Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,372 เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ
แต่เดิมหลินหมิงสามารถเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายได้อย่าง
ง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ในการที่จะกลายเป็นขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่
แท้จริง เขาต้องฝึกฝนจนการบ่มเพาะมั่นคงอย่างที่สุด และนี่คือสิ่งที่ต้อง
ใช้ระยะเวลาในการสะสม มีเพียงการดูดซับพลังงานอย่างต่อเนื่องเท่านั้น
ที่จะสามารถขยายโลกภายในและทำสิ่งนี้ได้
แต่ตอนนี้ ด้วยปราณแท้ทั้งหมดที่มีอยู่ในมือของเทียนหมิงจื่อเป็น
ตัวเร่งปฏิกิริยา กระบวนการนี้จึงจะเร็วขึ้นมาก
นี่คือมือของมหาราชันพิภพ และเทียนหมิงจื่อก็เป็นบุคคลที่โดดเด่น
ท่ามกลางมหาราชันพิภพด้วย
มือเช่นนี้ได้ถูกผสานมานานนับหมื่นปี มันกลายเป็นกายจิตวิญญาณ
ที่บริสุทธิ์มายาวนานแล้ว
“จงสลาย!
มู่เชียนเสวียสะบัดนิ้วของนาง และมือของเทียนหมิงจื่อก็ระเบิดขึ้น
ในอากาศอย่างสมบูรณ์ พลังปราณ, ออร่า, เนื้อและพลังโลหิตชีวิตแยก
ออกจากกันโดยสมบูรณ์ พลังงานทั้งหมดนี้ก่อภาพร่างขึ้นในอากาศ ภาพ
ร่างเหล่านี้ล้วนแต่แปลกประหลาด มีกงล้อสีดำ เจดีย์ ดาบยาวและแม้แต่
ปีศาจ
ภาพร่างเหล่านี้ล้วนเป็นเคล็ดบ่มเพาะต่างๆที่เทียนหมิงจื่อได้ฝึกฝน
จนอยู่ในระดับสูง
เมื่อนักสู้ได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ พลังงานส่วนหนึ่งของพวกเขาจะ
หมุนเวียนตามเคล็ดบ่มเพาะนั้น ก่อภาพร่างขึ้น ตอนนี้ แม้ว่าร่างจำแลง
ของเทียนหมิงจื่อจะตายไปแล้ว และพลังงานของเขาถูกดึงออกมา ภายใต้
ข้อจำกัดของเคล็ดบ่มเพาะและกฎ พวกมันจะรักษาสถานะปัจจุบันไว้ได้
หากใครบางคนดึงเนื้อหนังและโลหิตทั้งหมดของหลินหมิงออกมา
และเปลี่ยนให้เป็นแหล่งพลังงาน ผู้นั้นก็จะเห็นได้ว่าพลังงานเหล่านี้จะ
ควบแน่นเป็นภาพร่างต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เมล็ดพันธุ์หลุมดำ บัวบานจักรพรรดิ
สูงสุดและอีกหลายอย่าง
จากภาพร่างของแหล่งพลังงานเทียนหมิงจื่อ ของสิ่งที่น่าเกรงขาม
ที่สุดคืออาชูร่าสี่อาวุธที่มีปีก อาชูร่าตนนี้ถือกงจักรทมิฬในมือ สัญลักษณ์
นี้แสดงถึงเคล็ดปีศาจกลืนสวรรค์ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่สร้างขึ้นโดย
ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ
“จงสลาย!”
