Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,357 มือของปีศาจ
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าไม่มีเวลาแล้ว?”
ก่อนที่แม่ทัพเหว่ยจะทันได้ตอบสนอง เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังของมิติโดย
รอบตัวเขากลายเป็นคนบ้าคลั่ง ด้วยแสงสว่างวาบ ผู้เยาว์ทั้ง 12 คนที่ดู
เหมือนเทพและปีศาจก็ปรากฎ!
พวกเขาแทบจะฉีกห้วงมิติเพื่อมายังที่นี่ได้ทันที่ ไม่มีข้อบ่งชี้แม้แต่
น้อยก่อนที่พวกเขาจะมาถึง!
“ใครกัน!?”
ถ้าแม่ทัพเหว่ยตกตะลึง ในกลุ่มของเขาเองก็ตกใจกลัวอย่างสิ้นเชิง
ทั้ง 12 คนเหล่านี้โผล่ออกมาจากอากาศธาตุ และไม่มีใครรู้ว่าพวกเขา
มาถึงได้อย่างไร พวกเขาใช้วิธีใด มันเป็นไปได้อย่างไร?
ทั้ง 12 คนสวมชุดคลุมเครื่องแบบซึ่งระบุว่ามาจากนิกายเดียวกัน มี
สัญลักษณ์พิเศษปักอยู่บนอก ทั้งหมดแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขามา
จากนิกายนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้แม่ทัพเหว่ยและหน่วยของเขาตะลึงก็คือ คน
เหล่านี้ต่างก็อยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาแต่ละคน
มีออร่าที่ลึกและกว้างใหญ่ราวกับทะเล พร้อมกับรากฐานที่มั่นคงอย่างไร้
เปรียบ มันไม่อาจจิตนาการได้เลย! ในความคิดของแม่ทัพเหว่ย แม้กระทั่ง
ราชันแห่งอาณาจักรนางแอ่นเมฆาก็ยังไม่ได้มีออร่าที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้!
ในแดนเทวะ ผู้เยาว์ที่โดดเด่นเหล่านี้มักใกล้ชิด และทุกคนก็เป็น
ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ด้วยการปราบปรามกฏของแดนเทวะ พวกเขาจึง
ไม่คิดว่าออร่าของตนจะน่ากลัวเช่นนี้ แต่ในแดนเบื้องล่าง ทุกอย่างต่าง
ออกไป อำนาจของกฎของแดนเบื้องล่างที่ยับยั้งพวกเขานั้นอ่อนแอมาก
ออร่าของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรนั้นทรงพลังอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา
และคนเหล่านั้นก็ไม่ได้ใสใจที่จะปกปิดมัน ดังนั้น ด้วยผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพ
สมุทรทั้ง 12 คนปรากฏตัวพร้อมกัน พวกเขาก็จึงมีแรงแรงกดดันที่น่า
สะพรึงกลัว
“นี่… นี่มัน…!”
ดวงตาของแม่ทัพเหว่ยเบิกกว้างอย่างสมบูรณ์ ในทั้งทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ นักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายนั้นหายากยิ่งกว่าหายาก ตอนนี้ ใน
ลมหายใจเดียว มันกลับมี 12 คนโผล่ออกมาจากไหนไม่รู้ตรงหน้าของเขา
และสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดก็คือ คนเหล่านี้เป็นผู้เยาว์ทุกคน มันมีขุมกำลังใด
ในโลกนี้ที่จะสามารถเลี้ยงดูผู้เยาว์ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายขึ้นมาได้หลาย
คนถึงเพียงนี้?
“ข้า… ข้ากำลังฝัน…”
องค์ชายแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อ้าปากค้าง พรสวรรค์ของเขาถือว่า
ดีมากแล้ว ในอายุของเขา เขาอยู่ในขั้นทำลายชีวิต ทำให้เขามีอนาคตที่ไร้
ขีดจำกัด มันจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาที่จะไปถึงขั้นเทพสมุทรก่อนที่เขา
จะอายุหนึ่งร้อยปี แต่ถ้าเขาเปรียบเทียบกับคนเหล่านี้แล้ว…
โยวหวูจิ่นและคนอื่นๆไม่ได้เหลียวมองไปยังแม่ทัพเหว่ยและคนอื่นๆ
นี่ไม่ใช่การดูถูกเหยียดหยาม แต่ไม่สนใจ เหมือนว่าพวกเขาไม่มีอะไร
นอกจากอากาศธาตุ ในสายตาของโยวหวูจิ่น มนุษย์ทั่วไปของแดนเบื้อง
ล่างเหล่านี้เปรียบเสมือนมด เพียงอัจฉริยะที่สง่างามเช่นพวกเขาก้าวลงสู่
โลกนี้ให้ได้เห็น มันก็ถือได้ว่าเป็นโชคไปหลายชั่วอายุคนแล้ว
โยวหวูจิ่นมองเพียงหลินหมิงเท่านั้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายดุ
ร้าย มีร่องรอยแห่งความกลัวและแม้แต่ความตื่นเต้นเร้าใจ
ความดุร้ายเพราะเขาเกลียดและอิจฉาหลินหมิงในพรสวรรค์ กลัว
เพราะเขากลัวอำนาจและชื่อเสียงของหลินหมิง ความตื่นเต้นเพราะตราบ
ใดที่เขาสามารถฆ่าหลินหมิงได้ ทุกสิ่งที่หลินหมิงครอบครองจะกลายเป็น
ของเขา!
“หลินหมิง เราพบกันอีกครั้งแล้ว”
โยวหวูจิ่นกล่าวออกมาอย่างช้าๆและชัดเจน
เมื่อเสียงนี้สะท้อนออกมา แม่ทัพเหว่ยและคนอื่นๆก็ตื่นเต้นราวกับ
ว่าพวกเขาตื่นขึ้นมาจากความฝัน พวกเขาจำสิ่งที่หลินหมิงพูดไว้ก่อนหน้า
นี้ได้ – “มีบางคนกำลังมา ท่านควรจากไปก่อน มิเช่นนั้นท่านจะโดน
ลูกหลง…”
คำพูดเหล่านั้นเกี่ยวกับทั้ง 12 คนนี้!
“หลินหมิง… ข้าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนมิใช่หรือ?” แม่ทัพเหว่ยตก
ตะลึง “และเขายังต้องการไปยังที่ราบโลหิตสังหาร? มิใช่ว่าจ้าวแห่งที่ราบ
โลหิตสังหารในปัจจุบันเองก็ชื่อหลินหมิงหรอกหรือ?”
ในฐานะที่เป็นบุคคลระดับสูงในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ แม่ทัพเหว่ก็รู้ดี
เกี่ยวกับบางสิ่งที่สำคัญพอๆ กับการเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งจ้าวแห่ง
ที่ราบโลหิตสังหารของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ เขายังได้ยินข่าวลือ
ว่า จ้าวแห่งที่ราบคนใหม่นี้ลึกลับยิ่งนัก เขาได้ฆ่าจ้าวแห่งที่ราบคนก่อน
หน้านี้ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญอิมป์ที่อยู่ขั้นเทพสมุทรเพื่อที่จะได้เป็น จ้าวแห่ง
ที่ราบคนใหม่ แต่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา มันก็ราวกับว่าเขาได้หายตัวไป
จากโลก ขุมกำลังมากมายต้องการสร้างความร่วมมือกับที่ราบโลหิต
สังหารเพื่อรุ่นเยาว์ในนิกายและตระกูลของตนเข้าไปหาประสบการณ์ที่
นั่น แต่พวกเขาไม่สามารถหาทางติดต่อคนผู้นั้นได้เลย
หลินหมิงผู้นี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาอาจจ้าวแห่งที่ราบหรือไม่? เขาจะ
จัดการกับกลุ่มคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร? นี่มิใช่เพียงการแสวงหา
ความตายหรอกหรือ?
เมื่อความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของแม่ทัพเหว่ย หลินหมิงก็เอาหอก
ยาวของเขาออกมาอย่างเงียบๆ ชี้ไปยังโยวหวูจิ่น “ดูเหมือนว่าเทียนหมิ
งจื่อจะใช้วิธีการทุกอย่างที่เขาต้องการ เขาสามารถหาข้ข้าได้…”
สีหน้าของหลินหมิงสงบและผ่อนคลาย แต่เมื่อท่าทางนี้ตกอยู่ใน
สายตาของโยวหวูจิ่น มันก็ทำให้เขารู้สึกกดดันอย่างมาก
ถึงแม้ว่าโยวหวูจิ่นจะมีความมั่นใจในตอนแรก แต่ความจริงก็คือ
หัวใจของเขากำลังสั่นเทา เขาส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปเพื่อตรวจสอบการ
บาดเจ็บของหลินหมิง บาดแผลของหลินหมิงนั้นน้อยกว่าที่เขา
จินตนาการเอาไว้
นี่ทำให้เมฆมืดมิดเกิดขึ้นในความคิดของเขา ไม่ใช่เพราะโยวหวูจิ่นไม่
เชื่อในสิ่งที่เทียนหมิงจื่อได้เตรียมไว้สำหรับเขา แต่เนื่องจากพลังและ
ชื่อเสียงหลินหมิงที่ได้รับเมื่อเวลาผ่านไปนั้นยอดเยี่ยมเกินไป ศักยภาพ
ของเขาในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกนั้นยอดเยี่ยมและน่าเกรงขาม
เกินไป เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องระวังอย่างที่สุด
“หึ เจ้าคิดว่าเราไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าได้เพียงเพราะเจ้าหนี
กลับมาสู่โลกบ้านเกิดของเจ้าเช่นนั้นหรือ? วันนี้จะเป็นวันแห่งความตาย
ของเจ้า หลังจากฆ่าเจ้า ข้าจะได้รับโชคของเจ้าทั้งหมด ข้าจะแทนที่เจ้า
สืบทอดโชคชะตาของเจ้าและกลายเป็นราชันสวรรค์!”
ดังที่โยวหวูจิ่นพูด มันเหมือนกับว่าเขากำลังสร้างแรงบันดาลใจและ
ความกล้าหาญของตัวเอง พลังงานระเบิดออกมาจากภายในร่างกายของ
เขา ในเวลานั้น โลกกลายเป็นมืดมน ท้องฟ้าทั้งหมดถูกปกคลุมภายใต้
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่มิติกำลังสั่นสะเทือน!
“นี่…!”
“ถอย… เราต้องล่าถอย!”
แม่ทัพเหว่ยตะโกนอย่างรวดเร็ว คนผู้นี้น่าสะพรึงกลัวนี้เหมือนกับ
เทพมาร การต่อสู้ในระดับนี้เกินขอบเขตความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว!
ด้านหลังแม่ทัพเหว่ย ใบหน้าที่งดงามขององค์หญิงซีด แต่ดวงตาของ
นางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะที่นางมองไปยังหลินหมิง
จากการแลกเปลี่ยนคำพูดเมื่อครู่ นางสามารถคาดเดาได้ว่าหลินหมิง
มาจากแดนเทวะในตำนาน สำหรับกลุ่มคนที่ที่ไล่ล่าเขามา พวกเขาก็มา
จากแดนเทวะเช่นกัน นี่เป็นคำอธิบายเดียวสำหรับการมีผู้ทรงพลังจำนวน
มากปรากฏออกมาเช่นนี้
สำหรับคำที่ว่า – ‘เจ้าคิดว่าเราไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าได้เพียง
เพราะเจ้าหนีกลับมาสู่โลกบ้านเกิดของเจ้าเช่นนั้นหรือ?’ – นั่นบ่งบอก
อย่างชัดเจนว่าหลินหมิงเป็นคนจากโลกนี้
เคยมีใครบางคนที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?
เผชิญหน้ากับออร่าของโยวหวูจิ่น หลินหมิงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เขา
ค่อยๆควงหอกโลหิตฟีนิกซ์ ริมฝีปากของเขาโค้งตัวด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
“พึ่งพาเพียงแค่พวกเจ้าหรือ? ข้าไม่เชื่อว่าเทียนหมิงจื่อเจะโง่เขลาและส่ง
พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อตายเช่นนี้ หากพวกเจ้ามีไพ่ตายแล้ว เช่นนั้นก็นำมัน
ออกมาในตอนนี้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้มัน!”
ขณะที่หลินหมิงพูด ปราณเทพทรราชคลั่งก็ปะทุขึ้น หอกของเขาพุ่ง
ไปข้างหน้า เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามถึงขีดสุด!
มิติของดาวเคราะห์นภารินไหลจะต่อต้านการโจมตีของหลินหมิงได้อ
ย่างไร? การโจมตีด้วยหอกนี้ทำให้ห้วงมิติหลายหมื่นฟุตพังทลายลงทันที่
ถ้าแม่ทัพเหว่ยและคนอื่นๆยังไม่ได้ถอยไปเมื่อครู่ หากถูกดูดเข้าไปในพายุ
แห่งมิติและเวลา พวกเขาจะตกตายในทันที!
“จัดรูปแบบค่ายกล!”
รูม่านตาของโยวหวูจิ่นหดลง ในขณะที่เขาหยิบแหวนของเทียนหมิ
งจื่อออกมา ผู้เยาว์ 12 คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬก็ได้สร้างรูปแบบ
ค่ายกลตรึงมิติขึ้นมาทันที่ รูปแบบค่ายกลนี้เป็นสิ่งที่ทั้ง 12 คนฝึกฝนกัน
มาเป็นเวลานาน เมื่อพวกเขาสร้างมันขึ้นมา มันจึงเท่ากับผลรวมพลัง
ทั้งหมดของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม การโจมตีของหลินหมิงนั้นช่างน่ากลัวเกินไป ขณะที่
หอกของเขาพุ่งไปข้างหน้า ต้นเทพทรราชคลั่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลัง
เขาแล้ว ต้นเทพทรราชคลั่งได้หยั่งรากในห้วงมิติอันไร้สิ้นสุด ราวกับว่ามัน
สามารถดูดซับพลังจากโลกที่ไร้สิ้นสุดของแดนเบื้องล่างได้ บนปลายหอก
ของหมิงหมิง สายฟ้าและเปลวเพลิงกู่ร้อง พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์ปรากฎ
เมื่อพลังของสายฟ้าและเพลิงหมุนวนกันในทะเลสีม่วงและสีแดง
บึม บึม บึม!
การระเบิดอย่างบ้าคลั่งปะทุขึ้น และโลกเปลี่ยนสีราวกับว่าวัน
โลกาวินาศได้มาถึงแล้ว รูปแบบค่ายกลตรึงมิติของโยวหวูจิ่นและศิษย์อีก
11 คนของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬระเบิดขึ้นทันทีภายใต้การโจมตีของ
หลินหมิง พวกเขาทั้งหมดลอยกระเด็นออกไป ใบหน้าของพวกเขาซีด
แม้ว่าทั้ง 12 คนจะเข้ารวมพลังกัน แต่พวกเขาก็ยังถูกทำลายโดย
หลินหมิง!
พายุพลังงานอันทรงพลังพัดกวาดไปข้างหน้าเป็นระยะทางหนึ่งพัน
ไมล์ ทำลายภูเขาและแม่น้ำ
ในขณะที่แม่ทัพเหว่ยเว่ยและกลุ่มของเขาเห็นสิ่งนี้ กรามทั้งหมดของ
พวกเขาก็หย่อนลง
สิ่งที่พวกเขาตกใจมิใช่การที่ภูเขาและแม่น้ำหลายพันไมล์ที่ถูกทำลาย
แต่เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามรบ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทรทั้ง
12 ได้ร่วมพลังกันเพื่อใช้รูปแบบค่ายกล แต่มันก็ยังถูกทำลายโดยหลินหมิ
งเพียงคนเดียว ทั้ง 12 คนบาดเจ็บ!
นี่เป็นความแข็งแกร่งเช่นใดกัน?
นี่เป็นผู้เยาว์ที่หล่อเหลาและเป็นมิตรซึ่งเดินทางมากับพวกเขาจริง
หรือ?
เขาเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงถึงเพียงนี้?
สำหรับศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬรู้สึกไร้อำนาจอย่างลึก และ
ความกลัวเกิดขึ้นจากส่วนลึกของวิญญาณพวกเขา ขณะที่พวกเขาดูการ
ต่อสู้ระหว่างหลินหมิงและปิงเมิ่ง มันยากที่จะจินตนาการได้ว่าสิ่งที่เกิด
จากความแตกต่างระหว่างพวกเขากับหลินหมิง เทียนหมิงจื่อได้ย้ำอย่าง
ต่อเนื่องว่าแม้พวกเขาทั้ง 12 คนจะร่วมพลังกันก็ยังไม่อาจเป็นคู่มือของ
หลินหมิงได้ ถึงกระนั้น พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยในสิ่งนั้น มันเป็นไป
ไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะเชื่อจนกว่าพวกเขาจะลองด้วยตัวเอง
ในที่สุด พวกเขาก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขา
กับหลินหมิง มันยิ่งใหญ่เกินคำบรรยาย
ด้วยการที่พวกเขาทั้ง 12 คนสร้างรูปแบบค่ายเมื่อครู่ มันจึงทำให้
พวกเขาไม่ถูกฆ่าตายโดยหลินหมิงทันที่ แต่ถ้าพวกเขาถูกโจมตีอย่าง
ต่อเนื่อง พวกเขาอาจจะทนอยู่ได้ไม่ถึง 10 ลมหายใจก่อนที่ใครบางคนจะ
ตาย และถ้ามีคนตายแล้ว มันก็จะมีช่องโหว่ในรูปแบบค่ายกล และการ
โจมตีครั้งต่อไปและจะทำให้พกวเขาไม่มีพลังในการต้านทานใดๆ
“หลินหมิง เจ้าแข็งแกร่งก็จริง แต่ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ยัง
จะไร้ประโยชน์! วันนี้เจ้าจะต้องตายที่นี่! ทุกสิ่งของเจ้าจะเป็นของข้า!”
โยวหวูจิ่นคำรามอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้น เขาก็ขว้างแหวนในมือ
ออกมา แหวนแตกกระจายในอากาศ และจากนั้นแรงกดดันของมหา
ราชันพิภพก็ปกคลุมไปด้วยท้องฟ้า ในช่วงเวลานั้น มือที่ถูกตัดขาดปรากฏ
ขึ้นในอากาศ
มือนี้เปื้อนโลหิต และในบริเวณที่ไม่เปื้อน มันก็เนื้อมีสีขาวโปร่งแสง
แม้ว่ามือนี้จะถูกตัดขาดไปแล้ว แต่มันก็ยังคงมีพลังงานมหาศาล หลอด
เลือดบิดตัวช้าๆ ราวกับว่ามันยังมีชีวิตอยู่
โยวหวูจิ่นไม่ประหลาดใจต่อมือนี้ เขาได้เห็นแล้วว่ามือซ้ายของ
เทียนหมิงจื่อหายไปแล้ว และในความเห็นของโยวหวูจิ่น คนเช่น เทียนห
มิงจื่อ มหาราชันพิภพของโลกลำดับหนึ่งที่มีโอกาสจะกลายเป็นราชัน
สวรรค์ในอนาคต เขาเป็นผู้ที่จะไม่ยอมสูญเสียมือ เว้นแต่เขาจะมี
ความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับตัวตนที่ทรงพลังเท่าเทียมกัน กล่าวอีก
นัยหนึ่ง เขาย่อมเป็นผู้ที่ตัดมือของเขาเองเท่านั้น
เมื่อหลินหมิงมองที่มือนี้ เขาจะรู้สึกถึงออร่าภายใน และคาดเดาได้
ว่ามันมาจากไหน
ด้วยเสียงหัวเราะ เขากล่าวว่า “เทียนหมิงจื่อคงประเมินข้าไว้สูง
อย่างยิ่ง เขาถึงขั้นตัดมือของตนเองเพื่อสร้างร่างจำแลงมาฆ่าข้า”
หลินหมิงรู้ดีว่าแม้การป้องกันของราชันสวรรค์บรรพกาลจะสามารถ
ป้องกันผู้อาวุโสสูงสุดที่จากแดนเทวะสู่ดาวเคราะห์นภารินไหลได้ แต่
จริงๆแล้วมันไม่สามารถป้องกันร่างจำแลงของพวกเขาได้ ซึ่งตราบใดที่คน
เหล่านี้ยับยั้งระดับการบ่มเพาะของร่างจำแลงให้อยู่ขั้นเทพสมุทรหรือต่ำ
กว่าแล้ว พวกเขาก็จะไม่เป็นไร
มิเช่นั้นนั้น จะเป็นไปไม่ได้ที่เทพธิดาเฟิงจะปรากฏตัวที่ดาวเคราะห์
นภารินไหลและช่วยพาหลินหมิงขึ้นสู่แดนเทวะเมื่อเขายังอยู่ในขั้นทำลาย
ชีวิตได้
เทียนหมิงจื่อสามารถใช้การบ่มเพาะหลายร้อยปีในการสร้างร่าง
จำแลงเพื่อฆ่าหลินหมิงในดินแดนเบื้องล่างได้ แต่เทียนหมิงจื่อไม่คิดว่ามัน
ปลอดภัยพอ
หลินหมิงมีวิธีการมากเกินไป เขามีความสามารถที่จะอยู่รอดไปได้
สำหรับเทียนหมิงจื่อที่ใช้การบ่มเพาะเพื่อสร้างร่างจำแลง มันจึงอาจไม่
เพียงพอที่จะฆ่าหลินหมิง ดังนั้นเขาจึงตัดมือของตนเพื่อสร้างร่างจำแลง
ด้วยเนื้อหนังและโลหิตของเขาเอง!