Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,356 โยวหวูจิ่นมาถึง
เมื่อเทียนหมิงจื่อพาพวกเขามา โยวหวูจิ่นและเหล่าศิษย์ก็มาถึงดาว
เคราะห์นภารินไหลของแดนเบื้องล่าง
เมื่อพวกเขาสัมผัสถึงพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีอันสงบนิ่ง
ของแดนเบื้องล่าง ศิษย์รุ่นเยาว์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬก็รู้สึกว่า
ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยพละกำลัง ราวกับว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น
10 เท่า
“ข้อจำกัดของกฎในแดนเบื้องล่างนั้นอ่อนแอเสียจริง”
“ใช่แล้ว ที่นี่ข้าสามารถบดขยี้ห้วงมิติและทำให้ภูเขาหลายร้อยราบ
เป็นหน้ากลองได้”
กฎอันทรงพลังของแดนเทวะเป็นเหมือนพันธนาการที่ถ่วงร่างของ
เหล่านักสู้ของแดนเทวะ แม้จะใช้ทักษะการต่อสู้แบบเดียวกัน แต่พวกมัน
ก็ดูอ่อนแอกว่าเมื่อใช้ในแดนเทวะ
แต่หลังจากมาถึงแดนเบื้องล่าง นี่ก็เหมือนกับมนุษย์ที่ไปจากดาว
เคราะห์ที่มีแรงโน้มถ่วงสูงสู่ดาวเคราะห์ที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำ พวกเขาจะ
รู้สึกเบากว่ามาก
“จงใช้มัน เข็มทิศที่ข้าให้เจ้าเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ
คุณภาพสูงที่มีเสี้ยววิญญาณของข้าอยู่ภายใน มันสามารถช่วยให้เจ้า
สำรวจดาวเคราะห์นภารินไหลและค้นหาเป้าหมายของเจ้าได้ เสี้ยว
วิญญาณภายในเข็มทิศยังบันทึกออร่าของบุคคลนั้นไว้ด้วย”
เทียนหมิงจื่อได้รับคำสั่งอย่างชัดเจน ในแดนเบื้องล่างนักสู้สามารถ
เพิ่มความรู้สึกได้มากกว่าในแดนเทวะ หากเทียนหมิงจื่อต้องลงมือทำเอง
ความรู้สึกของเขาจะสามารถครอบคลุมทั่วทั้งโลกได้ ถ้าเขาทำอย่างนั้น
การหาหลินหมิงจะทำได้ง่ายมาก
ตอนนี้เขาผนึกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไว้ในเข็มทิศ ด้วยความทรงจำของ
วิญญาณเทียนหมิงจื่อภายในเข็มทิศ ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถเข้าถึง
ระดับของเทียนหมิงจื่อเองได้ แต่ตราบใดที่พวกเขาพบพื้นที่ทั่วไปซึ่ง
หลินหมิงไป มันจะเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นที่จะพบเขา
“นี่คือกระสวยมิติ สมบัติระดับจิตวิญญาณที่ข้าสร้างขึ้นเอง มัน
สามารถใช้เดินทางผ่านมิติไปอย่างรวดเร็วในระยะทางสั้นๆ ด้วยมัน เจ้า
จะสามารถเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ใดก็ได้ในโลกนี้ที่เจ้าต้องการ และแซง
หน้าเป้าหมายของเจ้าอย่างรวดเร็ว จำไว้ว่าหลังจากที่เจ้าพบเขาแล้วจง
อย่าต่อสู้ เพียงต้องถอดแหวนที่ข้าเจ้าเท่านั้น”
ขณะที่เทียนหมิงจื่อพูด เขาก็หยิบสมบัติเรือกระสวยออกจากวง
แหวนมิติของเขา
เมื่อเหล่าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาก็จ้อง
มองหน้ากันไม่เชื่อมั่นนัก คนผู้นั้นเป็นใครกัน? แม้จะมีการบ่มเพาะเพียง
ขั้นเทพสมุทร แต่กลับทำให้เทียนหมิงจื่อต้องลงมืออย่างจริงจัง และ
กระทั่งบอกว่าพวกเขาทั้ง 12 คนรวมกันก็ยังมิใช่คู่มือของเขา
“ท่านอาจารย์ เราถูกส่งมาเพื่อฆ่าใครหรือ?” ในที่สุด โยวหวูจิ่นก็อด
ไม่ได้ที่จะถาม
เทียนหมิงจื่อมองไปยังโยวหวูจิ่น แล้วพูดอย่างชัดเจนว่า “เจ้าต้องฆ่า
หลินหมิง”
“หลินหมิง!?”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ โยวหวูจิ่นก็ตกตะลึง เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย คน
อื่นๆก็ตกตะลึงเช่นกัน
พวกเขาถูกส่งมาฆ่าหลินหมิงจริงหรือ!?
ถ้ามันเป็นหลินหมิงจริง การฆ่าพวกเขาทั้ง 12 คนนั้นจะเป็นเรื่องง่าย
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนที่หยิ่ง แต่พวกเขาก็ไม่หยิ่งถึงจุดที่จะเชื่อว่าพวก
เขาสามารถต่อสู้กับหลินหมิงได้ หลินหมิงอยู่สูงสุดของบรรดานักสู้ขั้นเทพ
สมุทร!
“เราถูกส่งมาเพื่อฆ่าหลินหมิง…”
บางคนรู้สึกว่าจิตใจอ่อนแอลง พวกเขาไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ถึงผลที่
จะตามมาจากการฆ่าหลินหมิง แม้ว่าหลินหมิงไม่ได้เป็นศิษย์ของตำหนัก
ราชันสวรรค์ แต่เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในอัจฉริยะอันดับต้นๆ ที่โปรนปราน
จากสองราชันสวรรค์ การฆ่าหลินหมิงคือการตบหน้าของสองราชัน
สวรรค์ในระดับหนึ่ง
เทียนหมิงจื่อเห็นถึงความลังเลของเหล่าศิษย์ เขาพูดอย่างเศร้าโศก
ว่า “ก่อนหน้านี้ ข้าโจมตีหลินหมิงผ่านห้วงมิติ และแม้ว่าข้าจะไม่สามารถ
ฆ่าเขาได้ แต่ข้าก็บังคับให้เขาสู่พายุมิติและทำให้เขาเจ็บปวดสาหัสอยู่ที่นี่
ตอนนี้ ด้วยแหวนที่ข้าให้พวกเจ้า การฆ่าเขาก็ไม่น่าจะยากเลย
“นี่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หลังจากประสบความสำเร็จในการฆ่า
หลินหมิง ข้าจะให้ทุกคนสาบานด้วยหัวใจปีศาจของเจ้าว่าจะไม่เปิดเผย
เรื่องนี้แม้แต่คำเดียว แน่นอนว่าข้าจะชดเชยพวกเจ้าด้วยทรัพยากรทุก
อย่างสำหรับอันตรายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนี้ และข้ายังจะเวลาส่วนตัว
เพื่อฝึกฝนพวกเจ้าด้วย สำหรับโชคและความลับในร่างกายของหลินหมิง
นั้น พวกเจ้าก็สามารถแบ่งปันกันได้ พวกเจ้าจะได้รับผลประโยชน์
มหาศาล แม้ว่าเจ้าอาจไม่สามารถเป็นราชันพิภพในอนาคตได้ แต่การ
กลายเป็นผู้ปกครองเทวะสูงสุดจะไม่ใช่ปัญหาเลย และเจ้ายังอาจมีโอกาส
ได้เป็นกึ่งราชันพิภพได้อีก สำหรับเจ้า หวูจิ่น ตราบใดที่เจ้าไม่พินาศที่นี่
เจ้าจะกลายเป็นราชันพิภพได้!”
เทียนหมิงจื่อได้นำเงื่อนไขทุกประเภทออกมาล่อลวง เมื่อได้ยิน
เงื่อนไขเหล่านี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น การแสวงหาความมั่งคั่งเป็น
สิ่งที่มาพร้อมกับอันตรายเสมอ นี่เป็นโชคอย่างแท้จริงสำหรับพวกเขา
แสงที่เฉียบคมสาดประกายอยู่ในดวงตาของโยวหวูจิ่น เขากำหมัด
แน่น
เขาจะไม่มีวันลืมความอับอายที่หลินหมิงนำมาให้เขา หลังจากนั้น
เมื่อหลินหมิงเริ่มเบ่งบานและเปล่งประกายอย่างสง่างามในงานประลอง
ร่วมชุมนุมครั้งแรก มันก็ไม่มีใครคิดว่าที่โยวหวูจิ่นพ่ายแพ้แก่หลินหมิงใน
รอบรองชนะเลิศที่ดาวสุสานจันทรานั้นเป็นเรื่องน่าละอาย พวกเขาเริ่ม
คิดว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แม้แต่ศิษย์ของแดน
ศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬเองก็คิดเช่นนั้น
แต่มันก็เป็นธรรมชาติที่เลวร้ายสำหรับจิตใจของโยวหวูจิ่น
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาพ่ายแพ้และถูกบดบังในงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรก แต่หลินหมิงกลับมาถึงจุดสูงสุดของชื่อเสียงของเขา? ใน
ทั้งแดนเทวะ ไม่มีใครรู้ และพวกเขาไม่สามารถเข้าใจเหตุผลว่าทำไม
โยวหวูจิ่นไม่เชื่อว่าโชคของหลินหมิงจะต้องท้าทายสวรรค์ และเขา
ได้พบกับโชคดีที่ทำให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นทุกวันนี้ ถ้าเขาสามารถฆ่า
หลินหมิงได้ โชคนั้นก็จะเป็นของเขา ในโลกนี้ สิ่งที่ทำให้จิตใจสงบและ
ราบรื่นไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ฆ่าศัตรูที่เกลียดชังและขโมยโชคทั้งหมด
มา
“ไปกันเถอะ!”
“ออกเดินทาง!”
กลุ่มศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬได้ก้าวเข้าสู่กระสวยมิติและบินไป
ยังดาวเคราะห์นภารินไหล เมื่อพวกเขาพบกับม่านพลังสีเทาซึ่งล้อมรอบ
ดาวเคราะห์นภารินไหล พวกเขาก็ผ่านไปโดยไม่มีการขัดขวางใดๆเลย
เมื่อเทียนหมิงจื่อเห็นสิ่งนี้ เขาก็รู้สึกผ่อนคลาย การเดาก่อนหน้าของ
เขาถูกต้อง อาคมนี้ได้ปิดกั้นนักสู้ที่อยู่ขั้นเทพสมุทรเท่านั้นและไม่ส่งผล
กระทบต่อนักสู้ขั้นเทพสมุทร
เมื่อเป็นเช่นนี้ โอกาสในการฆ่าหลินหมิงก็สูงขึ้นมาก
หลายชั่วโมงต่อมา โยวหวูจิ่นและคนอื่นๆพบซากปรักหักพังของ
เทือกเขามฤตยู ที่นี่ มันมีหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่กว้างหลายสิบไมล์
เต็มไปด้วยลาวาและควันปกคลุมท้องฟ้า คลื่นความร้อนที่น่าสะพรึงกลัว
เล็ดลอดออกมาด้านนอก
การหาพื้นที่นี้พบจึงไม่ยาก
“ศิษย์พี่ บริเวณนี้ยังคงหลงเหลือพลังจากพายุมิติของแดนเทวะ
หลินหมิงน่าจะตกลงที่นี่ และเขาก็ควรจะได้รับผลกระทบจากพายุมิตินั้น
ด้วย”
“ใช่แล้ว เมื่อท่านอาจารย์โจมตีหลินหมิงผ่านห้วงมิตินั้น หลินหมิงก็
น่าจะรอดพ้นอย่างหวุดหวิด แต่เขาต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน บางทีเรา
สามารถฆ่าเขาได้โดยไม่ต้องใช้แหวนของท่านอาจารย์”
“อย่าประมาทเขาเด็ดขาด แม้แต่สิงโตก็ยังต้องใช้กำลังเต็มที่เพื่อจับ
กระต่าย คนเช่นหลินหมิงมีวิธีการมากมายที่จะหลบหนีหรือเอาตัวรอด
หากต้องการฆ่าเขาจะเป็นเรื่องยาก เมื่อเราพบเขาแล้ว เราจะปฏิบัติตาม
คำแนะนำของท่านอาจารย์”
โยวหวูจิ่นสัมผัสแหวนมิติของเขาและหยิบเข็มทิศที่เทียนหมิงจื่อให้
เขาออกมา
เข็มทิศสีดำนี้ดูเรียบง่าย เพียงไม่นาน โยวหวูจิ่นก็สามารถใช้มันเพื่อ
ติดตามทิศทางที่หลินหมิงหนีไปได้แล้ว
“ตะวันออกเฉียงใต้ เขาอาจอยู่ระหว่าง 1 ล้านถึง 3 ล้านไมล์!”
เข็มทิศสามารถบอกทิศทางและระยะได้อย่างคราวๆ การค้นหา
หลินหมิงจะขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเอง
ทั้ง 12 คนเข้าสู่กระสวยมิติและหายไปในพริบตา ความแตกต่าง
ระหว่างกระสวยมิติประเภทนี้กับเรือรบจิตวิญญาณคือ กระสวยนี้
สามารถผ่านมิติได้ในระยะทางสั้นๆ มันไม่เหมือนกับเรือรบจิตวิญญาณที่
ประหยัดพลังงานได้มากกว่า
และในเวลานี้ ห่างออกไป 2 ล้านไมล์ หน่วยมังกรวารีปีกกำลังบิน
ผ่านท้องฟ้าไป หลินหมิงนั่งบนมังกรวารีปีกเหล่านี้ ดวงตาของเขาปิดสนิท
ในการเข้าฌาน สายลมแรงพัดปะทะเขา ส่งให้ชุดสบัด เขาเข้าสู่สถานะไร้
ตัวตนอย่างสมบูรณ์ และพยายามเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูอาการ
บาดเจ็บของเขาให้ได้มากที่สุด
เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาได้ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายสองชุด ทุกครั้งจะ
ส่งไปไกลถึงหนึ่งล้านไมล์ มิเช่นนั้นจะเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะเดิน
ทางไกล
“ข้ารักษาบาดแผลได้ 70-80% แล้ว ดูเหมือนว่าข้าประเมิน
ความสามารถในการฟื้นฟูของข้าต่ำเกินไป หลังจากเปิดประตูแห่งความ
ตาย พลังแห่งพลังชีวิตและโลหิตชีวิตของข้าก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า ข้าเองก็
เข้าใกล้กับที่ราบโลหิตสังหารมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ข้าเข้าไปในที่ราบ
โลหิตสังหาร ข้าสามารถพักฟื้นในหอคอยแยกนภาและเข้าสู่อเวจีปีศาจ
อมตะในสภาพสูงสุดของข้าได้
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดถึงสิ่งนี้ บนมังกรวารีปีกที่บินอยู่ข้างเขา แม่
ทัพเหว่ยป้องมือแล้วพูดว่า “น้องชายหลิน เมื่อเราผ่านภูเขานั้นไปหนึ่งพัน
ไมล์จากที่นี่ เราจะเข้าใกล้ที่ราบโลหิตสังหาร นั่นคือที่ที่เราจะต้องกล่าว
คำอำลากัน”
“ข้าต้องขอบคุณแม่ทัพเหว่ยมาก”
“ฮ่าฮ่า ไม่จำเป็นที่จะต้องสุภาพมากนัก หากน้องชายหลินมีความ
สนใจ เจ้าก็สามารถมาที่อาณาจักรนางแอ่นเมฆาของข้าในฐานะแขกผู้มี
เกียรติได้, ราชันแห่งอาณาจักรนางแอ่นเมฆา อวิ๋นโหลวเทียน ท่านผู้นั้นมี
การบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย และยังเป็นหนึ่งในนักสู้มนุษย์อันดับ
ต้นๆในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ น้องชายหลินเป็นบุคคลที่โดดเด่น และข้า
มั่นใจว่าฝ่าบาทและน้องชายหลินจะเข้ากันได้ดี บางทีทั้งสองคนอาจมี
โชคชะตาในการเป็นอาจารย์และศิษย์”
แม่ทัพเหว่ยได้กล่าวถึงชื่อที่ยิ่งใหญ่ของราชันแห่งอาณาจักรนางแอ่น
เมฆาเพื่อที่จะพยายามเอาชนะใจหลินหมิง ในความคิดของเขา ไม่มีผู้เยาว์
ที่โดดเด่นในโลกนี้ที่จะปฏิเสธโอกาสในการเป็นศิษย์ของอวิ๋นโหลวเทียน
หลินหมิงเพียงยิ้มและไม่ตอบ แต่ในเวลานี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
ก็ต้องแข็งค้าง
นั่นเป็นเพราะ ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกถึงสัมผัสรับรู้ที่เพ่งเล็งมายัง
เขา!
ก่อนหน้านี้ หลินหมิงเข้าฌานลึกในการฟื้นฟูตัวเอง สัมผัสรับรู้จึงถูก
จำกัดไว้เพียงออร่าไม่กี่ไมล์รอบตัวเขา ดังนั้นเขาไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคน
ติดตามจากระยะไกล ซึ่งห่างเพียงไม่กี่พันไมล์แล้ว!
ไม่เพียงแค่นั้น แต่คนเหล่านี้กำลังใกล้เข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ
พวกเขาสามารถเดินทางผ่านหลายร้อยไมล์ในพริบตา มันจะใช้เวลาไม่
นานสำหรับพวกเขาในการข้ามพันไมล์!
มันเป็นไปไม่ได้ที่นักสู้แดนเบื้องล่างจะมีความเร็วเช่นนี้ คนเหล่านี้มา
จากแดนเทวะอย่างแน่นอน
“หนึ่ง สอง สาม สี่…”
ทั้งหมด 12 คน
หลินหมิงไม่สงสัยว่าจะเกิดปัญหากับรูปแบบค่ายกลที่ราชันสวรรค์
บรรพกาลวางไว้ ตัวตนในระดับของเทียนหมิงจื่อจะไม่สามารถทำลายมัน
ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทั้ง 12 คนเหล่านี้ควรอยู่ที่ขั้นเทพสมุทร และสำหรับ
พวกเขาที่เดินทางด้วยความเร็วดังกล่าวได้ นั่นก็หมายความว่าพวกเขา
ได้รับการสนับสนุนจากสมบัติวิเศษบางประเภท
หน่วยนี้ถูกส่งมาเพื่อฆ่าเขา?
ขึ้นอยู่กับอะไร?
“น้องชายหลิน เกิดอะไรขึ้น?”
แม่ทัพเหว่ยถาม เขาค้นพบว่ามีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นกับหลินหมิง
หลินหมิงพูดอย่างมืดมนว่า “มีบางคนกำลังมา ท่านควรจากไปก่อน
มิเช่นนั้นท่านจะถูกลูกหลง…”
“พวกไหนหรือ? หากพวกเขากำลังมาหาเรื่องน้องชายหลิน นั่นก็
เหมือนกับกำลังหาเรื่องข้าด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า หลังจากเดินทางมาไกลด้วยกัน
ข้ารู้สึกราวกับว่าเราเข้ากันได้ดีมาก ถ้ามีคนกล้าที่จะทำร้านน้องชายหลิน
นั่นจะเหมือนกับการทำร้ายข้า แม้ว่าความสามารถของข้าจะไม่มาก
เกินไป แต่ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่มานานกว่าพันปีแล้ว และความแข็งแกร่งของ
ข้าก็พอควร” แม่ทัพเหว่ยหัวเราะอย่างสดใส เหตุผลที่เขาพูดเช่นนี้ก็
เพราะเขามีบุคลิกที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา และเขาก็เข้ากันได้ดีกับ
หลินหมิง ยิ่งกว่านั้น และที่สำคัญที่สุด เขาต้องการเป็นสหายกับหลินหมิง
และชนะใจเขา ในตอนนี้ อาณาจักรนางแอ่นเมฆาของเขา มันมีความ
ต้องการบุคคลที่มีความสามารถ และหลินหมิงเป็นจะเป็นคนที่ประสบ
ความสำเร็จในอนาคตอย่างไม่อาจจินตนาการ การมีความสัมพันธ์ดีกับ
บุคคลเช่นนี้จะมีข้อดีมากมายอย่างยิ่ง
หลินหมิงทำได้แค่ฝืนยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ทัพเหว่ย “แม่ทัพ
เหว่ย ข้ากลัวว่าสถานการณ์จะไม่เป็นอย่างที่ท่านคิดว่ามันจะเป็น… มันไม่
มีอะไรที่จะพูดอีก มันไม่มีเวลาแล้ว”
เมื่อหลินหมิงพูด มิติรอบตัวพวกเขาก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง