Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,376 มังกรทมิฬ
เมื่อเผชิญหน้ากับรูปแบบชีวิตโบราณที่พุ่งเข้าหาเขา หลินหมิงก็ไม่
ลังเลเลยที่จะเปิดมิติอนุภาคแรกกำเนิด!
มู่เชียนเสวียพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปฏิปักษ์นี้เช่นกัน นางก้าวไป
ข้างหน้า ผสานแดนพิสุทธิ์เทพบรรพกาลเข้ากับมิติอนุภาคแรกกำเนิด
ซู่วว!
เมื่อสิ่งมีชีวิตตัวนั้นทะลวงเข้าสู่ในเขตแดนคู่ ร่างทั้งหมดของมันก็พุ่ง
ทะลุทะลวง แยกเขตแดนของหลินหมิงและมู่เชียนเสวียออกได้ มือของ
เคียวที่มีหนามกระดูกนั้นดูราวกับว่าพวกมันเป็นอาวุธที่เหนือกว่
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณทั้งหมด ฉีกผ่านมิติได้อย่างง่ายดาย
“นี่เป็นผู้ทรงพลังเผ่าพันธุ์ภูติเทพ! หรืออาจเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญา
ของผู้อาวุโสสูงสุดเผ่าพันธุ์ภูติเทพ!”
มู่เชียนเสวียตะโกนอย่างรวดเร็ว และในเวลานี้ หลินหมิงได้เรียกใช้
ต้นเทพทรราชคลั่ง พลังของสายฟ้าและเพลิงหลั่งไหลเข้าสู่หอกโลหิต
ฟีนิกซ์ – เต๋าสวรรค์พิพากษา!
หอกพุ่งออกไป ทลายผ่านห้วงมิติ
รูปแบบชีวิตโบราณนี้โดนเข้ากับหอกของหมิงหมิง!
บึม บึม บึม!
พายุพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวกวาดผ่านอเวจีปีศาจอมตะ เมื่อ
พลังงานดังกล่าวสะท้อนกลับออกมา มันทำให้ผนังที่มีลวดลายเรืองแสง
นับไม่ถ้วนส่องแสงในอากาศ เมื่อพายุนี้ตกลงไปในรูปแบบเหล่านั้น มันก็
ไม่สามารถสั่นคลอนค่ายกลอันยิ่งใหญ่ได้เลย
ในการระเบิดครั้งนี้ มู่เชียนเสวียเฉือนดาบแสงของนางออกไป การ
โจมตีของนางทรงพลังยิ่งกว่าของหลินหมิง เมื่อดาบของนางพุ่งออกมา
เสียงฉีกก็ดังผ่านอากาศ
แสงศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะกลืนทุกสิ่ง มันเป็นเหมือนดวงอาทิตย์
ปรากฎขึ้นในอเวจีปีศาจอมตะ ผ่านทะลุ 10,000 ไมล์ของหมอกควันที่
มืดมน
ภายใต้การโจมตีที่น่าเกรงขามเช่นนี้ สัตว์ประหลาดก็เปล่งเสียงร้อง
ขณะที่มันถูกส่งกระเด็นไปเบื้องหลังโดยการโจมตีของหลินหมิงและมู่
เชียนเสวีย
กึกกกกก!
ด้วยเสียงดังโครม รูปแบบชีวิตโบราณชนเข้ากับม่านพลัง ทำให้ผนัง
สั่นสะเทือน
ร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยโลหิต แต่มันก็ยังคลานไปได้
หลินหมิงส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกมาและทำหน้าบูดบึ้ง เพราะเขาเห็น
ว่าบาดแผลของสิ่งมีชีวิตนี้ไม่หนักเลย มันไม่ได้เสียเลือดมากเกินไป และ
บาดเจ็บเพียงภายนอก โครงกระดูกและเอ็นของสิ่งมีชีวิตยังคงอยู่ดี
แม้ว่าการโจมตีผสานของเขากับมู่เชียนเสวียจะมีเพียง 70-80% ของ
พลังเต็มที่ แต่พวกมันยังคงโจมตีโดนรูปแบบชีวิตโบราณนี้โดยตรง ถึง
กระนั้น พวกมันก็ยังไม่สามารถฆ่ามันได้?
การป้องกันของมันทรงพลังเพียงใดกัน?
