Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,371 เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์และโอสถเก้าดาราสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,371 เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์และโอสถเก้าดาราสวรรค์
“มันสามารถทำได้ด้วยหรือ?”
หลินหมิงต้องการอย่างมากที่จะได้รับเสี้ยววิญญาณของเทียนหมิงจื่อ
เพื่อให้เข้าใจกฎและเข้าใจเคล็ดบ่มเพาะภายในได้นั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอย่าง
ยิ่ง
ความสำเร็จของเทียนหมิงจื่อในกฎแห่งมิติและเวลานั้นสูงมาก
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะทำให้พวกมันเข้ากับตัวเองได้โดยตรง
แต่การสามารถเข้าฌานผ่านกฎเหล่านี้ได้ในอนาคตจะเป็นประโยชน์อย่าง
ยิ่ง
“น่าจะเป็นไปได้”
ขณะที่มู่เชียนเสวียพูด ร่างกายของนางก็ลุกไหม้ด้วยแสงสีขาวสลัว
เปลวเพลิงเหล่านี้ลอยเข้าหาเทียนหมิงจื่อ ล้อมรอบเสี้ยววิญญาณ
เสี้ยววิญญาณส่งเสียงร้องโหยหวนขณะที่มันลอยไปมา ไม่เต็มใจที่จะ
โดนถูกกลั่น
อย่างไรก็ตาม ต่อหน้ามู่เชียนเสวีย ทุกสิ่งที่มันทำก็ไร้ประโยชน์
ซี่!
ด้วยเสียงที่เบาบาง เสี้ยววิญญาณนี้ก็ถูกทำลายโดยมู่เชียนเสวีย
เปลี่ยนมันกลายเป็นพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์ จากนั้น โดยไม่มีการหยุด
พัก มู่เชียนเสวียวางเสี้ยววิญญาณนี้ไว้ในมิติกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า…
….
“เจ้าพวกสารเลว!”
หลายล้านล้านไมล์ในแดนเทวะ ในส่วนลึกของแดนศักดิ์สิทธิ์นภา
ทมิฬ, เทียนหมิงจื่อร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขากวาดมือออกไป
ส่งผลโต๊ะตรงหน้าเขาพลิกคว่ำ โต๊ะนี้ทำจากหินเทพไร้เวลาและมีน้ำหนัก
มากกว่า 100,000 จิน แต่มันก็ยังคงลอยกระเด็นพลิกคว่ำไปเหมือน
กระดาษแผ่นหนึ่ง หมึกและกระดาษทั้งหมดบนโต๊ะกลายเป็นเถ้าโดย
กระแสพลังงานปั่นป่วน!
“ตาย! พวกเจ้าจะต้องตาย!”
เส้นผมของเทียนหมิงจื่อยุ่งเหยิง มือของเขากุมขมับ ใบหน้าของเขา
ซีดขาวมีเหงื่อไหลออกมา!
การสูญเสียมือไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาก
เช่นนี้ แต่การสูญเสียเสี้ยววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทำให้เกิดความเสียหายอย่าง
ร้ายแรงต่อทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา! หากต้องการตัดเสี้ยววิญญาณ
หนึ่งออกไปแล้วทำลายทิ้ง มันก็จะความเจ็บปวดจนยากจะจินตนาการ
“หลินหมิง! และผู้หญิงคนนั้น!”
ดวงตาของเทียนหมิงจื่อเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เขาล้มคุกเข่าข้างหนึ่ง
โลหิตไหลลงมาจากมุมของดวงตา
การล้มเหลวในภารกิจครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับเขา!
สำหรับเทียนหมิงจื่อ การสูญเสียรุ่นเยาว์ที่โดดเด่น 12 คนของแดน
ศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬในการเดินทางเพียงครั้งเดียวมิได้เป็นอันใดเลย
แต่การสูญเสียร่างจำแลงของเขาทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง
ต่อแหล่งกำเนิดพลังงาน ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาประสบความ
สูญเสียอย่างมาก มือที่เคยคว้าขอบเขตกึ่งราชันสวรรค์หายไปตลอดกาล
และสิ่งนี้จะสร้างอุปสรรคใหญ่สำหรับเป้าหมายในอนาคตของเขาในการ
เป็นราชันสวรรค์
เทียนหมิงจื่อ มีความเข้าใจโดยประมาณว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลา
สุดท้ายของการต่อสู้ โดยปกติ เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดสร้างร่างจำแลง ร่าง
จำแลงจะไม่มีความสามารถในการแบ่งปันความทรงจำ ตัวอย่างเช่น เมื่อ
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสร้างร่างจำแลงของนาง นั่นก็เป็นเพียงร่าง
จำแลงที่ถูกสร้างขึ้นโดยการบ่มเพาะไม่กี่หลายร้อยปี มันไม่มีวิญญาณของ
นางอยู่เลย เมื่อร่างจำแลงนี้ใช้หมดแล้ว มันก็จะหายไป
แต่ร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อนั้นต่างออกไป เนื่องจากมันมีเสี้ยว
วิญญาณ เขาจึงจะสามารถรับข้อมูลที่ส่งมาจากร่างจำแลง
ดังนั้น เขาได้รู้ว่าถึงแม้ดาวเคราะห์นภารินไหลจะดูเหมือนเป็นดาว
เคราะห์น้อยที่ไม่มีนัยสำคัญในหมู่ล้านล้านแดนเบื้องล่าง แต่มันก็มี
ความลับที่สั่นคลอนสวรรค์อยู่!
“ใครคือผู้ที่ทิ้งมรดกไว้บนดาวเคราะห์นภารินไหล?”
เทียนหมิงจื่อจับเสาแล้วพยุงตัวขึ้น
มรดกนี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยตัวตนระดับราชันสวรรค์อย่างแน่นอน
และน่าจะมีตัวตนที่โดดเด่นในหมู่ราชันสวรรค์ มิเช่นนั้นแล้ว ผลของ
ทักษะคำสาปนั้นจะคงอยู่นานนับหมื่นนับพันหรือแม้กระทั่งนับแสนปีได้
อย่างไร?
เมื่อร่างจำแลงของเทียนหมิงจื่อเข้าสู่ที่ราบโลหิตสังหาร มันก็ไม่
สามารถหลีกเลี่ยงอิทธิพลของคำสาปได้อย่างสมบูรณ์ หากมิใช่เพราะคำ
สาปทำงานช้ากว่าปกติแล้ว ร่างจำแลงของเขาน่าจะได้รับความเสียหาย
อย่างมากก่อนที่จะพบกับหลินหมิง
“ดาวเคราะห์นภารินไหล! ช่างน่าเสียดายยิ่ง!
ดวงตาของเทียนหมิงจื่อสาดประกายเย็นชา เนื่องจากข่ายอาคมของ
ราชันสวรรค์ที่ปกป้องดาวเคราะห์นภารินไหล ร่างจริงของเขาจึงไม่
สามารถไปถึงที่นั่นได้ เขาจึงจำต้องส่งร่างจำแลงลงไป ความแข็งแกร่ง
ของมันได้ถูกยับยั้งที่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย มันไม่สามารถแสดงพลังที่
แท้จริงของมันได้ หากร่างจำแลงตกอยู่ในรูปแบบค่ายกลที่ไม่รู้จักที่ถูกทิ้ง
ไว้โดยราชันสวรรค์ มันจะต้องตายโดยไร้สุสาน!
สำหรับรูปแบบค่ายกลที่ถูกทิ้งไว้โดยตัวตนดังกล่าว หากมีความเป็น
ปรปักษ์ต่อเทียนหมิงจื่อแล้ว แม้ว่าร่างจริงของเทียนหมิงจื่อจะปรากฏตัว
ที่นั่น เขาก็ยังต้องตาย
เทียนหมิงจื่อทำได้เพียงมองดูโชคที่อยู่ภายในดาวเคราะห์นภาริน
ไหลเท่านั้น แต่ไม่สามารถลงไปเอามันได้
ยิ่งกว่านั้น เขาไม่สามารถอยู่ที่โลกรุ่งอรุณปีศาจอันยิ่งใหญ่ได้อีก
ต่อไป เมื่อการทรยศของเขาถูกเปิดเผย เขาจะมองหาที่กบดานและรอให้
เกิดมหาภัยพิบัติ
ถึงกระนั้น ในขณะที่เขาคิดที่จะสละแดนศักดิ์สิทธิ์นภาทมิฬที่เขาใช้
เวลา 50,000 ปีและความพยายามที่ไร้สิ้นสุด เขาก็รู้สึกว่าหัวใจเจ็บปวด
อย่างยิ่ง ปัญหาทั้งหมดนี้เป็นเพระหลินหมิง!
“หลินหมิง ข้าจะจดจำความแค้นในวันนี้ไว้ เมื่อมหาภัยพิบัติมาถึง
ข้าจะให้เจ้าตายนับครั้งไม่ถ้วน!”
เทียนหมิงจื่อกัดฟัน กำหมัดจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อและโลหิตไหล
ออกมา
และมือที่ถูกตัดของเขา เนื้อและโลหิตก็เริ่มบิดตัวไปมา
ด้วยเสียงแตก กระดูกแขนของเขาก็เริ่มงอกกลับมาอีกครั้ง หลอด
เลือดและเส้นชีพจรก่อตัว ตามมาด้วยกล้ามเนื้อและผิวหนังในที่สุด
เทียนหมิงจื่อใช้เวลาเพียงไม่นานในการสร้างมือใหม่ อย่างไรก็ตาม
มือนี้ด้อยกว่ามือดั้งเดิมของเขามาก พลังปราณที่เขาสูญเสียจะไม่สามารถ
ฟื้นฟูได้
……
ในเวลานี้ใน อเวจีปีศาจอมตะ มู่เชียนเสวียและหลินหมิงได้มาถึงมิติ
ของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เสี้ยววิญญาณของเทียนหมิงจื่อได้เปลี่ยนเป็นแสงสีขาวน้ำนมที่ลอย
อยู่กลางอากาศ
มู่เชียนเสวียลอยอยู่ข้างหน้าแสงนี้ มือทั้งสองของนางสร้างผนึกที่จม
เข้าไป
ในเวลานี้ จากท้องฟ้า แสงสีเทาเข้มส่องลงบนแสงสีขาวนวลนี้ นี่คือ
พลังของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
ในปัจจุบัน มันยังคงยากเกินไปยังมู่เชียนเสวียจะเปิดใช้งานกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าเพื่อสังหารผู้อื่น แต่การใช้เพียงเพื่อยกเลิกตราประทับ
วิญญาณในวิญญาณนี้ก็ไม่ยากเลย
ภายใต้พลังของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า, ตราประทับวิญญาณของ
เทียนหมิงจื่อก็ค่อยๆจางหายไป
วิญญาณนั้นบอบบาง และตราประทับวิญญาณเป็นเหมือนเส้นไหม
ของใยแมงมุมที่บางที่สุดเมื่อมันแพร่กระจายไปทั่วจิตวิญญาณ รวมเข้า
กับทุกส่วนของวิญญาณนี้อย่างสมบูรณ์ หากต้องการลบล้างตราประทับ
วิญญาณโดยไม่ทำลายวิญญาณ มันก็เป็นสิ่งที่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เท่านั้นที่ทำได้
ในเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม พลังงานวิญญาณนี้จะถูกลดลงเหลือเพียง
เสี้ยววิญญาณไร้เจ้าของ
มู่เชียนเสวียโบกมือของนางและเสี้ยววิญญาณนี้บินไปทางหลินหมิง
จมลงไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ความทรงจำจำนวนมหาศาลหลั่งไหลมาเหนือ
หลินหมิง
เพื่อที่จะฆ่าหลินหมิง เทียนหมิงจื่อได้ถ่ายเทความเข้าใจกฎมากมาย
สู่เสี้ยววิญญาณนี้ ยิ่งกว่านั้น เขาได้บันทึกเคล็ดบ่มเพาะทุกประเภทไว้ใน
นั้นเช่นกัน
“เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์!”
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น เทียนหมิงจื่อเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์
หายากอย่างแท้จริง เขาได้รับการยอมรับจากราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ
และยังได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ตำหนักรุ่งอรุณปีศาจสวรรค์เพื่อบ่มเพาะ
มรดกหลักของพวกเขา – เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์
เมื่อเทียนหมิงจื่อต่อสู้กับหลินหมิง เขาได้ใช้–ทำให้หลินหมิงประสบ
กับแรงระเบิดที่หนักหน่วง
ในการบ่มเพาะพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพอาจต้องใช้เวลาและพลังงาน
เป็นอย่างมาก
แต่ถ้ามันเป็นเคล็ดบ่มเพาะที่เทียนหมิงจื่อได้ทำการบ่มเพาะไปแล้ว
หลินหมิงจะสามารถซึมซับประสบการณ์การฝึกฝนนั้นและเรียนรู้อีกครั้ง
เมื่อเขาบ่มเพาะด้วยตัวเอง มันจะง่ายกว่ามาก
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงยังไม่ประสงค์ที่จะบ่มเพาะเคล็ดปีศาจกลืน
สวรรค์สู่ขอบเขตสูงสุด เขาต้องการเพียงให้มันเป็นเคล็ดบ่มเพาะเสริม
ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเวลาที่สำคัญ หากหลินหมิงผลาญพลังเกือบหมด
เคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์จะสามารถแสดงผลที่น่าอัศจรรย์ในช่วงเวลานั้นได้
นี่คือเคล็ดบ่มเพาะที่เผด็จการสำหรับดูดซับพลังงานทั้งหมดมาเพื่อ
ตัวเอง
นอกจากเคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์แล้ว เทียนหมิงจื่อยังมีความเข้าใจใน
วิถีและกฎหลากหลาย โดยการดูดซับเสี้ยววิญญาณที่ไร้เจ้าของอย่าง
เต็มที่ในสภาพบริสุทธิ์ เขาจะสามารถสืบทอดความทรงจำเหล่านี้ได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ ซึ่งแม้แต่ความเข้าใจในกฎเหล่านี้
กฎเหล่านี้ถูกปิดผนึกชั่วคราวโดยหลินหมิง เขาต้องการเวลาในการ
รับรู้อย่างช้าๆ
แต่ในเวลานี้ มันมีอย่างอื่นที่ดึงดูดความสนใจของหลินหมิง “นี่คือ…
โอสถเก้าดาราสวรรค์?”
หลินหมิงตกใจ ในความทรงจำของเทียนหมิงจื่อ นี่เป็นสูตรโอสถ
โบราณที่หายไปนานแล้ว กว่า 3.6 พันล้านปีที่ผ่านมา เมื่อนักสู้ของมนุษย์
ได้เปิดทั้ง 8 ประตูเร้นลับภายใน พวกเขาจะสามารถใช้โอสถเก้าดารา
สวรรค์เพื่อทะลวงเข้าสู่ในเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้โดยตรง!
“ศิษย์พี่หญิง…”
หลินหมิงบอกถึงเรื่องโอสถเก้าดาราสวรรค์แก่มู่เชียนเสวียทันที่
“โอสถเก้าดาราสวรรค์?”
มู่เชียนเสวียครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนพูดว่า “เมื่อข้าต้องการที่จะทะลวงเข้า
สู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าในอดีต ข้าค้นหาผ่านข้อความโบราณและวัสดุ
และข้าก็เคยเห็นบันทึกของโอสถเก้าดาราสวรรค์ นี่เป็นโอสถกายผันแปร
ที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง แต่วัสดุสวรรค์ที่จะใช้กลั่นหายากและล้ำค่า
มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กฎแห่งเต๋าสวรรค์ในปัจจุบัน หากต้องการ
ที่จะกลั่น มันก็จะเป็นเรื่องยากดั่งปีนสวรรค์ แม้ว่าเจ้าจะรวบรวมวัสดุเป็น
ร้อยๆปี เจ้าก็อาจยังขาดหลายอย่างอยู่ หากเจ้าต้องการกลั่นโอสถเก้า
ดาราสวรรค์ มันก็ยากเกินไป และแม้ว่าเจ้าจะทำเช่นนั้นได้ แต่มันอาจจะ
ไม่อนุญาตให้เจ้าเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า”
ในท้ายที่สุดก็เพราะกฎแห่งเต๋าสวรรค์ได้เปลี่ยนไป ภายใต้กฎแห่ง
เต๋าสวรรค์ปัจจุบัน โอสถเก้าดาราสวรรค์เพียงลำพังจะไม่สามารถฝ่าฝืน
คำสาปปีศาจนี้ได้
“สิ่งที่ท่านบอกมาก็รวมอยู่ในความทรงจำของเทียนหมิงจื่อ แต่สิ่งที่
ข้าคิดว่าแปลกคือ เหตุผลที่เทียนหมิงจื่อจะกลั่นโอสถโอสถเก้าดารา
สวรรค์
เสี้ยววิญญาณของเทียนหมิงจื่อนั้นมีเพียงความทรงจำเล็กน้อย
ภายในนั้น ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสาเหตุที่เขาค้นหาโอสถเก้าดารา
สวรรค์
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า “มันควรเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ…
เผ่าพันธุ์ภูติเทพและเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แต่สิ่งที่
พวกเขาชำนาญคือทักษะกายผันแปร บางทีโอสถเก้าดาราสวรรค์อาจ
จำเป็นสำหรับใครบางคนในเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
การคาดเดาของมู่เชียนเสวียนั้นสมเหตุสมผล หลินหมิงพยักหน้าโดย
พูดว่าเพิ่มเติม “ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีโอกาสกลั่นโอสถเก้าดารา
สวรรค์นี้ ข้าก็ต้องกลั่นมัน แม้ว่ามันจะเป็นการยากที่จะทะลวงเข้าสู่9 ดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋าด้วยสิ่งอย่างเดียวนี้ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าเข้าไป
ใกล้มากขึ้น ในการเดินไปบนเส้นทางสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าก็เป็น
เส้นทางที่ท้าทายเขตจำนงแห่งสวรรค์ตั้งแต่เริ่มต้นด้วย แต่เนื่องจากข้า
เลือกเส้นทางนี้ ข้าจึงต้องพยายามอย่างหนัก แม้ว่าจะมีโอกาสน้อยอย่าง
มาก แต่ก็ไม่มีทางที่ข้าจะยอมแพ้”
“อืม สิ่งที่เจ้าพูดนั้นถูกต้อง หลินหมิง ก่อนที่เจ้าจะเข้าสู่อเวจีปีศาจ
อมตะ ข้าจะช่วยให้เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย รากฐานของ
เจ้ามาถึงจุดสูงสุดของความมั่นคงแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุด”
เมื่อหลินหมิงต่อสู้กับเทียนหมิงจื่อ เขาก็เกือบจะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพ
สมุทรช่วงปลายได้แล้ว ความแตกต่างตอนนี้เป็นเพียงการสะสมพลังงาน
ตราบใดที่เขาดูดซับพลังงานที่เพียงพอ ความก้าวหน้าของเขาก็จะประสบ
ความสำเร็จ
“เป็นแผนที่ดี ข้าต้องรบกวนท่านด้วย”
หลินหมิงพยักหน้า มู่เชียนเสวียหยิบมือที่ถูกตัดของเทียนหมิงจื่อ
จากนั้นก็ยื่นมือออกมา สร้างผนึกนับพันเข้าห่อหุ้มมันไว้ในรังของพลังงาน
อย่างรวดเร็ว มู่เชียนเสวียต้องการยืมพลังงานปราณในร่างจำแลงของ
เทียนหมิงจื่อเพื่อให้หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายในคราว
เดียว