Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,339 มิติโกลาหล
ชายหัวล้านและกลุ่มของเขาบินไปในอากาศอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็
ผ่านหมอกหนาทึบและมาถึงพื้นที่เปิดโล่งกว้าง มีเกือบร้อยคนรออยู่ที่นี่
แล้ว
พวกเขาสวมชุดของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ คนที่เป็นผู้นำนั้นตัวสูง
ด้วยคิ้วเหมือนดาบ และนัยน์ตาเหมือนดวงดาว เขายืนอยู่บนกงล้อ ถือ
ดาบหนักสีดำในมือ ร่างกายทั้งหมดของเขาปลดปล่อยแรงกดดัน; แรง
กดดันเช่นนี้เกิดขึ้นจากการยืนเหนือผู้อื่นเป็นเวลานาน
เขาเป็นนักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้น และรากฐานของเขานั้นก็
แข็งแกร่งมาก พลังงานกระเพื่อมภายในร่างกายของเขา เพียงการมองก็
สามารถรู้ได้ว่าเขามิใช่นักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์สามัญ
เมื่อชายหัวล้านเห็นคนผู้นี้ เขาก็โค้งคำนับและพูดว่า “คารวะต่อท่าน
จ้าวโถงโยว”
ในโลกของนักสู้ สถานะมีความสำคัญและเข้มงวด เป็นที่ชัดเจนว่า
ชายหัวล้านเคารพจ้าวโถงโยวเป็นอย่างมาก
จ้าวโถงผู้นี้มีชื่อว่า โยวฝูกวาง สำหรับใครบางคนที่จะเป็นจ้าวโถง
ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬทั้งที่อยู่เพียงขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ได้นั้น มัน
ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เป็นที่ชัดเจนว่าบุคคลนี้มีสถานะที่สำคัญในแดน
ศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ
นอกจากนี้ แซ่ของเขายังคือ โยว นี่ก็หมายความว่าเขาเป็นผู้สืบทอด
ของของเทียนหมิงจื่อ
โยวฝูกวางมองไปยังชายหัวล้านแล้วมองไปยังคนที่อยู่ข้างหลังเขาที
ละคน ดวงตาของเขาหยุดอยู่กับร่างของหลินหมิงชั่วครู่ก่อนที่จะกวาดไป
ต่อ
“ผู้บ่มเพาะรากฐานไม่แน่นให้ไปยังด้านข้าง”
ศิษย์ใต้บัญชาโยวฝูกวางตะโกนที่หลินหมิงและคนอื่นๆเพื่อเคลียร์
ทาง ใครๆก็สามารถมองเห็นที่ด้านข้างว่ามีนักสู้สัญจรหลายสิบคนอยู่ที่นี่
แล้ว
“รวมผู้บ่มเพาะรากฐานไม่แน่นไว้มากมายถึงเพียงนี้?”
ชายหัวล้านให้หลินหมิงมาด้วยเพราะเดิมทีเขาคิดว่าหลินหมิงจะเป็น
ประโยชน์กับเขา เขาไม่เคยคิดเลยว่ากลุ่มอื่นจะนำผู้บ่มเพาะที่ไม่แน่น
จำนวนมากมาด้วย นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้ก็ด้อยกว่า
ของหลินหมิงอย่างชัดเจน คนเหล่านี้จะช่วยในการจับรากจิตวิญญาณ
บรรพกาลได้อย่างไร พวกเขาไม่สามารถมีคุณสมบัติในการเป็นทหารแดน
ตายได้ด้วยซ้ำ
“เก็บพวกเขาไว้กับเรายังมีประโยชน์ ไปกันเถอะ”
ในขณะที่โยวฝูกวางพูด เขาดึงเอาหกเครื่องรางสีม่วงออกมาจาก
แหวนมิติของเขาและโยนมันไปในอากาศ จากนั้น หลินหมิงก็แปลกใจกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น หกเครื่องรางสีม่วงหมุนวนอยู่ในอากาศอย่าง
ต่อเนื่องจนกระทั่งพวกเขากลายเป็นประตูมิติเวลาสีม่วง
“เข้าไป!”
โยวฝูกวางโบกมือแล้วบินไปยังประตูมิติ
“นี่มัน…”
ดวงตาของหลินหมิงเบิกกว้างขึ้น หกเครื่องรางสีม่วงนี้ดูไม่น่ากลัวนัก
แต่พวกมันสามารถเจาะผ่านมิติและสร้างช่องว่างมิติได้
เป็นที่ทราบกันดีว่าภายในแดนเทวะนั้น มีการเคลื่อนย้ายผ่านมิติ
เพียงครั้งเดียวก็จะต้องใช้พลังงานปริมาณมาก และสำหรับการสร้าง
ช่องว่างมิติที่มีเสถียรภาพและรักษามันไว้ได้นั้น พลังงานที่ต้องใช้จะยิ่งมี
สัดส่วนที่มหาศาล
ที่ด้านข้างของหลินหมิง ชายชุดสีดำเห็นความประหลาดใจของเขา
และพูดว่า “สหาย เจ้าดูเหมือนจะมิได้มาจากโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่
ใช่หรือไม่?”
หลินหมิงหันหน้า ผู้ที่กล่าวออกมามีรูปร่างหน้าตาขี้แหร่และดูต่ำ
ต้อยมาก ระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง และ
รากฐานอ่อนแออย่างมาก เขาเป็นผู้บ่มเพาะรากฐานไม่แน่นโดยทั่วไป
ข้างๆเขามีหญิงสาวสวมชุดสีน้ำเงิน นางมีหน้าตาน่ารักและรูปร่างได้
สัดส่วน ผิวของนางดูตึงและนุ่มนวล
“ใช่” หลินหมิงส่ายหัว เขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่น่าจะเป็นสิ่งที่เป็น
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากเป็นกรณีนี้
เขาจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนอะไรเลย
“ข้าก็คิดเช่นนั้น…” ชายชุดคลุมสีดำส่ายหัว “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาที่โลก
รุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไร นี่คือดินแดนที่เจ้าไม่ควรเหยียบย่ำเข้า
มา สถานที่ทั้งหมดนี้อยู่ในความโกลาหล และเป็นไปไม่ได้เลยที่นักสู้ญจร
จะรอดไปได้นานเช่นกัน แม้แต่นิกายขนาดเล็กจำนวนมากก็ยังพบว่ายาก
ที่จะได้รับการตั้งหลัก สำหรับนิกายเล็กๆเหล่านี้ การถูกกำจัดในชั่ว
ข้ามคืนเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป”
ขณะที่ชายสวมชุดดำพูด ผู้หญิงข้างเขาก็พยักหน้าตลอดเวลา
“ข้าและน้องสาวของข้าเกิดที่นี่ ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับ
มัน เราไม่มีวิธีการเดินทางระหว่างดวงดาว ดังนั้นเราจึงทำได้เพียงอยู่ที่นี่
ต่อไปด้วยความกลัว”
หลินหมิงกล่าวว่า “หากท่านไม่แข็งแกร่ง การอยู่อาศัยที่ใดไม่ใช่เรื่อง
ง่ายอยู่ดี พี่ชาย ข้าขอถามท่านว่าช่องว่างมิติเวลานี้คือสิ่งใด?”
“เจ้าอาจไม่ทราบ แต่ที่ตั้งของป่ารุ่งอรุณปีศาจนี้พิเศษ มีข่าวลือว่าใน
อดีตว่าเคยมีการต่อสู้ทางโลกระหว่างเทพและปีศาจในอดีตอันยาวนาน
การล่มสลายของสงครามครั้งใหญ่ทำให้เกิดหลุมมิติอวกาศจำนวนมากที่
แทงทะลุม่านพลังของโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ รวมถึงโลกแปลกแยก
และดินแดนอีกนับไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้ มิติของที่นี่จึงซับซ้อนอย่างยิ่ง ยิ่งเจ้า
ไปเข้าไปลึกมากเท่าใด มันก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่ขั้นผู้ปกครอง
เทวะหรือราชันพิภพก็ยังไม่กล้าเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของป่ารุ่งอรุณ
ปีศาจ มิเช่นนั้น เมื่อพวกเขาเข้าไปในเขาวงกตมิติเหล่านี้แล้ว พวกเขา
อาจหลงอยู่ภายในช่องว่างมิติของที่นี่ ซึ่งไม่เสถียรอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มต้น
ดังนั้นการสร้างช่องว่างมิติขึ้นจึงมิไม่ใช่เรื่องยาก นี่เป็นวิธีการเดินทางที่
ปลอดภัยเล็กน้อย ในทางกลับกัน การเคลื่อนย้ายผ่านช่องว่างมิตินั้นก็มี
ความเสี่ยงมากกว่า หากเจ้าไม่ระวัง เจ้าอาจพาตัวเองไปสู่โลกที่โกลาหล
และไม่อาจออกมาได้”
“โอ้? มีอะไรเช่นนั้นด้วยหรือ?” จิตใจของหลินหมิงสะท้าน การต่อสู้
ที่ยิ่งใหญ่ระหว่างเทพและปีศาจนี่มันคืออะไรกัน? ‘เทพ’ และ ‘ปีศาจ’
หมายถึงบุคคล? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุผลที่มีเผ่าพันธุ์ปีศาจมากมายใน
โลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่นั้นเกี่ยวข้องกับสงครามอันยิ่งใหญ่ระหว่าง
เทพและปีศาจ?
“ดูเหมือนว่าในหลายวันที่ผ่านมาข้าจะได้อยู่เพียงในพื้นที่รอบนอก
สุดของป่ารุ่งอรุณปีศาจเท่านั้น ข้าไม่ได้ไปไหนไกลเลย”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเรื่องนี้ เขาได้บินไปในช่องว่างมิติแล้ว ทุก
สิ่งภายในช่องว่างมิตินี้ถูกบิดเบือน ในทันที่ ภาพมากมายปรากฏขึ้น ภาพ
เหล่านี้ดูราวกับว่าพวกมันปรากฎอยู่นาน แต่กลับปรากฎแค่เสี้ยววินาที่
จากนั้น มิติก็เปิดขึ้นที่ด้านหน้าหลินหมิง
เมื่อเขาออกจากช่องว่างมิติ เขาก็มาถึงป่าดึกดำบรรพ์อีกแห่งหนึ่ง
ป่านี้ดูเกือบจะเหมือนก่อนหน้า มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกแยะ
ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ หากเขาเข้าไปในป่ารุ่งอรุณปีศาจลึกเกินไป
แล้ว มันก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะหลงทาง
ในบริเวณป่าแห่งนี้ มันมีคนอีกร้อยคนรออยู่ก่อนแล้ว ในบรรดาคน
เหล่านี้ มันมีผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ 6 คน
“จ้าวโถงไป่, จ้าวโถงลั่ว พวกท่านต้องรอซะนาน”
โยวฝูกวางกุมมือคารวะ แม้ว่าคนหกคนนี้จะเป็นขั้นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นจ้าวโถงเหมือนกับโยวฝูกวาง มันสามารถ
เห็นได้จากสิ่งนี้ว่าศักยภาพของ 6 คนนี้ด้อยกว่าโยวฝูกวางมาก พวกเขา
เป็นเพียงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์วสามัญ
“มันได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ ไปจับกุมรากจิตวิญญาณบรรพกาลกัน”
“เราไม่ควรจะรอต่อไปอีกเล็กน้อยหรือ? เรายังขาดกำลังคน จ้าวโถง
ฉิงจะตามมาในอีกไม่นาน หากเรารอเขา การจับรากจิตวิญญาณบรรพ
กาลจะสำเร็จได้อย่างง่ายดาย”
“ไม่จำเป็นต้องรอ รากจิตวิญญาณบรรพกาลนั้นมีความคุ้นเคยกับป่า
รุ่งอรุณปีศาจมากกว่าเรา ถ้าเรารอให้จ้าวโถงฉิงมาถึง ใครจะรู้ว่ามันจะไป
ได้ที่ไหนอีก”
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้การเคลื่อนย้ายทะลวงมิติในส่วนลึกของป่ารุ่ง
อรุณปีศาจ แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองเทวะก็ยังต้องบินเอาเท่านั้น
นอกจากนี้ ป่ารุ่งอรุณปีศาจยังเป็นดินแดนที่กว้างใหญ่ หากต้องการ
ค้นพบรากจิตวิญญาณบรรพกาลในช่วงเวลาสั้นๆและยังต้องรอรวมทุกคน
แล้ว มันก็จะเสียเวลาและพลาดโอกาส
“ไม่เป็นไร หากเราสามารถจับรากจิตวิญญาณบรรพกาลได้ นั่นจะ
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเราทุกคน”
กลุ่มคนหลายร้อยคนบินรอบๆอยู่พักหนึ่ง ชายชราผู้หนึ่งได้นำทาง
ถือเครื่องรางในมือของเขาและหาตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทาง เขา
ยังส่งชุดยันต์สื่อสารออกไปด้วย เขาต้องการที่จะติดต่อกับศิษย์ที่พบราก
จิตวิญญาณบรรพกาล แต่เขากลับไม่ได้รับการตอบสนองใดๆเลย
“ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับพวกเขา ศิษย์เหล่านั้นน่าจะตายไปแล้ว”
“อืม…” ชายชราพยักหน้า สีหน้าของเขาหม่นหมอง แม้ว่ารากจิต
วิญญาณบรรพกาลเป็นพืชจิตวิญญาณ แต่ก็ยังสามารถกลืนกินมนุษย์ได้
พืชจิตวิญญาณประเภทต่างๆเหล่านี้สามารถใช้รากเกี่ยวพันร่างของ
พวกเขา ดูดเนื้อหนังและโลหิตของพวกเขา มันจะใช้เวลาเพียงชั่วครู่ใน
การดูดร่างมนุษย์จนแห้ง
“ที่นี่แหละ!
ชายชราผู้มีเครื่องรางได้หยุดอยู่บนท้องฟ้าเหนือส่วนหนึ่งของป่า ไม่
มีอะไรที่ดูเหมือนเคยเกิดขึ้นในบริเวณนี้
“ระวังตัวด้วย รากจิตวิญญาณบรรพกาลนี้เป็นพืชจิตวิญญาณธาตุไม้
เมื่อมันซ่อนตัวอยู่ในป่า มันหายากอย่างมาก มันสามารถซุ่มโจมตีเราได้
ทุกเมื่อ”
ผู้ทรงพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกนำทางสู่การบินเข้าไปในป่า แต่ทันทีที่พวก
เขาเข้ามาใกล้ ต้นไม้ทั้งหมดในสภาพแวดล้อมดูเหมือนจะขยับได้ เถาวัลย์
นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่นักสู้ในท้องฟ้า ราวกับว่าพวกมันกำลังจะดูดพวกเขา
ทั้งหมด
“หืม?”
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่นำทางนั้นกลายเป็นตกใจ “ระวัง! พื้นที่ป่าและ
พืชทุกชนิดที่นี่ถูกควบคุมโดยรากจิตวิญญาณบรรพกาล!”
ชายชราคนที่ถือเครื่องรางตะโกนออกมาดังๆ ในเวลาเดียวกัน ป่าทั้ง
ผืนก็ละลายกลายเป็นป่าพรุสีดำ ต้นไม้เริ่มส่ายราวกับจิตวิญญาณปีศาจ!
“ไม่! นี่ไม่ใช่ป่าเลยแม้แต่น้อย! ต้นไม้ทุกต้นที่นี่มีรากย่อยของรากจิต
วิญญาณบรรพกาล! พวกมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกายหลัก!”
รากจิตวิญญาณบรรพกาลได้อยู่ในส่วนนี้ของป่ามาเป็นเวลานานและ
ดูดพลังงานจากโลกโดยรอบ มันทำให้พื้นที่ทั้งหมดนี้กลายเป็นป่าพรุที่
เต็มไปด้วยก๊าซพิษ จากนั้น มันก็ใช้รากย่อยเพื่อปลอมตัวเป็นป่าบริเวณนี้
วิธีการเหล่านี้ทำให้หลินหมิงประหลาดใจมาก ในใจของหลินหมิง เดิมที
เขาคิดว่ารากจิตวิญญาณบรรพกาลนั้นมิได้เป็นอันใดนอกจากโสมที่มี
ขนาดใหญ่กว่าปกติ แต่เพราะมันมีชีวิตรอดมาได้เป็นเวลานาน มันจึง
ได้รับปัญญาของตัวเองและสามารถหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมได้ เมื่อเวลา
ผ่านไป มันอาจมีการพัฒนาความสามารถในการป้องกัน แต่เขาไม่เคยคิด
เลยว่ารากจิตวิญญาณบรรพกาลจะน่ากลัวถึงเพียงนี้!