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า “นี่จะเป็นปัญหา รูปแบบชีวิตโบราณนี้น่าจะ
เป็นผู้ปกครองเทวะในอดีต แต่เนื่องจากมันถูกผนึกไว้เป็นเวลา 100,000
ปี จิตสำนึกของมันจึงตกต่ำลงและสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือสัญชาตญาณการ
โจมตีเท่านั้น”
สิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาจะไม่สามารถใช้กฎหรือทักษะ
ต่างๆได้ และดวงตาของมันก็เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ความสามารถ
ในการรุกของมันนั้นเป็นวิธีการที่ป่าเถื่อน หลังจากถูกผนึกเป็นเวลา
100,000 ปี สิ่งมีชีวิตนี้ก็อ่อนแอลงจนสุดขั้ว ถึงกระนั้น มันก็ยังแทบจะ
เป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวียจะฆ่ามัน
ในเวลานี้ เสียงคำรามอีกสองเสียงสะท้อนออกมา เสียงคำรามเหล่านี้
มีจิตสังหารอย่างรุนแรง ทำให้หนังหัวของหลินหมิงเย็นเฉียบขึ้น เขาหัน
ไป มองเห็นรูปแบบชีวิตโบราณที่คลานออกมาจากด้านหลังรังไหม
รูปแบบชีวิตทั้งสองนี้มีความคล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้น อย่างไรก็
ตาม ร่างกายของพวกมันเหี่ยวแห้งอย่างสิ้นเชิง โดยดูราวกับว่าพวกมันอยู่
ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต แต่ออร่าที่พวกมันปลดปล่อยออกมานั้นยังคง
น่ากลัว!
และด้านหลังสองรูปแบบชีวิตก็มีชายผมสีแดงด้วย
ชายผมสีแดงสวมชุดเกราะแตก เปลวเพลิงสีม่วงสองดวงเผาโชนใน
ดวงตาของเขาและผมที่กระเซิงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ออร่าของเขานั้นกว้างใหญ่และลึกล้ำ ราวกับว่าเขา
เป็นจิตวิญญาณเทพเจ้า
เมื่อเผชิญหน้ากับออร่าของชายผมสีแดง หลินหมิงก็รู้สึกราวกับว่า
เนื้อหนังและโลหิตของเขาจะแยกออกจากกัน เพียงมองก็รู้ว่าคนผู้นี้เคย
เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในอดีต! เขาอาจเคยเป็นตัวตนในระดับราชันพิภพ!
ราชันพิภพนั้น แม้ว่าพวกเขาจะถูกผนึกเป็นเวลา 100,000 ปีและ
อ่อนแอลงจนเหลือเพียงเศษเสี้ยวของพลังดั้งเดิม แต่ก็ยังไม่ใช่คนที่หลินห
มิงจะสามารถจัดการได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ราชันพิภพนี้มีแววของปัญญาที่ชัดเจนภายใต้ดวงตานั้น
คนผู้นี้ยังคงมีสติอยู่ ไม่เหมือนรูปแบบชีวิตโบราณก่อนหน้าที่ไม่มีอะไร
เหลือนอกจากสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น หลินหมิงก็รู้สึกว่าเขากำลังเผชิญกับอันตรายเกินคำ
บรรยาย!
เขาขยับเข้ามาใกล้กับมู่เชียนเสวียอย่างระมัดระวัง หลินหมิงจับหอก
โลหิตฟีนิกซ์แน่นขนัด ฝ่ามือของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ สีหน้าของมู่
เชียนเสวียมืดมน หัวใจของนางบีบลัด
มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะเอาชนะตัวตนนี้ วิธีเดียวที่เป็นไป
ได้คือใช้รูปแบบค่ายกลที่ราชันสวรรค์บรรพกาลทิ้งไว้ในอดีต ราชันสวรรค์
บรรพกาลควรจะทิ้งวิธีการบางอย่างที่จะจัดการกับรูปแบบชีวิตโบราณ
เหล่านี้ไว้เบื้องหลัง มิเช่นนั้นรูปแบบชีวิตโบราณเหล่านี้จะต้องออกไปจาก
ที่นี่นานแล้วแทนที่จะวนเวียนอยู่โดยรอบบริเวณนี้
แต่แม้ว่าวิธีการแบบนี้จะเป็นไปได้ แต่หากต้องการที่จะหามันและ
เปิดใช้งานภายในเวลาไม่กี่วินาทีนั้น มันก็ยากกว่าการปีนสวรรค์
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย แม้ว่าฝ่ามือของหลินหมิงจะ
เปียกไปด้วยเหงื่อ แต่จิตใจของเขาก็สงบนิ่งเหมือนน้ำ เขาใช้สัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์กวาดดูรูปแบบเต๋าโดยรอบอย่างรวดเร็ว พยายามที่จะดูว่ามี
อะไรที่เขาจะสามารถใช้ได้
มู่เชียนเสวียเองก็ทำเช่นเดียวกัน
ชายผมสีแดงคนนั้นสามารถมองเห็นได้ง่ายผ่านความคิดของหลินห
มิงและมู่เชียนเสวีย เขายิ้ม – รอยยิ้มที่ชั่วร้ายแวบผ่านใบหน้าของเขา
เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมหนึ่งคู่
“ไร้ประโยชน์… อย่าได้พยายาม…”
ชายผมสีแดงพูดได้!
เขาพูดในภาษาของแดนเทวะ แต่คำพูดของเขาขาดๆหายๆและแข็ง
ที่อมาก หลินหมิงรู้สึกถึงว่าหัวใจเย็นเฉียบขึ้น เขาคาดว่าชายผมสีแดงคน
นี้จะมีสติปัญญาเหลืออยู่ แต่เขาไม่คิดว่ามันจะสูงมาก ดูเหมือนว่าการคุม
ขัง 100,000 ปีนี้จะไม่ได้มีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาเลย
เขาจะเอาชนะศัตรูเช่นนี้ได้อย่างไร?
เมื่อหลินหมิงไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร มันก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
ฉับพลันขึ้น!
ไม่ไกลจากหลินหมิง โซ่เหล็กที่หนาพอๆกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มสั่น
ไหว!
ครึน ครึน ครึน!
เสียงเหล็กดังก้อง ห่วงโซ่หนึ่งข้อเหล่านี้ หากมันถูกโยนลงมาจากที่
สูง มันก็สามารถทำลายภูเขาได้อย่างง่ายดาย!
ด้วยห่วงโซ่เหล็กนับล้านกระเพือมกระทบผนัง มันก็เหมือนกับ
สายฟ้า 10,000 สายที่ผ่าลงมา!
นี่มัน…
หลินหมิงตกตะลึง เขามองดูที่โซ่ขนาดใหญ่ โซ่นี้ถูกหล่อจากเหล็ก
ศักดิ์สิทธิ์ และน้ำหนักของทุกห้วงเหนือจินตนาการ ถึงกระนั้นก็ตาม ใน
ระยะหลายพันไมล์ สายโซ่นี้กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง… พลังใดที่ทำ
เช่นนั้นได้?
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
โซ่เหล็กกระแทกกำแพงหิน มันจึงทำให้หินก้อนใหญ่หล่นลงมา ทั้ง
ระยะทาง 100 ล้านไมล์รวมทั้งกำแพงยาวของอเวจีปีศาจอมตะเริ่ม
สั่นคลอน!
พลังที่น่ากลัวเช่นนี้และอาจอธิบายได้ว่าเป็นการสั่นสะเทือนของโลก
เมื่อชายผมแดงได้ยินเสียงนี้ สีหน้าแห่งความกลัวก็เต็มอยู่ในดวงตา
ของเขา เขามองอย่างลึกซึ้งไปยังหลินหมิงก่อนที่จะถอนตัวกลับสู่ความ
มืดอย่างเงียบๆ
อีกสามรูปแบบชีวิตโบราณที่ออกมาพร้อมกับเขาก็ถอยกลับเช่นกัน
พวกเขาจากไปเช่นนี้? จิตใจของหลินหมิงสะท้าน นี่คือ…
โฮกกกกกกก -!
ในเวลานี้ เสียงที่น่ากลัวพุ่งขึ้นมาจากห้วงลึกของอเวจีปีศาจอมตะ
ทำให้เกิดพายุอันน่าสะพรึงกลัวเข้าชนกำแพงหิน กวาดผ่านหลายหมื่น
ไมล์ หลินหมิงและมู่เชียนเสวียต่างก็ติดอยู่ในกระแสอากาศที่ก่อตัวขึ้น
จากเสียงและถูกส่งตัวลอยกระเด็น!
พลังงานนรกทั้งหมดจากหมอกควันที่สลัวนั้นถูกชะล้างออกไปอย่าง
หมดจดโดยเสียงที่น่าสะพรึงกลัวนี้
เสียงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ดูราวกลับว่ามันจากการห้วงเวลาอันไร้สิ้นสุด
ในอดีต ทะลุออกสู่โลกนี้ในที่สุด!
นี่มัน…
เสียงคำรามของมังกร?
หลินหมิงพยุงตัวเองด้วยหอกโลหิตฟีนิกซ์และลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
เขามองลึกลงไปในอเวจีปีศาจอมตะเท่าที่จะทำได้ ถึงกระนั้น ทุกสิ่งที่เขา
สามารถมองเห็นได้ก็มีเพียงความมืดอันไร้สิ้นสุด ราวกับว่ามันเป็นอุโมงค์
ที่นำไปสู่จักรวาลอื่น
หลินหมิงมีการคาดเดาเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตัวตนที่สามารถ
ทำให้ราชันพิภพโบราณเหล่านี้หวาดกลัวและแม้แต่เขย่าโซ่เหล็กล้านล้าน
จินได้ บางทีคงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นคือมังกรทมิฬลึกลับที่
ถูกผนึกไว้ในอเวจีปีศาจอมตะ
และเสียงคำรามของมังกรเมื่อชั่วครู่ก็ยืนยันการเดาของหลินหมิง
ในอเวจีปีศาจอมตะ มันมีมังกรทมิฬที่ยังมีชีวิต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมี
ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับราชันสวรรค์บรรพกาลในอดีต!
บางทีมันอาจเป็นสัตว์อสูรเทวะผู้พิทักษ์อเวจีปีศาจอมตะแห่งนี้
“มังกรทมิฬ…”
มู่เชียนเสวียมองดูหลินหมิง ในอดีต เมื่อหลินหมิงเคยเข้าไปในเขต
ต้องห้ามหนึ่งพันไมล์ โดยไม่ได้ตั้งใจนั้น เขาได้เคยเห็นมังกรทมิฬนี้ในอดีต
ร่างของมันยาวหลายพันไมล์และปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงสด เขาของมันสูง
เท่ากับภูเขา และปีกของมันเหมือนค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว หลังจากที่
มันกางออกแล้ว ปีกเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะปกคลุมสวรรค์ได้
นี่คือสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง ก่อนหน้านั้น แม้แต่มู่เชียนเสวียกฌยังไม่
เคยเห็นมาก่อน
“มังกรทมิฬช่วยเราไว้หรือไม่? เสียงคำรามนั้นไม่ควรเป็นเรื่อง
บังเอิญ” มู่เชียนเสวียกล่าว เสียงคำรามนั้นเป็นคำเตือนที่ชัดเจนต่อ
รูปแบบชีวิตโบราณเหล่านั้น มิเช่นนั้นพวกเขาจะไม่ถอยห่างไปง่ายๆ
ถ้าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริงแล้ว ในแง่หนึ่ง หลินหมิงก็ได้รับการอนุญาตจาก
ผู้พิทักษ์อเวจีปีศาจอมตะ
หลินหมิงและมู่เชียนเสวียมองหน้ากันและกันแล้วเดินหน้าต่อไป
และในเวลานี้ ในระยะทางที่ไกลออกไป มันมีเสียงสะท้อนของผ้า
กระพือในสายลม หลินหมิงเงยหน้าขึ้น มองเห็นชายชราร่างผอมสองคน
กำลังเดินอยู่บนความว่างเปล่า
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจและคว้าหอกฟีนิกซ์โลหิตเตรียมพร้อม
ทันที่ แต่เขาก็ไม่ได้กังวลเกินไป ด้วยการยับยั้งของมังกรทมิฬ ทั้งสองที่
เดินเข้าหาเขาจะต้องมาจากเผ่าพันธุ์มนุษย์
เผ่าพันธุ์มนุษย์? พกวเขาเป็นเหล่าผู้ติดตามของราชันสวรรค์บรรพ
กาลในอดีตหรือไม่?
หลินหมิงคิดเช่นนี้ในทันที่ ผู้ติดตามของราชันสวรรค์บรรพกาลยังมี
ชีวิตอยู่ในโลกนี้เช่นนั้นหรือ?