มู่เชียนเสวียผลักฝ่ามือของนางและบรรดาภาพร่างที่เกิดขึ้นจากพลัง
เหนือธรรมชาติเหล่านี้ต่างก็ถูกนางบดขยี้เป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นแก่นพลัง
ปราณที่บริสุทธิ์ที่สุด พลังงานทั้งหมดเหล่านี้รวมตัวกันเป็นกระแสอัน
ยิ่งใหญ่ที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของหลินหมิง
หลินหมิงจะไม่ดูดซับพลังงานของเทียนหมิงจื่อเป็นของตนอย่าง
แน่นอน เขาเพียงต้องการที่จะใช้มันขยายโลกภายในของเขา
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
พลังงานพลุ่งพล่าน กระทบต่อม่านพลังในโลกภายในของหลินหมิง
โลกภายในของหลินหมิงเริ่มไม่มั่นคงมากขึ้น รอยแตกปรากฏขึ้นขณะที่
มันขยายอย่างต่อเนื่อง
หลินหมิงนั่งลงบนพื้น เบื้องหลังเขา ภาพร่างต้นเทพทรราชคลั่ง
ปรากฏขึ้น ภายในมงกุฎของต้นไม้นี้ มันมีหลุมดำหมุนอย่างช้าๆ
ในการขยายโลกภายในของเขาด้วยพลังงานปราณของเทียนหมิงจื่อ
มันก็ย่อมมีพลังงานที่ปะปนเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พลังงาน
ทั้งหมดนี้ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำของหลินหมิงก่อนที่จะถูกบีบอัดและบด
สลาย
เมล็ดพันธุ์หลุมดำที่เกิดขึ้นจากเคล็ดผนึกเทวะนั้นเป็นหลุมไร้ก้น
สามารถดูดซับและทำลายพลังงานทั้งหมดได้
กระบวนการดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วโมง จากนั้นด้วย
เสียงปะทุ ร่างกายของหลินหมิงก็สั่นและคลื่นพลังมหาศาลปะทุขึ้นมา
รอบตัวเขา หน้าผาหินขนาดใหญ่สั่นสะเทือนราวกับน้ำหนักหนึ่งล้านจินก
ระแทกไปยังมัน ส่วนใหญ่ของหินระเบิด มีรอยแตกนับไม่ถ้วน
แพร่กระจายเหมือนใยแมงมุม
ในที่สุดหลินหมิงก็ทะลวงเข้าสู่เข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย!
การแสวงหาเก้าวิบัติก็จำต้องก้าวผ่านเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้
หลินหมิงสำเร็จหนึ่งในสามของเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์แล้ว
“ดี! ดีมาก! มู่เชียนเสวียยกย่องออกมาดังๆ “หลินหมิง ตอนนี้เจ้า
แข็งแกร่งอย่างยิ่งแล้ว แม้แต่ผู้ทรงพลังของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ส่วน
ใหญ่ก็ยังจะไม่อาจเป็นคู่ของเจ้า และในแดนเทวะ ผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นผู้ที่สามารถควบคุมดาวเคราะห์ของตนเอง กลายเป็น
ผู้ปกครองเขตแดนของตัวเอง”
ย้อนกลับไปยังตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน, เทพธิดาเฟิงและปราชญ์จู้ห
ยางเองก็เป็นทั้งผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ แน่นอน พวกเขาเป็นผู้
ทรงพลังขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตตนเอง
หลินหมิงยังห่างจากความสามารถในการเปรียบเทียบกับพวกเขาอีก
เล็กน้อย
ในแดนเทวะ ผู้เชี่ยวชาญขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์สามัญสามารถเดินทาง
ได้อย่างอิสระ แสวงหาโชคของตนเองและเดินทางสู่แดนเร้นลับ หากพวก
เขาเจอโจร พวกเขาก็จะมีพลังป้องกันตัวเองได้
สำหรับผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาอยู่เหนือกว่านั้น พวกเขา
สามารถก่อตั้งนิกายและสร้างตระกูลนักสู้ของตนเองได้ ต่อมา ลูกหลาน
ในอนาคตของพวกเขาจะเรียกพวกเขาอย่างสุภาพว่าเป็นผู้ก่อตั้งได้
หลินหมิงในปัจจุบันเป็นคนที่เปรียบได้กับผู้ก่อตั้งนิกายในแดนเทวะ
แล้ว
“หลินหมิง ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ ปรับสภาพของ
เจ้าและสร้างความเสถียรแก่ปราณแท้ของเจ้า เมื่อเจ้าพร้อมเราจะไป”
“แน่นอน ศิษย์พี่หญิง”
หลินหมิงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม มันยากสำหรับเขาที่จะจินตนาการ
ว่าจะพบสิ่งใดในอเวจีปีศาจอมตะ
ในอดีต ก่อนที่ราชันสวรรค์บรรพกาลจะร่วงหล่น เขาคงไม่ต้องการ
ให้มรดกของตนเองตกอยู่ในมือศัตรู
ดังนั้นจึงสร้างการป้องกันหลายชั้นไว้ภายในอเวจีปีศาจอมตะ!
เมื่อเผชิญหน้ากับรูปแบบค่ายกลที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยรูปแบบค่าย
กล หลินหมิงก็ไม่ได้ว่าตนจะรอดได้แม้แต่ลมหายใจเดียว
มันมิใช่เรื่องที่พูดเกินจริงหากตราบใดที่มีคนเข้ามาในอเวจีปีศาจ
อมตะ มันจะถูกระบุว่าเป็นศัตรูโดย ราชันสวรรค์บรรพกาล พวกเขาก็จะ
ตายแม้ว่าพวกเขาจะเป็นมหาราชันพิภพ! สำหรับกึ่งราชันสวรรค์ หลินห
มิงไม่แน่ใจว่าพวกเขาสามารถผ่านการป้องกันไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่สำคัญ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่กึ่งราชันสวรรค์เข้า
สู่ทวีปนภารินไหล ไม่มีหนทางใดที่พวกเขาจะฝ่าม่านพลังที่ครอบคลุมดาว
เคราะห์นภารินไหลได้
มีเพียงตัวตนในระดับเดียวกับราชันสวรรค์บรรพกาลเท่านั้นที่จะ
สามารถไขม่านพลังที่เขาวางไว้ได้ ใครบางคนเช่นราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะจึงจะเป็นข้อยกเว้น อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องอ่อนแอลงกว่านางเล็กน้อย
สำหรับตัวตนอย่างราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ พวกเขาสามารถใช้พลังดิบ
เพื่อทะลวงมันสู่ดาวเคราะห์นภารินไหลเพื่อรับมรดกของราชันสวรรค์
บรรพกาล
แต่ตัวตนเหล่านี้มักจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพของตนเอง และพวก
เขาจะได้ฝึกฝนมันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว สำหรับทรัพยากร พวกเขาเองมี
จำนวนมากจนไม่สามารถใช้งานได้หมด พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีความ
ปรารถนาหรือต้องการรับมรดกของราชันสวรรค์บรรพกาล
นอกจากนี้ ตัวตนในระดับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็มักจะมีประวัติ
บางอย่างกับราชันสวรรค์บรรพกาล พวกเขาจะไม่ทำอะไรที่โหดร้ายเช่น
ขุดสุสานของเขา
หลินหมิงปิดด่านเพื่อรักษาสภาพร่างกายให้คงที่ตลอดทั้งวัน ปรับตัว
ให้เข้ากับสภาพการต่อสู้สูงสุดของเขา จากนั้น เขาจับหอกฟีนิกซ์โลหิต
ของเขาและค่อยๆบินไปยังอเวจีปีศาจอมตะ
แม้ว่าจะไม่ชเร็วนัก แต่ทุกย่างก้าวก็พาเขาข้ามผ่านไปอีกหลายไมล์
ตลอดทาง สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายบางอย่างที่เกิดขึ้นจากพลังงานแห่งความชั่ว
ร้ายพุ่งเข้าหาหลินหมิง แต่พวกเขาทั้งหมดกลับกลายเป็นเถ้าถ่านด้วย
เพียงหอกเดียว
เขาเข้าใกล้อเวจีปีศาจอมตะมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเขาเข้ามาใกล้ พลังงานนรกในอากาศก็เริ่มมืดมัวและหนาขึ้น
กลายเป็นคล้ายไหมเส้นบางๆ
เมื่อเขาอยู่ห่างจากอเวจีปีศาจอมตะไม่ถึง 200 ไมล์ สิ่งมีชีวิตชั่วร้าย
ต่างก็หายไป นี่เป็นเขตต้องห้ามแห่งชีวิตที่แท้จริง แม้แต่สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายก็
สามารถเข้าใกล้ได้!
เมื่อหลินหมิงก้าวเข้ามาในช่วงนี้ เขารู้สึกราวกับว่าก้าวเข้าสู่อีกมิติ
เมื่อเขามองย้อนกลับไปในทิศทางตนมา เขาก็พบว่าเส้นทางด้านหลังของ
เขาพร่าเลือนมากขึ้น เมื่อเขาก้าวเข้าไปในมิตินี้ มันดูเหมือนว่าทุกอย่างจะ
หายไป ยิ่งเขาไปไกลเท่าไหร่ ความรู้สึกนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่น่าแปลกใจที่สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายจะไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้ มิตินี้อยู่
ในช่วงระยะของรูปแบบค่ายกลราชันสวรรค์บรรพกาล สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายจะ
ไม่กล้าเข้าไปในบริเวณนี้ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะกลายเป็นฝุ่นทันที…”
หลินหมิงพึมพำกับตัวเอง เขาสามารถรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลและไร้
ขอบเขตที่กวาดเข้ามา นี่คือพลังที่มาจากอเวจีปีศาจอมตะ ความ
แข็งแกร่งที่เป็นของราชันสวรรค์บรรพกาล
ท้องฟ้ามืดกว่าหมึกและแสงดาวก็เหมือนสายน้ำ เหนือพื้นดินสีแดง
โลหิต กระดูกและหินเกลื่อนบนพื้นดิน มันถูกปกคลุมด้วยชั้นของแสงเย็น
ราวกับว่าเงินถูกเทลงบนพื้นดิน
ฉากนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ ในคืนที่มืดสลัวและเงียบสงบ มันยากที่จะ
จินตนาการว่านี่เป็นเขตแดนอันตรายที่มีผู้ทรงพลังหลายคนไม่เคยกลับ
ออกไปได้
หลินหมิงลงมาจากท้องฟ้าแล้ว เขาไม่ได้บินอีกต่อไป กลับกัน เขา
เหยียบหินสีแดงโลหิต เดินไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยแสงดาว มุ่งหน้าไป
ยังอเวจีปีศาจอมตะ
ที่ข้างหน้า โลกแยกออกจากกัน มีเปลวเพลิงทมิฬมหึมาโผล่ออกมา
จากรอยแยกใหญ่ ทำให้เกิดเพลิงที่ลุกโชนขึ้น เชื่อมต่อสวรรค์และโลกเข้า
ด้วยกัน
แสงดาวส่องลงมาในอเวจีปีศาจอมตะดั่งน้ำตก พลังงานต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพีและพลังงานนรกหมุนวนขึ้นไปเป็นกระแสวังวนที่แปร
สภาพเป็นอเวจีปีศาจอมตะ
อเวจีปีศาจอมตะดูเหมือนจะดูดพลังงานต้นกำเนิดของโลก กลืนกิน
ปราณดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
นี่ก็มีเหตุผล หากรูปแบบค่ายกลที่ราชันสวรรค์บรรพกาลสร้างขึ้นนั้น
ต้องทำงานเป็นเวลา 100,000 ปี มันต้องดูดซับพลังงานจากภายนอก
หลินหมิงใช้เวลาสี่ชั่วโมงเต็มในการเดินทาง 200 ไมล์สุดท้าย
ในขณะนี้เขาก้าวเข้าสู่ขอบ อเวจีปีศาจอมตะที่แท้จริงนั้น
อเวจีปีศาจอมตะทะลุผ่านดาวเคราะห์นภารินไหลไปเป็นระยะกว่า
100 ล้านไมล์จนกระทั่งถึงทะเลแห่งปาฏิหาริย์
มีเพียงราชันสวรรค์เท่านั้นที่สามารถเจาะทะลุผ่านดาวเคราะห์ได้ใน
การโจมตีครั้งเดียว บางทีอาจทำลายดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ด้วย
สำหรับมหาราชันพิภพเช่นทียนหมิงจื่อ สิ่งที่พวกเขาทำได้มากที่สุด
คือทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกนั้นหรือทำลายดาวเคราะห์ขนาด
เล็กที่กว้างเพียงหนึ่งหมื่นไมล์ ความแตกต่างมีมากเกินไป
น่าเสียดายที่ตัวตนตัวเช่นนี้ประสบชะตากรรมและจากไปโดยลำพัง
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง