Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,370 เอาความทรงจำ
ในเวลานี้ เทียนหมิงจื่อแล้วตระหนักว่าการอยู่ที่นี่นั้นไม่มีความหมาย
คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฆ่าหลินหมิง ถ้าเขาจะอยู่ต่อไป ร่างจำแลงของเขา
อาจถูกหลินหมิงและมู่เชียนเสวียฆ่าแทน
เทียนหมิงจื่อตัดสินใจถอย อย่างไรก็ตาม เขาถูกรายล้อมไปด้วยแดน
พิสุทธิ์เทพบรรพกาล แม้แต่เจดีย์แห่งหายนะก็ยังแทบจะมิอาจต้านทาน
มันได้ หากต้องการที่จะหลบหนีจากที่นี่จะเป็นเรื่องยาก
เทียนหมิงจื่อไม่ต้องการสูญเสียร่างจำแลงนี้ นี่เป็นร่างจำแลงที่
เกิดขึ้นจากการตัดมือของเขาและยังมีเสี้ยววิญญาณอยู่ภายใน ถ้าเขา
สูญเสียมัน เขาจะใสูญเสียพลังงานปราณแท้และการบ่มเพาะไปปริมาณ
มาก และแม้แต่เสียหายต่อวิญญาณของเขา
ก่อนหน้านี้ เทียนหมิงจื่อร่วมมือกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ ด้วยความ
ช่วยเหลือของเผ่าพันธุ์ภูติ เทียนหมิงจื่อจึงเริ่มที่จะสัมผัสกับขอบเขตของ
กึ่งราชันสวรรค์ เมื่อมาถึงขั้นนี้ มันก็จะเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นที่
เขาจะกลายเป็นราชันสวรรค์ อย่างไรก็ตาม หากเขาต้องสูญเสียร่าง
จำแลงของเขาในตอนนี้ มันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงและ
ยาวนานต่อรากฐาน ทำให้เขาติดอยู่ที่จุดสูงสุดราชันพิภพเป็นเวลานาน นี่
ไม่ใช่การสูญเสียที่เขาสามารถรับได้; มันจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อ
ขอบเขตในอนาคตของเขา
ความทะเยอทะยานของเทียนหมิงจื่อนั้นสูงอย่างยิ่ง หลังจากเข้ามา
ติดต่อกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ เขาไม่พอใจแม้แต่การเป็นราชันสวรรค์อีกต่อไป
เขาต้องการที่จะเป็นเทพแท้จริง และยังแสวงหาเส้นทางสู่ชีวิตนิรันดร์
แล้วเขาจะปล่อยให้ส่วนหนึ่งของร่างกายถูกทำลายเช่นนี้ได้อย่างไร?
ตอนนี้ เขายังคงระแวดระวังอย่างยิ่งในขณะที่สำรวจแดนพิสุทธิ์เทพ
บรรพกาลเพื่อหาข้อบกพร่อง
“เจ้าคิดว่าจะมีโอกาสที่เจ้าจะสามารถหนีจากที่นี่ได้อยู่อีกหรือ?”
มู่เชียนเสวียเย้ยหยั่น ฝ่ามือของนางผสานกันและจากนั้นลำแสง
ปรากฏขึ้นระหว่างพวกมัน; นี่คือดาบพลังงานที่เกิดจากพลังงานต้น
กำเนิดที่บริสุทธิ์
“วันนี้เ จ้าจะต้องที่ร่างจำแลงไว้ที่นี่!”
มู่เชียนเสวียก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างกระทันหัน ฟันยังร่างเทียนหมิ
งจื่อ ในขณะเดียวกัน หลินหมิงก็เคลื่อนไหว หอกโลหิตฟีนิกซ์ในมือของ
เขาหมุนวนด้วยพลังทัณฑ์สวรรค์สายฟ้าและเพลิง
เต๋าสวรรค์พิพากษา!
มู่เชียนเสวียและหลินหมิงโจมตีจากซ้ายขวา!
แม้ว่าจะเพียงพวกเขาคนเดียว มันก็สามารถต่อสู้กับเทียนหมิงจื่อได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมู่เชียนเสวีย นางสามารถฆ่าเทียนหมิงจื่อได้ด้วยตัวเอง
อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ต้องการทำเช่นนั้น เผชิญหน้ากับ
ขยะเช่นเทียนหมิงจื่อ เรื่องต่อสู้อย่างมีเกียรติก็จะเป็นเพียงเรื่องตลก การ
ฆ่าร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อด้วยพลังทั้งหมดเป็นหนทางที่ชอบธรรม
อย่างแท้จริงในเรื่องนี้
“บัดซบเอ้ย!” เทียนหมิงจื่อกัดฟันแน่น เบื้องหลังเขา เจดีย์แห่ง
หายนะเริ่มส่องสว่าง ทำให้ท้องฟ้าเกิดเสถียรขึ้น
ในขณะเดียวกัน เขาก็ถ่ายเทกำลังทั้งหมดลงในเจดีย์นี้ ร่างเงาเทพ
ปีศาจอาชูร่าเริ่มปรากฏขึ้นรอบๆเทียนหมิงจื่อ, ฟื้นฟูม่านพลังสุดท้ายของ
เขตแดนปีศาจนิรันดร์
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาทำนั้นไร้ประโยชน์ ความแตกต่างระหว่างพวก
เขานั้นยิ่งใหญ่เกินไป โดยเฉพาะกับมู่เชียนเสวีย ภายในแดนพิสุทธิ์เทพ
บรรพกาลของนาง นางเป็นผู้ปกครองที่ควบคุมทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์
ดาบฟันลงมา ก่อนที่ดาบแสงจะมาถึง แรงกดดันต่อดาบและกฏก็ตก
ลงมาจากท้องฟ้า แม้แต่ในเขตแดนปีศาจนิรันดร์ เทียนหมิงจื่อก็ยังรู้สึกได้
ว่าโลหิตชีวิตของเขาสั่นสะเทือน ปราณแท้กลายเป็นโกลาหล
ในเวลาเดียวกัน เต๋าสวรรค์พิพากษาของหลินหมิงก็มาถึง พลังแห่ง
ทัณฑ์สวรรค์สายฟ้าและเพลิงส่งผลให้เกิดทะเลสีแดงม่วง เปลวเพลิงกู่ร้อง
สายฟ้าคำราม!
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
การโจมตีจากทั้งสองผสานกัน เจดีย์แห่งหายนะสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรงขณะที่รอยแตกเริ่มแพร่กระจายเหมือนใยแมงมุม มันจะแตกในไม่
ช้า!
ใบหน้าของเทียนหมิงจื่อมืดมนลง เขาบังคับพลังทั้งหมดภายใน
ร่างกายออกมา แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมันก็ไร้ประโยชน์ ในเวลาเพียงไม่กี่
ลมหายใจ มันก้มีเสียงดังแตกขณะที่เจดีย์แห่งหายนะแตกสลายกลายเป็น
ผง!
เทียนหมิงจื่อกระอักโลหิตเต็มปากและลอยกระเด็นออกไป!
เทียนหมิงจื่อลอยกระเด็นไปหลายไมล์ แต่แดนพิสุทธิ์เทพบรรพกาล
ก็ยังคงติดตามเขาไป เข้าปกคลุมเขาไว้ภายใน ไม่มีโอกาสหลบหนีเช่นเดิม
ร่างของเทียนหมิงจื่อเริ่มเลือนลางมากขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าจะต้องจ่ายอย่างสาสม แม้ว่าร่างจำแลงของข้าจะไม่สามารถ
หลบหนีไปได้ในวันนี้ แต่ข้าจะเปิดใช้งานทักษะเร้นลับและทิ้งตราประทับ
ไว้บนร่างของเจ้า จากนั้นในอนาคต ร่างจริงของข้าจะไล่ล่าเจ้าจนสุดขอบ
โลก!”
เทียนหมิงจื่อทำการขมขู่ครั้งสุดท้าย
“ฮ่าๆๆๆ!” หลินหมิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าได้ยินตัวเองพูด
หรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันฟังดูไร้สาระเพียงใด? เจ้าได้สมรู้ร่วมคิดกับ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพ สำหรับความทะเยอทะยานของเจ้าเอง เจ้าก็ไม่ลังเล
แม้แต่จะหักหลังเพื่อนมนุษย์ หลังจากที่ข้ากลับไปยังแดนเทวะ ข้าจะ
ประกาศความจริงนี้ต่อสาธารณชน ข้าเชื่อว่าเมื่อราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะและราชันสวรรค์เอกภพอนันต์เห็นศพของสายลับในแหวนมิติของข้า
แล้ว พวกเขาจะเชื่อคำพูดของข้าโดยไม่มีข้อสงสัย ในเวลานั้น มันจะมิใช่
เจ้าที่จะตามล่าข้าเลย แต่ทุกคนที่อยู่ภายใต้สวรรค์นี้จะไล่ล่าเจ้าแทน!”
คำพูดของหลินหมิงได้กระตุ้นจุดอ่อนที่ร้ายแรงของเทียนหมิงจื่อ
อย่างสมบูรณ์ ใบหน้าของเทียนหมิงจื่อบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง “หลินหมิง เจ้า
กำลังรนหาที่ตาย!”
หลินหมิงหัวเราะอีกครั้ง “น่าตลกดี! เจ้าคิดจริงว่าข้าจะเก็บความลับ
นี้ไว้ให้เจ้า?”
เทียนหมิงจื่อดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันใด รอยยิ้มชั่ว
ร้ายปรากฎทั่วใบหน้าของเขา “บางทีสิ่งที่เจ้าพูดอาจเป็นจริง แต่ในวันที่
มหาภัยพิบัติใกล้เข้ามา เจ้าคิดว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพจะพ่ายแพ้หรือมนุษย์จะ
พ่ายแพ้? เจ้าคิดว่าแม่น้ำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งจะชะล้างโลกนี้เป็นสิ่งที่อาจ
เกิดจากการทรยศของข้าคนเดียว? ฮ่าๆๆๆ! ให้ข้าได้บอกเจ้า เผ่าพันธุ์ภูติ
เทพมีความแข็งแกร่งกว่ามนุษยชาติถึง 10 เท่า มนุษย์มีแดนเทวะเพียง
แห่งเดียว แต่เผ่าพันธุ์ภูติเทพควบคุมอาณาจักรจำนวนมากยิ่งกว่า! คน
ฉลาดจะสามารถรับรู้สถานการณ์ได้ ข้าเป็นคนเดียวที่ติดตามแนวโน้ม
และทำการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดในโลกนี้! ในวันหนึ่ง เจ้าจะรู้ว่า
ตัวเลือกของข้าถูกต้องมาตลอด เมื่อเผ่าพันธุ์ภูติเทพควบคุมโลกนี้ ข้าจะ
สังหารเจ้าและให้เหลือเพียงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะทรมานเจ้าเป็นเวลา
100,000 ปี และทรมานเจ้าด้วยวิธีที่น่าสังเวชที่สุด!”
เทียนหมิงจื่อกล่าวออกมาอย่างเกลียดชัง
เทียนหมิงจื่อได้เข้าร่วมด้านเผ่าพันธุ์ภูติเทพ เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะ
ความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของเขา แต่อีกเหตุผลหนึ่งมาจากความจริง
ที่ว่าเขายอมรับว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีโอกาสสูงมากที่จะพ่ายแพ้เผ่าพันธุ์ภูติ
เทพ ไม่ว่าจะเป็นในโลกของนักสู้หรือโลกปุถุชน เมื่อทั้งสองฝ่ายต่อสู้เพื่อ
เหตุผลต่างๆ มันมักจะจะมีผู้ทรยศและผู้หลบหนีอยู่เสมอ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อฝ่ายใดด้านหนึ่งแข็งแกร่งกว่าอีกฝ่ายหนึ่งมาก
เผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นน่ากลัวกว่ามนุษยชาติอย่างแท้จริง ในสมัย
โบราณ เผ่าพันธุ์ภูติเทพ เผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์วิญญาณล้วนดำรงอยู่
อย่างเท่าเทียมกัน ควบคุมสวรรค์ทั้ง 33 สวรรค์ร่วมกัน แต่หลังจากนั้น
มนุษยชาติก็เริ่มควบคุมจักรวาลน้อยลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่จักรวาลตกลงสู่
มือของศัตรู พลังของมนุษยชาติก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ
เมื่อมหาภัยพิบัติมาถึงอย่างแท้จริง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าจะ
เกิดอะไรขึ้นกับมนุษยชาติซึ่งครอบครองเพียงแดนเทวะเท่านั้น
“ข้าไม่สามารถทำนายแนวโน้มของโลกได้ แต่สิ่งที่ข้าสามารถทำนาย
ได้ก็คือ เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอนก่อนหน้านั้น!”
หลินหมิงตะโกนเสียงดังขณะที่เขากวาดหอกเข้าโจมตี ในช่วงเวลา
นั้น รูนผนึกอันศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนกวาดไปที่เทียนหมิงจื่อ ปกคลุมท้องฟ้า
โดยรอบหลินหมิง เขตแดนปีศาจนิรันดร์ถูกบีบอัดให้อยู่รอบตัวเขา
ไม่ถึงหนึ่งร้อยฟุต ผนึกเหล่านี้ตกลงไปบนปีศาจร้ายจำนวนมาก เปลี่ยน
พวกมันเป็นเถ้าถ่านทันที!
วูซ!
หอกโลหิตฟีนิกซ์แทงทะลุห้วงมิติ เทียนหมิงจื่อรีบถอยกลับ อย่างไร
ก็ตาม คปราณแท้ปกป้องร่างของเขาถูกทำลายโดยหอกของหลินหมิง ทำ
ให้มันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
หลังจากแทบจะหลบหอกไม่ทัน และก่อนที่เทียนหมิงจะมีเวลาได้
หายใจนั้น การโจมตีของมู่เชียนเสวียก็มาถึง!
มู่เชียนเสวียในปัจจุบันแข็งแกร่งกว่าหลินหมิง การโจมตีของนางไม่
อาจหยุดยั้ง!
“บัดซบ!”
เทียนหมิงจื่อเผาผลาญปราณโลหิตของตนจนหมดและโจมตีด้วย
ดาบ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ แดนพิสุทธิ์เทพบรรพกาลก็ใช้โอกาสที่ปราณ
แท้ปกป้องร่างของเทียนหมิงจื่อหายไปและเข้าไปในร่างกายของเขา!
ร่างกายของเทียนหมิงจื่อสั่นไหว ความแข็งแกร่งพอของเขาลดลงอย่
งามากทันที่
เปล้ง!
ด้วยเสียงกระแทกรุนแรง ดาบของเทียนหมิงจื่อกระเด็นออกจากมือ
ดาบพลังงานของมู่เชียนเสวียสับลงบนไหล่ซ้ายของเทียนหมิงจื่อ ดาบ
พลังงานฉีกร่างกายของเทียนหมิงจื่อไปถึงปอด รวมทั้งซี่โครงมากกว่า 20
ซี่ เมื่อดาบของมู่เชียนเสวียตัดผ่านเสร็จสิ้น โลหิตจำนวนมากก็กระเซ็น
ออกมา เทียนหมิงจื่อแทบจะถูกผ่าจนขาดครึ่ง!
ในช่วงเวลานั้น ดวงตาของเทียนหมิงจื่อก็จ้องมองโดยไม่ตอบสนอง
ใดๆเลย ทั้งหมดที่เขารู้สึกคือ ความเย็นที่ทะลุอกของเขาจากข้างหลัง
หอกโลหิตของหลินหมิงทะลุโผล่ออกมาจากอกของเขา
ร่างกายของเขาแขวนอยู่บนหอกโลหิตฟีนิกซ์ โลหิตหนาไหลลงมาที่
ด้าม!
นี่เป็นขีดจำกัดของร่างจำแลงแล้ว แม้ว่าเทียนหมิงจื่อจะแข็งแกร่ง
แต่ทุกครั้งที่เขาใช้พละ เขาก็จะอ่อนแอลง หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือด
หลายรอบ เขาก็ไม่สามารถรักษาสถานะสูงสุดของตนได้ สำหรับหลินหมิง
และมู่เชียนเสวีย พลังชีวิตของพวกเขาดูเหมือนจะไร้สิ้นสุด พวกเขา
สามารถต่อสู้ต่อไปได้หลายวัน
เทียนหมิงจื่อพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้แล้ว และภายใต้ความไม่สมดุล
ของพลัง เขาจึงย่อมถูกสังหารโดยหลินหมิงและมู่เชียนเสวีย
เทียนหมิงจื่อจับหอกโลหิตฟีนิกซ์ด้วยมือข้างหนึ่ง และจับดาบ
พลังงานของมู่เชียนเสวียด้วยมืออีกข้างหนึ่ง มือทั้งสองเปียกโชกไปด้วย
โลหิต…
ปราศจากคำพูด สิ่งที่เขาทำก็เพียงจ้องมองที่มู่เชียนเสวียและหลินห
มิงด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด
โลหิตของเขาไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ร่างของเขาหดลง, เหี่ยวแห้ง
, จนกระทั่งในที่สุดมันก็ถูกลดลงจนเหลือเพียงมือที่ถูกตัด
นี่คือที่มาของร่างจำแลงเทียนหมิงจื่อ
นอกจากมือนี้แล้ว มันยังมีเสี้ยววิญญาณที่ลุกไหม้อย่างช้าๆรอบมือนี้
เพลิงวิญญาณนี้พุ่งออกไปราวกับว่าต้องการหนี แต่มันถูกขังไว้ในกฎแห่ง
ความฝันศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิง
นี่คือเสี้ยววิญญาณที่เทียนหมิงจื่อทิ้งไว้ในร่างจำแลงของเขาเพื่อ
รับประกันความสำเร็จในการฆ่าหลินหมิง
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา เขาคว้าเพลิงวิญญาณเหมือนจับไก่ ขณะที่
เสี้ยววิญญาณกำลังจะถูกบดขยี้ในมือของหลินหมิง มู่เชียนเสวียก็กล่าว
ออกมา
“หลินหมิง ช้าก่อน! อย่าทำลายมัน!”
“หืม? ท่านวางแผนจะทำอะไรกับมัน? ท่านวางแผนที่จะกลั่นมัน
เช่นนั้นหรือ? นี่เป็นเพียงเสี้ยววิญญาณ; มันจะไม่มีความหมายใดๆเลย”
หลินหมิงต้องการใช้กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์เพื่อกลั่นวิญญาณนี้โดยตรง
และเปลี่ยนให้เป็นพลังวิญญาณบริสุทธิ์ เขาต้องการหลีกเลี่ยงเล่ห์เหลี่ยม
ของเทียนหมิงจื่อและลดจำนวนปัญหาที่อาจเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มู่เชียนเสวี
ยกลับได้ห้ามเขาจากการทำเช่นนั้น
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า “แม้ว่านี่จะเป็นเพียงเสี้ยววิญญาณที่ไม่มี
นัยสำคัญ แต่เทียนหมิงจื่อก็ทิ้งสิ่งมีค่ามากมายไว้ภายในเพื่อรับประกันว่า
เขาจะสามารถฆ่าเจ้าได้ ตัวอย่างเช่น เคล็ดบ่มเพาะและกฎ หลังจากที่ข้า
หลอมรวมเข้ากับผู้อาวุโสจักรพรรดินีสวรรค์เสวียนฉิง ความแข็งแกร่งของ
ข้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้าอาจสามารถเปิดใช้งานกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เพื่อยกเลิกตราประทับในเสี้ยววิญญาณนี้ เปลี่ยนมันเป็นเสี้ยววิญญาณ
บริสุทธิ์เพื่อให้เจ้าสามารถดูดซับความทรงจำได้ด้วย”
มู่เชียนเสวียกล่าวกับหลินหมิงด้วยการส่งผ่านปราณแท้ หลินหมิงตก
ใจเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ “เปิดใช้งานกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเพื่อเปลี่ยน
เสี้ยววิญญาณนี้เช่นนั้นหรือ?”