Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,355 การป้องกันของราชันสวรรค์บรรพกาล
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,355 การป้องกันของราชันสวรรค์บรรพกาล
ในโลกของแดนเบื้องล่างที่อ่อนแอเช่นนี้ ม่านพลังแสงสีเทาที่ความ
ลึกลับกลับปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน แม้กระทั่งสะท้อนการโจมตีของเขา
เองได้ เทียนหมิงจื่อไม่เคยฝันว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ช่วงเวลาหลังจากที่เทียนหมิงจื่อโจมตีทุ่มสุดตัวเขาก็ย่อมหมดแรงไป
ชั่วขณะ ในขณะที่เขาเห็นเทพอสูรจุติสะท้อนกลับมา เขาก็รีบถอยหลัง
อย่างรวดเร็วและรีบสร้างตราประทับนับพันขึ้นทันที่
บึมมมมมมมม!
แสงสีดำระเบิดและห้วงมิติอันกว้างใหญ่ยุบลง ร่างกายของเทียนหมิ
งจื่อสั่นไหว โลหิตปั่นป่วนขณะที่ชุดคลุมของเขาถูกฉีกขาดออกจากกัน
เทียนหมิงจื่อไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะถูกโจมตีด้วยพลังของตนเอง
“มันเกิดบ้าอันใดขึ้นกันแน่?
คิ้วของเทียนหมิงจื่อชันขึ้น ความคิดแรกของเขาคือมีผู้ทรงพลังไร้
เปรียบลึกลับมาปกป้องหลินหมิง แต่ในขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็
ปฏิเสธความคิดนั้นทันที่ หากมีใครบางคนมาปกป้องหลินหมิงอย่าง
แท้จริงแล้ว หลินหมิงก็จะไม่จำเป็นต้องหนีไปในลักษณะเช่นนั้น ซึ่งถูก
บังคับให้เข้าสู่พายุมิติซึ่งเขาเกือบจะตกตายไป
มีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับดาวเคราะห์นภารินไหล!
เมื่อเทียนหมิงจื่อคิดถึงสิ่งนี้ เขาจึงส่งสัมผัสรับรู้ออกไปตรวจสอบ
อย่างละเอียดถี่รอบดาวเคราะห์นภารินไหล แต่ด้วยความประหลาดใจ
เขาค้นพบในทันทีที่สัมผัสรับรู้กำลังจะบุกเข้าไปในชั้นบรรยากาศของ ดาว
เคราะห์นภารินไหล ซึ่งมันได้ถูกตัดขาดอย่างรุนแรง ไม่สามารถไปต่อได้
แม้เพียงครึ่งก้าว
มันยังคงเป็นม่านพลังแสงสีเทาเช่นเดิม พื้นผิวของม่านพลังถูกปก
คลุมด้วยลวดลายเต๋าโบราณ ลวดลายเต๋าโบราณเหล่านี้ดูเหมือนลวดลาย
ที่อยู่บนหินกลียุค เต็มไปด้วยความลึกลับอย่างที่สุด
ออร่าที่ม่านแสงนี้เปล่งออกมานั้นไร้ขอบเขตและกว้างใหญ่ ทำให้
เทียนหมิงจื่อตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับรูปแบบค่ายกลม่านพลังแสงสีเทา เขารู้สึกราวกับ
ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับรากฐานที่มั่นคงของเอกภพ ไม่อาจสั่นคลอนได้
จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว มันจะเห็นได้ว่าผู้ที่วางรูปแบบค่ายกลนี้ทรงพลัง
มากกว่าเขาหลายร้อยเท่า!
นี่เป็นข้อมูลที่น่าทึ่งมาก มันหมายความว่าบุคคลนี้เป็นผู้ทรงพลังขั้น
ราชันสวรรค์ และแม้กระทั่งผู้ทรงพลังชั้นยอดในบรรดาราชันสวรรค์ด้วย
ซ้ำ
ในทั่วทั้งแดนเทวะ ตัวตนเช่นนี้ก็มีอยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น
“มีรูปแบบค่ายกลเช่นนี้มีป้องกันดาวเคราะห์นภารินไหลอยู่?”
เทียนหมิงจื่อตะลึงไม่หาย ม่านพลังนี้ปลดปล่อยความรู้สึกของเวลา
อันเนินนาน มันอาจเป็นไปได้ว่าท่านพลังนี้มีอายุหลายหมื่นปีแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อหมื่นปีก่อน เมื่อหลินหมิงยังไม่ได้เกิด ผู้ทรงพลัง
ลึกลับบางคนได้วางการป้องกันไว้รอบดาวเคราะห์นภารินไหล!
เทียนหมิงจื่อไม่สัมผัสได้ว่าใครที่เป็นผู้สร้างรูปแบบค่ายกลนี้ แต่เขา
รู้สึกเลือนลางได้ว่าหน้าที่ของรูปแบบค่ายกลป้องกันนี้คือการกันผู้ทรง
พลังจากที่อื่น และไม่ปิดกั้นต่อผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำ
“มีความลับอันใดอยู่ในดาวเคราะห์นภารินไหลกันแน่?”
เทียนหมิงจื่อไม่เชื่อว่าโลกที่รกร้างว่างเปล่าเช่นนี้จะกระตุ้นความ
สนใจของผู้ทรงพลังจากแดนเทวะ เป็นไปได้ว่าดาวเคราะห์นภารินไหลมี
ความลับบางอย่าง
และความลับนี้อาจเกิดจากความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งของหลินหมิง
มิเช่นนั้นแล้ว ก็ยากที่จะจินตนาการได้ว่านักสู้จากแดนเบื้องล่างจะ
สามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้เยาว์อันดับหนึ่งในแดนเทวะได้
“การโจมตีของข้าถูกป้องกัน แต่หลินหมิงกลับสามารถเข้าไปได้โดย
ไม่ถูกขัดขวาง ม่านพลังนี้อาจปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาหรืออาจ
ป้องกันไม่ให้เพียงนักสู้ที่อยู่เหนือขั้นเทพสมุทรเข้าไปหรือไม่?”
เทียนหมิงจื่อคิดได้เช่นนี้ทันที่
หากเขาเข้าไปไม่ได้แต่หลินหมิงทำได้ง่าย นั่นหมายความว่ามีปัจจัย
จำกัดที่ขัดขวางไม่ให้เขาทำเช่นนั้น และมีความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง
เขากับหลินหมิง การฝึกฝนของเขาสูงกว่าหลินหมิง และเขามาจากแดน
เทวะ เขาไม่ใช่คนที่มาจากดาวเคราะห์นภารินไหล
ไม่ว่าจะเป็นเหตุอันใด มันต่างก็เป็นข่าวร้าย
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอดีต เขาทำได้เพียงแค่ดูหลินหมิงเร่ร่อนอยู่ที่นี่ได้
อย่างอิสระ รูปแบบค่ายกลของผู้อาวุโสสูงสุดนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาหวังว่าจะ
ทำลายได้
สำหรับเหตุผลอย่างหลัง หลินหมิงได้รับการยกย่องว่าไร้เทียมทานใน
ขั้นเทพสมุทร แม้ว่าเขาจะส่งศิษย์ขั้นเทพสมุทรนับหมื่นจากแดนศักดิ์สิทธิ์
นภาทมิฬเพื่อไล่ตามเขา มันก็ยังคงจะไม่มีอะไรนอกจากการส่งลูกแกะไป
ขึ้นเขียง
“มันเป็นได้อย่างไร?”
เทียนหมิงจื่อขมวดคิ้ว นี่เป็นฝันร้าย ยิ่งเรื่องนี้ลากไปนานเท่าไหร่ ตัว
แปรที่ไม่รู้จักก็จะเข้ามาพัวพันมากขึ้น
และเขาก็ไม่สามารถบุกผ่านม่านพลังนี้ไปได้ เทียนหมิงจื่อต้องการ
อย่างมากที่จะสำรวจความลับของดาวเคราะห์นภารินไหล บางหน่วยัน
อาจเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ของเขาเอง
ด้วยโชคอันยิ่งใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้า มันกลับเขาไม่มีอะไรที่เขา
สามารถทำได้ เขาย่อมเกลียดความรู้สึกนี้อย่างแน่นอน
“ข้าทำได้เพียงลองเสียสละ เพียงและหวังว่าการเดาของข้าจะไม่
ผิด…”
สีหน้าของเทียนหมิงจื่อดูมืดมน เขาถอยกลับไปอย่างเงียบๆ กลับสู่
แดนเทวะ เขามาอย่างเงียบๆและจากไปอย่างเงียบๆโดยไม่ทิ้งร่องรอย
และสำหรับคนเหล่านั้นที่อาศัยอยู่ใน ดาวเคราะห์นภารินไหล พวก
เขาเห็นเพียงแสงศักดิ์สิทธิ์สีดำส่องแสงเหนือพวกเขา ราวกับว่าดวง
อาทิตย์สีดำปรากฎขึ้นแล้วก็หายไป มีบางอาณาจักรมนุษย์ที่เชื่อว่านี่เป็น
สัญญาณถึงลางไม่ดีจากสวรรค์ และเริ่มคุกเข่าบูชาขออภัยต่อสวรรค์
หลังจากนั้น มันก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดกับดาวเคราะห์นภารินไหล
อีก
ในเวลานี้ ที่เทือกเขามฤตยู แม่ทัพเหว่ยมองดูท้องฟ้า “มันไปแล้ว?”
ตอนแรกเขาคิดว่าอุกกาบาตอีกอันกำลังจะตกลงมา แต่เขาไม่คิดว่า
มันจะไม่เป็นอะไรนอกจากแสงวูปวาบและหายไป
ด้านข้างเขา สีหน้าของหลินหมิงนั้นมืดมนและน่ากลัว เขารู้ดีว่าแสง
ศักดิ์สิทธิ์สีดำคือการโจมตีของเทียนหมิงจื่อ!
เทียนหมิงจื่อไล่ตามเขามาจนถึงดาวเคราะห์นภารินไหลและโจมตี
ด้วยพลังสูงสุด หากการโจมตีครั้งนี้โดนดาวเคราะห์นภารินไหล มันจะ
เป็นภัยวิบัติอย่างรุนแรงสำหรับทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่ โลกที่เปราะบาง
ของแดนเบื้องล่างจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีของมหาราชันพิภพได้
“ข้าต้องขอบคุณผู้อาวุโสราชันสวรรค์บรรพกาลจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะ
เขาวางการป้องกันนี้ไว้เมื่อ 100,000 ปีก่อนเพื่อหยุดยั้งนักสู้ทุกคนที่อยู่
เหนือขั้นเทพสมุทรแล้ว ผลที่ตามมาในวันนี้คงไม่อาจคาดคิด ครอบครัว
ของข้า คนของข้าและแม้กระทั่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะต้องถูกทำลายใน
วันนี้”
หลินหมิงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาเลือกเดิมพันมาที่ดาวเคราะห์
นภารินไหล เหตุผลที่เขาเลือกที่เป็นเพราะมันมีการปกป้องราชันสวรรค์
บรรพกาล ราชันสวรรค์บรรพกาลคือตัวตนระดับใดน่ะหรือ? มิต้อง
กล่าวถึงเทียนหมิงจื่อ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญราชันสวรรค์สามัญก็ไม่อาจคิดที่
จะผ่านม่านพลังนี้เข้ามาได้
“นั่นมันปรากฏการณ์ทางโลกเช่นใดกัน?” แม่ทัพเหว่ยพึมพำกับ
ตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ในเวลานี้เขาดูเหมือนจะจดจำบางสิ่ง
บางอย่างได้ เขาป้องหมัดและพูดกับหลินหมิง “สหาย ข้าควรจะเรียกเจ้า
ว่าอะไร?”
การบ่มเพาะของหลินหมิงดูราวกับว่าอยู่ในกึ่งเทพสมุทร ถ้าสิ่งนี้เป็น
จริง เขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า ในทวีป
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรนั้นค่อนข้างหายากและมีค่า
ดังนั้นแม่ทัพเหว่ยจึงสุภาพมาก
“ข้าชื่อหลินโม่” หลินหมิงกล่าวอย่างราบเรียบ ชื่อของหลินหมิงเป็น
ที่รู้จักกันดีในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ และเขายังเป็นที่รู้จักกันในนามของจ้าว
แห่งที่ราบโลหิตสังหาร มันจะลำบากถ้าคนอื่นค้นพบสถานะของเขา
แม่ทัพเหว่ยพูดจาสุภาพกับหลินหมิง บทสนทนาของพวกเขาส่วน
ใหญ่เกี่ยวกับการตกลงมาของอุกกาบาต เขาต้องการที่จะสอดแนมรอบๆ
สำหรับเบาะแสใดๆเกี่ยวกับหลินหมิงทำที่นี่
แต่หลินหมิงก็แค่ยืนยันว่าเขามาที่นี่เพื่อผจญภัย จากนั้นเนื่องจาก
การตกลงของอุกกาบาต มันจึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและหลังจาก
นั้นเขาก็มาเจอกับพวกของแม่ทัพเหว่ย
องค์ชายแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์จัดกลุ่มคนเพื่อค้นหาปล่องภูเขาไฟ
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่พบอะไรเลย
“พี่หลิน ท่านวางแผนจะทำสิ่งใดต่อไป?”
“ไปยังที่ราบโลหิตสังหาร” หลินหมิงตอบกลับโดยไม่ปกปิดอะไรเลย
“โอ้? เราเองก็กำลังมุ่งหน้ากลับไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเรา
แม้ว่าเราจะไม่ผ่านที่ราบโลหิตสังหาร แต่พวกมันก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน
เมื่อพูดถึงมัน การเดินทางครั้งนี้ทั้งหมดก็เป็นเรื่องตลก เรามาที่นี่เพื่อ
เทือกเขามฤตยูในการได้รับประสบการณ์ แต่ผลที่ตามมาก็คือ เมื่อเรา
มาถึงเทือกเขามฤตยูก็หายไปต่อหน้าต่อตา” แม่ทัพเหว่ยยิ้มอย่างข่มขื่น
ราวกับว่าสวรรค์กำลังเล่นตลกกับเขา
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าปลายทางของคนเหล่านี้
ไปในทิศทางเดียวกันกับที่ราบโลหิตสังหาร แต่เขาก็สามารถยืนยันได้ว่า
พวกเขาพยายามที่จะเอาชนะใจเขาด้วยการช่วยเหลือเขา อย่างไรก็ตาม
แม้หลินหมิงจะดูเหมือนอยู่ในระดับการบ่มเพาะเช่นนี้ แต่ก็ยังคงเป็น
ความสำเร็จที่โดดเด่นสำหรับนักสู้ของแดนเบื้องล่าง
หลินหมิงไม่ได้ปฏิเสธการเดินทางไปด้วยกัน เขาชอบหน่วยมังกรวารี
ปีกนี้มาก สายเลือดของมังกรวารีปีกเหล่านี้ได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งผ่านการผสมพันธุ์ และพวกมันก็สามารถเดินทางได้หลายแสน
ไมล์ในหนึ่งวัน เมื่อรวมกับค่ายกลเคลื่อนย้าย พวกมันก็จะสามารถไปถึงที่
ราบโลหิตสังหารได้อย่างรวดเร็ว
หากไม่มีคนเหล่านี้ มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับหลินหมิงที่จะหาค่าย
กลเคลื่อนย้ายที่เหมาะสม ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถ้าเขา
พึ่งพาการบิน มันก็ไม่เพียงแต่เขาจะช้า แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหาพัก
และเข้าฌานฟื้นฟูตนเอง มันจะล่าช้าในการฟื้นฟูอย่างมาก
หลินหมิงไม่รู้ว่าวิธีการใดที่เทียนหมิงจื่อจะตัดสินใจใช้จัดการกับเขา
ดังนั้นเขาจึงต้องฟื้นฟูบาดแผลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็เข้าสู่
อเวจีปีศาจอมตะอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ เขาก็จะรู้สึก
ปลอดภัยมากขึ้น
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงก็เดินทางไปพร้อมกับแม่ทัพเหว่ยและกลุ่มของ
เขา สำหรับเทียนหมิงจื่อ เขาได้กลับไปยังโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่แล้ว
ลึกเข้าไปในแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬ ที่ตำหนักปีศาจนภาทมิฬ ศิษย์
รุ่นเยาว์หลายคนกำลังรีบเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดดู
ตกใจเล็กน้อย พวกเขาทั้งหมดได้รับคำสั่งให้มาชุมนุมฉุกเฉิน คำสั่งนี้จะไม่
ถูกส่งออกเว้นแต่ว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
รุ่นเยาว์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะในโลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่
มันมีทั้งหมด 12 คนและอยู่ในขั้นเทพสมุทร โยวหวูจิ่นเองก็เป็นหนึ่งใน
นั้นด้วย
ศิษย์ทั้ง 12 คนเข้ามาในตำหนักปีศาจนภาทมิฬและคุกเข่าลงต่อ
หน้าเทียนหมิงจื่อ
“พวกเราขอคารวะท่านจ้าวตำหนัก!”
เทียนหมิงจื่อสวมชุดคลุมยาวสีดำ เขายกมือขึ้น และแหวนหนึ่งบิน
เข้าไปยังมือของโยวหวูจิ่น
“พวกเจ้าทุกคนจะไปยังแดนเบื้องล่างกับข้า ข้าต้องการให้พวกเจ้า
ไปยังดาวเคราะห์ในแดนเบื้องล่าง หาคนหนึ่งที่นั่นแล้วฆ่าเขา!”
ขณะที่ที่เทียนหมิงจื่อพูดขึ้น ผู้เยาว์เหล่านี้ต่างก็ตกตะลึง มีใครบ้าง
คนในแดนเบื้องล่างสามารถกระตุ้นความสนใจอย่างมากจากเทียนหมิงจื่อ
จนเขาต้องส่งคำสั่งการชุมนุมฉุกเฉิน?
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุเทียนหมิงจื่อจึงไม่ไปเองแต่กลับจะส่งพวก
เขาไปแทน
“การฝึกฝนของบุคคลนี้อยู่ที่ขั้นเทพสมุทรและความแข็งแกร่งของ
เขาไม่อาจหยั่งรู้ได้ พวกเจ้าทั้งหมดอาจจะมิใช่คู่มือของเขา หลังจากที่เจ้า
ค้นพบเขาแล้ว ก็อย่าต่อสู้กับเขา จงเอาแหวนที่ข้าให้ไว้ออกมาแล้วบดขยี้
มัน หลังจากนั้นเจ้าอาจฆ่าเขาได้”
ในขณะที่เทียนหมิงจื่อพูดเช่นนี้ ทุกคนต่างก็ตกใจ ดูเหมือนว่าพวก
เขาจะไม่มั่นใจเกินไปกับคำพูดเหล่านี้ กระทั่งพวกเขาทั้งหมด 12 คน
รวมกันก็ยังจะมิใช่คู่มือของบุคคลผู้นี้เช่นนั้นหรือ?
เทียนหมิงจื่อไม่ต้องการพูดเพิ่มเติม เขาโบกมือและแสงสีดำพันอยู่
รอบตัวทุกคน ในวินาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงค่ายกลเคลื่อนย้ายพิเศษของ
แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬที่จะนำไปสู่แดนเบื้องล่าง
หลังจากการใช้คริสตัลตะวันม่วงจำนวนมาก เทียนหมิงจื่อก็นำศิษย์
ทั้ง 12 คนไปสู่แดนเบื้องล่าง!
ในช่วงเวลาที่แสงศักดิ์สิทธิ์ยิงขึ้นสู่บนท้องฟ้า สายลมแรงก็ยกชุดคลุม
ของเทียนหมิงจื่อ ในช่วงเวลาสั้นๆนั้น โยวหวูจิ่นมองเห็นแขนซ้ายของ
เทียนหมิงจื่ออย่างไม่ตั้งใจ เมื่อเขาเห็นสิ่งนี้ สีหน้าของเขาซีดลงในทันที่
ไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง
มือซ้ายของเทียนหมิงจื่อ ข้อมือถูกตัดขาด เลือดหยุดไหลแล้ว แต่
โยวหวูจิ่นก็สามารถเห็นกระดูกที่หักได้อย่างชัดเจน
…เป็นไปได้อย่างไร?
โยวหวูจิ่นพูดอะไรไม่ออก ผู้ใดเป็นคนตัดมือซ้ายของเขากันแน่?
เขาอยากถามโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อดวงตาของเขาสัมผัสกับวิสัยทัศน์ที่
เย็นชาและมืดมนของเทียนหมิงจื่อ เขาก็ต้องกล่ำกลืนและไม่กล้าพูด…