่ได้เท่านั้น” ในขณะที่ชายหัวล้านพูด เขานำดาบของ
เขาเจาะทะลุลำคอของจงเฟิง ดวงตาของซงเฟิงเบิกกว้างในขณะที่เขา
เสียชีวิต
ชายหัวล้านยืนขึ้น ใบหน้าดูน่ากลัวอย่างมาก เขาจ้องมองที่หลินหมิง
ดวงตาของเขาคล้ายกับสัตว์อสูรจ้องที่เหยื่ออย่างโหดร้าย
“ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของเจ้า! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าแล้ว เหตุใด
น้องชายของข้าจึงจะตาย!”
ชายหัวล้านตะโกนด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาเผยจิตสังหารที่
รุนแรง ในความเห็นของเขา ถ้าหลินหมิงนำทางต่อไปและไม่ขอเปลี่ยน
หน้าที่แล้ว จงเฟิงคงจะไม่ตาย
หลินหมิงปลอดภัยในการนำทาง แต่จงเฟิงกลับตาย ในความคิดของ
ชายหัวล้าน หลินหมิงได้สังหารน้องชายของเขา สำหรับเขาแล้ว ศิษย์ของ
แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬคนเดียวมีค่ามากกว่าชีวิตของนักสู้สัญจรอย่าง
หลินหมิงนับหมื่นเท่า
“เจ้าคิดว่าตนมีสถานะหรืออำนาจที่เท่าเทียมกับเรา? นักสู้สัญจร
ของโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่มิได้มีอันใดนอกจากมดปลวก และเจ้า
เป็นเพียงมดตัวใหญ่กว่าปกติเพียงเล็กน้อย ไม่มีค่าอันใด! ตอนนี้ก็กลับไป
นำทางเช่นเดิม มิเช่นนั้นเจ้าจะตายที่นี่และตอนนี้!”
หลินหมิงยังคงนิ่งเงียบเมื่อเผชิญกับจิตสังหารอย่างโจ่งแจ้ง เขาก้าว
ไปข้างหน้าและนำทางต่อไป
ดังที่ชายหัวล้านกล่าว สถานะของพวกเขาไม่เท่าเทียมกับหลินหมิง
เพียงแต่ว่าผู้ที่เป็นมดที่นี่มิใช่หลินหมิง แต่เป็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภา
ทมิฬ
ในขณะที่หลินหมิงเป็นผู้นำทาง มันก็ไม่มีอันตรายใดๆอีกเช่นเคย
เขาทำให้สัตว์อสูรดุร้ายที่ซุ่มโจมตีตกลงการหลับลึก
“เป็นไปได้อย่างไร… โชคของเจ้านี่ดีเกินไป” สีหน้าของชายหัวล้าน
นั้นน่าเกลียดมาก แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะออกจากบึงสีดำ ในเวลานี้
มีแผ่นหยกขนาดเล็กตกลงสู่ร่างกายของชายหัวล้าน ระเบิดออกและมี
ข้อความปรากฏอยู่ในใจของเขา
ชายหัวล้านกลายเป็นมึนงง “พบรากจิตวิญญาณบรรพกาลแล้ว!”
“อะไรกัน!?”
ศิษย์ที่อยู่โดยรอบทุกคนหันไปมองชายหัวล้าน แม้แต่หัวใจของ
หลินหมิงก็สะท้านเมื่อเขามองย้อนกลับไป
“ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างออกไป 3000 ไมล์ เหล่าศิษย์กลุ่ม
หนึ่งได้ค้นพบรากจิตวิญญาณบรรพกาล! เราต้องรีบสนับสนุนพวกเขา! ไป
กันเถอะ!”
ขณะที่ชายหัวล้านพูด เขาก็บินตรงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ!
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึก เขารอเวลานี้มานานแล้ว!
เหตุผลที่เขาติดตามกลุ่มชายหัวล้านและไม่สนใจเสียงเห่าหอนอย่าง
ไม่หยุดหย่อนของพวกเขานั้นไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าพวกเขาจะสามารถพบ
รากจิตวิญญาณบรรพกาลได้ ท้ายที่สุดแล้ว ป่ารุ่งอรุณปีศาจนั้นก็กว้าง
หลายหมื่นไมล์ หากต้องการพึ่งพาเพียงกลุ่มเล็กๆเพื่อค้นหารากจิต
วิญญาณบรรพกาล เหมือนกำลังงมเข็มในมหาสมุทร
ไม่ สิ่งที่เขาไว้ใจคือทุกคนที่กำลังช่วยกันหา ด้วยศิษย์ของแดน
ศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬและนักสู้สัญจรร่วมมือกัน ประสิทธิภาพในการค้นหา
จึงเพิ่มขึ้นมหาศาล
จากนั้น ศิษย์ 10 คนของแดนแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬก็บินติดตาม
ชายหัวล้านไป หลินหมิงเองก็ตามมาจากด้านหลัง บินด้วยความเร็วที่ไม่
เร่งรีบ
ในขณะที่คนเหล่านี้บินไป พวกเขาก็เลือกที่จะกลับไปตามเส้นทางที่
พวกเขาเพิ่งไป นี่เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด สัตว์อสูรดุร้ายบนเส้นทาง
นี้ถูกทำให้หลับลึกโดยหลินหมิงไปแล้ว ดังนั้นจะไม่มีปัญหาใดๆเลย
“เจ้าสารเลวนั่น มันกล้าตามเรามาจริงๆ ดี มันยังคงสามารถใช้
ประโยชน์ได้อีก”
ชายหัวล้านคิดว่าหลังจากทำให้หลินหมิงกลัวแล้วเขาคงจะหนีไป
โดยเร็วที่สุด แต่เขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะกล้าที่จะติดตามพวกเขาต่อไป
“ฮิฮิ เจ้านั่นไม่มีทางเลือกนอกจากต้องติดตามเรามา หากเขาอยู่ใน
ป่ารุ่งอรุณปีศาจด้วยตัวคนเดียว มันจะมิได้กลายเป็นอันใดไปนอกจาก
อาหารสำหรับสัตว์อสูรที่นี่”
ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬไม่ได้ใส่ใจกับหลินหมิงต่อไป พวก
เขาบินเร็วขึ้น แต่ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะดูราวกับว่าเขาไม่สามารถตาม
ความเร็วได้อีกต่อไป แต่เขาก็ไม่เคยล้าหลังมากเกินไป